ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 1061 ความแตกแยกภายใน
อันที่จริงเนี่ยเทียนไม่มีความรู้สึกดีๆ อันใดให้กับเฮ้อเหลียนสง
แต่พอรู้จากปากฝูหลัวซือเท่อว่าเฮ้อเหลียนสงตกอยู่ในอันตราย ยากที่ จะเอาตัวรอดได้ เนี่ยเทียนก็ยังรู้สึกหงุดหงิดอย่างมาก
พวกโหวชูหลันกล้าอยู่ต่อเพื่อรบกับเผ่าอสูรกายก็เพราะรู้สึกว่าอีกไม่ นานเท่าไหร่เฮ้อเหลียนสงจะต้องมาถึงที่นี่
เมื่อเฮ้อเหลียนสงมาไม่ได้ ความหวังของพวกเขาก็ขาดหายไป
คำพูดประโยคนั้นของฝูหลัวซือเท่อเอ่ยด้วยเสียงไม่ดังนัก เกรงว่าพวก โหวชูหลันและหล่วนชิงหลิ่วที่กำลังต่อสู้อย่างดุเดือดคงจะไม่ได้ยิน
เนี่ยเทียนจึงแผดเสียงตะโกนหมายจะเอ่ยเตือนพวกนาง
ทว่าเสียงของเขายังไม่ทันดังออกมากลับเหมือนถูกพลังงานที่มองไม่ เห็นหลายชั้นสกัดกั้นเอาไว้จนส่งเสียงออกไปไม่ได้
สีหน้าของเขาแปรเปลี่ยนไปอีกครั้ง
ทันใดนั้นเขาก็พลันเข้าใจว่าคำพูดประโยคนั้นของฝูหลัวซือเท่อเพียงแค่ พูดให้เขาฟังเท่านั้น
“ไม่ต้องเปลืองแรงเปล่าแล้ว” ฝูหลัวซือเท่อยิ้มตาหยี กล่าวอย่างผ่อน คลาย “เจ้ารู้หรือไม่? พวกเราต่อสู้กับเผ่ามนุษย์มาหลายปี จึงรู้ดีถึงความ แข็งแกร่งที่เพิ่มพูนขึ้นทุกวันของเผ่ามนุษย์ เลยคิดหาวิธีมากมายมาจัดการ กับพวกเจ้า สงครามแห่งเผ่าพันธ์ครั้งก่อน อันที่จริงพวกเราคือฝุายที่พ่าย แพ้ เสียหายอย่างใหญ่หลวง”
“หลายปีต่อมา ต้าจุนของแต่ละเผ่าทำการประชุมปรึกษาหารือกัน หลายครั้ง กว่าจะหาวิธีรับมือกับเผ่ามนุษย์ของพวกเจ้าได้”
“วิธีที่ว่านั้นก็คือใช้สันดานของพวกเจ้ามาจัดการกับพวกเจ้าเอง”
“วิธีที่พวกเราใช้ก็คือสร้างความแตกแยกให้พวกเจ้าจากภายใน! เพื่อ ทำตามแผนการนี้ พวกเราต้องแอบวางแผนมานานหลายปี ตอนนี้ในที่สุดก็ เห็นผลแล้ว!”
ฝูหลัวซือเท่อหัวเราะเสียงดังอย่างสะใจ
“สร้างความแตกแยกจากภายใน?” เนี่ยเทียนตะลึง
“ถูกต้อง ก็คือทำให้พวกเจ้าแตกแยกกันมาจากภายใน” ฝูหลัวซือเท่อ พูดจ้อไม่หยุดปาก “ไม่เพียงแต่พวกลัทธิจิตมืดและสำนักสาปแห่งความ ตายที่ถูกสี่สำนักใหญ่ขับไล่ มองเป็นสำนักชั่วร้ายนอกรีต ยังมีอีกหลาย สำนักที่ไม่พอใจสี่สำนักเก่าแก่ อย่างสำนักแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ที่ เนื่องจากละโมบจึงแอบมีการไปมาหาสู่กับพวกเราอย่างลับๆ ตั้งนานแล้ว”
“พวกเขากลายมาเป็นทหารสอดแนมของพวกเรา กลายมาเป็นเส้น สายของพวกเรา!”
“พวกเรารู้ทิศทางการเคลื่อนไหวของพวกเจ้าล่วงหน้าได้หลายครั้งก็ เพราะพวกเขา แต่พวกเจ้ากลับไม่รู้เลยว่าคนพวกนั้นมีการติดต่อกับพวก เรา!”
“ฉิวหันซานแห่งสำนักแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์เป็นแค่หนึ่งในคนของดินแดน พลังฟูาที่สวามิภักดิ์ต่อพวกเรา ยังมีคนมากกว่านั้นที่พวกเจ้าไม่รู้ ก่อน
หน้าที่เฮ้อเหลียนสงจะพาลูกน้องมาเคลื่อนไหวอยู่แถวนี้ พวกเราก็ได้ข่าว ก่อนแล้ว และเตรียมของขวัญชิ้นใหญ่ไว้ให้เขาแล้วเช่นกัน”
“ซึ่งก็คือตอนนี้!”
“เมื่อพวกเจ้าถูกคนของข้ากักตัวไว้ที่นี่ ถูกพวกข้าโจมตีอย่างแสนสาหัส เฮ้อเหลียนสงผู้นั้นก็จะเจอกับสถานการณ์ที่ใกล้เคียงกับพวกเจ้าเหมือนกัน! เขาจะรอดชีวิตกลับมาได้หรือไม่ก็ยังไม่มีใครรู้ได้ แล้วมีหรือจะมีกำลังเหลือ มาช่วยพวกเจ้า?”
เนื่องจากคำพูดประโยคนี้ของฝูหลัวซือเท่อ สีหน้าของเนี่ยเทียนก็พลัน มืดทะมึน ถอนหายใจอยู่ในใจ
เขาพลันเข้าใจว่าศึกนี้ คงยากที่เขาและโหวชูหลันจะหวังพึ่งเฮ้อเหลียน สงได้
“ตูม!”
และเวลานี้เอง ดินแดนของแดนเอตทัคคะอีกคนหนึ่งที่เป็นลูกน้องของ โหวชูหลันก็พลันระเบิดแตก
เศษซากวิญญาณนับพันนับหมื่นพากันว่ายวนอยู่รอบๆ ดินแดนที่แตก สลายของเขา ฝูหลัวซือเท่อหัวเราะเบาๆ ก่อนจะใช้เสื้อเกราะข้ามวิญญาณ และแก่นเลือดของตัวเองกระตุ้นความลี้ลับของสายเลือดข้ามวิญญาณ ออกมา
ลวดลายใหม่บนเสื้อเกราะก่อตัวขึ้นจากแก่นเลือดอีกครั้ง ครั้นจึงบินไป หาวิญญาณของแดนเอตทัคคะท่านนั้นที่กำลังจะสลายหายไป
ซากวิญญาณถูกโซ่ลวดลายรัดพันจนกลับมาประกอบเข้าด้วยกันใหม่ อีกครั้ง
หว่างคิ้วของคนผู้นั้นมีเลือดสดไหลออกมา แล้วเกาะตัวเป็นผลึกเลือด
จุดลึกของผลึกเลือดมีเงาวิญญาณของฝูหลัวซือเท่อลอยขึ้นอย่าง เด่นชัดอีกครั้ง
ฝูหลัวซือเท่อยิ่งหัวเราะเบิกบาน “เห็นแล้วหรือยัง? นี่ต่างหากถึงจะ เป็นพลังแกนกลางที่บิดาของข้าถ่ายทอดมาให้ผ่านสายเลือด! มีข้าอยู่ที่นี่ ทุกครั้งที่พวกเจ้าตายไป ข้าก็จะมีหุ่นเชิดเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งตัว มีพลังการ ต่อสู้เพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งส่วน! แม่น้ำอสูรที่ข้าจำแลงออกมาสามารถช่วยให้ มหาราชาระดับเก้าแข็งแกร่งขึ้น ทำให้ซากวิญญาณที่พวกเขาชุบหลอมไว้ดุ ร้ายกว่าเดิมหลายเท่าตัว!”
“มีข้าอยู่คนเดียวก็สามารถเพิ่มพลังการต่อสู้ของพวกเขาทุกคน ซึ่งมัน จะส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ภาพรวม!”
แดนเอตทัคคะท่านนั้นที่ถูกข้ามวิญญาณของเขาควบคุมมาใช้งานไม่ได้ ตรงเข้าโจมตีคนอื่น แต่กลับบินมาหาเขา
คนผู้นั้นก็เป็นแดนเอตทัคคะช่วงต้นเหมือนกัน เชี่ยวชาญพลังเย็นเยียบ ไอความเย็นของเขาหนาวเสียดแทงกระดูก ดินแดนน้ำแข็งที่ใสแวววาวราว กับกระจกมีปราณอสูรแทรกซอนเข้าไป ทำให้กลายมาเป็นสีเขียวอ่อนจาง น่าประหลาด
เขามาหยุดอยู่เบื้องหน้าฝูหลัวซือเท่อ ดวงตาที่ไร้แววนั้นเย็นชา กลาง ผลึกเลือดตรงหว่างคิ้วมีเงาร่างของฝูหลัวซือเท่อที่กำลังแสยะยิ้ม
เสียงของฝูหลัวซือเท่อดังออกมาจากในร่างของเขาและจากปากของ เขาในเวลาเดียวกัน
“เนี่ยเทียน ข้าเปลืองน้ำลายพูดกับเจ้ามากขนาดนี้ก็เพราะว่าการที่ข้า รวบรวมแม่น้ำอสูรขึ้นมาและรักษาความสัมพันธ์กับมันเอาไว้ต้องสิ้นเปลือง กำลังอย่างมาก” ฝูหลัวซือเท่อตะโกนด้วยเสียงแปลกประหลาด “ที่ข้า พูดคุยกับเจ้าก็เพราะยามที่รวบรวมแก่นเลือด จิตวิญญาณ ใช้เวทลับข้าม วิญญาณผสานรวมเข้าไปในเสื้อเกราะ จึงไม่มีพละกำลังเหลือมาสู้กับเจ้า”
“แต่ตอนนี้กลับแตกต่างไปแล้ว”
“เขา ก็คือคู่ต่อสู้ของเจ้า! ข้าอยากจะรู้นักว่าเจ้าที่สามารถใช้กระดูก ท่อนนั้นสังหารสายเลือดระดับแปดของเผ่าพันธุ์ข้าได้ แล้วจะสามารถใช้ วิธีการเดิมมาสังหารแดนเอตทัคคะได้อย่างง่ายดายหรือไม่”
ฝูหลัวซือเท่อโบกมือเปลี่ยนแปลงสายเลือดอีกครั้ง
แดนเอตทัคคะช่วงต้นที่เชี่ยวชาญพลังความเย็นซึ่งกลายมาเป็นหุ่นเชิด ตัวใหม่พลันกระโจนเข้าใส่เนี่ยเทียน
ตอนที่แม่น้ำอสูรลอยขึ้นมา เวทลับทางจิตวิญญาณหลายชนิดของเนี่ย เทียนก็คล้ายจะถูกพันธนาการเอาไว้
แม้แต่ไข่มุกวิญญาณมืดก็ยังไม่สามารถช่วยให้เนี่ยเทียนต้านทานภัย คุกคามของแม่น้ำอสูรได้
เมื่อเห็นว่าแดนเอตทัคคะช่วงต้นผู้นั้นใช้ดินแดนความเย็นที่เหลืออยู่ บินทะยานเข้ามา วิธีการเดียวที่เนี่ยเทียนคิดได้ก็ยังคงเป็นท่อนกระดูกของ สัตว์ยักษ์มวลดาราท่อนนั้น
“ฟิ้ว!”
ท่อนกระดูกบินออกไปเหมือนลำแสงเส้นหนึ่งที่แทงไปยังดินแดน น้ำแข็งสีเขียวขมุกขมัวแปลกประหลาดผืนนั้น
เมื่อถึงขอบเขตแดนเอตทัคคะ ดินแดนจะเหมือนสิ่งของที่จับต้องได้ จริง ดินแดนเย็นเยียบที่ปะปนไปด้วยปราณอสูรเข้มข้นนั้นได้ก่อตัวกลาย มาเป็นก้อนน้ำแข็งสีเขียวขนาดใหญ่ยักษ์ก้อนหนึ่ง ซึ่งก้อนน้ำแข็งนั้นแผ่ ปราณเย็นเยียบอึมครึมออกมา
“สวบๆๆ!”
พอท่อนกระดูกของสัตว์ยักษ์มวลดาราแทงไปที่ก้อนน้ำแข็งสีเขียว สายเลือดที่อยู่ด้านในก็ระเบิดออกทันที
ก้อนน้ำแข็งปริแตกกลายมาเป็นแท่งน้ำแข็ง กระบี่น้ำแข็ง แสงน้ำแข็ง นับพันนับหมื่นที่ระเบิดกระจายราวน้ำตกซึ่งได้รับการชักนำจากฝูหลัวซื อเท่อจึงแผ่ปกคลุมมาทั่วแผ่นฟูา
“ตูม!”
ปราณเลือดในร่างของเนี่ยเทียน รวมไปถึงพลังงานความร้อนในโอสถ วิญญาณเปลวเพลิงพลันระเบิดปะทุทันควัน
เกราะมังกรเพลิงแปรสภาพเป็นทะเลเพลิงร้อนแรงผืนหนึ่ง พอแท่ง น้ำแข็ง กระบี่น้ำแข็งและแสงน้ำแข็งบินเข้ามาใกล้ก็ถูกความร้อนเผาไหม้ จนระเหยกลายเป็นไอ
หลังจากที่แทงให้ก้อนน้ำแข็งปริแตก ท่อนกระดูกของสัตว์ยักษ์มวล ดาราก็แทงเข้าไปหาแดนเอตทัคคะช่วงต้นคนนั้น
เงาวิญญาณของฝูหลัวซือเท่อที่อยู่ในผลึกเลือดเผยสีหน้าเย้ยหยัน “ร้ายกาจมาก เมื่อผ่านประสบการณ์ในสนามรบสุ้ยเมี่ย ขอบเขตและ ศักยภาพของเจ้าต่างก็มีการพัฒนา กระดูกท่อนนั้นคมกริบสุดประมาณ ขนาดดินแดนของแดนเอตทัคคะก็ยังทำลายทิ้งได้อย่างง่ายดาย น่าเสียดาย ที่เพียงเท่านี้กลับยังไม่พอ”
“สายเลือด! โลกวิญญาณมืดมน!”
แก่นเลือดหลายหยดบินออกมาจากในร่างของฝูหลัวซือเท่อแล้วผสาน รวมเข้ากับดินแดนความเย็นที่พังทลายของแดนเอตทัคคะคนนั้น
กลางดินแดนเย็นเยียบ ปราณอสูรสีเขียวที่เจือปนอยู่ด้านในคล้ายถูก กระตุ้นและได้รับพลังงานไร้ขีดจำกัดมาจากแก่นเลือด
แม่น้ำอสูรที่ลอยอยู่เหนือศีรษะเขามีเส้นหนึ่งที่กรอกเทเข้ามา แล้ว กลายมาเป็นปราการอาคมที่ทำให้วิญญาณมิอาจสลัดหลุดพ้น
เมื่อเขตอาคมก่อตัว การเชื่อมโยงทางจิตวิญญาณระหว่างเนี่ยเทียนกับ ท่อนกระดูกก็เปลี่ยนมาเป็นขาดๆ หายๆ
“ไสหัวออกมา!”
ฝูหลัวซือเท่อหัวเราะชั่วร้าย จุดลึกของโลกวิญญาณมืดมนมีมือยักษ์ ข้างหนึ่งก่อตัวขึ้นด้วยพลังจิตวิญญาณของแดนเอตทัคคะ
มือยักษ์เป็นภาพมายาเช่นเดียวกัน ทว่ากลับมีปราณอสูรซัดบ่า ปลดปล่อยปราณที่คว้าจับจิตวิญญาณ
มือใหญ่ยื่นออกมาจากในเขตอาคมแล้วคว้ามาที่เนี่ยเทียน
มหาสมุทรจิตวิญญาณของเนี่ยเทียนพลันเกิดลูกคลื่นซัดกระหน่ำ พลัง จิตวิญญาณถูกบิดเบือน จิตวิญญาณที่แท้จริงคล้ายถูกพลังงานบางอย่างที่ มองไม่เห็นรัดพันจนค่อยๆ ลอยออกไปจากมหาสมุทรจิตวิญญาณทีละนิด
“มือมืดพันวิญญาณ!”
เนี่ยเทียนที่เคยต่อสู้กับพี่น้องอาหมู่ซือ อาปูหลู่ของเผ่าอสูรกายใน แผ่นดินลอยตัวมาก่อน พอเห็นมือยักษ์นั้นคว้าจับเข้ามาก็จำได้ทันทีว่านี่คือ เวทลับเฉพาะของเผ่าอสูรกาย
มือมืดพันวิญญาณของพี่น้องอาหมู่ซือ อาปูหลู่ไม่มีพลังของแม่น้ำอสูร แฝงเร้น อานุภาพจึงมีจำกัด
ทว่าการร่ายใช้มือมืดพันวิญญาณของฝูหลัวซือเท่อกลับทำให้เนี่ยเทียน อกสั่นขวัญผวา สัมผัสได้ถึงวิกฤตรุนแรง
จิตวิญญาณแห่งดวงดาวแต่ละดวงในมหาสมุทรจิตวิญญาณของเขารีบ ปลดปล่อยแสงดาวเจิดจ้า
“โซ่ดวงดาว!”
เขาพยายามใช้พลังของจิตวิญญาณแห่งดวงดาว ใช้เวทลับทางจิต วิญญาณของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวมารั้งจิตวิญญาณที่แท้จริงเอาไว้ อย่างต่อเนื่อง ปูองกันไม่ให้ถูกฝูหลัวซือเท่อกระชากเอาไป
“สายเลือด! ผนึกแห่งชีวิต!”
ขณะเดียวกันจุดลึกในดวงตาของเขาก็มีเงาร่างของฝูหลัวซือเท่อสาด สะท้อนออกมา
แก่นเลือดแห่งชีวิตสามหยดพลันเดือดพล่าน ตอนที่สายเลือดแห่งชีวิต ฝุาทะลุสู่ระดับเจ็ดได้ปลุกพรสวรรค์ทางสายเลือดอย่างใหม่ขึ้นมา ซึ่งถูก เขาเอามาใช้กับฝูหลัวซือเท่อ
เมื่อผนึกแห่งชีวิตถูกร่ายใช้ ทะเลเลือดลมที่เนี่ยเทียนปลดปล่อย ออกมาก็พลันแผ่ยืดยาวเข้าหาฝูหลัวซือเท่อ
แก่นเลือดที่เผาไหม้ช่วยเพิ่มเลือดลมของเนี่ยเทียนให้เข้มข้นขึ้น มันจึง มองเมินเขตอาคมโลกวิญญาณมืดมน ทั้งยังลอดทะลุผ่านเข้าไป ไหลตรง เข้าหาฝูหลัวซือเท่อได้อย่างง่ายดาย
การร่ายใช้ผนึกแห่งชีวิต หากคิดจะให้มันสำแดงอานุภาพได้มากที่สุด ทางที่ดีที่สุดคือขีดจำกัดทางสายเลือดของศัตรูต้องเท่าเทียมกับตัวเอง
สายเลือดแห่งชีวิตของเนี่ยเทียนคือขั้นเจ็ด ซึ่งสอดคล้องกับฝูหลัวซื อเท่อพอดี
แล้วผนึกแห่งชีวิตก็ประสิทธิผลทันควัน!
เงาวิญญาณของฝูหลัวซือเท่อที่สะท้อนอยู่ในผลึกเลือดกลางหว่างคิ้ว ของแดนเอตทัคคะซึ่งได้รับผลกระทบจากข้ามวิญญาณของฝูหลัวซือเท่อ จนกลายมาเป็นเพียงหุ่นเชิดพลันดับแสงลง
แม้แต่แม่น้ำอสูรมายาที่อยู่เหนือศีรษะของฝูหลัวซือเท่อก็เริ่มเปลี่ยนมา เป็นพร่าเลือนตามไปด้วย
ฝูหลัวซือเท่อยืนอึ้งอยู่ที่เดิม รู้สึกเพียงว่าเรือนกายที่มีเลือดเนื้อและ แก่นเลือดแต่ละหยดของเขาต่างก็ถูกตราตรึงผนึกเอาไว้ ยากที่จะเอามา ใช้ได้อีก
——