ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 1066 โอสถวิญญาณตกผลึก
จุดลึกของหุบเขา
เนี่ยเทียนเดินออกจากห้องลับที่ใช้ฝึกตนมายังลานกว้างด้านนอก แล้ว เริ่มชุบหลอมหยกวิเศษกับวัตถุดิบวิเศษอย่างมีสมาธิ
ภายใต้ม่านรัตติกาล เขาปลดปล่อยแสงสว่างเจิดจ้า ร่างทั้งร่างเหมือน แม่เหล็กก้อนหนึ่งที่ดูดดึงพลังงานจากทางช้างเผือกนอกอาณาจักรมาอย่าง ต่อเนื่อง
เหนือศีรษะของเขามีเปลวเพลิงสีส้มอมแดง บุปผาเก้าดาราและต้น วิญญาณศักดิ์สิทธิ์ซึ่งเป็นภาพมายาลอยอยู่
การก่อตัวของภาพมายานี้เกิดขึ้นจากปราณของวัตถุประหลาดสามชิ้น ที่มารวมตัวกันหลังจากขอบเขตมีการฝ่าทะลุขั้น
ภาพมายาไม่ใช่ของจริง แต่กลับเป็นฝ่ายชักนำปราณสามขุมจากนอก โลกให้ไหลมายังมหาสมุทรวิญญาณจุดตันเถียนของเนี่ยเทียนได้ด้วยตัวเอง
ระหว่างนี้เนี่ยเทียนก็ใช้คาถาหลอมรวมปราณมาดึงพลังที่อยู่ในหยก วิเศษและวัตถุดิบวิเศษแต่ละธาตุให้มารวมกันที่จุดตันเถียนเช่นกัน
มหาสมุทรวิญญาณจุดตันเถียน ปราณวิญญาณหลากสีคล้ายไอหมอกที่ ทั้งบริสุทธิ์และทั้งหนาเข้มข้น
เมื่อใช้กระแสจิตมองเข้าไปข้างใน เนี่ยเทียนก็เห็นได้อย่างชัดเจนว่า โอสถวิญญาณสี่เม็ดต่างก็กำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างเงียบเชียบ
ตอนที่โอสถวิญญาณไร้ธาตุ โอสถวิญญาณเปลวเพลิง โอสถวิญญาณ พืชหญ้าและโอสถวิญญาณดวงดาวเพิ่งจะก่อตัวขึ้นมา มันทำการบีบอัด และกลั่นหลอมปราณวิญญาณถึงได้ทำให้ปราณวิญญาณกลายมามีสภาพ เป็นของเหลว
เวลานี้จุดศูนย์กลางของโอสถวิญญาณทั้งสี่เม็ด พลังงานที่เป็น ของเหลวได้ทำการชุบหลอมเป็นครั้งที่สองจึงคล้ายจะกลายมาเป็นของแข็ง ในลักษณะของผลึก
ตรงใจกลางของโอสถวิญญาณเปลวเพลิงมีผลึกสีแดงฉานขนาดเท่า เมล็ดข้าวก่อตัวขึ้นมา โอสถวิญญาณพืชหญ้าเองก็มีขนาดเท่ากัน ลักษณะ ของมันคล้ายทำมาจากไม้ ส่วนโอสถวิญญาณดวงดาวนั้น ตรงกลางกลับมี ลักษณะเป็นก้อนโลหะกลมๆ สีเงิน
“โอสถวิญญาณที่เป็นของเหลว มีส่วนหนึ่งเกาะตัวเป็นของแข็ง สามารถแบกรับพลังงานได้มากขึ้น!”
เนี่ยเทียนพลันกระจ่างแจ้ง พอสังเกตการณ์ต่อไปก็พบว่าส่วนที่เกาะตัว เป็นผลึกแข็งกินพื้นที่ไปเพียงส่วนน้อยเท่านั้น
มีเพียงตำแหน่งจุดศูนย์กลางที่หากไม่เป็นผลึกสีแดงใส ก็มีลักษณะ เหมือนก้อนไม้ หรือไม่ก็ลูกโลหะสีเงิน
ตรงขอบๆ ยังคงเป็นของเหลวอย่างน้ำลาวา หยดดวงดาวและหยดพืช หญ้าดังเดิม
ส่วนโอสถวิญญาณไร้ธาตุนั้นก็ยังมีลักษณะคงเดิมเช่นกัน
พอได้สังเกตการณ์มหาสมุทรวิญญาณจุดตันเถียนอย่างละเอียดเช่นนี้ เขาก็มีความรู้ใหม่ จิตใจจึงหวั่นไหวอย่างห้ามไม่ได้
มหาสมุทรวิญญาณจุดตันเถียนของเขาในตอนนี้ หากมองปราดๆ จะ เหมือนทะเลปราณวิญญาณ ซึ่งกลางทะเลปราณวิญญาณจะมีโอสถ วิญญาณสี่เม็ด รอบนอกของโอสถวิญญาณคือพลังงานธาตุต่างๆ มีลักษณะ เป็นของเหลว ส่วนใจกลางของโอสถวิญญาณแต่ละเม็ดจะเกาะตัวเป็นผลึก แข็ง
นอกสุดคือปราณ รองลงมาคือของเหลว จากนั้นตรงกลางก็คือก้อน ผลึก
นี่ก็คือลักษณะปัจจุบันของมหาสมุทรวิญญาณจุดตันเถียน
ส่วนไฟศักดิ์สิทธิ์ บุปผาเก้าดาราและต้นวิญญาณศักดิ์สิทธิ์นั้นอยู่รอบ นอกของโอสถวิญญาณสามธาตุ เคลื่อนไหวอยู่ในปราณวิญญาณที่เป็น ของเหลวอีกที ซึ่งคอยรวบรวมพลังงานจากนอกอาณาจักรมาทำให้ตัวเอง เติบโต
ยิ่งเขารวบรวมปราณวิญญาณมาได้มากเท่าไหร่ การชุบหลอมหยด ของเหลวก็ยิ่งทำให้ผลึกตรงกลางของโอสถวิญญาณที่แข็งตัวขยายใหญ่ได้ มากขึ้นเท่านั้น
ไม่นานนัก จิตวิญญาณที่แท้จริงของเขาก็เกิดการเปลี่ยนแปลงไป พร้อมๆ กัน
พลังจิตวิญญาณแต่ละกลุ่มของเขา ก็ทำให้จิตวิญญาณที่แท้จริงซึ่งก่อน หน้านี้พร่าเลือน เปลี่ยนมาเป็นชัดเจนอย่างถึงที่สุด
พลังจิตวิญญาณมารวมตัวกันก็เหมือนเป็นการสวม “หนัง” อีกชั้นหนึ่ง ให้กับจิตวิญญาณที่แท้จริงซึ่งเหมือนร่างจริงของเขาอย่างไม่มีผิดเพี้ยน
คำว่า “หนัง” ที่ว่านี้ก็คือการชุบหลอมพลังจิตวิญญาณให้สูงถึงขีดสุด เพื่อทำให้จิตวิญญาณที่แท้จริงของเขาไม่เหมือนภาพลวงตาอีกต่อไป แต่ กลับให้ความรู้สึกเหมือนมีเลือดเนื้อที่แท้จริง
“เขตวิญญาณ โอสถวิญญาณก่อตัวเป็นผลึกแข็ง จิตวิญญาณที่แท้จริง เหมือนร่างแท้จริง!”
ไม่จำเป็นต้องให้ใครมาบอก แค่ใช้ตาและร่างกายของตัวเองรับสัมผัส เขาก็เข้าใจถึงความแตกต่างทางด้านคุณสมบัติและหว่างเขตลี้ลับกับเขต วิญญาณโดยพลัน
ส่วนที่เป็นของแข็งของโอสถวิญญาณสี่เม็ดกินพื้นที่แค่หนึ่งในห้าของ โอสถวิญญาณ
ทว่าต่อให้ก้อนแข็งพวกนั้นจะมีขนาดแค่หนึ่งในห้า แต่พลังงานต่างธาตุ ที่แฝงเร้นอยู่ภายในกลับเหนือกว่าส่วนที่เป็นของเหลว
เขายังรู้สึกด้วยว่าการฝึกตนในแต่ละก้าวนับจากนี้ไป จำเป็นต้องชุบ หลอมโอสถวิญญาณ เปลี่ยนแปลงให้ของเหลวเหล่านั้นกลายมาเป็นผลึก แข็งด้วย
“อู้!”
จิตวิญญาณที่แท้จริงซึ่งเหมือนถูกคลุมไว้ด้วย “หนัง” อีกชั้นหนึ่งหลุด ออกไปจากกระหม่อมของเขาแล้วลอยอยู่เหนือศีรษะของเขาเงียบๆ
วิญญาณออกจากร่างครั้งนี้ เขาไม่รู้สึกอ่อนกำลังคล้ายจิตวิญญาณที่ แท้จริงจะถูกลมพัดพาให้สลายไปอีกแล้ว
เมื่อจิตวิญญาณที่แท้จริงของขอบเขตวิญญาณหลุดออกไปจากร่างก็ คล้ายจะสามารถเคลื่อนไหวได้เพียงลำพัง ไม่ได้รับผลกระทบจากภายนอก เพียงเพราะไม่ได้รับเลือดเนื้อมาประคองตัว
สถานการณ์เช่นนี้ ตอนนี้เขตลี้ลับ เขาไม่กล้าคาดคิดแม้แต่น้อย
“นับแต่นี้ไป จิตวิญญาณที่แท้จริงจะสามารถออกจากร่างไปเคลื่อนที่ อยู่ตามอาณาจักรต่างๆ ได้เป็นปกติแล้ว จิตวิญญาณที่แท้จริงที่สามารถ หลุดออกจากร่างได้ ต่อให้เรือนกายดับสลาย ขอแค่รักษาจิตวิญญาณที่ แท้จริงในสภาพสมบูรณ์แบบเอาไว้ได้ เมื่อมีโอกาสที่เหมาะสมก็สามารถไป จุติกลับมาฝึกตนใหม่ได้อีก นี่หมายความว่านับแต่นี้ไปหากพบเจออันตราย จนร่างกายแหลกสลาย ขอแค่จิตวิญญาณที่แท้จริงไม่เสียหายก็มีโอกาส กลับมาเกิดใหม่ได้อีกครั้ง”
“ทว่าจิตวิญญาณที่แท้จริงในลักษณะนี้ยังมีขีดจำกัดมากกว่าขอบเขต แดนว่างเปล่าอีกหลายเท่านัก”
หลังจากที่ร่างกายของเขตวิญญาณตายไป จิตวิญญาณที่แท้จริงต้องไม่ เสียหายเลยถึงจะมีหวังกลับไปเกิดแล้วมาฝึกตนได้ใหม่
ทว่าหากผู้ที่เป็นแดนว่างเปล่า แดนเอตทัคคะ แดนเทพเจ้าร่างแหลก สลาย จิตวิญญาณที่แท้จริงได้รับบาดเจ็บสาหัสจนกลายเป็นเศษซาก วิญญาณมากมาย ขอแค่เหลือเศษซากวิญญาณเสี้ยวหนึ่งก็มีโอกาสไปเกิด ใหม่อีกครั้ง
ตอนอยู่ดินแดนสวรรค์ทมิฬ จิตวิญญาณของลู่เจี้ยเฟิงแห่งสำนักห้า ธาตุถูกทำร้ายบาดเจ็บสาหัสจนเกือบจะแหลกสลาย เหลือเพียงเศษ วิญญาณเสี้ยวหนึ่งที่หนีรอดไปได้
เศษวิญญาณเพียงเสี้ยวเดียวก็สามารถทำให้ลู่เจี้ยเฟิงที่ตามหาเผ่า มนุษย์ที่เหมาะสมเจอไปเกิดใหม่ รอจนชีวิตที่เกิดใหม่เริ่มแข็งแกร่ง ความ ทรงจำทั้งหมดหวนคืน เขาก็ยังสามารถหวนกลับมาสู่จุดสูงสุดได้อีกครั้ง
“จิตวิญญาณที่แท้จริงของเขตวิญญาณเคลื่อนไหวได้แค่ภายใต้การ ป้องกันของอาณาจักรเท่านั้น หากไปเผยตัวอยู่นอกทางช้างเผือก เกรงว่า คงไม่สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างราบรื่น ซึ่งก็หมายความว่า หากร่างของ เขตวิญญาณแหลกสลายอยู่นอกทางช้างเผือก จิตวิญญาณที่แท้จริงจะ สลายไปอย่างรวดเร็ว ไม่มีโอกาสกลับมาเกิดใหม่ได้อีก”
“อู้!”
จิตวิญญาณที่แท้จริงที่เป็นของเขาพลันลอยออกไปด้วยความเร็ว ประหนึ่งสายฟ้าแลบ
ครู่หนึ่งจิตวิญญาณที่แท้จริงและร่างจริงของเขาก็อยู่ห่างกันแล้วร้อยลี้
เวลานี้เขาก็พอจะรู้สึกได้ว่าความเชื่อมโยงระหว่างจิตวิญญาณที่แท้จริง กับร่างของเขาเหมือนจะขาดๆ หายๆ
ดูเหมือนว่าหนึ่งร้อยลี้จะเป็นขีดจำกัดของเขตวิญญาณแล้ว หากจิต วิญญาณที่แท้จริงจะลอยไปไกลกว่านี้ก็มีความเป็นไปได้มากว่าจะขาดการ ติดต่อกับเรือนกายจริง
นอกรัศมีร้อยลี้ จิตวิญญาณที่แท้จริงของเขาปลดปล่อยกระแสจิต วิญญาณออกไปก็สามารถรับสัมผัสถึงความเคลื่อนไหวของสิ่งมีชีวิตที่อยู่ ใกล้เคียงได้
“เมื่อจิตวิญญาณที่แท้จริงหลุดออกจากร่าง ขอบเขตการรับสัมผัสจะ เพิ่มขึ้นสูงมาก แต่หากจิตวิญญาณที่แท้จริงอยู่ในร่างกายก็ได้แค่ใช้กระแส จิตวิญญาณจับความเคลื่อนไหวรอบด้านในอาณาบริเวณแค่สิบกว่าลี้ อย่าง มากสุดก็หลายสิบลี้”
เขาพลันเข้าใจถึงความมหัศจรรย์หลังจากที่จิตวิญญาณที่แท้จริงหลุด ออกจากร่าง
แต่ว่าการที่จิตวิญญาณที่แท้จริงหลุดออกจากร่างยังมีความเสี่ยง มากมายตามมา หากบริเวณใกล้เคียงมีผู้แข็งแกร่งระดับเดียวกันรับสัมผัส ได้ถึงจิตวิญญาณที่แท้จริงของเขาแล้วลอบสังหาร จิตวิญญาณที่แท้จริง ของเขาก็ต้องเผชิญกับเรื่องที่คาดไม่ถึง
นี่ก็เป็นสาเหตุที่ว่าทำไมต่อให้ผู้แข็งแกร่งมากมายจะรู้ว่าพอจิต วิญญาณที่แท้จริงหลุดออกจากร่างจะทำให้รับสัมผัสได้ไกลขึ้น แต่ก็ยังไม่ กล้าบุ่มบ่าม
เว้นเสียแต่วแน่ใจว่าในบริเวณใกล้เคียงไม่มีคู่ต่อสู้ที่สามารถคุกคามตน ได้ ถึงจะสามารถเอาวิธีนี้มาใช้ได้อย่างวางใจ
ปีนั้นตอนที่เนี่ยเทียนอยู่ในเหมืองแร่ใกล้กับสำนักหลิงอวิ๋นแล้วถูกอูจี้ที่ เป็นเขตลี้ลับลอบมอง ก็เพราะจิตวิญญาณที่แท้จริงของอูจี้หลุดลอยออกไป
จากร่าง ที่อูจี้ทำเช่นนั้นก็เพราะรู้ว่าในบริเวณรอบๆ สำนักหลิงอวิ๋นไม่มี ใครที่แข็งแกร่งไปกว่าเขา แม้แต่คนที่สัมผัสได้ถึงความเคลื่อนไหวของจิต วิญญาณที่แท้จริงและปราณของเขาก็ยังไม่มี
ตอนที่เหยียนจั้นเข้ามาในอาณาจักรเลี่ยคงแล้วถอดจิตออกไปข้างนอก ก็เพราะเขารู้สึกว่าด้วยตบะแดนเอตทัคคะช่วงท้ายของเขา ไม่น่าจะทำให้ เขามีอันตรายอะไร
การโบยบินของจิตวิญญาณเร็วกว่าร่างกายที่มีเลือดเนื้อหลายเท่านัก
เมื่อปล่อยจิตวิญญาณออกไปล่องลอยอยู่รอบด้าน บริเวณในการรับ สัมผัสจะกว้างขึ้น ความเร็วก็มากขึ้น
เหยียนจั้นสามารถตรวจสอบสถานการณ์ของอาณาจักรเลี่ยคงได้อย่าง ชัดเจนเพียงเวลาสั้นๆ ก็เพราะอาศัยการสำรวจด้วยจิตวิญญาณของแดน เอตทัคคะช่วงท้าย
แดนว่างเปล่า แดนเอตทัคคะหลายคน เวลาไปเคลื่อนไหวอยู่ในท้องฟ้า นอกอาณาจักรมักจะไม่ปล่อยจิตวิญญาณออกไป เพราะนอกจากสิ่งเจือปน มากมายนอกอาณาจักรจะทำลายจิตวิญญาณที่แท้จริงได้แล้ว ยังกริ่งเกรง ว่าจะเจอกับศัตรูที่มีระดับเท่ากันอีกด้วย
จิตวิญญาณที่สูญเสียการประคับประคองจากเรือนกายที่มีเลือดเนื้อจะ ได้แค่ใช้พลังจิตวิญญาณ พลังงานในโอสถวิญญาณและคาถาวิเศษ หลากหลายอย่างล้วนไม่สามารถเอาออกมาใช้ได้
เมื่อเจอกับพวกคนที่อ่อนแอกว่า จิตวิญญาณที่ไม่มีร่างกายอาจจะพอ เอาชนะได้ ทว่าหากเจอคนระดับเดียวกันหรือคนที่เชี่ยวชาญวิชาสายฟ้า แบบนั้นก็แย่แน่
“ผลึกที่ก่อตัวขึ้นมาในโอสถวิญญาณกินพื้นที่แค่หนึ่งในห้า ยังขยับ ขยายได้ต่อ”
เนี่ยเทียนใคร่ครวญ เมื่อเห็นว่ายังมีพลังแฝงให้ขุดค้นก็ลงมือดึงเอา พลังงานในหยกวิเศษและวัตถุดิบธาตุเปลวเพลิง ธาตุไม้ ธาตุดวงดาว มากมายที่มีอยู่ในมือมาเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับโอสถวิญญาณ
ระหว่างขั้นตอนนี้ พลังงานจากนอกอาณาจักรซึ่งแฝงเร้นด้วยพลังพืช หญ้า เปลวเพลิงและดวงดาวที่ถูกชักนำมา ส่วนใหญ่ก็ล้วนถูกเมล็ดพันธ์ เปลวเพลิง บุปผาเก้าดาราและต้นวิญญาณศักดิ์สิทธิ์รับเอาไป
ส่วนน้อยนิดไปผสานรวมอยู่กับโอสถวิญญาณ ช่วยให้โอสถวิญญาณ แข็งตัว
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว
พริบตาเดียวก็ผ่านไปอีกเจ็ดวัน การฝ่าทะลุขอบเขตของเนี่ยเทียน ยังคงดำเนินต่อไป
นอกหุบเขา พวกจิ่งเฟยหยาง เยว่เหยียนสี่และเจียงเฟิงต่างก็กำลังรอ คอยด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
พวกโหวชูหลันไม่ได้เข้าไปในหุบเขา เพียงใช้จิตวิญญาณของตัวเองรับ สัมผัสกับการเปลี่ยนแปลงของลำแสงที่ถูกชักนำมาจากนอกโลก
“มีพลังเปลวเพลิงและพลังพืชหญ้าส่วนหนึ่งที่มีสิ่งเจือปน จึงถูกวัตถุ ประหลาดสองอย่างในร่างเขาสละทิ้ง พลังงานเหล่านั้นกระจายอยู่ในฟ้า ดินรอบด้าน ทำให้ปราณเปลวเพลิงและพืชหญ้าเปลี่ยนมาเป็นเข้มข้นมาก ขึ้น” หล่วนชิงหลิ่วที่เป็นแดนเอตทัคคะช่วงท้ายหันไปพูดกับเว่ยป่ายเทา “ในร่างของเนี่ยเทียนมีวัตถุมหัศจรรย์ระดับเพาะฟ้าธาตุเปลวเพลิงและพืช หญ้า แถมยังช่างเลือกมากเสียด้วย”
“แต่ว่าพลังงานที่วัตถุมหัศจรรย์สองชิ้นนั้นไม่เห็นอยู่ในสายตากลับมี ประโยชน์ต่ออาณาจักรหลิงอู่”
“ปราณเปลวเพลิงและพืชหญ้าในพื้นที่แถบนี้ของอาณาจักรหลิงอู่จะ เข้มข้นมากกว่าที่อื่น พืชพรรณหลายอย่างของอาณาจักรหลิงอู่จะได้รับ ประโยชน์ ลาวาที่อยู่ด้านใต้เทือกเขาในบริเวณใกล้เคียงก็จะเพิ่มขึ้นมาอีก นิด”
“มีประโยชน์ไร้โทษ เขาสามารถทำให้ปราณเปลวเพลิงและพืชหญ้าใน บริเวณใกล้เคียงเข้มข้นขึ้นได้ ไม่ใช่เพราะการฝ่าทะลุขอบเขตวิญญาณ แต่ เป็นเพราะสมบัติระดับเพาะฟ้าสองชิ้นนั้น” โหวชูหลันพยักหน้ารับ “กลับ เป็นพลังดวงดาวที่บุปผาเก้าดาราชักนำมาเสียอีกที่ไม่หลงเหลืออยู่ที่นี่”
นางเพ่งสมาธิรับสัมผัส ก่อนจะพูดขึ้นเบาๆ “อีกไม่กี่วัน การฝ่าทะลุขั้น ของเขาก็น่าจะเสร็จสิ้นแล้ว”
เว่ยป่ายเทายิ้มประจบ “ไม่ทำลายรากฐานของอาณาจักรหลิงอู่ก็ดีแล้ว ส่วนเรื่องที่ว่าจะได้รับผลประโยชน์หรือไม่นั้น ข้าไม่กล้าคาดหวัง”
ทุกคนยังคงรอคอยอย่างอดทน
วันนี้ขณะที่เนี่ยเทียนยังคงรวบรวมพลังงานทำให้ในโอสถวิญญาณเกาะ ตัวเป็นผลึกมากขึ้น ลูกน้องคนหนึ่งของโหวชูหลันก็เร่งร้อนพุ่งมาอย่าง ลุกลี้ลุกลน
“เทพธิดา! เพิ่งได้ข่าวใหม่ล่าสุดมาว่าบุตรแห่งดวงดาวคนที่สามของ พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวถูกลูกน้องที่แอบติดต่อกับชนต่างเผ่าหักหลัง ทำให้ดินแดนของเขาแหลกสลายและตายไป!” คนผู้นั้นตะโกนดังลั่น
“โหมวลั่วตายแล้วรึ?” โหวชูหลันตัวสั่นสะท้าน “โหมวลั่วคือแดนว่าง เปล่าช่วงท้าย ขอบเขตเท่าเทียมกับข้า! ศักยภาพของลูกน้องเขาแข็งแกร่ง ยิ่งกว่าซือคงฉั่วเสียอีก เขาตายแล้วอย่างนั้นหรือ?”
“ข่าวนี้จริงแท้แน่นอน! โหมวลั่วตายแล้วจริงๆ คนที่ลงมือคือมหาราชา ระดับเก้าสองคนของเผ่าภูตผีปีศาจ” คนผู้นั้นสีหน้ายังตื่นตระหนกไม่ คลาย “ดูเหมือนว่าคนที่ทรยศโหมวลั่วจะเป็นแดนเอตทัคคะช่วงกลางคน หนึ่งที่ติดตามเขามานานมากแล้ว เศษซากวิญญาณแม้แต่เสี้ยวเดียวของ โหมวลั่วก็หนีรอดไปไม่ได้ ตายแน่นอนแล้ว”
“โลกนี้ยิ่งอยู่ยากขึ้นทุกวันแล้ว” สีหน้าหล่วนชิงหลิ่วเคร่งเครียดอย่าง ถึงที่สุด “กี่ปีแล้ว? บุตรแห่งดวงดาวของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวมีคน ถูกชนต่างเผ่าสังหารอีกแล้ว! แถมครั้งนี้ยังต่างไปจากเดิม โหมวลั่นกลับถูก ลูกน้องของตัวเองหักหลัง เรื่องนี้ช่างน่าตะลึงอย่างแท้จริง”
ระหว่างที่พูด นางก็แอบเหลือบมองไปที่เว่ยป่ายเทา
เว่ยป่ายเทาที่ก้มหน้ารีบร้อนแสดงความจริงใจ “เทพธิดา ตำหนักหลิง อู่ของข้า คนที่มีปัญหาคือกานซี ข้าซื่อสัตย์ภักดีต่อท่าน ไม่มีใจคิดคดทรยศ แน่นอน!”
“ฟ้าจะเปลี่ยนแล้ว” โหวชูหลันพึมพำคล้ายไม่ได้ยินคำพูดของเขา
——