ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 1058 ทำลายพันธนาการ
“คนมากันครบแล้ว”
ฝูหลัวซือเท่อหัวเราะเบาๆ หนึ่งทีแล้วก็พึมพำเหมือนพูดอยู่กับตัวเอง “โชคดีไม่น้อย ไม่เพียงแต่สามารถสังหารเทพธิดาของสำนักไม้ ยังมีบุตร แห่งดวงดาวของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวมาเป็นตัวแถมอีกหนึ่ง และ ไข่มุกวิญญาณมืดที่หายสาบสูญไปนานเม็ดนั้นก็ควรกลับคืนสู่เผ่าพันธ์ข้าได้ แล้ว”
ตอนอยู่ในสนามรบสุ้ยเมี่ย เขาก็ปรารถนาอยากครอบครองไข่มุก วิญญาณมืดแล้ว
ทว่าปีนั้นตอนที่เขาเคลื่อนไหวอยู่รอบนอกสนามรบสุ้ยเมี่ย กลับไม่มีผู้ แข็งแกร่งในเผ่าอยู่เป็นเพื่อนด้วย
เขาถูกบีบให้ต้องร่วมมือกับกู่ถ่าซือและพ่าเก๋อเซิน แต่ก็ยังไม่สามารถ ช่วงชิงไข่มุกวิญญาณมืดมาได้สำเร็จ นี่จึงทำให้เขาเสียดายอย่างยิ่ง
ตอนนี้เมื่อผู้แข็งแกร่งในเผ่ามาด้วย พลังการต่อสู้ของเผ่าอสูรกายพวก เขาก็เหนือกว่าโหวชูหลันและลูกน้องอย่างเห็นได้ชัด ใจที่อยากครอบครอง ไข่มุกวิญญาณมืดจึงบังเกิดขึ้นอีกครั้ง
“ฟูุวๆๆ!”
เปลวเพลิงกร่อนดินแดนยังคงถูกเมล็ดพันธ์เปลวเพลิงสีส้มอมแดงกลืน กินอย่างต่อเนื่อง และไม่นานเปลวเพลิงกร่อนดินแดนที่มีอยู่ไม่มากก็ เหลืออยู่แค่ไม่กี่หยิบมือ
ไม่ว่าเผ่าทมิฬที่ถูกฝูหลัวซือเท่อเชิญมาโดยเฉพาะคนนั้นจะใช้สายเลือด อย่างไรก็ไม่สามารถเรียกเปลวเพลิงกร่อนดินแดนกลับคืนไปได้
ฝูหลัวซือเท่อไม่ลงมือ เขาจึงได้แต่มองดูเปลวเพลิงกร่อนดินแดนที่ล้ำ ค่าถูกเมล็ดพันธ์เปลวทยอยดูดซับไป
เผ่าทมิฬผู้นั้นมีสีหน้าเสียดายอย่างสุดซึ้ง
“ฆ่า” ฝูหลัวซือเท่อพลันยกมือขึ้นชี้ไกลๆ ไปยังพวกโหวชูหลัน “อย่า ให้เหลือรอด”
ไฟสงครามพลันถูกจุดขึ้นมาเพียงเพราะประโยคนั้นของเขา
ทันใดนั้นนักรบเผ่าอสูรกายสายเลือดระดับแปด ระดับเก้าก็เริ่มเปิด ฉากเข่นฆ่ากับพวกหล่วนชิงหลิ่ว จิ่งเฟยหยาง
ดินแดนของพวกหล่วนชิงหลิ่วถูกเรียกออกมาอีกครั้ง
เปลวเพลิงกร่อนดินแดนที่เหลืออยู่แค่ปูวนเปี้ยนอยู่รอบๆ เนี่ยเทียน เท่านั้น พวกเขาจึงจงใจออกห่างจากจุดที่เนี่ยเทียนอยู่
เมื่อไม่มีภัยคุกคามจากเปลวเพลิงกร่อนดินแดน ดินแดนของเผ่ามนุษย์ จึงสามารถร่ายออกมาได้เต็มที่คล้ายภาพวาดสวยงามที่ถูกคลี่ออกโดยไม่ จำเป็นต้องระมัดระวังอีกต่อไป
อาวุธวิเศษมากมายส่องแสงเจิดจ้าอยู่ในดินแดนของพวกเขา แสดง พลังอำนาจที่แตกต่างกัน
“สายเลือดระดับเจ็ด ต่อให้เป็นทายาทของต้าจุน แต่ก็ไม่ร้ายกาจ ตรงไหน” โหวชูหลันสีหน้าเย็นชา “อย่านึกว่าแผนการที่วางไว้อย่างดี
จะต้องสำเร็จเสมอไป ทั้งๆ ที่ข้ารู้ว่าฉิวหันซานทรยศแต่กลับกล้าบุกเข้ามา เจ้านึกจริงๆ หรือว่าตัวเองยังควบคุมสถานการณ์อยู่ได้?”
ยามที่ผู้แข็งแกร่งเขตดินแดนต่างก็เปิดฉากต่อสู้กับเหล่าอสูรกาย นางก็ สละอาวุธวิเศษประเภทบินลำนั้นทิ้งแล้วแผ่ดินแดนของตัวเองออกมา
ในฐานะทีเป็นเทพธิดาของสำนักไม้ โหวชูหลันที่เชี่ยวชาญพลังพืชหญ้า คือแดนว่างเปล่าช่วงท้าย
ดินแดนพืชหญ้าของนางสวยงามจับตา คือทะเลสาบสีเขียวมรกตผืน หนึ่ง ซึ่งในทะเลสบมีดอกบัวผลิบานชูช่อ ทั้งกลางทะเลสาบยังมีเกาะเล็กๆ อยู่อีกเกาะหนึ่ง
บนเกาะปลูกไม้ไผ่สีเขียวโปร่งใส ไม้ไผ่แต่ละลำล้วนปล่อยปราณพืช หญ้าที่บริสุทธิ์อย่างถึงที่สุดออกมา
ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นเพียงภาพมายา ราวกับว่าพลังพืชหญ้าได้ผสานรวม กับกระแสจิตวิญญาณของโหวชูหลัน รวมไปถึงความรู้ที่นางมีต่อพลังพืช หญ้า และก่อตัวขึ้นมาได้สำเร็จ
ผู้ฝึกลมปราณเผ่ามนุษย์ที่ต่อให้ฝึกธาตุเดียวกัน ทว่าดินแดนของทุกคน กลับแตกต่างกัน
ดินแดนพืชหญ้าของหล่วนชิงหลิ่วนั้นเป็นผืนปุารกครึ้ม เต็มไปด้วยต้น หลิว
ดินแดนพืชหญ้าของนางคือแดนเอตทัคคะ มองดูแล้วไม่มีความรู้สึก เหมือนเป็นภาพมายา แต่เหมือนของจริงมากกว่า
แดนว่างเปล่าของโหวชูหลันที่แม้จะเป็นเงามายาเหมือนบุปผาใน กระจก จันทราในผืนน้ำ ทว่าพอร่ายออกมาแล้วบินเข้าหาฝูหลัวซือเท่อ แห่งเผ่าอสูรกาย พลังดินแดนอันเป็นเอกลักษณ์ของนางกลับยังคุกคามฝู หลัวซือเท่อได้อยู่ดี
ฝูหลัวซือเท่อที่พอเห็นว่าดินแดนพืชหญ้าผืนนั้นขยับเข้ามาใกล้ สีหน้า ของเขาก็พลันเคร่งเครียด ก่อนจะกระตุ้นใช้พรสวรรค์ทางสายเลือดอย่าง เงียบเชียบ
“หวีดๆๆ!”
ซากวิญญาณในหัวกะโหลกที่เขาเหยียบอยู่ใต้ฝุาเท้าพลันส่งเสียงร้องซึ่ง มีเพียงจิตวิญญาณของโหวชูหลันเท่านั้นที่ถึงจะได้ยิน
หัวกะโหลกพลันแยกห่างจากเขาแล้วตรงดิ่งเข้าหาดินแดนพืชหญ้าของ โหวชูหลัน ทันใดนั้นหัวกะโหลกใหญ่โตก็ระเบิดออก กลายมาเป็นซาก วิญญาณหลายพันเส้นที่พุ่งทะลวงเข้าไปในดินแดนพืชหญ้าของโหวชูหลัน
ทะเลสาบสีมรกตเดิมทีสงบไร้คลื่น ทว่าจู่ๆ กลับมีริ้วคลื่นงดงาม กระเพื่อมขึ้นมา
น้ำทะเลสาบสั่นไหวน้อยๆ ก่อนที่วงแสงสีเขียวอ่อนหลายวงจะบิน ออกมาจากทะเลสาบแล้วตรงเข้าโรมรัมกับซากวิญญาณ คล้ายกองทัพสอง กองที่เข่นฆ่ากัน
เนี่ยเทียนไม่ได้เข้าร่วมการต่อสู้ เพียงเรียกเรือดารากลับมา
เรือดาราบินมาอยู่ในมือ เขาก็มองไปยังการต่อสู้ระหว่างฝูหลัวซือเท่อ กับโหวชูหลันด้วยสายตาเย็นชา
เห็นได้ชัดว่าโหวชูหลันเป็นฝุายได้เปรียบ
ซากวิญญาณที่แยกออกมาจากหัวกะโหลกของฝูหลัวซือเท่อไม่สามารถ ฝุาเข้าไปในทะเลสาบและตรงเข้าไปทำลายเกาะที่เต็มไปด้วยปุาไผ่เขียวขจี แห่งนั้นได้
เกาะนั้นต่างหากถึงจะเป็นต้นกำเนิดพลังงานของโหวชูหลันอย่าง แท้จริง และตัวนางเองก็นั่งอยู่บนเกาะมายาแห่งนั้นพลางใช้สายตาเหยียด หยามมองมายังฝูหลัวซือเท่อ
การต่อสู้ของฝุายอื่นๆ ก็มีแดนเอตทัคคะและแดนว่างเปล่าที่รับมือกับ อสูรกายระดับแปดกับมหาราชาระดับเก้า
คนของเผ่าอสูรกายมีสายเลือดแข็งแกร่งอยู่ไม่น้อย ตามความเห็นของ เนี่ยเทียน อสูรกายถือว่าเป็นฝุายได้เปรียบชั่วขณะ หากไม่มีเรื่องไม่คาดคิด เกิดขึ้น โหวชูหลันต้องเป็นฝุายพ่ายแพ้แน่นอน
แต่เนี่ยเทียนรู้ดีว่า เรื่องไม่คาดคิด ต้องมาเยือนอยู่แล้ว
ที่โหวชูหลันและหล่วนชิงหลิ่วสุขุมได้ถึงเพียงนี้ ทั้งๆ ที่รู้ว่าตกเป็นร้อง แต่กลับไม่มีใครหนีไป ทั้งยังไม่มีใครพูดเกลี้ยกล่อมโหวชูหลัน นอกจาก เชื่อมั่นในศักยภาพของโหวชูหลันแล้ว ยังเป็นเพราะมีที่พึ่งอย่างอื่นอยู่อีก ด้วย
เฮ้อเหลียนสงแห่งหอทอดฟูาก็คือที่พึ่งของพวกเขา
หล่วนชิงหลิ่วส่งข่าวติดต่อไปหาเฮ้อเหลียนสงอย่างลับๆ นานแล้ว อีก ทั้งผืนฟูาที่โอบล้อมอาณาจักรของสำนักแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ก็ไม่ กว้างขวางนัก
ด้วยความเร็วของพวกเฮ้อเหลียนสง เมื่อได้รับข่าวต้องรีบรุดมาที่นี่ แน่นอน
ขอแค่พวกโหวชูหลันยืนหยัดได้ระยะเวลาหนึ่ง รอจนเฮ้อเหลียนสงกับ ลูกน้องมาถึง สถานการณ์ก็จะต้องพลิกผันในชั่วพริบตา เมื่อถึงเวลานั้น ฝุายที่ต้องหนีก็ต้องเป็นเผ่าอสูรกายเท่านั้น
“ฟูุว!”
เปลวเพลิงกร่อนดินแดนผืนสุดท้ายถูกเมล็ดพันธ์เปลวเพลิงสีส้มอมแดง กลืนกินเข้าไป เนี่ยเทียนที่จิตวิญญาณเชื่อมอยู่กับเมล็ดพันธ์เปลวเพลิง สัมผัสได้ถึงความปิติยินดีและความพึงพอใจของมันอย่างชัดเจน
เมล็ดพันธ์เปลวเพลิงเป็นฝุายบินมาหาเขา
เมื่อเนี่ยเทียนส่งความต้องการออกไป เมล็ดพันธ์เปลวเพลิงก็เข้าไปใน มหาสมุทรวิญญาณจุดตันเถียนของเขาแล้วจมลงไปในโอสถวิญญาณเปลว เพลิงเม็ดนั้นอีกครั้ง
และวินาทีที่เมล็ดพันธ์เปลวเพลิงหายเข้าไปในโอสถวิญญาณ เนี่ยเทียน ก็พลันตัวสั่นเทิ้ม ดวงตาฉายประกายปิติยินดี
บัดนี้เขามั่นใจมากว่า ขอแค่เขาลงมือฝุาทะลุขั้นก็จะสามารถข้ามผ่าน ปราการขอบเขต เลื่อนจากเขตลี้ลับเข้าสู่เขตวิญญาณได้อย่างราบรื่น!
“ทำไมถึงเป็นเช่นนี้ล่ะ? สิ่งที่พันธนาการการฝุาทะลุขั้นของข้าเอาไว้ ทั้งๆ ที่ข้าสัมผัสได้ถึงปราการนั่นแต่กลับข้ามผ่านไปสู่เขตวิญญาณไม่ได้ สาเหตุเป็นเพราะเมล็ดพันธ์เปลวเพลิงงั้นหรือ?”
“เนื่องจากเมล็ดพันธ์เปลวเพลิงกลืนกินเปลวเพลิงกร่อนดินแดนไปเป็น จำนวนมากจึงเกิดการเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง ถึงได้ทำให้ข้าฝุาทะลุขั้นสำเร็จ งั้นรึ?”
เนี่ยเทียนทั้งตกใจทั้งดีใจ เขารู้ดีว่าขอแค่เขาต้องการ เขาก็สามารถ เลื่อนสู่เขตวิญญาณได้ทันที
ทว่าสถานการณ์ในตอนนี้ หากบุ่มบ่ามเลื่อนสู่เขตวิญญาณ อาจไม่ใช่ เรื่องดี เพราะมันจะมาพร้อมกับความอันตรายมากมายที่คาดไม่ถึง
ดังนั้นเขาจึงระงับความต้องการในการฝุาทะลุขั้นเอาไว้
“เจ้าทำลายเปลวเพลิงกร่อนดินแดนของข้า ข้าจะให้เจ้าตาย!”
หลังจากสงครามระเบิดปะทุ เผ่าทมิฬคนนั้นก็หมายหัวเนี่ยเทียนไว้ แล้ว ฉวยโอกาสที่ทุกคนไม่สนใจ เขาจึงแอบขยับเข้ามาใกล้อย่างเงียบ เชียบ
เลือดลมสีเขียวเข้มซึ่งแฝงไว้ด้วยกลิ่นแห่งการเน่าเปื่อยชวน สะอิดสะเอียนคล้ายทะเลผืนหนึ่งที่แผ่เข้าหาเนี่ยเทียน
เนี่ยเทียนหลุดหัวเราะดังพรืด “เจ้านึกจริงๆ หรือว่าจะสังหารข้าได้? กะอีแค่เผ่าทมิฬสายเลือดระดับแปด มีเพียงเปลวเพลิงกร่อนดินแดน เท่านั้นแหละที่พอจะดูได้ แต่อย่างอื่น ไม่มีค่าพอให้พูดถึงเลยจริงๆ”
ตอนที่เลือดลมของเขายังไม่แทรกซึมเข้ามาในม่านแสงของเรือดารา เนี่ยเทียนก็แอบหยิบท่อนกระดูกของสัตว์ยักษ์มวลดาราออกมารออย่างไม่ รีบไม่ร้อนแล้ว
ก่อนจะมาที่นี่ เขาที่รู้ว่าต้องร่วมศึกการต่อสู้จึงไปเอาท่อนกระดูกมา จากท้องฟูานอกอาณาจักรวอหลิว
“ไป!”
ท่อนกระดูกของสัตว์ยักษ์มวลดาราถูกเนี่ยเทียนโยนออกไป มันจึง กลายมาเป็นเหมือนรุ้งยาวที่พุ่งทะยาน
จิงชี่เลือดเนื้อที่เข้มข้นและเดือดพล่านไหลบ่าออกมาจากกระดูกท่อน นั้น ก่อนที่ท่อนกระดูกจะกลายเป็นลำแสงเจิดจรัสที่พุ่งแทงเข้าไปยังทะเล เลือดลมของเผ่าทมิฬผู้นั้น
ทะเลเลือดลมของเผ่าทมิฬมีพิษร้ายแฝงเร้น ซึ่งสามารถทำให้เลือดเนื้อ ของสิ่งมีชีวิต หรือแม้แต่วัตถุปนเปื้อนสกปรก
ทว่ากระดูกของสัตว์ยักษ์มวลดาราที่ว่ายวนอยู่ในทะเลเลือดลมผืนนั้น กลับไม่ได้รับผลกระทบใด
เสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดดังแหวกอากาษมาจากจุดลึกของ ทะเลเลือดลมเผ่าทมิฬสายเลือดระดับแปด
ทะเลเลือดลมสีเขียวเข้มข้นคล้ายผ้าม่านที่ถูกฉีกกระชากเป็นชิ้นๆ จึง สลายกลายเป็นเศษเสี้ยว ตอนที่เรือนกายของเผ่าทมิฬสายเลือดระดับแปด ผู้นั้นเผยตัวอีกครั้ง หัวใจของเขาก็ถูกท่อนกระดูกแทงทะลุไปแล้ว
ทะเลเลือดลมสลายไปทันที เนี่ยเทียนส่ายหน้า ก่อนจะโยนไข่มุก วิญญาณมืดออกไป
ไข่มุกวิญญาณมืดบินมาถึง ดวงวิญญาณสีเขียวอึมครึมของเผ่าทมิฬ สายเลือดระดับแปดพลันถูกไข่มุกตอกตรึง ไม่ว่าจะดิ้นรนอย่างไรก็สลัดไม่ พ้นแรงดึงดูดจากไข่มุกวิญญาณมืด
เนี่ยเทียนมองเห็นว่าวิญญาณของเขากลายมาเป็นควันสีเขียวหลาย กลุ่มแล้วผสานรวมเข้าไปในไข่มุก
เวลานี้เนี่ยเทียนถึงได้ขยับเรือดาราเข้าไปตรงจุดที่ทะเลเลือดลมจาง หาย แล้วเก็บเอาศพของเผ่าทมิฬผู้นั้นมาไว้ในแหวนเก็บของ
ร่างสวมเกราะมังกรเพลิง พอเขายกมือขึ้น ท่อนกระดูกของสัตว์ยักษ์ มวลดาราก็กลับเข้ามาอยู่ในมืออีกครั้ง
บังคับเรือดารา ในมือถือท่อนกระดูก อีกมือหนึ่งมีไข่มุกวิญญาณมืด เขาก็รู้สึกเพียงความห้าวเหิม “ชนต่างเผ่าสายเลือดระดับแปด เมื่อมาอยู่ ในมือข้า กลับไม่เป็นภัยคุกคามใดๆ สามารถสังหารทิ้งได้อย่างง่ายดาย”
เขาหัวเราะเบาๆ หนึ่งที ก่อนจะขยับเข้าไปตรงจุดที่เยว่เหยียนสี่ต่อสู้ กับอสูรกายระดับแปด
ท่อนกระดูกของสัตว์ยักษ์มวลดาราถูกเขาเอามาใช้อีกครั้ง มันพลันบิน ไปยังจุดลึกของทะเลเลือดลมอสูรกาย
——