ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 1048 ชื่อเสียงระบือไกล!
ดินแดนพลังฟูา คือดินแดนดวงดาวระดับกลาง
คำว่าดินแดนดวงดาวระดับกลางก็เหมือนกับดินแดนปราการดวงดาว ดินแดนพงฟูาที่มีพลังการต่อสู้สูงสุดคือแดนเอตทัคคะ
ดินแดนพลังฟูาที่กว้างใหญ่ แต่กลับมีแดนเอตทัคคะอยู่แค่เพียงหยิบ มือ
เว่ยปุายเทาเจ้าตำหนักหลิงอู่ เชี่ยวชาญพลังพืชหญ้า เป็นแดน เอตทัคคะช่วงกลาง ซึ่งในเจ้าตำหนักหลิงอู่ยังมีแดนเอตทัคคะช่วงต้นอยู่อีก หนึ่งคน
นอกจากนี้ก็มีแค่ชิวหันซานเจ้าสำนักแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ที่ฝึกวิชาแผ่นดิน เท่านั้น ซึ่งเขาคือแดนเอตทัคคะคนที่สาม
เมื่อหลายปีก่อน ดินแดนพลังฟูาก็คือถิ่นของโหวชูหลัน เทพธิดาสำนัก ไม้ของสำนักห้าธาตุ
โหวชูหลันเองก็ฝึกวิชาธาตุไม้ ตบะแดนว่างเปล่าช่วงท้าย
จุดลึกของตำหนักหลิงอู่ เว่ยปุายเทากับกลุ่มผู้อาวุโสของสำนักยืนอยู่ หน้าโหวชูหลันอย่างพินอบพิเทา ก้มหน้ารายงานเสียงเบา
ช่วงที่ผ่านมาคนของตำหนักหลิงอู่และสำนักแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ใน ดินแดนพลังฟูาพบประตูข้ามอาณาจักรสามบาน
ประตูข้ามอาณาจักรสามบานนี้เหมือนจะเชื่อมโยงไปยังฟูาดินชองชน ต่างเผ่า พอคนของตำหนักหลิงอู่และสำนักแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์เจอประตูข้าม อาณาจักรก็ได้ส่งข่าวมาบอก ทว่าหลังจากนั้นก็ขาดการติดต่อกัน
คนของตำหนักหลิงอู่และสำนักแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ที่ตามไปทีหลังค้นหา ตรงจุดที่พวกเขาหายตัวไปอยู่นาน แต่ก็ยังไม่เจอประตูข้ามอาณาจักรสาม บานนั้น
ตำหนักหลิงอู่และสำนักแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์จึงวิเคราะห์ว่าคนในสำนักที่ หายตัวไปน่าจะตายไปแล้ว ซึ่งบางทีประตูข้ามอาณาจักรสามบานที่ เชื่อมโยงไปยังแผ่นดินของชนต่างเผ่าอาจจะล่องลอยไม่อยู่นิ่ง ตอนนี้จึงยัง ไม่พบร่องรอย
โหวชูหลันหน้าตางดงาม เรือนกายสูงโปร่ง สวมกระโปรงยาวสีเขียว ให้ความรู้สึกสดใสร่าเริงเต็มไปด้วยชีวิตชีวา
นางรับฟังเว่ยปุายเทารายงานอย่างตั้งใจโดยไม่เอ่ยคำใด
ด้านหลังของนางมีหญิงชราตบะแดนเอตทัคคะช่วงท้ายคนหนึ่งที่คอย เอ่ยถามอยู่เป็นระยะ
“ประตูข้ามอาณาจักรสามบานล้วนเชื่อมโยงไปยังแผ่นดินของชนต่าง เผ่า คนของตำหนักหลิงอู่และสำนักแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ล้วนหายตัวไป” หญิง ชราแดนเอตทัคคะช่วงท้ายคนที่ติดตามโหวชูหลันมาขมวดคิ้วเป็นปม “ดินแดนดวงดาวของเผ่ามนุษย์วุ่นวายไม่หยุด ผู้แข็งแกร่งของชนต่างเผ่า ทยอยกันใช้ประตูข้ามอาณาจักรที่ถูกอำพรางไว้หลายปีบุกเข้ามาในฟูาดิน ของเรา”
“พอผู้แข็งแกร่งของชนต่างเผ่าเหล่านั้นเผยกาย ร่องรอยก็ถูกอำพราง ไว้อย่างลึกลับ หากไม่หายตัวไปก็เปิดฉากสังหารครั้งใหญ่ สร้างหายนะไป ทั่วดินแดนดวงดาว”
“พวกเขาทำเช่นนั้นก็เพื่อทำให้ฟูาดินของเผ่ามนุษย์เราเกิดความ วุ่นวาย เมื่อเอาตัวไม่รอดก็ไม่สามารถรวบรวมกำลังไปร่วมสงครามที่ มหาสมุทรดาวมอดดับ”
“สงครามวุ่นวายที่ลามไปทั่วฟูาดินของเผ่ามนุษย์คราวนี้ยืดเยื้อมานาน หลายปี ในเวลาสั้นๆ นี้คงมิอาจยุติได้”
หญิงชราถอนหายใจ “คาดไม่ถึงว่าดินแดนพลังฟูาก็จะติดร่างแหไป ด้วย ดินแดนพลังฟูาเป็นเพียงแค่ดวงดาวระดับกลาง หากมหาราชาของชน ต่างเผ่ามาเยือนแล้วปูองกันไม่ทันกาล ทั้งดินแดนก็อาจถูกยึดครอง”
“คุณหนู พวกผู้อาวุโสในสำนักต่างก็ไปที่มหาสมุทรดาวมอดดับ หรือไม่ ก็ไปนั่งบัญชาการณ์อยู่ในดินแดนอื่น ด้วยศักยภาพของพวกเรา ต่อให้หา ประตูข้ามอาณาจักรสามบานนั้นเจอ เกรงว่าก็คงไม่มีทางทำลายได้หมดใน เวลาเดียวกัน”
โหวชูหลันขมวดคิ้ว เอ่ยเสียงอ่อนโยน “ข้าติดต่อไปที่สำนักอื่นแล้ว ทางฝุายของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวก็มีการตอบรับกลับมา บอกว่า จะส่งคนมาสร้างความประหลาดใจให้กับพวกเรา”
“ความประหลาดใจ” หญิงชราส่ายหน้า “พวกบุตรแห่งดวงดาวของ พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวต่างก็มีกิจสำคัญรัดตัว ซือคงฉั่ว ฟางหยวน สองคนตอนไปดินแดนสวรรค์ทมิฬก็เสียหายไปไม่น้อย เกรงว่าคงไม่มีทาง ช่วยพวกเราได้”
“บางที อาจยังมีคนอื่น” โหวชูหลันกล่าว
“คนอื่น…” เห็นได้ชัดว่าหญิงชราไม่คิดจะคาดหวังกับคนอื่นที่กล่าวถึง นี้
ขณะที่พวกเขาพูดคุยกัน ค่ายกลนำส่งหลังหนึ่งของตำหนักหลิงอู่ก็ พลันมีคลื่นห้วงมิติไหลบ่าออกมา
ทันใดนั้นเงาร่างของคนหลายคนก็เผยกายชัดเจนอยู่ในค่ายกล
คนที่มามีสี่คนอันได้แก่จิ่งเฟยหยาง เยว่เหยียนสี่และเจียงเฟิง ซึ่งมีเนี่ย เทียนเป็นหัวหน้า
“คนผู้นั้นคือ?” หญิงชราตะลึง นางที่เชี่ยวชาญพลังพืชหญ้าเช่นกัน แอบรับสัมผัสอยู่ชั่วครู่ “แดนเอตทัคคะช่วงกลางหนึ่งคน อีกสองคนเป็น แค่แดนว่างเปล่าช่วงท้าย บวกกับเขตลี้ลับอีกคนหนึ่ง นี่…ก็คือความ ประหลาดใจที่เว่ยไหลจากพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวบอกไว้น่ะหรือ?”
“ข้าน้อยเนี่ยเทียนแห่งพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว ไม่ทราบว่าใครคือ ศิษย์พี่หญิงโหว?” เนี่ยเทียนตะโกนขึ้นด้วยเสียงที่ไม่ดังนัก
“เนี่ยเทียน!”
พอได้ยินชื่อนี้ หญิงชราที่หลังค่อมน้อยๆ ก็ตัวสั่น “บุตรแห่งดวงดาว คนที่เจ็ด เนี่ยเทียน!”
ดวงตาของโหวชูหลันพลันเป็นประกาย มุมปากยกยิ้มประหลาด “มิน่า เล่าเว่ยไหลถึงบอกว่าเป็นเรื่องประหลาดใจ ที่แท้ก็เป็นเนี่ยเทียนนี่เอง!”
มาจากสำนักห้าธาตุเช่นเดียวกับหวงจินหนันและโหลวหงแยน ใน ฐานะที่เป็นเทพบุตร เทพธิดา โหวชูหลันจึงเคยได้ยินชื่อเนี่ยเทียนจากปาก ของหวงจินหนันและโหลวหงแยนไม่ใช่แค่ครั้งเดียว
ไม่ว่าจะเป็นหวงจินหนันหรือโหลวหงแยน ทุกครั้งที่พูดถึงเนี่ยเทียนก็ ล้วนชื่นชมไม่ขาดปาก
ตามคำบอกของหวงจินหนันและโหลวหงแยน บุตรแห่งดวงดาวอย่าง เนี่ยเทียนผู้นี้ที่แม้จะมีรายชื่ออยู่ท้ายสุดในบรรดาบุตรแห่งดวงดาวทั้งเจ็ด อีกทั้งขอบเขตยังต่ำที่สุดอีกด้วย ทว่าเขากลับสร้างเรื่องมหัศจรรย์แบบคาด ไม่ถึงอยู่หลายต่อหลายครั้ง
ก่อนหน้านี้ไม่นาน ดินแดนสวรรค์ทมิฬเกิดความวุ่นวาย โหวชูหลันเอง ก็เคยเอ่ยถามรายละเอียด
นางจึงได้รู้ว่าลู่เจี้ยเฟิงของสำนักห้าธาตุรักษาดวงวิญญาณดวงหนึ่งไว้ ได้ และมีโอกาสจุติกลับมาฝึกตนอีกครั้ง เนี่ยเทียนคือผู้ที่มีคุณความชอบ อย่างมิอาจปฏิเสธได้
ทว่านางเองก็ได้ยินมาเหมือนกันว่าตอนที่พระราชวังโบราณสะเก็ดดาว คิดค่าคุณความดีให้เนี่ยเทียน เนี่ยเทียนได้คะแนนสูงกว่าฟางหยวนเพียง เล็กน้อย แถมยังสู้ซือคงฉั่วที่ไม่สร้างคุณประโยชน์อันใดในดินแดนสวรรค์ ทมิฬไม่ได้ด้วยซ้ำ
“ข้าชื่อโหวชูหลัน” นางแนะนำตัวเองพลางหันมายิ้มอ่อนโยน ให้กับเนี่ยเทียน “คาดไม่ถึงว่าคราวนี้ทางฝุายพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว จะส่งตัวเจ้ามา”
เนี่ยเทียนมองเห็นนางก็รู้สึกสะดุดตาขึ้นมาทันใด
หน้าตาของโหวชูหลันไม่เป็นรองต่งลี่ อินย่าหนันและมู่ปี้ฉงเลยแม้แต่ น้อย นางมีขอบเขตแดนว่างเปล่าช่วงท้าย สูงกว่าโหลวหงแยนและหวง จินหนันอยู่หนึ่งระดับ ทว่าความรู้สึกที่นางมอบให้กับผู้คนกลับเหมือน น้องสาวข้างบ้านที่ร่าเริงสดใสคนหนึ่ง ทั้งร่างเต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวา โดดเด่นอย่างยิ่ง
ด้านหลังของโหวชูหลันมีหญิงชราแดนเอตทัคคะช่วงท้ายยืนอยู่คนหนึ่ง และยังมีผู้เฒ่าแดนเอตทัคคะช่วงกลางอีกสองคน บวกกับแดนเอตทัคคะ ช่วงต้นอีกสามคน
นี่ยังไม่รวมเจ้าตำหนักหลิงอู่อย่างเว่ยปุายเทาเข้าไปด้วย
เมื่อเทียบกับพลังการต่อสู้ของลูกน้องหวงจินหนันและโหลวหงแยน แล้ว ศักยภาพที่โหวชูหลันได้ครอบครองมีแต่จะแข็งแกร่งกว่า ไม่มีด้อย กว่า
ตัวนางเองยังมีขอบเขตสูงกว่าพวกหวงจินหนัน โหลวหงแยนอยู่หนึ่ง ระดับด้วย
“แค่กๆ” เนี่ยเทียนไอแห้งๆ หนึ่งที มองนางอยู่ครู่หนึ่งแล้วพอ เปรียบเทียบกับจิ่งเฟยหยาง เยว่เหยียนสี่และเจียงเฟิงที่เขาพามาด้วยก็ให้ รู้สึกกระอักกระอ่วนเล็กน้อย “คือว่า ข้าเพิ่งเป็นบุตรแห่งดวงดาวได้ไม่นาน ตอนนี้ผู้แข็งแกร่งที่ข้ารวบรวมได้จึงมีจำนวนจำกัด หลายคนในนั้นยังปิด ด่าน รอการฝุาทะลุขั้น ดังนั้น…”
เมื่อคนเปรียบเทียบกันเองก็อาจโมโหตายได้ พลังที่โหวชูหลันได้ ครอบครองเหนือกว่าเขาไปไกลโข แถมขอบเขตก็สูงกว่าเขาหลายขั้นด้วย
ครั้งนี้เขามาตามคำแนะนำของเว่ยไหล เพื่อช่วยโหวชูหลันที่อยู่ใน ดินแดนพลังฟูาทำลายประตูข้ามอาณาจักรสามบานที่เชื่อมโยงไปยัง ดินแดนของชนต่างเผ่า หลังจากนั้นก็ค่อยมาคำนวณค่าคุณความชอบ
มองโหวชูหลันและลูกน้องของนาง เขาจึงพลันรู้สึกว่ากองกำลังเสริมนี้ ของเขา แทบจะไม่มีประโยชน์อันใดเลย
กลับเป็นโหวชูหลันเสียอีกที่เหมือนจะมองความคิดของเขาออก จึง หัวเราะเบาๆ แล้วพูดยอมรับว่า “ได้ยินชื่อเสียงมานาน เจ้าสามารถมาได้ ตามความเห็นข้า พลังหนุนกองนี้มากพอเกินกว่าบุตรแห่งดวงดาวคนอื่นๆ เสียอีก!”
กล่าวจบนางก็เป็นฝุายลุกขึ้นยืน
พอมาเผชิญหน้ากับเนี่ยเทียน นางก็เก็บรอยยิ้ม โค้งตัวลงน้อยๆ แล้ว พูดด้วยน้ำเสียงที่จริงใจอย่างถึงที่สุด “ขอบคุณเจ้าและคุณหนูเผยที่ฝุา ทะเลเลือดลมของเซวี่ยฝูุต้าจุน เอาข่าวการเปลี่ยนแปลงในดินแดนสวรรค์ ทมิฬออกมาส่งได้ทันเวลา หากไม่ได้เจ้าและคุณหนูเผย เกรงว่าท่านอาลู่ ของสำนักห้าธาตุเราคงกายดับวิญญาณสลาย หมดโอกาสที่จะฟื้นคืนชีพได้ อีกครั้ง”
“ข้า ขอเป็นตัวแทนทั้งสำนักห้าธาตุ ขอบคุณเจ้า!”
การกระทำของนางทำให้พวกหญิงชราและเว่ยปุายเทาเจ้าตำหนักหลิง อู่พากันตกตะลึง
ในฐานะที่เป็นผู้ติดตาม พวกเว่ยปุายเทาจึงรีบโค้งตัวคำนับเนี่ยเทียน แต่ละคนก้มหัวลงต่ำ แสดงความขอบคุณเช่นเดียวกับนาง
ด้านหลังเนี่ยเทียน พวกเยว่เหยียนสี่และเจียงเฟิงสบตากันแวบหนึ่ง ต่างก็มองเห็นประกายประหลาดใจในดวงตาของอีกฝุาย
หลังจากที่พวกเขามาถึงและพบว่าลูกน้องของโหวชูหลันแข็งแกร่งถึง เพียงนี้ ก็ทำให้พวกเขาเกิดความขมขื่นที่ตัวเองสู้ไม่ได้
ข้างกายโหวชูหลันไม่มีแดนว่างเปล่าแม้แต่คนเดียว ทุกคนล้วนเป็น แดนเอตทัคคะทั้งหมด!
ส่วนพวกเขาที่พยายามกันมาหลายปีแต่ก็เพิ่งจะฝุาทะลุสู่แดนว่างเปล่า ช่วงท้ายเมื่อไม่นานมานี้ พอมาเทียบกับลูกน้องของโหวชูหลันแล้ว พวกเขา ก็แทบไม่มีค่าพอให้พูดถึง ทั้งยังต้องถูกอีกฝุายดูถูกด้วยซ้ำ
ใครจะไปคาดคิดว่า พอโหวชูหลันรู้ว่าคนของพระราชวังโบราณสะเก็ด ดาวที่มาคือเนี่ยเทียน นางไม่เพียงแต่ไม่มีท่าทีผิดหวัง กลับทั้งประหลาดใจ ทั้งดีใจ ซ้ำยังขอบคุณเนี่ยเทียนอย่างจริงจังเช่นนี้?
ในฐานะที่เป็นผู้ติดตาม ได้เห็นการกระทำของโหวชูหลัน พวกเขาก็ยัง อดรู้สึกมีเกียรติแทนไม่ได้
“ไม่ต้องเกรงใจ” เนี่ยเทียนยิ้ม “ทางฝุายของดินแดนสวรรค์ทมิฬ คุณหนูเผยต่างหากถึงจะออกแรงมากที่สุด ข้าแค่ช่วยนางไม่กี่ครั้งเท่านั้น”
“เจ้าอย่าถ่อมตัวอีกเลย เจ้าเด็กหวงจินหนันนั่นเล่าความจริงให้ข้าฟัง หมดแล้ว” โหวชูหลันยืดตัวขึ้นตรง ยิ้มเจิดจ้า “ไม่มีเจ้า หวงจินหนันก็คง ตายไปนานแล้ว แม้แต่ศิษย์น้องโหลว เกรงว่าก็คงเจอกับเรื่องไม่คาดคิด
สำนักห้าธาตุของพวกเราและลัทธิจิตตวิสุทธิ์ต่างก็ยอมรับในความสามารถ ของเจ้า แล้วก็อธิบายให้พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวฟังอย่างชัดเจนแล้ว”
“ไม่รู้จริงๆ ว่ารองเจ้าตำหนักหลัวของพวกเจ้าคิดอะไรอยู่กันแน่ ถึงได้ ให้ค่าคุณความดีเจ้าแค่ห้าแสนคะแนนเท่านั้น”
“ตามการวิเคราะห์ของสำนักห้าธาตุเรา คุณความชอบของเจ้าในครั้งนี้ ต้องเพิ่มอีกสิบเท่า สักห้าล้านคะแนนถึงจะสมเหตุสมผล”
พอนางเอ่ยเช่นนี้ เนี่ยเทียนก็พลันเงียบงัน
เรื่องในสำนักมีหลัวว่านเซี่ยงเป็นผู้ตัดสินใจชั่วคราว ต่อให้เขาไม่พอใจ แค่ไหนก็ไม่สามารถเอามาพูดกับคนนอกอย่างโหวชูอวิ๋นได้
นิ่งไปครู่ เขาก็เปลี่ยนหัวข้อพูด “ใครคือเจ้าตำหนักหลิงอู่?”
“ข้าเอง” เว่ยปุายเทาเดินขึ้นหน้ามาหนึ่งก้าว
“ไฉหลงเกอและไฉเฟิ่งอู่มาจากตำหนักหลิงอู่ของพวกเจ้า พวกเขาสอง พี่น้องยังมีชีวิตอยู่หรือไม่?” เนี่ยเทียนถาม
“เจ้ารู้จักพวกเขาสองพี่น้องด้วยรึ?” เว่ยปุายเทาตะลึง “พวกเขาย่อม ยังมีชีวิตอยู่ ตอนนี้ก็อยู่ในตำหนักหลิงอู่ เจ้า…”
เว่ยปุายเทาตะลึงไปครู่แล้วก็พลันกระจ่างแจ้ง “ปีนั้นพวกเขาเคยบอก ว่าได้รับความช่วยเหลือจากคนที่ชื่อเนี่ยเทียนในสนามรบสุ้ยเมี่ย บอกว่า เนี่ยเทียนคือผู้มีพระคุณของพวกเขา นี่…เจ้าคงไม่ใช่เนี่ยเทียนคนนั้นหรอก กระมัง?”
“บังเอิญจริง คือข้านี่แหละ” เนี่ยเทียนกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“เป็นเจ้าจริงๆ ด้วย ไม่ใช่แค่คนที่ชื่อแซ่เดียวกัน! ” เว่ยปุายเทาโค้งตัว ลงอีกครั้ง “ข้าขอเป็นตัวแทนตำหนักหลิงอู่ขอบคุณที่เจ้าช่วยเหลือพวกเขา สองพี่น้องหลายครั้งตอนอยู่ที่สนามรบสุ้ยเมี่ย ไม่มีเจ้า พวกเขาก็ไม่มีทาง รอดชีวิตกลับออกมาจากสนามรบสุ้ยเมี่ย ทั้งยังได้รับผลเก็บเกี่ยวมหาศาล คนทั้งสองต่างก็ฝุาทะลุขอบเขตกันแล้ว”
คราวนี้คำขอบคุณของเว่ยปุายเทาดูจริงใจมากกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด
——