ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 1065 เหตุการณ์ประหลาดในการฝ่าขอบเขต
ตำหนักหลิงอู่
พวกลูกน้องของโหวชูหลันที่โชคดีรอดชีวิตมาได้ บวกกับสวีอี้ลูกน้อง ของเฮ้อเหลียนสงที่พอได้รับคำสั่งจากคนทั้งสองก็ติดตามผู้อาวุโสของ ตำหนักหลิงอู่ไปตรวจสอบ
ส่วนหล่วนชิงหลิ่วและเสิ่นจิ้งนั้นออกไปไล่ล่ากานซี
ทุกคนไม่มีใครรีบร้อนจากไป
ภายใต้การจัดการของเว่ยป่ายเทา เนี่ยเทียนจึงได้เข้าไปอยู่ในบ้านสวน แห่งหนึ่งที่สงบและเงียบสงัด เขาจึงเริ่มลงมือฝ่าทะลุขอบเขตสู่เขต วิญญาณ
ศพแห้งเหี่ยวของนักรบอสูรกายระดับแปดสองศพที่พอถูกเขาดูดเอาจิง ชี่เลือดเนื้อไปหมดแล้วก็ถูกเขาโยนเก็บไว้ในแหวนเก็บของ
“คราวนี้หากไม่นับรวมค่าคุณความดี ก็ไม่ได้กำไรมาเลยสักนิดเดียว” เนี่ยเทียนบ่นพึมพำ
ตอนที่เขารับมือกับฝูหลัวซือเท่อต้องปลดปล่อยผนึกแห่งชีวิตออกไป ทั้งยังเผาผลาญแก่นเลือดแห่งชีวิตไปอีกสามหยด
พอเอาจิงชี่เลือดเนื้อตลอดร่างของศพนักรบเผ่าอสูรกายระดับแปดสอง คนมาชุบหลอมก็ทำให้แก่นเลือดสามหยดก่อตัวขึ้นมาอีกครั้ง ส่วนจิงชี่ เลือดเนื้อที่เหลืออยู่ล้วนถูกสายเลือดแห่งชีวิตกลืนกินไปหมด
ทว่ายังอยู่ห่างจากการที่จะทำให้สายเลือดแห่งชีวิตจำศีลและแปร สภาพอีกยาวไกลนัก
“มหาราชาสายเลือดระดับเก้าผู้นั้นถูกคนเก็บศพไป น่าเสียดายจริงๆ”
คนที่ตายด้วยน้ำมือของเขา นอกจากอสูรกายสองคนแล้วยังมีเผ่าทมิฬ ระดับแปดอีกคนหนึ่ง
ทว่าเลือดลมของเผ่าทมิฬมีพิษร้ายเจือปนอยู่มากมาย เนี่ยเทียน ทดลองดูดซับแล้วกลับพบว่าการชุบหลอมจิงชี่เลือดเนื้อของเขายังต้อง แบกรับการรุกรานจากพิษร้ายด้วย ซึ่งมันได้ไม่คุ้มเสีย
สุดท้ายเขาก็ตัดสินใจว่าจะเอาศพของเผ่าทมิฬเก็บไว้ก่อนชั่วคราว รอ เจอหลี่หลางเฟิงเมื่อไหร่ค่อยมอบให้อีกฝ่าย
หลี่หลางเฟิงฝึกวิชาพิษร้าย สามารถดูดซับพลังงานสารพิษต่างๆ มา ช่วยให้วิชาพิษร้ายของเขาเลื่อนขั้น
เพียงแต่ว่าเนื่องจากสี่สำนักเก่าแก่ระดมกำลังค้นหาคนที่ฝึกวิชาลับ นอกรีตอย่างหลี่หลางเฟิงกันให้ควั่ก เขาจึงสั่งให้ต่งลี่พาหลี่หลางเฟิงออก ไปจากดินแดนดาวตกชั่วคราว
“สามารถเริ่มได้แล้ว!”
หลังเก็บศพที่แห้งเหี่ยวของอสูรกายไปแล้ว เขาก็เอาหยกวิเศษและ วัตถุดิบวิเศษธาตุต่างๆ มากมายมาวางปูไว้ในห้องลับ
จากนั้นเขาก็เริ่มฝ่าสู่เขตวิญญาณทันที
ขอบเขตใหญ่ๆ ของเผ่ามนุษย์ที่มีด่านซึ่งอันตรายที่สุดก็คือขอบเขต ดินแดน
นับตั้งแต่การเริ่มสร้างดินแดนจากแดนว่างเปล่าสู่แดนเอตทัคคะ ไป จนถึงแดนเทพเจ้า การข้ามผ่านสามขั้นใหญ่นี้มักจะติดตามมาด้วยความ เสี่ยงมากมายที่คาดไม่ถึง
หากไม่ระวัง เบาหน่อยก็ดินแดนแตกสลาย ต้องจุติกลับมาฝึกตนใหม่
แต่หากหนักหน่อย จิตวิญญาณก็จะแหลกลาญ หมดโอกาสกลับมาเกิด ใหม่อีก
แล้วก็เพราะเหตุนี้ โหวชูหลันแดนว่างเปล่าช่วงท้ายที่เห็นๆ กันอยู่ว่ามี ความสามารถที่จะเลื่อนสู่แดนเอตทัคคะได้แล้ว แต่นางกลับยังต้องเตรียม ตัวอย่างระมัดระวัง ไม่กล้าเสี่ยงฝ่าทะลุขั้น
ส่วนการฝ่าปราการขอบเขตในระดับที่ต่ำกว่าเขตดินแดนลงมา ความ เสี่ยงจะน้อยกว่ามาก
เมื่อเปรียบเทียบกับสามขอบเขตใหญ่แล้ว เขตวิญญาณจึงนับว่า ง่ายดายกว่าเยอะ
ขณะที่เนี่ยเทียนแสดงเจตจำนงว่าจะฝ่าสู่เขตวิญญาณ โหวชูหลันยัง ถามเขาว่าต้องการให้นางมาช่วยหรือไม่ แต่เนี่ยเทียนก็ปฏิเสธไปอย่าง รวดเร็ว
เพราะในบริเวณใกล้เคียงนี้มีจิ่งเฟยหยาง เยว่เหยียนสี่และเจียงเฟิง คอยเฝ้าพิทักษ์ เนี่ยเทียนจึงวางใจอย่างมาก
รอจนคลื่นพลังวิญญาณที่ปะปนไปด้วยเปลวเพลิง พืชหญ้า ดวงดาว ระลอกแล้วระลอกเล่าแผ่ออกมาจากจุดที่เนี่ยเทียนอยู่ พวกคนที่รู้ความ เคลื่อนไหวของเนี่ยเทียนจึงเข้าใจว่าเขาได้เริ่มทำการฝ่าทะลุขอบเขตแล้ว
การฝ่าทะลุขอบเขตของเนี่ยเทียนไม่ได้ส่งผลกระทบใดๆ ต่อตำหนักห ลิงอู่ พวกโหวชูหลันและเฮ้อเหลียนสงจึงยังคงตรวจสอบเหล่าผู้อาวุโสใน ตำหนัก
หลายวันต่อมา การฝ่าทะลุขอบเขตของเนี่ยเทียนยังคงดำเนินต่อไป ทว่าหล่วนชิงหลิ่วและเสิ่นจิ้งกลับหวนคืนมาด้วยความผิดหวัง
รองเจ้าตำหนักหลิงอู่หายตัวไปเลยนับแต่นั้น ไม่รู้ว่าหนีไปอยู่ใน ดินแดนดวงดาวแห่งไหน เพราะเขาไม่ทิ้งร่องรอยไว้แม้แต่น้อย
คนอื่นๆ ก็ได้ทำการตรวจสอบผู้อาวุโสแดนว่างเปล่าทุกคนของ ตำหนักหลิงอู่แล้วหนึ่งรอบ แต่ก็ไม่พบความผิดปกติใดๆ
ดังนั้นโหวชูหลันจึงเชื่อว่ารองเจ้าตำหนักหลิงอู่ที่หายตัวไปก็คืออีกคน หนึ่งของดินแดนพลังฟ้าที่สมคบคิดกับผสูรกาย
ทางฝ่ายของหอทอดฟ้าที่เนื่องจากเฮ้อเหลียนสงเสียหายอย่างใหญ่ หลวงจึงส่งแดนเทพเจ้าท่านหนึ่งเข้ามาที่ดินแดนพลังฟ้า
ผู้แข็งแกร่งท่านนั้นตรวจสอบพื้นที่ที่พวกเขาประมือกับเผ่าอสูรกาย และเผ่าทมิฬ แล้วก็สัมผัสได้ถึงคลื่นห้วงมิติที่ผิดปกติของท้องฟ้าแถบหนึ่ง จึงไล่ตามเบาะแสไป จนกระทั่งแน่ใจว่ามีประตูข้ามอาณาจักรบานหนึ่งถูก ทำลายอยู่ตรงนั้น
ข่าวนี้ทำให้ทุกคนเข้าใจดีว่าพวกอสูรกายที่แอบลอบเข้ามาในดินแดน พลังฟ้าและวางแผนหมายสังหารโหวชูหลัน รวมไปถึงลาหมู่เซิน “ผู้กลั่น พิษ” ของเผ่าทมิฬที่ตามมาช่วยทีหลังได้จากไปแล้ว แม้แต่ประตูข้าม อาณาจักรก็ถูกพวกเขาทำลายไปด้วย
เฮ้อเหลียนสงและคนของเขาจึงติดตามผู้แข็งแกร่งคนนั้นกลับไปจาก ดินแดนพลังฟ้าก่อน
เดิมทีหลังจากที่ธุระในดินแดนพลังฟ้าเสร็จสิ้น โหวชูหลันเองก็คิดจะ กลับไปรายงานที่สำนักห้าธาตุเกี่ยวกับเรื่องคุณความชอบของเนี่ยเทียน เพราะนางต้องการมอบหยกวิเศษจำนวนที่แน่นอนให้เป็นค่าตอบแทนแก่ พระราชวังโบราณสะเก็ดดาว
ซึ่งพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวจะเอาค่าตอบแทนที่ได้รับมานี้ไปคิด คำนวณเป็นคะแนนคุณความดีของเนี่ยเทียน
ทว่าเนื่องจากเนี่ยเทียนยังทำการฝ่าทะลุขอบเขตวิญญาณ โหวชูหลัน จึงให้คนอื่นๆ กลับไปก่อน ส่วนตัวเองและหล่วนชิงหลิ่วยังคงปักหลักอยู่ใน ดินแดนพลังฟ้า รอให้เนี่ยเทียนเลื่อนขั้นสำเร็จ
“เนี่ยเทียนช่วยพวกเราได้เยอะมาก ควรจะต้องมอบหยกวิเศษให้กับ พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวสักเท่าไหร่ดี?” หล่วนชิงหลิ่วเอ่ยถาม
หากไม่ได้เนี่ยเทียนช่วยทำร้ายฝูหลัวซือเท่อให้บาดเจ็บสาหัส พวกเขา คงไม่ใช่แค่เสียแดนเอตทัคคะช่วงต้นไปสองคน ตัวโหวชูหลันและหล่วนชิง หลิ่วเองก็ต้องเผชิญกับเคราะห์กรรมที่เลวร้ายมิอาจประเมินได้เหมือนกัน
อีกทั้งยังอาจเดือดร้อนไปถึงเฮ้อเหลียนสง ทำให้เฮ้อเหลียนสงถูกลาหมู่ เซินแห่งเผ่าทมิฬสังหารทางอ้อมอีกด้วย
เมื่อเริ่มคิดจะประเมินคุณความชอบของเนี่ยเทียน โหวชูหลันจึงเริ่ม ปวดหัว ยังมิอาจตัดสินใจได้ทันที
“รอให้เนี่ยเทียนฝ่าทะลุขอบเขตแล้วข้าค่อยคุยกับเขาอีกที” โหวชูห ลันเงียบไปครู่ก็กล่าวว่า “โดยทั่วไปแล้ว ค่าตอบแทนที่เรามอบให้แก่ พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวไปคำนวณเป็นคะแนนคุณความดี พระราชวัง โบราณสะเก็ดดาวจะหักเอาไว้ส่วนหนึ่ง แต่รองเจ้าตำหนักหลัวว่านเซี่ยงที่ เป็นผู้รักษาการณ์ของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวตอนนี้เหมือนจะไม่ค่อย เป็นมิตรกับเนี่ยเทียนเท่าไหร่นัก”
หล่วนชิงหลิ่วพอจะเดาความหมายของโหวชูหลันได้ “ท่านจะบอกว่า เราควรหักค่าตอบแทนที่ต้องมอบให้พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวออกมา ส่วนหนึ่งแล้วยกให้กับเนี่ยเทียนโดยตรง? ทำแบบนี้เหมือนจะไม่ถูกกฎ เท่าไหร่กระมัง?”
“ขอแค่พวกเราพูดตรงกับเนี่ยเทียน ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร” โหวชูห ลันกล่าวเสียงเรียบ
หล่วนชิงหลิ่วจึงไม่พูดโน้มน้าวอีก
ผ่านไปอีกครึ่งวัน จู่ๆ พื้นที่ที่เนี่ยเทียนทำการฝ่าทะลุขอบเขตก็มีปราณ ประหลาดระเบิดขึ้นมาจนแดนว่างเปล่ามากมายของตำหนักหลิงอู่ล้วน สัมผัสได้
อาณาจักรที่ตั้งของตำหนักหลิงอู่ถูกตั้งชื่อว่าอาณาจักรหลิงอู่ สถานที่ แห่งนี้จะมีพลังงานหลายขุมซึ่งถูกชักดึงมาจากพลังงงานที่ปะปนกัน มากมายอยู่นอกอาณาจักร เมื่อผ่านการชำระล้างจากปราการของ อาณาจักรแล้วก็จะแทรกซึมเข้ามาข้างใน
ซึ่งดูเหมือนว่าพลังงานที่แทรกซึมเข้ามาจะมาล่องลอยอยู่ในตำแหน่งที่ เนี่ยเทียนอยู่ คล้ายถูกเขาดึงดูด
พลังงานจากที่มาท้องฟ้าด้านนอกเช่นนี้ มีเพียงขอบเขตดินแดนเท่านั้น ถึงจะพอรับสัมผัสได้ถึง
เว่ยป่ายเทารีบเร่งรุดมาหาโหวชูหลัน เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงตกตะลึง “ดู เหมอืนว่าการฝ่าขอบเขตวิญญาณของเนี่ยเทียนจะไปชักนำพลังงานนอก โลกสามขุมให้เข้ามาที่อาณาจักรหลิงอู่!”
โหวชูหลันลุกขึ้นยืนแล้วบินทะยานไปยังจุดที่เนี่ยเทียนใช้ฝึกตน
บ้านสวนที่ตั้งอยู่ในหุบเขาเงียบสงบใกล้เคียงกับตำหนักหลิงอู่มีจิ่งเฟย หยาง เยว่เหยียนสี่ เจียงเฟิงสามคนยืนตระหง่านอยู่หน้าหุบปาก คนทั้ง สามต่างก็เงยหน้ามองท้องฟ้าด้วยสายตาตกตะลึง
ตอนนี้ม่านราตรีอันเงียบสงัดมีปราณของเปลวเพลิง พืชหญ้าและ ดวงดาวปรากฏอยู่อย่างชัดเจนภายใต้การจับจ้องด้วยพลังจิตวิญญาณของ พวกเขา
“พวกเจ้าเองก็สัมผัสได้เหมือนกันหรือ?” จิ่งเฟยหยางมองไปยังโหวชูห ลัน หล่วนชิงหลิ่ว เว่ยป่ายเทา หัวคิ้วของเขาขมวดเป็นปม “การฝ่าทะลุ ขอบเขตของเขตวิญญาณ เดิมทีอาศัยแค่หยกวิเศษและวัตถุดิบต่างธาตุแค่ นั้นก็พอ มีเพียงขอบเขตดินแดน สร้างดินแดนสำเร็จหรือเลื่อนสู่แดน เอตทัคคะ แดนเทพเจ้าเท่านั้นถึงจะชักนำให้ท้องฟ้านอกอาณาจักรเกิด เหตุการณ์ประหลาดได้”
“อีกทั้งยังเห็นได้ชัดพลังงานที่ถูกดึงดูดมาคือพลังงานของนอก อาณาจักร นี่นับว่าหาได้ยากมาก”
ดวงตาคู่งามของโหวชูหลันเป็นประกายระยับ นางเอ่ยเสียงแผ่ว “พลังงานสามอย่างที่ถูกดึงดูดมาที่นี่ล้วนมาจากวัตถุประหลาดสามชิ้นใน มหาสมุทรวิญญาณจุดตันเถียนของเนี่ยเทียน วัตถุประหลาดทั้งสามนั้น หนึ่งคือเปลวเพลิงสีส้มอมแดง พวกเจ้าเองก็เคยเห็นแล้ว ขนาดเปลวเพลิง กร่อนดินแดนของเผ่าทมิฬมันก็ยังกลืนกินเข้าไปได้”
“ส่วนอีกชนิดหนึ่งคือต้นวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ อย่างที่สาม หากข้าเดาไม่ ผิด น่าจะเป็นบุปผาเก้าดารา”
“ต้นวิญญาณศักดิ์สิทธิ์คือวัตถุดิบวิเศษระดับเพาะฟ้า ระดับของเปลว เพลิงไม่รู้ละเอียดนัก แต่หากกลืนกินเปลวเพลิงกร่อนดินแดนได้ เกรงว่าก็ คงเป็นระดับเพาะฟ้าเหมือนกัน ส่วนบุปผาเก้าดารานั้นเป็นระดับของมัน กลับด้อยกว่าเล็กน้อย แต่เดิมทีบุปผาเก้าดาราก็สามารถดูดพลังดวงดาว จากนอกโลกมาได้อยู่แล้ว”
“โอสถวิญญาณสามเม็ดของเขาล้วนหล่อเลี้ยงวัตถุประหลาดทั้งสามนี้ ขณะที่ฝ่าสู่เขตวิญญาณ โอสถวิญญาณจึงต้องดูดเอาพลังงานมากมายมา บำรุงวัตถุประหลาดทั้งสาม นั่นจึงเป็นการกระตุ้นด้านที่ลึกลับที่สุดของ พวกมันออกมา”
พอจิ่งเฟยหยางได้ยินนางกล่าวเช่นนี้ เขาก็มีท่าทางตะลึงอย่างเห็นได้ ชัด “เจ้ามองวัตถุประหลาดในมหาสมุทรวิญญาณจุดตันเถียนเขาออกหมด เลยหรือ?”
“ไม่หรอก ข้าไม่สามารถมองออกได้หมด มีเพียงต้นวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ นั่นต้นเดียว” โหวชูหลันส่ายหน้า “เปลวเพลิงและบุปผาเก้าดาราล้วนเป็น เพียงการคาดเดาของข้า แต่ข้าเชื่อว่าการคาดเดาของข้าไม่น่าจะผิด แค่ฝ่า
ทะลุสู่ขอบเขตวิญญาณก็สามารถชักนำพลังงานนอกอาณาจักรมาผสาน รวมในร่างตัวเองได้ ไอ้หมอนี่ช่างเป็นลูกรักของสวรรค์จริงๆ”
“เทพธิดา การฝ่าทะลุขอบเขตของเขาคงไม่ส่งผลกระทบต่อโครงสร้าง อาณาจักรหลิงอู่หรอกกระมัง?” เว่ยป่ายเทาพูดอย่างไม่สบายใจ
“วางใจเถอะ ต่อให้มีผลกระทบบ้างก็ไม่ใช่เรื่องเลวร้ายอะไร” โหวชูห ลันปรายตามองเขาหนึ่งทีพลางเอ่ยอย่างเฉยเมย “เจ้าไม่ต้องเป็นกังวล กะ อีแค่อาณาจักรหลิงอู่ ต่อให้ระเบิดไปเพราะเนี่ยเทียนก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่ ด้วย ตำแหน่งและฐานะของเนี่ยเทียน ด้วยรากฐานของข้า ยังกลัวว่าจะชดใช้ให้ เจ้าไม่ได้อีกอย่างนั้นรึ?”
“นี่…ข้าไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น” เว่ยป่ายเทาเอ่ยอย่างกระอัก กระอ่วน
——