ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 1056 ต้นก ำเนิดแห่งหมื่นโลกันตร์!
เปลวเพลิงกร่อนดินแดนมาจากอาณาจักรของเผ่าทมิฬ มีทงโยวต้าจุน ของเผ่าทมิฬเป็นผู้สร้างขึ้นมา
วัตถุชิ้นนี้สร้างขึ้นเพื่อกำราบผู้แข็งแกร่งขอบเขตดินดนของเผ่ามนุษย์ โดยเฉพาะ ชื่อเสียงของมันโด่งดังไปทั่ว
ทว่าอันที่จริงจำนวนของเปลวเพลิงกร่อนดินแดนนั้นมีอยู่น้อยมาก ทง โยวต้าจุนหลอมวัตถุชิ้นนี้ขึ้นมาก็ต้องเปลืองแรงกายแรงใจอย่างหนัก ทั้งยัง ต้องเผาผลาญแก่นเลือดของตัวเองถึงจะกระตุ้นให้มันเกิดขึ้นมาได้อย่าง ยากลำบาก
เปลวเพลิงกร่อนดินแดนแทบจะกัดกร่อนดินแดนของเผ่ามนุษย์ได้ ทั้งหมด แม้แต่ผู้แข็งแกร่งแดนเทพเจ้าที่หากโดนเปลวเพลิงกร่อนดินแดนก็ ยังต้องร้องโอดครวญ
เพียงแต่ว่าแดนเทพเจ้านั้นยังมีความมหัศจรรย์อีกรูปแบบหนึ่งที่ถึงแม้ ดินแดนจะยังคงถูกเปลวเพลิงกร่อนดินแดนหลอมละลาย แต่เนื่องจาก ดินแดนเทพเจ้ามีความลี้ลับไร้ที่สิ้นสุด หากคิดจะอาศัยเปลวเพลิงกร่อน ดินแดนมาสังหารแดนเทพเจ้าสักคนก็แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย
เปลวเพลิงกร่อนดินแดนทำได้แค่ลดทอนพลังการต่อสู้ของแดนเทพเจ้า ลงไปเท่านั้น
แต่หากวัตถุชิ้นนี้โดนดินแดนเอตทัคคะกับดินแดนว่างเปล่าเมื่อไหร่ ปัญหาก็จะบังเกิดทันที
โดยเฉพาะเวลาอยู่นอกอาณาจักรที่ไม่สามารถเก็บดินแดนเข้าไปได้ อย่างง่ายดาย พลังการทำลายล้างที่น่าหวาดกลัวของเปลวเพลิงกร่อน ดินแดนก็จะเปิดเผยออกมาอย่างเต็มที่
เมื่อเห็นว่าเปลวเพลิงกร่อนดินแดนเป็นกลุ่มๆ ถูกผู้แข็งแกร่งเผ่าทมิฬ ควบคุมให้ไล่กวดตามมา เนี่ยเทียนก็ให้ปวดหัวเป็นกำลัง
เปลวเพลิงกร่อนดินแดนไม่ใช่วัตถุที่จับต้องได้จริง ความเร็วยามที่ ทะยานอยู่ในทางช้างเผือกจึงมากจนน่าเหลือเชื่อ
เรือดาราเพิ่มความเร็วเต็มที่แล้ว ทว่าก็ยังมิอาจสลัดเปลวเพลิงกร่อน ดินแดนได้พ้น
“ของสิ่งนี้ควรจะจัดการอย่างไร?” เนี่ยเทียนหันไปมองผู้ฝึกลมปราณ แดนเอตทัคคะช่วงกลางคนหนึ่งที่เป็นลูกน้องของโหวชูหลัน “ไหนบอกว่า หากเก็บดินแดนไปแล้วจะมีวิธีกำจัดเปลวเพลิงประหลาดนี่ไปอย่างไรล่ะ?”
“ลาวาที่ปะทุออกมาจากภูเขาไฟหลายแห่งของเผ่ามนุษย์สามารถ หลอมละลายของสิ่งนี้ได้” คนผู้นั้นยิ้มเจื่อน “เพียงแต่ว่าลาวานั้นนอกจาก คนที่ฝึกวิชาเปลวเพลิงแล้วก็มักจะไม่สามารถเก็บเอามาได้ หากพวกเรา กลับไปยังอาณาจักรของเผ่ามนุษย์ที่มีลาวาปะทุออกมาก็ย่อมง่ายที่จะ กำจัด ทว่าตอนนี้…”
ผู้ฝึกลมปราณลูกน้องโหวชูหลันล้วนมีธาตุไม้
เพราะผู้ฝึกวิชาเปลวเพลิงส่วนใหญ่มักจะเลือกพึ่งพาโหลวหงแยนเทพ ธิดาแห่งสำนักธาตุไฟ
คนเหล่านั้นต่างก็ปรารถนาที่จะได้รับวิชาเปลวเพลิงที่ลึกลับและ บริสุทธิ์มาจากโหลวหงแยนและจากสำนัก หาใช่จากโหวชูหลัน
ด้วยเหตุนี้แดนเอตทัคคะที่ติดตามโหวชูหลันมาในครั้งนี้จึงไม่มีใครที่ เชี่ยวชาญวิชาเปลวเพลิงแล้วสะสมลาวาร้อนแรงเอาไว้แม้แต่คนเดียว
“ลาวา”
เยว่เหยียนสี่สีหน้ากระตุก หันไปมองเปลวเพลิงกร่อนดินแดนที่ตามมา ด้านหลังแล้วกล่าวว่า “ข้ามาจากสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์ของดินแดนปราการ ดวงดาว วิชาการฝึกตนของข้าก็คือพลังเปลวเพลิง โอสถวิญญาณเปลว เพลิงของข้าเคยสกัดมาจากพลังงานที่อยู่ในบ่อลาวา ทว่าตอนที่ดินแดน เปลวเพลิงของข้าก่อตัวกลับไม่มีความสามารถที่จะเผาผลาญเปลวเพลิง กร่อนดินแดนไปได้นี่นา”
“ไม่ใช่ดินแดน ไม่ใช่ปราณที่ปลดปล่อยออกมาจากโอสถวิญญาณเปลว เพลิง แต่ต้องเป็นลาวาจริงๆ ถึงจะได้” คนผู้นั้นอธิบาย “แม้ว่าดินแดนของ เจ้าที่ถูกสร้างขึ้นมาจะมีพลังงานความร้อนปะปน แต่กลับมีความ มหัศจรรย์อย่างอื่นด้วย กระแสจิตวิญญาณของเจ้า พลังวิญญาณที่ไร้ธาตุ และวัตถุดิบวิเศษมากมายต่างก็ผสานรวมอยู่ในดินแดนนั้น”
“โครงสร้างของดินแดนมีวัตถุภายนอกและความมหัศจรรย์มากมาย ก่อนหน้านี้ตอนเจ้าฝึกตนได้ดึงเอาปราณจากในบ่อลาวามา แต่ไม่รู้ว่า ปราณนั้นถูกปลดปล่อยหายไปมากน้อยแค่ไหนกว่าจะได้พลังความร้อนมา การหลอมละลายของเปลวเพลิงกร่อนดินแดนต้องใช้ลาวาที่เดือดปะทุ อย่างแท้จริง! บางทีหากโอสถวิญญาณเปลวเพลิงของเจ้าบินออกมาจากใน ร่างกายก็อาจจะพอมีประโยชน์อยู่บ้าง”
“ดินแดนใช้ไม่ได้!”
เยว่เหยียนสี่ขมวดคิ้ว “จำเป็นต้องเอาโอสถวิญญาณเปลวเพลิงออก มาถึงจะมีประโยชน์งั้นหรือ? โอสถวิญญาณหลุดออกจากร่าง มาเปิดเผย อยู่ท่ามกลางทางช้างเผือกจะต้องถูกพลังงานสกปรกแทรกซึม นี่…”
บทสนทนาของคนทั้งสองล้วนเข้าหูของเนี่ยเทียนทั้งหมด ดวงตาของ เขาจึงพลันเป็นประกาย
“เปลวเพลิง เปลวเพลิงที่มีลาวาอย่างนั้นหรือ ใช้ได้ผลจริงๆ รึ?” เขา พึมพำ ก่อนจะหยิบเอาหินดวงดาวมากกว่าเดิมมาโยนลงไปที่พื้นใต้ฝ่าเท้า ส่วนตัวเองก็พุ่งถลาออกไป
เกราะมังกรเพลิงบินทะยานตามออกมาแล้วสวมลงบนร่างเขา เปลว เพลิงลุกไหม้โชติช่วง
พลังเปลวเพลิงหลักๆ ที่เกราะมังกรเพลิงต้องการส่วนใหญ่ล้วนมาจาก การดึงเอาพลังงานออกมาจากในบ่อลาวาของภูเขาไฟแต่ละลูก
ทันใดนั้นร่างของเขาก็มีไฟลุกท่วมร่าง
เปลวเพลิงกร่อนดินแดนกลุ่มหนึ่งปะทะโดนเปลวเพลิงที่เขาปลดปล่อย ออกไปก็เกิดเสียง “ฟู่วๆ” และมีลางว่าจะหลอมละลายอย่างแท้จริง
“เกราะมังกรเพลิง!”
พอได้เห็นว่าอาวุธล้ำค่าเชื่อมโยงวิญญาณอันเลื่องชื่อของสำนักไฟแห่ง สำนักห้าธาตุถูกเนี่ยเทียนเรียกออกมา ทุกคนที่ตามหาวิธีแก้ไขปัญหาอย่าง ยากลำบากก็อดร้องอุทานอย่างตะลึงระคนดีใจไม่ได้
ความลับที่เกราะมังกรเพลิงอยู่บนร่างเนี่ยเทียนมีแค่คนไม่กี่หยิบมือ อย่างโหลวหงแยน หวงจินหนันเท่านั้นที่รู้
หลังจากที่โหลวหงแยนกลับไปยังสำนักห้าธาตุก็ยังไม่ได้บอกเรื่องนี้ให้ ใครรู้
เนื่องจากเจ้าสำนักไฟไม่ได้นั่งบัญชาการณ์อยู่ที่สำนักห้าธาตุ ดังนั้น แม้แต่เจ้าสำนักธาตุไฟก็ยังไม่รู้ว่าเกราะมังกรเพลิงที่เขาหลอมออกมา ตอนนี้ตกมาอยู่ในมือของเนี่ยเทียน
การหายไปของเกราะมังกรเพลิง สำหรับโหลวหงแยนแล้ว เดิมทีก็เป็น เรื่องอัปยศเรื่องหนึ่ง แน่นอนว่านางย่อมไม่เอาไปป่าวประกาศให้รู้กันถ้วน ทั่ว
ยามนี้เมื่อเกราะมังกรเพลิงเผยตัว ผู้แข็งแกร่งที่ติดตามโหวชูหลันต่างก็ พากันตกตะลึง
เปลวเพลิงที่เกราะมังกรเพลิงเผาผลาญออกมาใช้ได้ผลกับเปลวเพลิง กร่อนดินแดนจริงๆ
“เอ๊ะ?”
เกราะมังกรเพลิงสวมอยู่บนร่าง เนี่ยเทียนจึงสละเรือดาราทิ้ง แล้วไป เคลื่อนไหวอยู่ตรงกลางระหว่างเปลวเพลิงกร่อนดินแดน นั่นจึงทำให้เขามี การค้นพบที่น่าตะลึง
เปลวเพลิงสีส้มอมแดงกลุ่มหนึ่งพลันบินออกมาจากจุดตันเถียน ตรงหน้าท้องของเขา
เปลวเพลิงกลุ่มนี้ก็คือเมล็ดพันธ์เปลวเพลิงที่ได้มาจากการแลกเปลี่ยน แก่นเลือดแห่งชีวิตกับไฟศักดิ์สิทธิ์ในดินแดนไฟโลกันตร์
เมื่อเปลวเพลิงกลุ่มนี้ปรากฏ มันก็ปรารถนาที่จะจับเปลวเพลิงกร่อน ดินแดนนั้นมากลืนกิน ประโยชน์ของเมล็ดพันธ์สีส้มอมแดงแข็งแกร่งยิ่ง กว่าเกราะมังกรเพลิงหลายเท่าตัวนัก!
ทุกที่ที่เมล็ดพันธ์สีส้มอมแดงพุ่งผ่าน เปลวเพลิงกร่อนดินแดนเป็น กลุ่มๆ คล้ายถูกดึงดูด ถูกพลังงานที่มันแผ่ออกมาชักนำจนเป็นฝ่ายมา รวมตัวกับมันด้วยตัวเอง
เมล็ดพันธ์เปลวเพลิงสีส้มอมแดงส่งเสียงลั่นเปรี๊ยะปร๊ะ บางครั้งก็หด เล็กลง บางครั้งก็ขยายใหญ่
และตอนที่มันพองขยาย เปลวเพลิงกร่อนดินแดนก็จะหายไปทีละนิด
เผ่าทมิฬผู้นั้นพอเห็นว่าท่าไม่ดีก็หน้าเปลี่ยนสี รีบใช้พลังแห่งชีวิตทันที
ทว่าในเวลานี้ เปลวเพลิงกร่อนดินแดนมากมายก็เหมือนจะไม่ถูก สายเลือดของเขาควบคุมอีกต่อไป
“ศิษย์พี่หญิงโหว! มาหาข้า!” เนี่ยเทียนหัวเราะเสียงแปร่ง ในที่สุดก็หา วิธีทีที่จะจัดการเปลวเพลิงกร่อนดินแดนได้สำเร็จ
เมล็ดพันธ์เปลวเพลิงที่ไฟศักดิ์สิทธิ์จากดินแดนไฟโลกันตร์มอบให้เขา เหมือนจะกลายมาเป็นภูตแห่งเปลวเพลิงที่ลึกลับที่สุดของฟ้าดินแห่งนี้!
ตอนนั้นที่เมล็ดพันธ์เปลวเพลิงล่องลอยอยู่ในทะเลทรายของแผ่นดิน ลอยตัวซึ่งฝังศพของมังกรเพลิงไว้ มันก็สามารถดึงเอาพลังงานความร้อน มาจากใต้ดินทั้งๆ ที่อยู่ภายใต้พลังสายเลือดเปลวเพลิงอันพลุ่งพล่าน
ตอนนี้เมื่ออยู่นอกทางช้างเผือก แม้แต่เปลวเพลิงกร่อนดินแดนของเผ่า ทมิฬก็ยังถูกกำราบไปด้วยเหมือนกัน
โหวชูหลันที่ถูกเปลวเพลิงกร่อนดินแดนไล่ตามจนร้อนรนกระวน กระวาย พอได้ยินเสียงตะโกนของเขาก็เพ่งสมาธิไปมองด้วยความปิติยินดี ล้นเหลือ
ก่อนหน้านี้อาวุธวิเศษประเภทบินของนางแยกทางกับเนี่ยเทียนด้วย ความตั้งใจ เพราะเป็นกังวลว่าจะถูกเปลวเพลิงกร่อนดินแดนรวบจัดการ พวกเขาหมดทีเดียว
ตอนนี้เนี่ยเทียนออกมาจากเรือดารา ไม่รู้ว่าทำไมเปลวเพลิงกร่อน ดินแดนมากมายที่ไล่ตามเรือดารามาถึงหายไปเป็นจำนวนมาก นั่นจึงทำให้ นางมีความหวัง
นางรีบเปลี่ยนทิศทาง ขยับเข้าไปใกล้เนี่ยเทียน
“เปลวเพลิงสีส้มอมแดงกลุ่มหนึ่ง แม้แต่เปลวเพลิงกร่อนดินแดนก็ยัง หลอมละลายได้ ดูท่าแล้วยังสามารถดูดซับเอามันมาได้ด้วย!” หล่วนชิง หลิ่วมองไกลๆ ไปแวบหนึ่งก็ตื่นตะลึงจนปากอ้าตาค้างไปเหมือนกัน “ข้ารู้ แค่ว่าลาวาใต้ปฐพีสามารถกรอกเทเข้าหาเปลวเพลิงกร่อนดินแดนได้ ทว่า สิ่งที่สามารถดูดซับวัตถุประหลาดเช่นนี้ ข้าไม่เคยแม้แต่จะได้ยินมาก่อน”
บัดนี้วิธีการที่เนี่ยเทียนร่ายใช้ออกมาทำให้นางรู้สึกชื่นชมจากใจจริง
“เมล็ดพันธ์เปลวเพลิงสีส้มอมแดงสามารถกลืนกินเปลวเพลิงกร่อน ดินแดนได้” เยว่เหยียนสี่จากสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์ถลึงตามองเมล็ดพันธ์เปลว เพลิงกลุ่มนั้นพลางพึมพำเบาๆ “ดูเหมือนว่าข้าจะเคยได้ยินเรื่องเกี่ยวกับ
ต้นกล้าเปลวเพลิงแบบนี้มาก่อน สีส้มอมแดง สามารถดูดซับพลังเปลว เพลิงได้หลายชนิด นี่ก็คือไฟศักดิ์สิทธิ์ของดินแดนไฟโลกันตร์!”
เยว่เหยียนสี่ตัวสั่นสะท้านน้อยๆ ดวงตาโชนแสงคมกริบ
“ไม่ผิดแน่ ไม่ผิดแน่นอ!น ในบรรดาต้นกำเนิดเปลวเพลิงทั้งหมดที่ข้า รู้จัก มีเพียงของสิ่งนั้นเท่านั้นที่จะมีความมหัศจรรย์เช่นนี้ได้!”
“เปลวเพลิงกลุ่มนั้นมาจากนอกโลก เคยทำลายดินแดนไฟโลกันตร์ ทำ ให้อาณาจักรเปลวเพลิงแต่ละแห่งถูกเผาจนมอดไหม้! มีเพียงไฟศักดิ์สิทธิ์ นั่นเท่านั้นที่ถึงจะมีความมหัศจรรย์ได้ถึงเพียงนี้ มันคือต้นกำเนิดแห่งหมื่น โลกันตร์!”
เยว่เหยียนสี่อารมณ์ฮึกเหิม
สำนักไฟศักดิ์สิทธิ์ของพวกเขาก่อตั้งขึ้นมาในดินแดนปราการดวงดาวก็ เพราะผู้โชคดีที่รอดชีวิตมาจากดินแดนไฟโลกันตร์
ในคัมภีร์ของสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์มีบันทึกมากมายที่เกี่ยวข้องกับเปลว เพลิงสีส้มอมแดงที่มาจากนอกโลก ซึ่งสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์เรียกมันว่าต้น กำเนิดแห่งหมื่นโลกันตร์!
สำนักไฟศักดิ์สิทธิ์ตั้งชื่อนี้ขึ้นมาก็เพราะหวาดกลัวและเลื่อมใสในเปลว เพลิงกลุ่มนั้น!
“ต้นกำเนิดแห่งหมื่นโลกันตร์! นั่นคือต้นกำเนิดแห่งหมื่นโลกันตร์ คือ ไฟศักดิ์สิทธิ์หนึ่งเดียวไม่มีสองในโลก!”
เยว่เหยียนสี่คำรามดังลั่น
และเวลานี้เอง เปลวเพลิงกร่อนดินแดนที่ติดตามเรือดารามาก็ถูกเมล็ด พันธ์เปลวไฟสีส้มอมแดงกลุ่มนั้นกลืนกินไปแล้วเกินครึ่ง
เรือดาราพลันหยุดชะงัก
ผู้แข็งแกร่งขอบเขตดินแดนแต่ละคนพุ่งตัวออกมาจากเรือดาราแล้ว ร่ายดินแดนของตัวเองออกมา
ในบรรดานั้นมีหลายคนที่จ้องมองไปยังผู้แข็งแกร่งเผ่าทมิฬคนนั้นด้วย สายตาเย็นชา แล้วพุ่งเข้าไปเข่นฆ่า
เนี่ยเทียนที่บนร่างสวมเกราะมังกรเพลิงหัวเราะร่าอย่างบ้าคลั่ง เป็น ฝ่ายขยับเข้าไปใกล้โหวชูหลันด้วยตัวเอง
——