ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 1059 แม่น ้ำอสูรมำยำ
นักรบเผ่าอสูรกายสายเลือดระดับแปดคนนั้นกำลังต่อสู้กับเยว่เหยียนสี่ อย่างดุเดือด
เขาไม่ทันได้สังเกตเห็นตอนที่เนี่ยเทียนสังหารเผ่าทมิฬ ทะเลเลือดลม ของเขาคือสีเขียวขมุกขมัว ปะปนอยู่กับเศษเสี้ยววิญญาณอีกมากมาย ซึ่ง กำลังปะทะอยู่กับดินแดนเปลวเพลิงของเยว่เหยียนสี่อย่างดุเดือด
ซากวิญญาณร้องคำรามบินทะยานอยู่ท่ามกลางเปลวเพลิง เนื่องจาก ไม่มีเรือนกายที่จับต้องได้จริง พวกมันจึงไม่กลัวเปลวเพลิงที่เผาไหม้ ยังคง ขยับเข้าไปใกล้เยว่เหยียนสี่อย่างต่อเนื่อง
เห็นว่าเนี่ยเทียนโดยสารเรือดาราบินมา แต่เขากลับเลือกมองเมิน
“กะอีแค่เขตลี้ลับคนหนึ่ง”
นักรบเผ่าอสูรกายสายเลือดระดับแปดคนนั้นพึมพำหนึ่งประโยค เห็น ได้ชัดว่าไม่คิดว่าการมาของเนี่ยเทียนจะส่งผลกระทบต่อการต่อสู้ระหว่าง เขาและเยว่เหยียนสี่ได้
จนกระทั่งท่อนกระดูกของสัตว์ยักษ์มวลดาราพุ่งออกมาจากเรือดารา แล้วสัมผัสเข้ากับทะเลเลือดลมของเขา นาทีนั้นเขาถึงเพิ่งจะหน้าเปลี่ยนสี
ปราณแห่งความเก่าแก่โบราณขุมหนึ่งที่อยู่เหนือสายเลือดของเขาถูก ปล่อยออกมาจากกระดูกท่อนนั้น
ซากวิญญาณนับพันนับหมื่นที่อยู่ในทะเลเลือดลมที่พิเศษของเขาตัวสั่น โดยสัญชาตญาณ
ความทรงจำบางอย่างที่มั่นคงซึ่งนาบประทับอยู่ในส่วนลึกของ สายเลือดเขาคล้ายถูกปลุกให้ตื่นในฉับพลัน
เขาพลันบังเกิดความหวาดกลัวอย่างลึกล้ำ
ความหวาดกลัวไม่ได้มาจากเนี่ยเทียน แต่มาจากกระดูกท่อนนั้น!
“ปังๆๆ!”
พริบตาเดียวซากวิญญาณที่ถูกแก่นเลือดของเขาชุบหลอมไว้ในทะเล เลือดก็เหมือนควันที่ถูกปัดไล่
เพียงแค่ปราณที่ท่อนกระดูกแผ่ออกมาก็ทำให้ซากวิญญาณจำนวนมาก ตายไปในชั่วพริบตา
เขารีบหนีโดยใช้ความเร็วที่มากที่สุดทันที
น่าเสียดายที่ท่อนกระดูกซึ่งมีที่มาไม่แน่ชัดท่อนนั้นได้หมายหัวเขา เอาไว้แล้ว ไม่ว่าเขาจะเปลี่ยนตำแหน่งอย่างไรก็มิอาจสลัดมันได้พ้น
ในสายตาการมองเห็นของเขา ท่อนกระดูกนั้นเริ่มขยายใหญ่มากขึ้น เรื่อยๆ
เขารู้สึกเพียงว่าฟูาดินผืนนั้นถูกเติมเต็มไปด้วยกระดูกท่อนนั้น ไม่เหลือ ที่ว่างให้เขาได้หยัดยืนอยู่อีกต่อไป
เขาร้องโหยหวนด้วยความสิ้นหวัง
“สวบ!”
ท่อนกระดูกแทงทะลุหัวใจของเขาไป ทะเลเลือดลมของเขาก็จาง หายไปในบัดดล
ผลึกใสทรงปริซึมตรงกลางหว่างคิ้วพลันส่องแสงเจิดจ้า ครั้นจึงปริ ออกมาจากผิวเนื้อ หมายจะเผ่นหนี
และเวลานี้เอง ไข่มุกวิญญาณมืดก็บินทะยานมาถึง
เงาวิญญาณที่ชัดเจนของเขาเปล่งแสงวาบอยู่ในจุดลึกของผลึกใส แล้ว จู่ๆ ก็พลันบิดเบือน
“เพล้ง!”
ผลึกใสปริแตก จิตวิญญาณที่บิดเบือนอย่างต่อเนื่องของเขาเปิดเปลือย อยู่ข้างนอก
ไข่มุกวิญญาณมืดฉวยโอกาสบินโฉบลงมา จิตวิญญาณที่กว้างใหญ่ ไพศาลของเขาที่เป็นราวกับมหาสมุทรผืนใหญ่หายวับเข้าไปในไข่มุกแล้วไม่ เหลือร่องรอยอีก
เรือดาราบินมาถึง เนี่ยเทียนคว้าจับไปที่ไข่มุกวิญญาณมืด มืออีกข้าง หนึ่งคว้าจับไปที่ท่อนกระดูกของสัตว์ยักษ์มวลดาราอีกครั้ง แหวนเก็บของ บนนิ้วเปล่งแสงวาบหนึ่งทีก็เก็บเอาศพของเผ่าอสูรกายที่ต่อสู้กับเยว่เห ยียนสี่เข้าไปข้างใน
“มีศพสายเลือดระดับแปดเพิ่มขึ้นมาอีกศพหนึ่งแล้ว แถมยังเป็นระดับ แปดขั้นสูงด้วย”
เนี่ยเทียนแสยะยิ้ม สีหน้าผ่อนคลาย หันไปพูดกับเยว่เหยียนสี่ว่า “เอา ล่ะ เจ้าไปช่วยคนอื่นเถอะ ข้าจะทยอยสังหารอสูรกายระดับแปดเอง เจ้าไม่ จำเป็นต้องยื่นมือเข้าแทรก”
เยว่เหยียนสี่มีสีหน้ากระอักกระอ่วน “ข้าต่อสู้กับเขามาพักใหญ่ก็ยังไม่ รู้ว่าใครจะแพ้ใครจะชนะ แต่พอเจ้ามาก็สังหารเขาได้ในเสี้ยววินาที เฮ้อ ช่างเป็นตัวประหลาดจริงๆ ตบะแค่เขตลี้ลับแต่กลับสังหารอสูรกายระดับ แปดได้ง่ายราวกับหั่นผัก”
เขาถอนหายใจอย่างปลงอนิจจัง
นึกถึงปีนั้นตอนอยู่ในดินแดนดาวตกที่เขาได้ข่าวจากตระกูลเหลยว่า เนี่ยเทียนผ่านการประลองประตูสวรรค์ ได้รับการสืบทอดจากพระราชวัง โบราณสะเก็ดดาว เยว่เหยียนสี่ก็ให้รู้สึกโชคดีในการตัดสินใจของตัวเอง
“ยังดี ยังดีที่ปีนั้นไม่ได้คิดเหลวไหล พอได้ยินว่าเขาได้รับการสืบทอดก็ ตั้งใจผูกมิตรด้วย หากตอนนั้นไม่ได้แสดงเจตนาอันดีต่อเขา สำนักไฟ ศักดิ์สิทธิ์ของข้า สำนักต่างๆ ในดินแดนปราการดวงดาวก็คงไม่ เจริญรุ่งเรืองเฉกเช่นวันนี้ นี่เพิ่งผ่านไปได้นานเท่าไหร่เอง เขาก็สามารถ สังหารชนต่างเผ่าที่แม้แต่ข้าก็ยังรับมือได้ยากได้เสียแล้ว?”
“จากนี้ไป…”
เยว่เหยียนสี่ยิ้มขื่น เมื่อได้รับคำชี้นำจากเนี่ยเทียนก็ไม่สนใจเจียงเฟิงที่ อยู่ห่างไปไกล แต่แอบขยับเข้าไปใกล้จิ่งเฟยหยาง
เนี่ยเทียนเปลี่ยนตำแหน่งอีกครั้ง โดยการขยับเข้าไปใกล้เจียงเฟิง
จากนั้นไม่นาน คู่ต่อสู้คนนั้นของเจียงเฟิงที่เป็นอสูรกายสายเลือดระดับ แปดเช่นกันก็ถูกท่อนกระดูกของสัตว์ยักษ์มวลดาราสังหาร ช่วยเจียงเฟิงให้ หลุดพ้นไปได้
เวลานี้การดำรงอยู่ของเขาก็เริ่มชักนำให้อสูรกายคนอื่น และมหาราชา สายเลือดระดับเก้าจับตามอง
มีมหาราชาสายเลือดระดับเก้าช่วงต้นคนหนึ่ง คู่ต่อสู้ของเขาก็คือ ลูกน้องคนหนึ่งของโหวชูหลันที่เป็นแดนเอตทัคคะช่วงต้น การต่อสู้ของ สองฝุาย เห็นได้ชัดว่าเขาเป็นฝุายได้เปรียบ
“สายเลือดระดับแปดสองคนถูกเขาสังหารไปได้อย่างง่ายดาย กระดูก ท่อนนั้นคมกริบอย่างหาที่สุดไม่ได้ เกรงว่าสายเลือดระดับแปดคนอื่นก็คง ต้านทานไม่ไหวเช่นกัน”
เขาจ้องไปที่เนี่ยเทียนเงียบๆ อยู่พักหนึ่ง รอจนเขาพบว่าเนี่ยเทียนเริ่ม ขยับเรือดาราเข้าไปใกล้คนในเผ่าที่มีสายเลือดระดับแปดอีกครั้ง สีหน้าของ เขาก็เปลี่ยนมาเป็นมืดทะมึน
“ซ่าวจุน!” เขาตะโกนขึ้นมา
ฝูหลัวซือเท่อยังคงประมืออยู่กับโหวชูหลัน ซึ่งเขาไม่ได้สนใจมองว่าเนี่ย เทียนทำอะไร
กลับเป็นโหวชูหลันเสียอีกที่แอบจับตามองทุกการกระทำของเนี่ยเทียน เงียบๆ มาตั้งแต่ต้น
พอได้ยินเสียงคนผู้นั้นตะโกน ฝูหลัวซือเท่อจึงส่งกระแสจิตวิญญาณ เสี้ยวหนึ่งไปสื่อสารกับอีกฝุาย
ทันใดนั้นฝูหลัวซือเท่อก็หยุดประมือกับโหวชูหลัน
ซากวิญญาณมากมายที่แยกมาจากหัวกะโหลกของเขายังคงเคลื่อนไหว อยู่ในดินแดนพืชหญ้าของโหวชูหลัน ส่วนตัวเขานั้นสวมเสื้อเกราะหนักอึ้ง บินไปหาเนี่ยเทียน
“หนีแล้วรึ?” โหวชูหลันหลุดหัวเราะพรืด
“คู่ต่อสู้ของเจ้า ตอนนี้คือข้าแล้ว” มหาราชาเผ่าอสูรกายสายเลือด ระดับเก้าขั้นต้นคนนั้นใช้ทะเลเลือดลมของเขาปกคลุมคู่ต่อสู้ของเขา รวม ไปถึงโหวชูหลันให้อยู่ด้านใน
โหวชูหลันถึงเพิ่งสังเกตเห็นว่าฝูหลัวซือเท่อจากไปเพราะคิดจะจัดการ กับเนี่ยเทียน
“ทายาทผู้สืบทอดสายเลือดของหมิงเหอต้าจุนอย่างนั้นหรือ” โหวชูห ลันหรี่ตามองเขาที่บินจากไปพลางพึมพำเบาๆ “ขนาดอสูรกายสายเลือด ระดับแปดเนี่ยเทียนยังสามารถสังหารได้ ซ่าวจุนคนนี้จะสร้างปัญหา ให้กับเนี่ยเทียนได้จริงๆ หรือ?”
นางส่ายหัวอย่างไม่เห็นด้วย
หลังจากนั้นนางก็เอาความสนใจทั้งหมดไปไว้ที่คู่ต่อสู้คนใหม่ที่อยู่เบื้อง หน้า
“เนี่ยเทียน!”
ฝูหลัวซือเท่อตะโกนเสียงดัง เสื้อเกราะประหลาดที่อยู่บนร่างมีลายเส้น ราวกับเส้นชีพจรลอยขึ้นมา
ปราณอสูรเข้มข้นไหลทะลักออกมาจากในเสื้อเกราะ คลื่นเลือดลม ของฝูหลัวซือเท่อพลันเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าตัว
ปราณอสูรกายกลิ้งซัดหลุนๆ ออกมา ก่อนจะก่อตัวขึ้นเป็นแม่น้ำสาย หนึ่ง แม่น้ำนี้คือภาพมายาคล้ายดินแดนว่างเปล่าของเผ่ามนุษย์ ด้านใน เหมือนจะมีวิญญาณของสรรพชีวิตนับร้อยล้านตัวลอยขึ้นมา
เนี่ยเทียนที่กำลังตามหาเปูาหมายใหม่ พอเห็นว่าฝูหลัวซือเท่อบินมา สี หน้าเขาก็ฉายความตะลึงอย่างเห็นได้ชัด
เขาจ้องมองปราณอสูรที่แปรเปลี่ยนมาเป็นแม่น้ำประหลาด แล้วก็พลัน รู้สึกตาลาย
“นี่มันแม่น้ำอสูรสายหนึ่ง!”
เขาพลันหน้าเปลี่ยนสี มือถือไข่มุกวิญญาณมืดเอาไว้ พยายามจะดึง พลังงานที่อยู่ในไข่มุกมาต้านทานการแทรกซอนที่มาจากแม่น้ำอสูรมายา
ไข่มุกวิญญาณมืดคือสมบัติล้ำค่าของเผ่าอสูรกาย ก่อนหน้านี้เขาก็เคย ใช้ต่อสู้กับฝูหลัวซือเท่อมาก่อน ซึ่งมันสามารถกำราบฝูหลัวซือเท่อได้
ทว่าคราวนี้พลังของไข่มุกวิญญาณมืดคล้ายจะไม่สามารถลดทอน ผลกระทบจากแม่น้ำอสูรมายาได้ เขาจึงได้แต่มองแม่น้ำอสูรสายนั้นด้วย ความรู้สึกไม่สบายไปทั้งร่าง
เมื่อฝูหลัวซือเท่อขยับเข้ามาใกล้ พลังสยบจิตวิญญาณที่ส่งตรงเข้ามาก็ ยิ่งรุนแรงมากขึ้น
“ฝูหลัวซือเท่อคือทายาทผู้สืบทอดสายเลือดของเหอหมิงต้าจุน แม่น้ำ อสูรสายนี้ก็เกิดจากการกระตุ้นด้วยสายเลือดของเขา แม้ว่าจะไม่ใช่แม่น้ำ อสูรที่แท้จริง ทว่ากลับมีความมหัศจรรย์ของแม่น้ำอสูรแฝงเร้นอยู่ ความ
มหัศจรรย์ทางสายเลือดของหมิงเหอต้าจุนคล้ายจะอยู่ในแม่น้ำอสูรสายนั้น ซึ่งแม้แต่ไข่มุกวิญญาณมืดก็ยังไม่สามารถกำราบมันได้”
“อย่างน้อยตอนนี้ไข่มุกวิญญาณมืดก็ยังไม่มีความสามารถนั้น”
เมื่อสื่อสารกับวิญญาณวัตถุ เนี่ยเทียนก็สัมผัสได้ว่าวิญญาณวัตถุและ วิญญาณร้ายทั้งห้าต่างก็มีท่าทางหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด
วิญญาณวัตถุขลาดกลัวแม่น้ำอสูรสายนั้นโดยสัญชาตญาณ แม้ว่าแม่น้ำ นี้จะเป็นเพียงภาพมายาก็ตาม
วิญญาณวัตถุถูกชุบหลอมมาจากวิญญาณของมหาราชาสายเลือด ระดับเก้าตนหนึ่ง เมื่อผ่านการชุบหลอมจากเนี่ยเทียนแล้วเข้านาบประทับ ต้นกำเนิดจิตวิญญาณเข้าไป มันถึงก่อตัวขึ้นมาได้สำเร็จ
ทว่าตราประทับทางจิตวิญญาณแรกเริ่มสุดของมันเกิดความหวาดกลัว แม่น้ำอสูรกายของผู้อาวุโสเผ่าอสูรกายโดยธรรมชาติ
“คงหวังพึ่งวัตถุอสูรกายชิ้นนี้ไม่ได้แล้ว”
สูดลมหายใจเข้าลึกหนึ่งที เนี่ยเทียนก็ครุ่นคิดเงียบๆ ก่อนจะเตรียมใช้ เวทลับทางจิตวิญญาณมากมายที่บันทึกไว้ในตราประทับสะเก็ดดาวดวงที่ สองมาพร้อมรับศึกอย่างเต็มกำลัง
——