ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 1062 สถานการณ์พลิกผัน
ฝูหลัวซือเท่อหน้าเผือดสี
บัดนี้เลือดลมในร่างเขาคล้ายมีเม็ดทรายสีทองปะปนเข้ามา แก่นเลือด เหมือนกลายมาเป็นของแข็งที่มิอาจไหลเวียนได้อย่างราบรื่นอีกต่อไป
ไม่ว่าจะเป็นการจำแลงแม่น้ำอสูร หรือว่าการสร้าง “ข้ามวิญญาณ” ด้วยสายเลือด นอกจากจำเป็นต้องใช้พลังจิตวิญญาณแล้วก็จำเป็นต้องใช้ แก่นเลือดมากระตุ้นมันด้วย
การแข็งตัวของแก่นเลือด การหายไปของแม่น้ำอสูร “ข้ามวิญญาณ” จึงไม่สามารถเอามาใช้ได้อีก
หุ่นเชิดเผ่ามนุษย์แดนเอตทัคคะช่วงต้นที่เชี่ยวชาญพลังความเย็นซึ่งถูก “ข้ามวิญญาณ” ควบคุมพลันถูกตัดขาดความสัมพันธ์กับเขาไปทันที
เศษเสี้ยวจิตวิญญาณของคนผู้นั้นที่เดิมทีถูกลวดลายเสื้อเกราะรวบรวม ให้มาประกอบเข้าด้วยกัน ยามนี้เมื่อลวดลายหายไป เศษซากวิญญาณของ เขาจึงสลายหายไปจากฟูาดินตามกฎธรรมชาติในที่สุด
ดินแดนน้ำแข็งพลันแตกทลาย คนผู้นั้น…ตายไปอย่างแท้จริง
คนที่เป็นเหมือนเขายังมีอีกคนหนึ่ง
คนผู้นั้นก็คือคู่ต่อสู้ของโหวชูหลันซึ่งเข้าไปในภาพมายาไผ่เขียวจำแลง ของโหวชูหลันพร้อมกับมหาราชาของเผ่าอสูรกาย
ชั่วขณะที่ “ข้ามวิญญาณ” เสียประสิทธิภาพ ดินแดนพืชหญ้าของคนผู้ นั้นก็แตกทลายตามไปด้วย
พอเขาหายตัวไป โหวชูหลันก็พลันสัมผัสได้ ต้นไผ่เขียวแน่นขนัดจึง เติบโตอย่างบ้าคลั่งอยู่ท่ามกลางทะเลเลือดลมของมหาราชาระดับเก้า ขั้นต้นของเผ่าอสูรกาย
ยังมีไผ่เขียวต้นหนึ่งที่คล้ายจะบินออกมาจากมหาสมุทรวิญญาณจุด ตันเถียนของโหวชูหลัน และฉวยโอกาสที่มหาราชาอสูรกายคนนั้นทำอะไร ไม่ถูกแทงทะลุเข้าไปยังทะเลเลือดลมของเขา ปักแทงเข้าสู่หัวใจของเขา
พลังของโหวชูหลันระเบิดออกอย่างเต็มกำลัง ไผ่เขียวส่องประกายแห่ง ความศักดิ์สิทธิ์ แผ่พลานุภาพสวรรค์อันยิ่งใหญ่เกรียงไกร
ทะเลเลือดลมของเขาถูกแสงสีเขียวขจีสาดส่อง จึงสลายหายไปอย่าง รวดเร็ว
เงาไม้ไผ่ปิดทับไปทั่วแผ่นฟูา ปกคลุมร่างของมหาราชาอสูรกายผู้นั้น เอาไว้ เสียงหวีดร้องของเขาดังขาดๆ หายๆ “ซ่าวจุน! ข้าม ข้ามวิญญาณ ของท่าน…”
เขากำลังกังขาในตัวของฝูหลัวซือเท่อ
ทว่าฝูหลัวซือเท่อไม่อาจสนใจเขาได้อีกแล้ว เพราะว่าเนี่ยเทียนที่ขับ เรือดาราเข้ามาด้วยสภาวะพลังชีวิตแข็งแกร่งได้เข้ามาอยู่ในพื้นที่ของเขา แล้ว
เมื่อก้อนน้ำแข็งร่วงลงสู่เบื้องล่าง ท่อนกระดูกของสัตว์ยักษ์มวลดาราก็ หวนกลับเข้ามาอยู่ในมือของเนี่ยเทียนอีกครั้ง
“ไป!”
เนี่ยเทียนกรอกเลือดลมให้กับท่อนกระดูก และท่อนกระดูกก็จ้วงแทง เข้าใส่ฝูหลัวซือเท่อ
“เคร้ง!”
ท่อนกระดูกของสัตว์ยักษ์มวลดารากระแทกลงบนเสื้อเกราะ “ข้าม วิญญาณ” ชิ้นนั้น พลังลึกลับที่หมิงเหอต้าจุนนาบประทับลงไปในเสื้อ เกราะพลันระเบิดออก
แสงที่ตัดสลับกันอยู่บนเสื้อเกราะ “ข้ามวิญญาณ” รวมไปถึงวิญญาณ ร้ายจำนวนนับไม่ถ้วนที่เลื้อยขยุกขยิกพากันร้องคำรามแล้วจางหายไป
เสื้อเกราะที่หมิงเหอต้าจุนสร้างขึ้นนับตั้งแต่ฝูหลัวซือเท่อถือกำเนิด กลับมีรอยปริร้าวปรากฏขึ้นมา
ทว่าท่อนกระดูกของสัตว์ยักษ์มวลดาราก็ยังไม่สามารถโจมตีให้ฝูหลัวซื อเท่อตายได้ในทันที
และฝูหลัวซือเท่อก็ถือเป็นศัตรูคนแรกที่ไม่ถูกกระดูกท่อนนี้สังหารใน ครั้งแรกที่โจมตี
เพราะว่าพลังส่วนใหญ่ของท่อนกระดูกล้วนถูกเสื้อเกราะ “ข้าม วิญญาณ” ลดทอนไปจนหมด เพียงแต่ว่าพลังที่หมิงเหอต้าจุนกรอกเอาไว้ ในเสื้อเกราะก็หายไปเกินครึ่งเพราะการโจมตีนี้เช่นกัน
เสื้อเกราะปิดทับอยู่ตรงหัวใจของฝูหลัวซือเท่อ ทันใดนั้นเงามืดเส้น หนึ่งก็พลันลอยขึ้นมาจากลวดลายบนเสื้อเราะ
ปราณขุมหนึ่งที่น่าหวาดหวั่นคล้ายสามารถควบคุมหมื่นวิญญาณค่อยๆ ถูกปลดปล่อยออกมาจากในเงามืดนั้นทีละนิด
“อู้!”
เสื้อเกราะเหมือนมีจิตสำนึกเป็นของตัวเอง มันถึงกับกระชากรั้งพาตัวฝู หลัวซือเท่อให้ออกไปห่างจากสนามรบ
ฝูหลัวซือเท่อใช้สายตาเคียดแค้นจ้องเขม็งไปที่เนี่ยเทียน ได้แต่มอง ตัวเองค่อยๆ ลอยห่างออกจากเนี่ยเทียนโดยที่มิอาจต่อต้านได้
หลังจากที่แม่น้ำอสูรหายไป เวทลับจิตวิญญาณทั้งหมดที่เขาร่าย ออกมาก็ยากที่จะกำราบไข่มุกวิญญาณมืดได้อีก
เขาจึงได้แต่อาศัยเสื้อเกราะ “ข้ามวิญญาณ” ให้พาเขาล่องลอยไป กลางท้องฟูา ทั้งยังช่วยเขาหาประตูข้ามอาณาจักรบานที่เชื่อมโยงไปยัง ดินแดนของอสูรกายที่พวกเขาเดินทางผ่านเข้ามาเจออีกด้วย
เหตุการณ์ไม่คาดคิดเกิดขึ้นในชั่วพริบตา ใครก็คาดไม่ถึงว่าเรื่องจะ กลายมาเป็นเช่นนี้
เนี่ยเทียนพลันคืนสติ จึงเรียกท่อนกระดูกของสัตว์ยักษ์มวลดารากลับ เข้ามาไว้ในมืออีกครั้ง แต่ก็พบว่าฝูหลัวซือเท่อได้ลอยหายไปจากเส้น สายตาของเขาแล้ว
พลังงานของเสื้อเกราะ “ข้ามวิญญาณ” ที่ปกปูองฝูหลัวซือเท่อมาจาก พลังที่หมิงเหอต้าจุนทิ้งเอาไว้ ความเร็วที่มันพาฝูหลัวซือเท่อจากไปจึงมี มากกว่าการบินทะยานด้วยความเร็วทั้งหมดของเรือดาราอยู่หลายเท่า
ปราณทั้งหมดของฝูหลัวซือเท่อหายไปจากการรับสัมผัสของเนี่ยเทียน อย่างเกลี้ยงเกลา
ส่วนโหวชูหลันและลูกน้องของนางที่ต่อสู้อยู่กับเหล่าอสูรกายรอบด้าน ก็พลันสัมผัสได้ว่าพลังการต่อสู้ของคู่ต่อสู้เบื้องหน้าลดหายไปหลายระดับ
นี่จึงทำให้พวกเขาพอจะวางใจจนหันกลับมาสังเกตการณ์สภาพสนาม รบได้บ้าง
ทันใดนั้นพวกเขาก็สังเกตเห็นว่าซ่าวจุนของเผ่าอสูรกายหายไปจาก สนามรบอย่างลึกลับ
สหายของพวกเขาสองคนที่ได้รับผลกระทบจาก “ข้ามวิญญาณ” ของ ซ่าวจุนเผ่าอสูรกายจนกลายมาเป็นหุ่นเชิด บัดนี้ในที่สุดก็ตายไปอย่าง แท้จริง ไม่เหลือพลังมาช่วยอีกฝุายอีกต่อไป
“ซ่าวจุน! ซ่าวจุนกลับดินแดนอสูรไปก่อนแล้ว!”
เผ่าอสูรกายคนหนึ่งที่พอเห็นการเปลี่ยนแปลงก็ตะโกนดังลั่นด้วยภาษา ของเผ่าอสูรกาย
ระดับสายเลือดของฝูหลัวซือเท่อแทบจะไม่มีค่าพอให้พูดถึงเมื่อเอามา เปรียบเทียบกับพวกเขา ทว่าแม่น้ำอสูร รวมไปถึง “ข้ามวิญญาณ” ที่อีก ฝุายจำแลงออกมากลับเป็นที่พึ่งอันเป็นรากฐานสำคัญที่สุดของพวกเขา!
มีแม่น้ำอสูรเส้นนั้นอยู่ พลังการต่อสู้ของอสูรกายทุกคนที่อยู่ที่นี่ รวมไป ถึงพลังงานของซากวิญญาณที่พวกเขาชุบหลอมออกมาต่างก็เพิ่มพูนขึ้นไป อีกหนึ่งระดับ
อีกทั้ง “ข้ามวิญญาณ” ยังสามารถทำให้คนตายฟื้นคืนชีพกลับมา เพื่อให้ฝูหลัวซือเท่อเอามาใช้งานได้อีกด้วย
ที่พวกเขากล้าวางแผนเล่นงานโหวชูหลัน นอกจากมี “เปลวเพลิง กร่อนดินแดน” ของเผ่าทมิฬแล้ว ก็เพราะว่ามีฝูหลัวซือเท่ออยู่ด้วย
พอฝูหลัวซือเท่อจากไป สถานการณ์ที่เดิมทีพวกเขาเป็นฝุายได้เปรียบ ก็ไม่หลงเหลืออยู่อีกต่อไป
แน่นอนว่าเนื่องจากจำนวนของพวกเขาค่อนข้างมาก หลังจากที่ฝู หลัวซือเท่อจากไปแล้ว พวกเขาก็ยังพอจะถือว่าได้เปรียบอยู่บ้าง
แต่หากคิดจะสังหารเผ่ามนุษย์ทั้งหมดที่อยู่ตรงหน้าโดยไม่เสียเลือดเสีย เนื้อเลยก็แทบจะเป็นไปไม่ได้อีกแล้ว
หากเผ่ามนุษย์คิดหนี พวกเขาก็ยิ่งไม่มีหวังที่จะไล่สังหารพวกเขาทีละ คนได้
“ความปลอดภัยของซ่าวจุนเหนือกว่าทุกสิ่ง!”
มหาราชาเผ่าอสูรกายอีกคนหนึ่งตะโกนขึ้นมาด้วยภาษาของเผ่าอสูร กาย
เสียงโหวกเหวกของเขาคล้ายแตรสัญญาณถอนทัพที่ดังไปทั่วทุกมุม อสูรกายหลายคนมองตากัน ในใจทุกคนบังเกิดความคิดที่จะถอยหนี ต่าง คนจึงต่างสละคู่ต่อสู้ของตัวเองทิ้งแล้วขยับเข้ามาใกล้กัน
“ฟิ้วๆๆ!”
ทะเลเลือดลมหลายผืนหดรวบเข้ามาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะกลายมาเป็น แสงสีเขียวรุบรู่ที่ติดตามฝูหลัวซือเท่อไป
เผ่าอสูรกายสายเลือดระดับแปดยังเหลืออยู่อีกไม่น้อย แสงเลือดลม ของพวกสายเลือดระดับแปดอยู่รั้งท้ายอย่างเห็นได้ชัด ทว่ามหาราชาระดับ
เก้าที่อยู่เบื้องหน้าก็ไม่ได้ทอดทิ้งพวกเขา ความเร็วของพวกเขาเท่าเทียม กัน พากันถอยหนีไปอย่างมีระเบียบ
“เทพธิดา! ตามไปหรือไม่?” หล่วนชิงหลิ่วตะโกนเสียงดัง
โหวชูหลันค่อนข้างลำบากใจ จึงยังลังเลตัดสินใจไม่ได้
“ไม่ต้องตามแล้ว” เนี่ยเทียนขับเรือดาราให้ขยับเข้ามาใกล้โหวชูหลัน “ตามไปก็มีแต่จะทำให้ตัวเองเสียเปรียบ ศักยภาพของเผ่าอสูรกายยังคง แข็งแกร่งกว่าพวกเจ้า ตามไปแล้วจะได้อะไรขึ้นมา?”
“นับเวลาดูแล้ว พวกเฮ้อเหลียนสงก็น่าจะมาถึงได้แล้วนะ” หล่วนชิง หลิ่วตาแดงก่ำ หันกลับไปมองดินแดนของสหายสองคนที่พอแหลกสลายก็ ใกล้จะจางหายไป ครั้นจึงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเจ็บปวด “พวกเราเสียเพื่อนไป สองคน!”
“เจ้ายังรอให้เฮ้อเหลียนสงมาถึงอีกหรือ?” เนี่ยเทียนส่ายหน้า “เฮ้อ เหลียนสงจะรอดเคราะห์นี้ไปได้อย่างปลอดภัยหรือไม่ก็ยังบอกได้ยาก ต่อ ให้เขายังมีชีวิตอยู่ ความเสียหายก็มีแต่จะยิ่งหนักหนากว่าพวกเจ้า ไหนเลย จะเหลือพลังมาช่วยให้พวกเจ้าไล่ตามอสูรกายไปได้?”
“ว่าไงนะ?” โหวชูหลันตกใจ “เฮ้อเหลียนสงประสบเคราะห์ได้ อย่างไร?”
“คนที่สวามิภักดิ์ต่อเผ่าอสูรกาย ไม่ได้มีฉิวหันซานคนเดียว” เนี่ยเทียน ถอนหายใจ “หลังจากที่เฮ้อเหลียนสงเข้ามาในดินแดนพลังฟูาได้ไม่นาน ซ่าวจุนเผ่าอสูรกายคนนั้นก็ได้ข่าวแล้ว เฮ้อเหลียนสงเอาตัวเองยังไม่รอด ไม่มีทางที่จะเหลือกำลังมาช่วยพวกเจ้ารับมือกับเผ่าอสูรกายได้หรอก”
พอจบประโยคนี้ของเขา ดวงตาของโหวชูหลันก็เต็มไปด้วยความ หวาดกลัวเข้มข้น “เป็นอย่างนี้ไปได้อย่างไร?”
ระหว่างที่พวกเขาพูดคุยกัน จิ่งเฟยหยางและเยว่เหยียนสี่กับเจียงเฟิง สองคนที่บาดเจ็บสาหัสก็พากันพลิ้วกายเข้ามาในเรือดาราของเนี่ยเทียน จิ่งเฟยหยางมองเนี่ยเทียนด้วยสายตาลึกล้ำ “ซ่าวจุนของเผ่าอสูรกายผู้นั้น ถอยหนีไปเพราะถูกเจ้าทำให้บาดเจ็บสาหัสสินะ?”
“เสื้อเกราะที่เขาสวมมหัศจรรย์เกินไป ไม่สามารถสังหารเขาได้ น่า เสียดายจริงๆ” เนี่ยเทียนกล่าว
“ที่แท้คนที่พลิกเปลี่ยนสถานการณ์ ทำให้อสูรกายหนีไปก็คือเจ้า นี่เอง” หล่วนชิงหลิ่วอึ้งตะลึง ย้อนนึกถึงความอันตรายก่อนหน้านี้ นางก็ จำต้องยอมรับว่าหากไม่มีเนี่ยเทียนที่ทำให้ฝูหลัวซือเท่อบาดเจ็บสาหัส เกรงว่าพวกเขาคงต้องเอาชีวิตมาทิ้งไว้ที่นี่
“แดนเอตทัคคะสองคนสหายของพวกเจ้าตายไป ทว่าอสูรกายกลับ เสียมหาราชาสายเลือดระดับเก้าขั้นต้นไปแค่คนเดียว” เนี่ยเทียน ลาดตระเวนไปรอบๆ สนามรบ แต่ก็ยังหาศพของมหาราชาผู้นั้นไม่เจอ จึง กล่าวด้วยสีหน้าหดหู่ “ศึกครั้งนี้พวกเราคือฝุายพ่ายแพ้ เสียแดนเอตทัคคะ ไปตั้งสองคน แต่แลกมาได้แค่มหาราชาระดับเก้าคนหนึ่งกับอสูรกายระดับ แปดอีกสามคนเท่านั้น”
“พวกเราแพ้แล้วจริงๆ” โหวชูหลันยิ้มขมขื่น
จิตวิญญาณของสหายพวกเขาที่ตายไปแหลกสลายไปอย่างสมบูรณ์ แบบ ไม่มีโอกาสจุติกลับมาฝึกตนใหม่อีกแล้ว
มหาราชาสายเลือดระดับเก้าคนนั้นถูกนำศพกลับไป หัวใจไม่ถูก ทำลาย ยังมีโอกาสได้ฟื้นคืนชีพกลับมาอีกครั้ง
หากดูตามนี้ พวกเขาจึงถือว่าแพ้แล้วจริงๆ
“ตอนอยู่ดินแดนสวรรค์ทมิฬ ท่านอาลู่ของสำนักห้าธาตุเหลือแค่จิต วิญญาณ จำเป็นต้องใช้เวลายาวนานกว่าจะจุติมาฝึกตนได้ใหม่ คราวนี้ แดนเอตทัคคะสองคนที่เป็นลูกน้องของข้าก็ต้องมาตายอยู่ที่นี่” โหวชูหลัน ทอดสายตามองไกลไปยังจุดที่พวกอสูรกายหายตัวไป สีหน้าของนางหดหู่ “เมื่อเจริญถึงขีดสุดย่อมกลับมาตกต่ำ สงครามระหว่างชนต่างเผ่า พวกเรา เหมือนจะเริ่มตกเป็นรองแล้ว”
ทุกคนล้วนมีสีหน้ามืดคล้ำ เงียบงันไม่พูดจา
——