ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 1055 ช่วยเหลือ
เมื่ออยู่ในสภาวะพลังชีวิตแข็งแกร่ง เลือดลมของเนี่ยเทียนจึงพลุ่ง พล่าน และเรือนกายที่แข็งแกร่งของเขาก็สามารถต้านทานการแทรกซอน จากพลังงานของนอกอาณาจักรเอาไว้ได้
พลังงานจำนวนน้อยนิดที่ได้รับการยอมรับจากสายเลือดของเขาซึ่ง แทรกซอนเข้ามาในรูขุมขนกลับมีประโยชน์ในการชุบหลอมเรือนกายของ เขาเสียมากกว่า
เขาลอยตัวอยู่เหนืออาวุธวิเศษประเภทบินของโหวชูหลัน สีหน้านิ่งเฉย บนใบหน้าไม่แสดงความเจ็บปวดออกมาแม้แต่นิดเดียว
เห็นได้ชัดว่าพลังงานประหลาดที่สามารถทำให้คนตายไปได้ในเวลา สั้นๆ มิอาจส่งผลกระทบใดๆ ต่อเขา
โหวชูหลันเงยหน้าขึ้นมองเขา ดวงตาฉายความตะลึงเล็กน้อย
เนี่ยเทียนคือเลือดผสม เรื่องนี้เป็นที่รับรู้กันถ้วนทั่ว ทว่าต่อให้เป็นชน ต่างเผ่าแท้ๆ อย่างภูตผีปีศาจหรือเผ่าโครงกระดูกที่มีชื่อเสียงเลื่องลือว่ามี เรือนกายแข็งแกร่ง หากสายเลือดยังไม่ไต่สูงถึงระดับที่แน่นอนก็ไม่ สามารถเปิดเผยเรือนกายอยู่ในทางช้างเผือกโดยตรงได้เหมือนกัน
อันที่จริงชนต่างเผ่าก็มีส่วนคล้ายคลึงกับเผ่ามนุษย์ในหลายๆ เรื่อง
ชนต่างเผ่าสายเลือดระดับแปด เลือดลมที่เข้มข้นและแฝงไว้ด้วยความ มหัศจรรย์ของพวกเขาสามารถสร้างเยื่อโลหิตที่มีประสิทธิผลคล้ายคลึงกับ ดินแดนของเผ่ามนุษย์—สามารถสกัดกั้นพลังงานเจือปนไว้ข้างนอกได้
อันที่จริงโหวชูหลันไม่สามารถวิเคราะห์ระดับสายเลือดของเนี่ยเทียน ได้
แต่นางกลับมั่นใจได้ว่าไม่ว่าสายเลือดของเนี่ยเทียนจะมีความ มหัศจรรย์แค่ไหนก็ยังไม่สูงถึงระดับแปดอยู่ดี
สายเลือดไม่ถึงระดับแปด เยื่อโลหิตก็ก่อตัวไม่ได้ หากล่องลอยอยู่ ในทางช้างเผือกเพียงลำพังก็จะไม่สามารถแบกรับการรุกรานจากพลังงาน ภายนอกได้ นี่จึงถือเป็นการแสดงออกที่ผิดปกติอีกอย่างหนึ่ง และมันก็ สร้างความตกตะลึงให้กับนางอีกครั้ง
นางจึงเข้าใจทันทีว่าก่อนหน้านั้นตอนที่ออกมาจากตำหนักหลิงอู่และ เฮ้อเหลียนสงเอ่ยเย้ยหยันว่าเนี่ยเทียนจำเป็นต้องให้มีผู้หญิงปกป้อง แท้จริงแล้วกลับเป็นแค่ความรู้อันตื้นเขินของเฮ้อเหลียนส่งฝ่ายเดียวเท่านั้น
ทั้งๆ ที่เนี่ยเทียนมีความสามารถซึ่งไม่จำเป็นต้องพึ่งพาวัตถุนอกกาย ใดๆ ไม่ต้องอาศัยดินแดนก็โบยบิยอยู่ในทางช้างเผือกได้ ทว่าเขากลับไม่ได้ ต่อปากต่อคำกับเฮ้อเหลียนสง ไม่ได้รีบร้อนพิสูจน์ตัวเอง “เขตลี้ลับ ยัง สร้างดินแดนได้ไม่สำเร็จ แต่กลับ…” หล่วนชิงหลิ่วและแดนเอตทัคคะ ขั้นต้นที่พึ่งพาโหวชูหลันเองก็ดูตกตะลึงกันไปอย่างเห็นได้ชัด
“อู้!”
เนี่ยเทียนพลันขยับร่างหลบเลี่ยงเปลวเพลิงกร่อนดินแดนไปอย่างปราด เปรียว จนกระทั่งบินมาหยุดอยู่ตรงพื้นที่ที่เยว่เหยียนสี่กับเจียงเฟิงที่มีชอบ เขตแค่แดนว่างเปล่าอยู่
เยว่เหยียนสี่และเจียงเฟิงที่เห็นดาวนำโชคของพวกเขา ดวงตาก็พลัน เป็นประกาย
“เรือดารา!”
เรือดาราที่มีเฉพาะในครอบครองของบุตรแห่งดวงดาวเจ็ดคนของ พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวถูกเนี่ยเทียนเรียกออกมา
วินาทีที่เรือดาราเผยกาย ก็ถูกพลังงานของเขากระตุ้นจนมีม่านแสง ดวงดาวส่องสว่างออกมา ในม่านแสงมีดวงดาวเป็นจุดๆ พร่างพราวซึ่ง ห่อหุ้มเรือดาราไว้อย่างแน่นหนา
“ลงมา”
เนี่ยเทียนหันไปตะโกนใส่พวกเยว่เหยียนสี่และเจียงเฟิง
คนทั้งสองปิติยินดี พวกเขาและดินแดนของพวกเขาพากันพลิ้วกายลง ไปยังเรือดารา
ในดินแดนว่างเปล่าของคนทั้งสองถูกเปลวเพลิงกร่อนดินแดนสีเขียว เข้มเผาไหม้เป็นแถบๆ และดินแดนของพวกเขาก็เริ่มเกิดลางว่าจะสลาย หายไป
ในบรรดาคนมากมายที่ร่ายดินแดนออกมา ขอบเขตของพวกเขาสอง คนต่ำสุด เป็นเพียงแค่แดนว่างเปล่า
แดนว่างเปล่าที่ถูกเปลวเพลิงกร่อนดินแดนเผาไหม้ ความเร็วในการ หลอมละลายจึงมีมากที่สุด
“อู้ๆ!”
พอเรือนกายของคนทั้งสองพลิ้วตัวลงมาในเรือดาราก็เก็บเอาดินแดน กลับไปไว้ทันที
เมื่อดินแดนหายไป พวกเขาสองคนก็นั่งขัดสมาธิอยู่ในเรือดารา
“ฟู่วๆ!”
เปลวเพลิงกร่อนดินแดนเป็นจุดๆ เป็นผืนๆ เริ่มแผ่ลามออกมาจากใน ดินแดนของพวกเขาเข้าสู่บริเวณรอบๆ เรือดารา และเริ่มแผ่ไปหาม่านแสง พร่างพราวที่เรือดาราปลดปล่อยออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ
เนี่ยเทียนหน้าเปลี่ยนสีทันควัน
ต่อให้เป็นเรือดาราที่ใช้หินดวงดาวกระตุ้นพลังงานออกมา ทว่าพอโดน เปลวเพลิงกร่อนดินแดนก็ยังคงถูกเผาไหม้ไม่ต่างกัน
เขาจึงรีบขับเรือดาราให้ออกห่างไปจากเปลวเพลิงกร่อนดินแดน โดยเร็วที่สุด
ที่น่าแปลกก็คือ เนื่องจากเยว่เหยียนสี่และเจียงเฟิงเข้ามาในเรือดารา จากนั้นก็เก็บดินแดนของตัวเองไป ทว่าเปลวเพลิงกร่อนดินแดนเป็นจุดๆ เป็นผืนๆ พวกนั้นกลับไม่ได้ติดตามดินแดนของพวกเขาเข้าไปในร่างกาย ของพวกเขาด้วย
เปลวเพลิงกร่อนดินแดนยังคงล่องลอยอยู่ในทางช้างเผือกบริเวณ ใกล้เคียงแล้วส่ายวูบวาบขยับไล่ตามไปยังดินแดนอื่นๆ ที่อยู่ใกล้เคียง
“เปลวเพลิงประหลาดนี้สามารถค้นหาปราณของดินแดนแล้วเป็นฝ่าย ขยับเข้าไปใกล้ด้วยตัวเอง!”
พริบตานั้นเนี่ยเทียนก็พลันกระจ่างแจ้ง ในที่สุดเขาก็ตระหนักได้ถึงสิ่งที่ โหวชูหลันบอกว่าความน่ากลัวที่สุดของเปลวเพลิงกร่อนดินแดนก็คือเมื่อ มันเกิดขึ้นในท้องฟ้าที่ไม่มีปราการของอาณาจักรปกป้อง
ไม่ว่าดินแดนแห่งใดของเผ่ามนุษย์ เนื่องจากมีชั้นบรรยากาศ เนื่องจาก มีม่านปราการกั้นขวาง ผู้ฝึกลมปราณเผ่ามนุษย์จึงไม่จำเป็นต้องปลดปล่อย ดินแดนออกมา
การต่อสู้ในอาณาจักร หากผู้แข็งแกร่งที่อยู่ในขอบเขตดินแดนโดนเข้า กับเปลวเพลิงกร่อนดินแดนโดยไม่ทันระวัง ขอแค่เก็บดินแดนเข้าไปก็ สามารถหลบเลี่ยงได้อย่างง่ายดาย
เมื่อดินแดนหายไป เปลวเพลิงกร่อนดินแดนอาจจะยังอยู่ ทว่ามันกลับ ไม่แทรกซอนตามเข้าไปในร่างกายของมนุษย์
เปลวเพลิงกร่อนดินแดนที่สูญเสียเป้าหมายจะไล่ตามดินแดนของเผ่า มนุษย์ไปโดยจับปราณที่พิเศษและเป็นฝ่ายขยับเข้าไปใกล้ ก่อนจะลงมือ กับเป้าหมายใหม่
รอจนเยว่เหยียนสี่และเจียงเฟิงสองคนหลุดพ้นจากการรุกรานของ เปลวเพลิงกร่อนดินแดนมาได้ เปลวเพลิงกร่อนดินแดนที่เดิมทีกัดกร่อน ดินแดนของพวกเขาก็มุ่งหน้าไปหาลูกน้องแดนเอตทัคคะของโหวชูหลัน แทน เมื่อถูกมองเป็นเป้าหมายใหม่ ผู้ฝึกลมปราณคนหนึ่งที่มีขอบเขตเป็น แดนเอตทัคคะช่วงต้นก็มีสีหน้าไม่น่ามองอย่างถึงที่สุด
“เอาล่ะ ไม่ต้องทำหน้าตาห่อเหี่ยวแล้ว เจ้าเองก็มาที่นี่เถอะ” เนี่ย เทียนยกมือขึ้นบอกเป็นนัยให้เขาเข้ามาในเรือดารา
แม้ว่าเรือดาราจะไม่ใหญ่นัก บรรจุคนได้ไม่กี่คน แต่ก็ยังพอจะเบียดกัน ได้
คนผู้นั้นมีสีหน้าตะลึงระคนดีใจ ก่อนจะพาดินแดนของตัวเองพุ่งเข้าใน เรือดาราอย่างรวดเร็วราวกับลำแสงเส้นหนึ่ง
วินาทีที่เรือนกายของเขาลอดผ่านม่านแสงดวงดาวเข้ามา ดินแดนก็ถูก เก็บไปไว้
เมื่อดินแดนหายไป เปลวเพลิงกร่อนดินแดนจำนวนมากก็ลอยไปที่อื่น เพื่อตามหาเป้าหมายต่อไปอีกครั้ง
ความหวาดหวั่นของคนผู้นั้นหายไปทันใด เขาหันมาพยักหน้า ให้กับเนี่ยเทียนพลางยกมือกุมประสาน “ขอบคุณมาก”
โดยทั่วไปแล้ว คนที่เป็นแดนเอตทัคคะแทบจะทิ้งอาวุธวิเศษประเภท บินของตัวเองไปทั้งหมด
เนื่องจากความเร็วของอาวุธวิเศษประเภทบินมักจะเทียบกับตัวพวก เขาเองไม่ได้
เว้นเสียแต่ว่าจะเป็นอาวุธวิเศษประเภทบินอย่างเรือดาราที่ถือเป็นสุด ยอดของสี่สำนักเก่าแก่ถึงจะมีความเร็วพอๆ กับดินแดนที่พวกเขาร่าย ออกมาได้
อาวุธวิเศษประเภทบินธรรมดาไม่สามารถเทียบเคียงกับอาวุธวิเศษ ประเภทบินอย่างเรือดาราและอย่างของโหวชูหลันที่ทำมาจากไม้ซึ่ง สามารถเคลื่อนไหวอยู่ในทางช้างเผือกนอกอาณาจักร ทั้งยังมี ความสามารถมหัศจรรย์ในการตัดขาดสิ่งเจือปนด้านนอกนั่นได้
ด้วยเหตุนี้ผู้ที่ถูกเปลวเพลิงกร่อนดินแดนรุกรานซึ่งหากในมือไม่มีอาวุธ วิเศษประเภทบิน ก็เป็นเพราะต่อให้มีจริง ทว่าเมื่อเอาออกมาแล้วก็ยังไม่ สามารถสกัดกั้นสิ่งเจือปนภายนอกได้อยู่ดี
ดังนั้นพวกเขาจึงไม่ต้องการทำสิ่งที่เปล่าประโยชน์
“เจ้า แล้วก็เจ้า เข้ามาในนี้เถอะ ข้าพาไปได้เท่าไหร่ก็จะเอาไปให้ ได้มากเท่านั้น”
เรือดาราบินทะยานไปหาจิ่งเฟยหยาง ซึ่งลูกน้องของโหวชูหลันที่พบ ระหว่างทาง เนี่ยเทียนก็ล้วนเรียกให้เข้ามาอยู่ในเรือดารากันหมด
อีกฝั่งหนึ่ง
โหวชูหลันเห็นว่าเนี่ยเทียนโดยสารเรือดาราและเริ่มช่วยลูกน้องของ นาง นางก็พลันคืนสติ
นางจึงเลียนแบบเนี่ยเทียนโดยการเรียกให้คนที่อยู่ใกล้เคียงขยับเข้ามา ด้านในใช้อาวุธวิเศษประเภทบินของตัวเอง
ขอบเขตของม่านแสงที่ปลดปล่อยออกมาจากในอาวุธวิเศษประเภท บินสองลำมีน้อยมาก เหมือนปลาสองตัวที่ว่ายวนลอดทะลวงอยู่ในเปลว เพลิงกร่อนดินแดนมากมาย คอยรับผู้แข็งแกร่งมาอย่างต่อเนื่อง
ไม่นานแม้แต่จิ่งเฟยหยางก็เข้ามาอยู่ในเรือดาราด้วย
และเวลานี้เรือดาราของเนี่ยเทียนก็เบียดเสียดกันจนแน่นขนัดแล้ว
ยังดีที่มีโหวชูหลันอยู่ด้วย นางช่วยแบ่งเบาภาระให้กับเขา ทำให้เขาไม่ จำเป็นต้องใช้เรือดาราลำเดียวบรรทุกคนทุกคน
“มาแล้ว!”
ยังไม่ทันที่แดนเอตทัคคะจะถูกรับตัวไปหมด เนี่ยเทียนก็พลันหน้า เปลี่ยนสี สายเลือดแห่งชีวิตสัมผัสได้ถึงปราณเลือดลมมากไพศาลหลายขุม ที่ทำให้หัวใจของเขาเลือดเต้นรัวแรง
เขารู้ดีว่าผู้แข็งแกร่งของชนต่างเผ่าต้องส่งเรือใบมาก่อนแล้วค่อย ติดตามมาภายหลัง
“เทพธิดา! การต่อสู้จะเกิดขึ้นที่นี่ไม่ได้เด็ดขาด!” หล่วนชิงหลิ่วยืนอยู่ ข้างกายโหวชูหลัน ซึ่งนางเองก็สัมผัสได้ถึงกระแสจิตวิญญาณหลายขุมที่ทำ ให้คนรู้สึกไม่สบายตัวที่พุ่งมาจากทิศไกลเหมือนกัน “สถานที่แห่งนี้มีเปลว เพลิงกร่อนดินแดนลอยอยู่มากเกินไป หากการต่อสู้ระเบิดขึ้นก็ยากที่พวก เราจะร่ายดินแดนออกมาได้ และนั่นจะลดทอนศักยภาพของพวกเรา ทำ ให้เรามิอาจต่อสู้กับมหาราชาของชนต่างเผ่าได้เลย”
โหวชูหลันมองการณ์ทะลุปรุโปร่งมาตั้งแต่แรกแล้ว นางรู้ว่าเมื่อมีเปลว เพลิงกร่อนดินแดนอยู่ อันดับแรกมันจะหลอมละลายดินแดนของพวกนาง ไป
ต่อให้พวกนางผ่านเคราะห์ก้าวแรกไปได้ ทว่ารอจนชนต่างเผ่าทยอย กันมาถึง สงครามระเบิดขึ้น ก็ยังต้องถูกเปลวเพลิงกร่อนดินแดนลดทอน พลังการต่อสู้อยู่ดี
เมื่อเอาดินแดนออกมาใช้ไม่ได้ ผู้ฝึกลมปราณที่แข็งแกร่งของเผ่ามนุษย์ ก็ไม่สามารถร่ายใช้วิธีการและเวทคาถามากมายออกมาได้
พวกเขาจะได้แต่ซ่อนตัวอยู่ในอาวุธวิเศษประเภทบินที่พิเศษสองลำซึ่ง มีพื้นที่แคบอย่างถึงที่สุด และหากเรือดารากับอาวุธวิเศษประเภทบินที่ทำ มาจากไม้ของนางระเบิดแตกเมื่อไหร่ ไม่จำเป็นต้องให้ชนต่างเผ่าลงมือ ผู้ที่ มีขอบเขตดินแดนก็จะไม่มีทางแบกรับการโจมตีของสิ่งสกปรกนอก อาณาจักรและต้องตายอยู่ในทางช้างเผือกเสียเอง
โหวชูหลันร้อนใจราวกับมีไฟลน รีบไปรับคนที่เหลืออยู่เข้ามาในอาวุธ วิเศษประเภทบินของตัวเองจนหมด
“เนี่ยเทียน! รีบออกไปจากพื้นที่แห่งนี้เถอะ!” นางตะโกนเสียงดัง “มี เพียงไปให้พ้นจากพื้นที่ที่มีเปลวเพลิงกร่อนดินแดนเท่านั้น พวกเราถึงจะมี เหลือพลังในการต่อสู้!”
“ทราบแล้ว!”
หินดวงดาวหลายก้อนหลุดจากมือเนี่ยเทียนไปอยู่ตรงพื้นของเรือดารา
หินดวงดาวพลันเปลี่ยนมาเป็นฝุ่นผงในเสี้ยววินาที พลังดวงดาวที่ เหลืออยู่ข้างในถูกดึงไปเกลี้ยงทันตาเห็น!
เรือดาราเป็นเหมือนสายฟ้าที่บรรจุคนมากมายให้ลอดทะลวงไปตาม ช่องว่างระหว่างเปลวเพลิงกร่อนดินแดน ใช้ความเร็วที่มากที่สุดเท่าที่เขา จะกระตุ้นได้หนีออกไปจากพื้นที่อันตรายแห่งนี้
“อู้!”
จู่ๆ ก็มีเผ่าทมิฬคนหนึ่งขยับเข้ามาถึงก่อนเป็นอันดับแรก
“สายเลือด”
เขาอุทานเบาๆ ด้วยภาษาเผ่าทมิฬที่มีท่วงทำนองเป็นเอกลักษณ์
ตอนที่เขาเข้ามาใกล้ เปลวเพลิงกร่อนดินแดนเป็นกลุ่มๆ ที่เผาไหม้ไป ทั่วผืนฟ้าคล้ายได้รับจิตสำนึกแห่งชีวิตจึงเปลี่ยนจากสภาวะที่ตามหาตาม สัญชาตญาณมาเป็นฝ่ายไล่ตามเรือดาราและอาวุธวิเศษประเภทบินของ โหวชูหลัน
เปลวเพลิงกร่อนดินแดนเหมือนทั้งโคมไฟสีเขียวและเหมือนทั้งลำแสงสี เขียวที่แบ่งออกเป็นสองแถบพื้นที่ซึ่งปิดผนึกพื้นที่เคลื่อนไหวของเนี่ยเทียน และโหวชูหรันเป็นวงกว้าง
ในความรู้สึกของเนี่ยเทียน เปลวเพลิงกร่อนดินแดนคล้ายฟ้าดินผืน หนึ่งที่แผ่มาปกคลุมเขาเอาไว้
ม่านแสงที่เรือดาราปลดปล่อยออกมากลายมาเป็นเป้าหมายแรกของ เปลวเพลิงกร่อนดินแดน หากถูกแตะต้องไปมากกว่านี้และม่านแสงหลอม ละลายจนหมด นอกจากเขาแล้ว แดนว่างเปล่าและแดนเอตทัคคะคน อื่นๆ จะไม่สามารถแบกรับการโจมตีของสิ่งสกปรกนอกอาณาจักรได้เลย
อีกอย่างพวกเขายังไม่สามารถใช้ดินแดนได้ หากใช้ดินแดนเมื่อไหร่ก็มี แต่จะถูกเปลวเพลิงกร่อนดินแดนกัดกร่อนเท่านั้น
สถานการณ์ที่เพิ่งจะดีขึ้นมาได้เล็กน้อยกลับเปลี่ยนมาเป็นอันตราย อย่างใหญ่หลวงอีกครั้งเพราะการมาถึงของเผ่าทมิฬผู้นั้น
——