ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 1054 เปลวเพลิงกร่อนดินแดน
นับตั้งแต่ที่วิญญาณวัตถุซึ่งอยู่ในไข่มุกวิญญาณมืดถูกชุบหลอมและ ผสานรวมจิตวิญญาณเสี้ยวหนึ่งของเนี่ยเทียนเข้าไป มันก็มีการเชื่อมโยง ทางจิตวิญญาณกับเนี่ยเทียนแบบชั่วนิรันดร์
เนี่ยเทียนสามารถรักษาความสัมพันธ์อันมหัศจรรย์กับวิญญาณวัตถุ เอาไว้ได้ในขอบเขตที่แน่นอน
ไข่มุกวิญญาณมืดล่องลอยไปทั่วคล้ายไม่มีเป้าหมายที่แน่ชัด
อาวุธวิเศษประเภทบินที่ทำมาจากไม้ลำนั้นของโหวชูหลันค่อยๆ ติดตามไข่มุกวิญญาณมืดไปตามคำบอกของเนี่ยเทียน
คนอื่นๆ ต่างอิงนางเป็นหลัก ไม่ว่าอาวุธวิเศษประเภทบินของนางจะ บินไปทางไหน ผู้แข็งแกร่งที่มีหล่วนชิงหลิ่วเป็นหัวหน้าต่างก็ติดตามนางไป อย่างเงียบเชียบ
สายตาของหลายคนล้วนจับจ้องไปยังไข่มุกวิญญาณมืดอยู่เป็นระยะ
ยามที่อยู่ในทางช้างเผือกมักจะยากต่อการกำหนดเวลา เนี่ยเทียนเองก็ ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหนแล้ว
แต่แล้วจู่ๆ ไข่มุกวิญญาณมืดก็เพิ่มความเร็ว
เนี่ยเทียนมีสีหน้าคึกคัก ตวาดกร้าว “ตามมันไป!”
ดวงตาของโหวชูหลันเป็นประกายวาบ แสงสีเขียวอ่อนที่ปลดปล่อย ออกมาจากรอบกายทำให้ทั้งร่างของนางเหมือนกลายมาเป็นหยกสวยงาม ก้อนหนึ่ง ผิวพรรณของนางก็เปล่งปลั่งตามไปด้วย
พลังพืชหญ้าที่มาจากนางผสานรวมเข้ากับอาวุธวิเศษประเภทบินลำ นั้นได้อย่างสมบูรณ์แบบ
อาวุธวิเศษประเภทบินพลันเพิ่มความเร็ว
ไม่นานนัก ไข่มุกวิญญาณมืดที่บินทะยานก็หยุดกึกอยู่กลางทาง ช้างเผือกแถบหนึ่งที่ไม่เป็นที่รู้จัก
ทุกคนกรูกันเข้ามารวมตัวกันแล้วมองประเมินไปรอบด้านอย่างอยากรู้ อยากเห็น อีกทั้งยังปลดปล่อยกระแสจิตวิญญาณที่แตกต่างกันออกไปรับ สัมผัสอย่างละเอียด
ซากเรือรบทางช้างเผือกกลายมาเป็นสิ่งสกปรกนอกอาณาจักรที่ ลอยตัวอยู่นิ่งๆ
เรือรบขนาดไม่ใหญ่นัก ดูจากธงที่อยู่บนเรือจึงพอจะวิเคราะห์ได้ว่าเรือ รบทางช้างเผือกลำนี้มาจากตำหนักหลิงอู่
“หนึ่งในเรือรบที่ตำหนักหลิงอู่ส่งออกมาให้ตามหาประตูข้าม อาณาจักรสามบานนั้น” หล่วนชิงหลิ่วมองอยู่ครู่หนึ่งก็กล่าวว่า “คาดไม่ถึง เลยว่าจะไม่มีศพของเผ่ามนุษย์ให้เห็นแม้แต่ศพเดียว แต่มีร่องรอยของการ ต่อสู้เกิดขึ้น หากไม่ผิดไปจากที่คาด เรือรบลำนี้น่าจะถูกอสูรกายทำลาย ผู้ตาย เกรงว่าคงถูกอสูรกายกำจัดจนสิ้นซากแล้ว” โหวชูหลันพยักหน้ารับ เอ่ยถามว่า “ทำไมไข่มุกเม็ดนั้นของเจ้าถึงบินมาตรงนี้ล่ะ?”
“มีปราณอสูร มีเลือดลมของอสูรกายหลงเหลืออยู่” เนี่ยเทียนชี้ไปยัง ซากเรือ “ปราณอสูรและเลือดลมของอสูรกายยากที่พวกเจ้าจะจับสังเกต
ได้ แต่มันกลับทำได้ การต่อสู้ที่เกิดขึ้นที่นี่น่าจะผ่านไปนานมากแล้ว แต่ว่า ยังมีปราณอสูรและเลือดลมของอสูรกายที่ยังไม่สลายหายไปหลงเหลืออยู่”
โหวชูหลันตะลึง “หากเป็นอย่างนี้จริง รอบด้านก็ต้องมีประตูข้าม อาณาจักรบานหนึ่งที่เชื่อมโยงไปยังถิ่นของอสูรกายน่ะสิ?”
“มีความเป็นไปได้ถึงแปดเก้าส่วน” เนี่ยเทียนหรี่ตาลง “ข่าวที่ฉิวหัน ซานมอบให้น่าจะมีทั้งจริงและเท็จ แต่ก็น่าจะเท็จเสียมากกว่า เขาบอกว่ามี ประตูข้ามอาณาจักรทั้งหมดสามบาน แต่ข้าคิดว่าอาจไม่ได้เป็นอย่างนั้น เสมอไป”
“แล้วเจ้าคิดว่าอย่างไร?” โหวชูหลันถาม
“การสร้างประตูข้ามอาณาจักรไม่ได้ง่ายดายขนาดนั้น ยิ่งประตูข้าม อาณาจักรที่เชื่อมโยงไปยังอาณาจักรของเผ่าอสูรกายได้โดยตรงก็ยิ่งไม่ง่าย การแลกเปลี่ยนทรัพยากรระหว่างอสูรกายและฉิวหันซานจากสำนัก แผ่นดินศักดิ์สิทธิ์แค่ต้องการประตูข้ามอาณาจักรบานเดียวก็พอแล้ว” เนี่ย เทียนครุ่นคิดพลางพูดไปด้วย “น่าจะมีประตูข้ามอาณาจักรอยู่แค่บาน เดียวเท่านั้น”
โหวชูหลันใคร่ครวญอย่างละเอียดก็เห็นด้วยกับการวิเคราะห์ของเนี่ย เทียน จึงหันไปพูดกับหล่วนชิงหลิ่ว “ท่านน้าหล่วน ท่านช่วยแจ้งไปหาเฮ้อ เหลียนสงที บอกกับเขาว่าไม่ต้องเสียเวลาไปตามหาที่อื่นแล้ว ประตูข้าม อาณาจักรที่เชื่อมโยงไปยังเผ่าอสูรกายน่าจะอยู่ใกล้ๆ นี้ ให้เขารีบพาคนมา ที่นี่ทันที”
หล่วนชิงหลิ่วลงมือจัดการตามคำสั่งของนางทันใด
“เนี่ยเทียน ไข่มุกของเจ้าเม็ดนั้นก็ไม่ต้องให้มันรีบร้อนสำรวจแล้ว ” โหวชูหลันสั่งความต่อเนื่อง “รอให้เฮ้อเหลียนสงและลูกน้องมาถึงที่นี่ เมื่อไหร่ พวกเราค่อยทำการค้นหากันใหม่อีกครั้ง ทำเช่นนี้ก็เพื่อป้องกัน ไม่ให้พวกเขาไปปะทะกับอสูรกายเข้าเสียก่อน อีกอย่างศักยภาพของพวก เราก็มีไม่มากพอจะบดขยี้พวกเขาได้ด้วย”
“ตกลง” เนี่ยเทียนรับปาก
ยกมือขึ้นกวักหนึ่งครั้ง ไข่มุกวิญญาณมืดก็กลายร่างเป็นแสงสีเขียวเส้น หนึ่งที่ตกมาอยู่ใจกลางฝ่ามือของเขาอีกครั้ง
อสูรกายสมคบคิดกับฉิวหันซาน วางแผนคิดจะเล่นงานโหวชูหลัน นั่น ต้องเป็นเพราะประเมินพลังการต่อสู้ของโหวชูหลันมาก่อนแล้ว และมี ความมั่นใจว่าจะเอาชนะนางได้
ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ การที่ลงมือปะทะกับอสูรกายล่วงหน้าถือเป็น การกระทำที่ไม่ฉลาดเอาเสียเลย
ดังนั้นทุกคนจึงหยุดรออยู่ตรงจุดที่มีซากเรือรบลอยตัวอยู่ชั่วคราว เพื่อ รอให้เฮ้อเหลียนสงและลูกน้องของเขามาถึง
เวลาล่วงเลยผ่านไปอย่างเงียบเชียบ
เรือใบผุพังลำหนึ่งที่แขวนธงของตำหนักหลิงอู่ล่องลอยมาจากทิศไกล
เรือใบลำนั้นเป็นสีเงินยวง ลักษณะคล้ายกระสวย ความเร็วของมัน เชื่องช้าอย่างถึงที่สุด
ทุกคนทำท่าเหมือนเจอกับศัตรูตัวฉกาจ ต่างคนต่างใช้กระแสจิต วิญญาณรับสัมผัส แต่กลับสัมผัสไม่ได้ถึงคลื่นจิตวิญญาณที่ผิดปกติอะไร
นี่หมายความว่าบนเรือใบลำนั้นไม่มีคนที่มีชีวิตอยู่
ไม่มีคนมีชีวิต แต่กลับมีศพคนตาย
ศพมีทั้งหมดหกศพ ล้วนเป็นเผ่ามนุษย์ทั้งสิ้น หากดูตามอาภรณ์ที่สวม ใส่จะเห็นได้ว่าเป็นผู้ฝึกลมปราณของตำหนักหลิงอู่
“ศพหกศพ ล้วนเป็นคนของตำหนักหลิงอู่ที่ออกไปตามหาประตูข้าม อาณาจักรสามบาน” หล่วนชิงหลิ่วเห็นว่าเรือใบขยับเข้ามาใกล้ก็ทะยานตัว ขึ้นไปบนจุดสูงแล้วกวาดสายตามองลงมา “เรื่องนี้ผิดปกติ ทุกคนระวังตัว กันหน่อย”
“ศพหกศพนั่งเรือใบที่ผุพังมา หรือว่าเป็นฝีมือของอสูรกาย?” โหวชูห ลันขมวดคิ้ว “ศพที่ตายไป บินมาที่นี่แล้วจะทำอะไรได้?”
เนี่ยเทียนเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน
ทว่าพอเรือใบขยับเข้ามาใกล้เรื่อยๆ และเขาแอบใช้สายเลือดแห่งชีวิต รับสัมผัสก็ต้องหน้าเปลี่ยนสีทันควัน
“ระวัง!”
ในศพที่อยู่บนเรือใบ เขามิอาจสัมผัสได้ถึงคลื่นเลือดลมที่ผิดปกติอะไร เลือดลมที่แผ่ออกมานั้นมีแต่กลิ่นเหม็นเน่าชวนสะอิดสะเอียน แต่ตรงหน้า อกของศพบวมอืดกลับมีก้อนเนื้อขนาดใหญ่ปูดนูนขึ้นมาหลายก้อนคล้าย สามารถระเบิดออกได้ทุกเมื่อ ทว่าคำว่าระวังของเขาเพิ่งจะหลุดออกจาก ปาก เหตุการณ์ประหลาดก็เกิดขึ้นทันที
“ตูม!”
เรือใบระเบิดออก ศพที่พองบวมทั้งหกศพจึงระเบิดตามไปด้วย
ฝนเลือดร่วงกราวลงมา สีของมันเป็นสีเขียวชวนพิศวงอย่างถึงที่สุด ซ้ำ ยังมีกลิ่นเหม็นเปรี้ยวน่าแขยงซึ่งสาดกระเซ็นมายังจุดที่ทุกคนรวมตัวกันอยู่
พื้นที่ที่ทุกคนอยู่จึงถูกราดรดไปด้วยฝนเลือดในเสี้ยววินาที
ไม่ว่าผู้แข็งแกร่งเขตดินแดนของเผ่ามนุษย์คนใดที่เคลื่อนไหวอยู่นอก ทางช้างเผือก หากไม่ได้โดยสารเรือรบทางช้างเผือกก็จำเป็นต้องเรียก ดินแดนของตัวเองออกมาสกัดกั้นการรุกรานจากสิ่งเจือปนนอกอาณาจักร
ซึ่งแน่นอนว่าแดนเอตทัคคะและแดนว่างเปล่าที่อยู่ข้างกายของโหวชูห ลันตอนนี้ย่อมต้องร่ายใช้ดินแดนของตัวเอง
ทว่าเมื่อฝนเลือดสีเขียวที่เทลงมาจากทั่วแผ่นฟ้าและสาดกระจายมา โดนดินแดนของผู้แข็งแกร่งเหล่านั้น ดินแดนของทุกคนกลับถูกฝนเลือดสี เขียวสาดไปโดนโดยไม่มีข้อยกเว้น
ไม่มีข้อยกเว้น!
“ฟู่วๆ!”
ฝนเลือดสีเขียวเข้มเหมือนเปลวเพลิงสีเขียวที่เผาไหม้แดนเอตทัคคะ และแดนว่างเปล่าของพวกเขา
และเนื่องด้วยเปลวเพลิงสีเขียวเหล่านั้น แดนเอตทัคคะและแดนว่าง เปล่าของทุกคนที่ถูกเผาไหม้จึงเริ่มเกิดลางว่าจะหลอมละลาย
“ฟู่วๆๆ!”
ม่านแสงที่ก่อตัวขึ้นมาจากอาวุธวิเศษประเภทบินซึ่งทำมาจากไม้ของ โหวชูหลันเองก็ถูกฝนเลือดสีเขียวเผาไหม้เช่นกัน
“เปลวเพลิงกร่อนดินแดน!”
หล่วนชิงหลิ่วพลันหน้าเปลี่ยนสี ตกใจจนขวัญกระเจิดเจิง อดร้อง อุทานเสียงหลงอย่างห้ามไม่ได้
สีหน้าของโหวชูหลันเองก็เปลี่ยนมาเป็นซีดขาว “ไม่นึกเลยว่าจะเป็น เปลวเพลิงกร่อนดินแดนของเผ่าทมิฬ! คาดไม่ถึงว่าท่าไม้ตายที่พวกเขาใช้ กับพวกเราจะเป็นเปลวเพลิงชั่วร้ายของเผ่าทมิฬ! ” ดินแดนที่แดน เอตทัคคะและแดนว่างเปล่าทุกคนร่ายออกมาล้วนถูกเผาไหม้จนเกิดเสียง ลั่นเปรี๊ยะปร๊ะ
ดินแดนทั้งหลายที่แฝงความมหัศจรรย์เอาไว้มากมาย บ้างก็เป็นแม่น้ำ ภูเขา บ้างก็เป็นสายฟ้าตัดสลับ บ้างก็เป็นลมพายุพัดกระโชก บ้างก็เป็นผืน ป่ารกครึ้มเขียวขจีต่างก็เหมือนถูกพิษกัดกร่อน
เขตดินแดนทุกคนพากันร้องโอดครวญ เมื่อเห็นว่าดินแดนถูกเผาไหม้ จึงพยายามจะซ่อนตัวอยู่ในมุมที่ลึกที่สุดของดินแดนตัวเองพลางร่ายเวท หดร่างของตัวเองให้ได้มากที่สุด
“เปลวเพลิงกร่อนดินแดนนี้ร้ายกาจตรงไหน?” เนี่ยเทียนตะคอกถาม
“เปลวเพลิงพิษร้ายนี้สร้างขึ้นมาจากเวทลับของเผ่าทมิฬ ซึ่งเอามาใช้ ทำลายดินแดนของเผ่ามนุษย์เราโดยเฉพาะ!” โหวชูหลันร้อนใจราวกับมีไฟ ลน “ไม่ว่าจะเป็นแดนเอตทัคคะหรือแดนว่างเปล่าที่หากโดนเปลวเพลิง ประเภทนี้เข้าไป ดินแดนจะถูกกัดกร่อน ถูกไฟเผาจนเกิดเป็นช่องโหว่! หากพวกเราอยู่ในอาณาจักร ขอแค่เก็บดินแดนเข้าไป แล้วใช้วิธีการ บางอย่างมาจัดการกับมัน เปลวเพลิงกร่อนดินแดนนี้ก็สลายหายไปได้”
“ทว่าตอนนี้พวกเราไม่ได้อยู่ในอาณาจักรที่มีปราการป้องกัน แต่อยู่ใน ท้องฟ้าที่ว่างเปล่า!”
เนี่ยเทียนกระจ่างแจ้งทันควัน
ฟังจากความหมายของโหวชูหลัน เมื่อเปลวเพลิงกร่อนดินแดนสัมผัส โดนดินแดน หากเรื่องนี้เกิดขึ้นในอาณาจักรที่มีปราการกางกั้น ก็ไม่ใช่เรื่อง ยากที่จะจัดการ
ขอแค่เก็บดินแดนเข้าไปแล้วใช้วิธีการอีกนิดหน่อยก็สามารถกำจัดมัน ได้อย่างสิ้นซาก
ทว่าหากอยู่ในท้องฟ้า ปัญหาก็มาแล้ว
ดินแดนมีประโยชน์คือใช้คุ้มครองไม่ให้เรือนกายที่อ่อนแอของเผ่า มนุษย์ถูกสิ่งเจือปนนอกอาณาจักรรุกราน
เมื่อดินแดนหายไป เรือนกายที่มีเลือดเนื้อก็จะเปิดเผยอยู่ในทาง ช้างเผือกอันโล่งกว้าง
เลือดเนื้อของเผ่ามนุษย์อ่อนแอ เรื่องนี้เป็นที่รับรู้กันทั่วหล้า และขอแค่ พลังของสิ่งสกปรกนอกอาณาจักรรุกรานเข้ามา ด้วยเรือนกายที่มีเลือดเนื้อ ของเผ่ามนุษย์แล้วก็ไม่มีทางที่จะแบกรับได้นานนัก เปลวเพลิงกร่อน ดินแดนจุดไฟให้ลุกไหม้ ซ้ำร้ายยังสามารถกัดกร่อนดินแดนได้อย่าง ต่อเนื่อง ทำให้ดินแดนเกิดช่องโหว่
เมื่อรู้ที่มาที่ไปของเรื่องราว เนี่ยเทียนก็เข้าใจว่าสถานการณ์ในตอนนี้ อันตรายมากแค่ไหน และทำให้คนสิ้นหวังมากเพียงใด
“ฟู่วๆ!”
ม่านแสงที่อยู่เหนืออาวุธวิเศษประเภทบินซึ่งปกป้องคนทั้งสองเอาไว้ก็ ถูกเปลวเพลิงกร่อนดินแดนเผาไหม้เช่นกัน
โหวชูหลันยิ้มเจื่อน “ม่านแสงนี้ก่อตัวขึ้นตามดินแดนของข้า มันก็ถูก เปลวเพลิงกร่อนดินแดนเล่นงานเหมือนกัน”
“เทพธิดา! ท่านไม่ได้ร่ายใช้ดินแดน จึงไม่ถูกเปลวเพลิงกร่อนดินแดน รุกราน!” หล่วนชิงหลิ่วตะโกนดังลั่น “ท่านรีบพาเนี่ยเทียนหนีไป ไม่ต้อง สนใจพวกเรา!”
“หนีไม่รอดหรอก” โหวชูหลันส่ายหน้า
พวกหล่วนชิงหลิ่วล้วนล้อมวนอยู่รอบกายของนาง ดินแดนที่พวกเขา ร่ายออกมาจึงห้อมล้อมกันเป็นวงกลมโดยมีนางเป็นจุดศูนย์กลาง ตอนนี้ ดินแดนทั้งหลายล้วนถูกเปลวเพลิงกร่อนดินแดนเผาไหม้จนเกิดเสียงลั่น เปรี๊ยะๆ
ต่อให้นางทิ้งอาวุธวิเศษประเภทบินแล้วร่ายใช้ดินแดนของตัวเอง ทว่า หากคิดจะจากไปโดยไม่ให้โดนเปลวเพลิงกร่อนดินแดน ก็ไม่มีทางเป็นไปได้ เลย
“อู้!”
และเวลานี้เอง เนี่ยเทียนก็ทะยานตัวออกไปจากรอยโหว่ช่องหนึ่งเหนือ ศีรษะ
“เนี่ยเทียน! เจ้าอย่ารนหาที่ตายนะ!” โหวชูหลันอุทานตกใจ
ตบะแค่เขตลี้ลับ ดินแดนยังไม่ก่อตัว หากเปิดเผยเรือนกายที่มีเลือด เนื้ออยู่ในจุดลึกของทางช้างเผือกก็คือการฆ่าตัวตายอย่างไม่ต้องสงสัย!
“ไม่เป็นไร” เนี่ยเทียนโบกมือ พอพุ่งตัวออกมาก็กวาดตามองไปยังผู้ แข็งแกร่งรอบด้านที่พยายามทัดทานการรุกรานอย่างยากลำบาก ครั้นจึง กระตุ้นใช้พลังชีวิตแข็งแกร่ง
——