ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 1060 เสื อเกรำะข้ำมวิญญำณ
แม่น้ำอสูรมายาเส้นนั้นลอยอยู่เหนือศีรษะของฝูหลัวซือเท่อ และด้าน ในก็มีวิญญาณร้ายจำนวนนับไม่ถ้วนเคลื่อนไหว
แม่น้ำอสูรเพิ่งปรากฏตัว พลังการต่อสู้ของเผ่าอสูรกายทั้งหมดที่อยู่ รอบด้านก็พลันเพิ่มพูน เวทลับทางสายเลือดหลากหลายชนิดของพวกเขา หรือแม้แต่ซากวิญญาณที่ชุบหลอมก็ล้วนเหมือนได้รับการช่วยเหลือจาก เทพเจ้า!
“ตูม!”
ดินแดนของผู้ฝึกลมปราณแดนเอตทัคคะช่วงต้นที่เชี่ยวชาญวิชาพืช หญ้าคนหนึ่งซึ่งเป็นลูกน้องของโหวชูหลันระเบิดแตกกะทันหัน
เลือดลมสีเขียวขมุกขมัวของอสูรกายที่พกพาปราณน่าหวาดกลัวของ การสยบวิญญาณ ทำให้คนหายใจไม่ออกพลันเคลื่อนไปกลบทับร่างของคน ผู้นั้น
ทะเลเลือดผืนนั้นแปรเปลี่ยนมาเป็นสัตว์ร้ายตัวหนึ่งที่สามารถกระชาก รั้งจิตวิญญาณ ทำให้จิตวิญญาณของแดนเอตทัคคะช่วงต้นที่คิดจะหนีถูก คว้าตัวเอาไว้แล้วถูกฉีกทึ้งอย่างต่อเนื่อง จนกลายมาเป็นเพียงกลุ่มควัน
นี่คือแดนเอตทัคคะของเผ่ามนุษย์ที่ตายไป
พวกอสูรกายต่างพากันหัวเราะสะใจ สีหน้ากระตือรือร้นฮึกเหิม
“ไม่นึกเลยว่าแม่น้ำอสูรมายาจะสามารถเพิ่มพลังการต่อสู้ของเผ่าอสูร กาย ทำให้ซากวิญญาณกลายมาเป็นวิญญาณดุร้ายบ้าคลั่งได้ถึงเพียงนี้!” เนี่ยเทียนตะลึงอย่างหนัก
เขาไม่รู้ว่าแม่น้ำอสูรของหมิงเหอต้าจุนเส้นนั้น อันที่จริงไม่ได้ดำรงอยู่ เพราะหมิงเหอต้าจุน
ในความเป็นจริงแล้ว แม่น้ำอสูรเส้นนั้นก่อกำเนิดขึ้นมาในแดนอสูร ตั้งแต่สมัยโบราณแล้ว!
ว่ากันว่าคนเผ่าอสูรกายล้วนถือกำเนิดจากในแม่น้ำอสูรเส้นนี้ และเผ่า อสูรกายที่ตายไป ดวงวิญญาณก็จะกลับคืนสู่แม่น้ำอสูร อาศัยความ มหัศจรรย์ของแม่น้ำอสูรกลับมาเกิดใหม่
เพียงแต่ว่าตลอดหลายสิบล้านปีที่ผ่านมา ยังไม่เคยมีเผ่าอสูรกายคนใด ที่ไขความลี้ลับของแม่น้ำอสูรออกได้
แม่น้ำอสูรที่ถูกเผ่าอสูรกายมองเป็นแม่น้ำมารดาผู้ให้กำเนิด เดิมทีก็คือ สถานที่ที่ลึกลับที่สุดของเผ่าอสูรกายอยู่แล้ว
แต่ทั้งหมดนี้ล้วนเปลี่ยนแปลงไปเพราะหมิงเหอต้าจุน
หมิงเหอต้าจุนคือคนแรกที่ไขความลับของแม่น้ำอสูรนี้ได้ เขาสามารถ ดึงเอาพลังงานที่อยู่ด้านในมาชุบหลอมเหล่าผู้มากความสามารถของเผ่า อสูรกาย!
เขาสามารถฝุาทะลุสายเลือดขั้นที่สิบ กลายมาเป็นต้าจุน เป็นผู้อาวุโส ของเผ่าอสูรกายได้ก็ล้วนเป็นเพราะความเข้าใจที่เขามีต่อแม่น้ำอสูร
และนับตั้งแต่วันที่ได้กลายมาเป็นต้าจุน เขาก็ทิ้งชื่อเดิมของตัวเองไป แล้วเรียกขานตัวเองว่าหมิงเหอต้าจุน (หมิงเหอแปลว่าแม่น้ำอสูร)
ในประวัติศาสตร์ของเผ่าอสูรกายก็เคยมีต้าจุนมากมาย ทว่าศักยภาพ และชื่อเสียงของหมิงเหอต้าจุนกลับอยู่ไกลเกินกว่าที่ต้าจุนส่วนใหญ่ของ อสูรกายจะเอื้อมได้ถึง!
ตลอดทั้งเผ่าอสูรกายล้วนให้การยอมรับหมิงเหอต้าจุนอย่างกว้างขวาง ในประวัติศาสตร์ของต้าจุนทั้งหมดแห่งเผ่าอสูรกาย ศักยภาพของเขาอย่าง น้อยก็อยู่ในสามอันดับแรก!
และหมิงเหอต้าจุนท่านนี้ ตอนนี้ก็ยังคงหยัดยืนตระหง่านอยู่ในเผ่าอสูร กาย หากนับตามอายุขัยอันยาวนานของชนต่างเผ่าแล้ว เขายังถือว่ายังอยู่ ในวัยหนุ่มฉกรรจ์ด้วยซ้ำ
นี่หมายความว่าในอนาคตก็มีความเป็นไปได้ที่หมิงเหอต้าจุนจะ แข็งแกร่งยิ่งกว่านี้
บางทีช่วงปลายอายุขัยของหมิงเหอต้าจุน เขาอาจจะกลายมาเป็นต้า จุนที่แข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์ของเผ่าอสูรกาย ถูกคนรุ่นต่างๆ ในเผ่า อสูรกายมองเป็นทวยเทพก็เป็นได้
ในฐานะที่ฝูหลัวซือเท่อคือทายาทสายตรงของเขา ในสายเลือดของเขา จึงนาบประทับความเข้าใจที่หมิงเหอต้าจุนมีต่อแม่น้ำอสูรอยู่เช่นกัน
เพียงแต่ว่าก่อนหน้านี้ตอนอยู่สนามรบสุ้ยเมี่ย สายเลือดของฝูหลัวซื อเท่อยังเป็นแค่ระดับหกเท่านั้น
ฝูหลัวซือเท่อตอนที่มีสายเลือดระดับหก แกนกลางสำคัญที่สุดของ สายเลือดและพรสวรรค์ที่มหัศจรรย์ที่สุดยังไม่แปรสภาพและตื่นขึ้นมา ปี นั้นเขาจึงไม่สามารถร่ายใช้แม่น้ำอสูรเส้นนี้ออกมาได้
จนกระทั่งก่อนหน้านี้ไม่นาน สายเลือดของเขาฝุาทะลุสู่ขั้นเจ็ด ปลุก พรสวรรค์อันเป็นใจกลางสำคัญที่สุดของหมิงเหอต้าจุนขึ้นมา เสื้อเกราะตัว นั้นที่บิดามอบให้ถึงจะเป็นตัวแปรแท้จริงที่ช่วยดึงพลังสายเลือดบวกกับ พลังของตัวเสื้อเกราะเองมาจำแลงแม่น้ำอสูรเส้นนั้น
เสื้อเกราะตัวนี้หมิงเหอต้าจุนทุ่มเทแรงกายแรงใจหล่อหลอมขึ้นมาด้วย ตัวเองโดยดึงเอาน้ำจากในแม่น้ำอสูรมาผสานรวมกับความมหัศจรรย์ของ สายเลือดตัวเอง บวกกับวัตถุประหลาดหายากอีกหลายร้อยชนิดของอสูร กาย
เสื้อเกราะตัวนี้หมิงเหอต้าจุนลงมือสร้างขึ้นมาตั้งแต่วันที่ฝูหลัวซือเท่อ ถือกำเนิดแล้ว
เสื้อเกราะสามารถสื่อสารกับพลังของแม่น้ำอสูร ซึ่งหลอมได้สำเร็จตั้ง นานแล้ว เพียงแต่ว่าสายเลือดของฝูหลัวซือเท่อยังไม่เลื่อนสู่ระดับเจ็ด ก่อน หน้านี้เขาจึงไม่สามารถเอามันออกมาใช้ได้
ตอนนี้ ในที่สุดฝูหลัวซือเท่อก็สามารถเอาเสื้อเกราะที่หมิงเหอต้าจุนตั้ง ชื่อว่า “ข้ามวิญญาณ” ตัวนี้มาใช้ได้เสียที
“สายเลือด พลังแม่น้ำอสูร ข้ามวิญญาณ!”
ฝูหลัวซือเท่อแหงนหน้าแผดเสียงคำราม
แก่นเลือดหลายหยดพลันสาดออกมาจากหัวใจที่อยู่ใต้เสื้อเกราะของ เขาแล้วกรอกเทเข้าไปยังเสื้อเกราะประหลาดตัวนั้น
ลวดลายสีเขียวมากมายที่อยู่บนเสื้อเกราะพลันถูกแก่นเลือดของเขาจุด ให้สว่างไสว ก่อนที่พวกมันจะลอยออกมาจากด้านใน ลวดลายดารดาษที่ ด้านในมีเศษเสี้ยววิญญาณเลื้อยขยุกขยิกพากันบินไปหาแดนเอตทัคคะช่วง ต้นที่เพิ่งตายไปเมื่อครู่นี้ซึ่งอยู่ด้านหลังเขา
ลวดลายลึกลับคล้ายมีพลังดุร้ายเหนือเกินกว่าดวงวิญญาณที่ตายไป ซึ่ง ตรงเข้าไปขยำรวมกับดวงวิญญาณของแดนเอตทัคคะคนนั้นที่ถูกฉีกทึ้ง
ลวดลายนั้นราวกับโซ่ตรวน ราวกับเชือกปุานที่รัดพันให้เศษซาก วิญญาณกลับมารวมตัวกันอีกครั้ง
“อู้!”
ซากวิญญาณที่ถูกผสานรวมกลับคืนมามีร่างกายดังเดิมอีกครั้ง แดน เอตทัคคะช่วงต้นคนนั้นที่เห็นๆ กันอยู่ว่าตายไปแล้ว บัดนี้ในดวงตาที่กลวง โบ๋ของเขาพลันมีประกายแสงสีเขียวสาดส่องออกมา
เนื้อหนังตรงหว่างคิ้วของเขาปริแตกออก เลือดสดของร่างเขาที่ไหล ออกมาเกาะตัวกันเป็นผลึก
ก้อนผลึกนั้นมองดูคล้ายคลึงกับผลึกใสทรงปริซึมที่อยู่ตรงกลางหว่าง คิ้วของอสูรกายอย่างมาก
สิ่งเดียวที่ไม่เหมือนก็คือเงาที่ล่องลอยอยู่ในก้อนผลึกซึ่งก่อตัวจากเลือด สดของเขากลับไม่ใช่ของตัวเขาเอง
แต่เป็นของฝูหลัวซือเท่อ!
กระแสจิตวิญญาณกลุ่มหนึ่งของฝูหลัวซือเท่อกลับปรากฏอย่างเด่นชัด อยู่ในผลึกก้อนเลือดกลางหว่างคิ้วของเขา
“อู๋เชา!”
หล่วนชิงหลิ่วร้องอุทานเสียงหลง เมื่อเห็นว่าอู่เชาที่รู้จักกันมานาน หลายปีฟื้นคืนมาจากความตายแล้วพลันพุ่งเข้าไปสังหารโหวชูหลัน นางก็ พลันไม่รู้ว่าจะรับมืออย่างไร
“อู้ๆๆ!”
อสูรกายมากมายที่อยู่รอบด้านต่างก็พากันแผ่ปราณอสูรส่วนหนึ่ง ออกมา
ปราณอสูรไหลเข้าหาอู๋เชา ดินแดนพืชหญ้าของอู๋เชาที่บัดนี้ได้รับ ปราณอสูรเข้าไปก็พลันเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างเงียบเชียบ กลายมามี กลิ่นอายของภูตผีน่าสะพรึงกลัว ทำให้คนตัวสั่นทั้งที่ไม่หนาว
ดวงตาของอู๋เชาเปล่งประกายประหลาดคล้ายหุ่นเชิดตัวหนึ่ง
เงาวิญญาณของฝูหลัวซือเท่อที่อยู่ในผลึกเลือดกลางหว่างคิ้วของเขา ชัดเจนอย่างถึงที่สุด ทั้งเขายังหัวเราะเสียงประหลาดคล้ายได้เข้ามาแทนที่ เรือนกายนี้แทนอู๋เชาแล้ว
“ข้ามวิญญาณ ความมหัศจรรย์ทางสายเลือดของหมิงเหอต้าจุน!”
ดวงตาของโหวชูหลันเต็มไปด้วยความเศร้าเสียใจ รู้ดีว่าลูกน้องของนาง นามว่าอู๋เชาผู้นี้ที่ถูกพลังจากเสื้อเกราะข้ามวิญญาณและพลังทางสายเลือด ของฝูหลัวซือเท่อจึงไม่ใช่คนอีกต่อไปแล้ว
นางคาดไม่ถึงว่าซ่าวจุนของอสูรกายท่านนี้ที่มีสายเลือดแค่ระดับเจ็ด แต่พออาศัยเสื้อเกราะตัวนั้นกลับสามารถกระตุ้นสายเลือด “ข้าม วิญญาณ” ของหมิงเหอต้าจุนได้อย่างแท้จริง
ว่ากันว่าหลังจากที่หมิงเหอต้าจุนใช้พลังสายเลือดสื่อสารกับแม่น้ำอสูร และร่ายใช้ “ข้ามวิญญาณ” ออกมาแล้ว เขาสามารถปลุกสิ่งมีชีวิตที่ตาย ไปให้ฟื้นคืนชีพกลับมาอีกครั้ง เพื่อกลายมาเป็นหุ่นเชิดของเขา เมื่อถูกเขา มอบกระแสจิตวิญญาณให้เสี้ยวหนึ่งก็จะสามารถต่อสู้แทนเขาได้
“อู๋เชาตายไปแล้ว และถูกฝูหลัวซือเท่อควบคุม เขาไม่ใช่ลูกน้องของข้า อีกต่อไป แต่เป็นศัตรูของข้า” โหวชูหลันพยายามเกลี้ยกล่อมตัวเองอย่าง ต่อเนื่อง หวังให้จิตสังหารของตนมั่นคง เพื่อที่จะไม่ออมมือจนอีกฝุายแว้ง กลับมาทำร้ายตน
“ไผ่เทพ”
เมื่อความคิดโลดแล่น จุดลึกของเกาะกลางทะเลสาบที่อยู่ในดินแดน พืชหญ้าของนางก็มีไผ่สีเขียวหลายต้นเปล่งประกายแสงเจิดจ้า
โหวชูหลันหายตัวไป มีไผ่สีเขียวต้นหนึ่งค่อยๆ โผล่ขึ้นสูงจากในจุดลึก ของดินแดนว่างเปล่านาง มันส่องแสงศักดิ์สิทธิ์พร่างพราวเต็มไปด้วยพลังที่ ทำให้จิตใจของคนเคลิบเคลิ้ม
อู๋เชาและคู่ต่อสู้ที่อยู่ตรงหน้าโหวชูหลันคล้ายถูกดูดเข้าไปในปุาไผ่ หลง ทางอยู่ในภาพมายา ไม่ว่าจะพยายามอย่างไรก็ไม่สามารถจับปราณของ โหวชูหลันได้
“เทพธิดาของสำนักไม้ไม่ธรรมดาจริงๆ”
มหาราชาสายเลือดระดับเก้าของเผ่าอสูรกายที่สื่อสารกับฝูหลัวซือเท่อ อย่างลับๆ อดที่จะเอ่ยชมไม่ได้
พลังของเขากับพลังของอู๋เชารวมกันก็แล้ว แต่พอตกเข้าไปในอยู่ในปุา ไผ่หนาแน่นของดินแดนโหวชูหลันกลับยังหาทิศทางการเคลื่อนไหวของอีก ฝุายไม่เจอ
เนี่ยเทียนเองก็จับตามองด้วยความสนใจ
เขารู้แต่แรกแล้วว่าเมล็ดพันธ์อันเป็นแกนกลางของสี่สำนักเก่าแก่แต่ละ คนล้วนไม่ธรรมดา พวกเขามักจะมีศักยภาพที่เหนือกว่าคนระดับเดียวกัน เสมอ
โหวชูหลันเป็นเพียงแค่แดนว่างเปล่าช่วงท้าย ทว่าเมื่อเผชิญหน้ากับ มหาราชาอสูรกายระดับเก้าและแดนเอตทัคคะที่ถูกฝูหลัวซือเท่อควบคุม นางกลับยังอยู่รอดปลอดภัย
“เนี่ยเทียน เจ้านึกจริงๆ หรือว่าเจ้าคือเปูาหมายหลักของข้า?” ฝูหลัวซื อเท่อหลุดหัวเราะพรืด เขาส่ายหัวกล่าวว่า “เมื่อเทียบกับเทพธิดาของ สำนักไม้แล้ว เจ้ายังอ่อนด้อยเกินไปนัก ข้าไม่สามารถร่ายใช้พลังได้เต็มที่ เมื่อเผชิญหน้ากับนาง ดังนั้นถึงได้มาหาเจ้า เมื่อมาประมือกับเจ้า ข้าถึงจะ สามารถร่ายแม่น้ำอสูรและใช้ข้ามวิญญาณได้”
“การดำรงอยู่ของข้าสามารถทำให้ทุกคนในเผ่าแข็งแกร่งขึ้น ไม่ว่าพวก เจ้าคนใดก็ตามตายไป เมื่ออยู่ภายใต้ความมหัศจรรย์ของข้ามวิญญาณ ก็ ล้วนต้องกลายมาเป็นหุ่นเชิดของข้า”
“และทุกครั้งที่พวกเจ้ามีคนตายเพิ่มหนึ่งคน แรงกดดันที่พวกเจ้าต้อง แบกรับก็จะเพิ่มมากขึ้นไปด้วย”
“ศึกครั้งนี้ไม่มีหวังที่พวกเจ้าจะเอาชนะได้ ข้ากล้ามาที่ดินแดนพลังฟูา คิดจะจับตัวเทพธิดาเผ่าไม้มาฉลองสายเลือดระดับเจ็ดของข้า แน่นอนว่า ย่อมต้องมีความมั่นใจมากพอ”
เนี่ยเทียนหน้าเปลี่ยนสี รีบหันไปมองรอบด้านโดยอัตโนมัติ
“เจ้า และคนอื่นๆ เหมือนจะกำลังรอคอยอะไรบางอย่างนะ?” ฝูหลัวซื อเท่อยิ้มเสแสร้ง “ที่พวกเจ้ารออยู่ใช่เฮ้อเหลียนสงจากหอทอดฟูา หรือไม่?”
เนี่ยเทียนตกใจ
“ไม่ต้องรอแล้ว เฮ้อเหลียนสงแทบจะเอาตัวไม่รอด น่าจะมาไม่ได้ แล้ว” ฝูหลัวซือเท่อแสยะยิ้มชั่วร้าย “เจ้านึกจริงๆ หรือว่าดินแดนพลังฟูาที่ กว้างใหญ่จะมีแค่ฉิวหันซานคนเดียวที่แอบติดต่อกับเผ่าอสูรกายของข้า ลับๆ? จะบอกเจ้าให้ก็แล้วกัน นาทีที่เฮ้อเหลียนสงเหยียบเข้ามาในดินแดน พลังฟูา ข้าก็รู้ข่าวแล้ว!”
——