ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 1067 ป้ายดวงดาวสั่นสะเทือน
หลายวันต่อมา
ปราณสามขุมที่บินมาจากท้องฟูานอกอาณาจักรค่อยๆ สลายหายไป
เวลานี้เหล่าผู้แข็งแกร่งที่รวมตัวกันอยู่นอกหุบเขาต่างก็รู้ว่าการฝุาทะลุ ขอบเขตของเนี่ยเทียนได้ดำเนินมาถึงช่วงท้ายแล้ว
วินาทีที่ขอบเขตฝุาทะลุมักจะมีความมหัศจรรย์เกิดขึ้นเสมอ ไฟ ศักดิ์สิทธิ์ บุปผาเก้าดาราและต้นวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ของเนี่ยเทียนสามารถ เติบโตได้อย่างรวดเร็ว รวบรวมพลังจากนอกอาณาจักรมาได้ว่องไว ก็ล้วน เป็นเพราะอาศัยช่วงเวลาของการฝุาทะลุขอบเขตทั้งสิ้น
หากขอบเขตมั่นคงเมื่อไหร่ ความมหัศจรรย์จากการฝุาทะลุขั้นก็จะ หยุดลงทันที
ตัวเนี่ยเทียนเองก็มีประสบการณ์ในเรื่องนี้อย่างลึกล้ำ
ตอนที่เงามายาของบุปผาเก้าดารา เมล็ดพันธ์เปลวเพลิงและต้น วิญญาณศักดิ์สิทธิ์จางหายไป โอสถวิญญาณสี่เม็ดที่อยู่ในมหาสมุทร วิญญาณจุดตันเถียนของเขาก็ยากที่จะทำให้หยดของเหลวเกาะตัวกลายมา เป็นผลึกแข็งได้อีก
โอสถวิญญาณสี่เม็ดของเขาที่เดิมทีเป็นของเหลว เวลานี้แต่ละเม็ดล้วน มีส่วนที่เกาะตัวเป็นผลึกแข็งแค่หนึ่งในสามส่วนเท่านั้น
“เขตวิญญาณช่วงต้น โอสถวิญญาณเกาะตัวเป็นผลึกแข็งหนึ่งในสาม ส่วน หากเป็นช่วงกลางและช่วงท้ายคงจะค่อยๆ เกาะตัวต่อไปทีละนิด นั่น ถึงจะมีโอกาสชุบหลอมให้ของเหลวทั้งหมดกลายมาเป็นผลึกแข็งได้สำเร็จ”
จิตวิญญาณที่แท้จริงกลับคืนสู่ตำแหน่ง เขาลืมตาขึ้นมาจากการฝึกตน
เขาตรวจสอบร่างกายของตัวเองอย่างละเอียดก็พอจะสัมผัสได้ว่าเมื่อ การฝุาทะลุขั้นหยุดลง เมล็ดพันธ์เปลวเพลิง บุปผาเก้าดาราและต้น วิญญาณศักดิ์สิทธิ์ก็เหมือนจะยังสามารถชักนำพลังงานอ่อนจางนอก อาณาจักรมาให้เขาใช้ได้ต่อ
เพียงแต่ว่าเมื่อเปรียบเทียบกับก่อนหน้านี้ พลังที่ได้มาอ่อนจางกว่า หลายเท่านัก
“หลังจากนี้ บางทีการไปฝึกตนอยู่นอกทางช้างเผือกเหมือนท่อน กระดูกของสัตว์ยักษ์มวลดาราอาจจะเหมาะสมกับข้ามากกว่า” เนี่ยเทียน หรี่ตาใคร่ครวญ “วัตถุประหลาดที่อยู่ในโอสถวิญญาณสามารถสกัดส่วน บำรุงจากพลังงานมากมายที่ปะปนกันอยู่นอกอาณาจักรมาได้ และตัวข้า เองก็สามารถร่ายใช้พลังชีวิตแข็งแกร่งจึงสามารถเผยกายอยู่ในท้องฟูานอก อาณาจักรได้โดยไม่ต้องพึ่งวัตถุนอกกาย”
“หากไม่มีวัตถุประหลาดทั้งสามชิ้น การฝึกตนของข้าคงได้แต่พึ่งหยก วิเศษและวัตถุดิบวิเศษชนิดต่างๆ แต่เมื่อมีพวกมัน การฝึกตนในทาง ช้างเผือก นอกจากพวกมันจะสามารถดูดซับพลังงานจากในหยกวิเศษและ วัตถุดิบวิเศษชนิดต่างๆ มาผสานรวมไว้ในโอสถวิญญาณได้โดย ความสามารถดั้งเดิมแล้ว ขณะที่ข้าฝึกตน วัตถุประหลาดทั้งสามชิ้นนั้นยัง
สามารถรวบรวมพลังงานมาด้วยตัวเองเพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับ ตัวเองได้ด้วย!”
พอคิดมาถึงตรงนี้ เขาก็มีทิศทางที่แน่ชัดในการฝึกตนภายหลัง
เขาที่แต่เดิมนั่งขัดสมาธิจึงลุกขึ้นยืน แล้วเดินออกไปนอกหุบเขา
ตรงปากทางเข้าหุบเขา พวกโหวชูหลันยังคงรอเขาอยู่
“ว่าไงนะ? บุตรแห่งดวงดาวคนที่สาม โหมวลั่วตายแล้วเพราะถูก ลูกน้องทรยศ?” เพิ่งจะเดินออกมาเขาก็ได้ข่าวใหม่ล่าสุดจากปากของโหว ชูหลันทันที
การตายของบุตรแห่งดวงดาวเป็นการโจมตีที่ยิ่งใหญ่ต่อพระราชวัง โบราณสะเก็ดดาวมากกว่าการตายของเซียวซีเฮ้อซึ่งเป็นหนึ่งในสิบสองผู้ อาวุโสเสียอีก
ก่อนหน้านี้การต่อสู้ระหว่างสี่สำนักเก่าแก่กับชนเผ่าต่างๆ ในทาง ช้างเผือก ถือว่าสี่สำนักเก่าแก่เป็นฝุายได้เปรียบ เพราะบุตรแห่งดวงดาวทั้ง เจ็ดคนของรุ่นนี้ยังไม่เคยมีใครสิ้นชีพ
รุ่นก่อน เนื่องจากสงครามเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องจึงเคยมีบุตรแห่ง ดวงดาวตายไป
“ตอนอยู่ดินแดนสวรรค์ทมิฬ ท่านอาลู่ของสำนักข้าเรือนกายดับสลาย เศษเสี้ยววิญญาณหนีรอดมาได้ ก่อนหน้านี้ไม่นานเฮ้อเหลียนสงถูกลอบ โจมตีจนเสียหายอย่างใหญ่หลวง แดนเอตทัคคะหลายคนต้องตายไป ตอนนี้บุตรแห่งดวงดาวคนที่สามของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวยังต้อง มาตายอนาถเพราะฝีมือของภูตผีปีศาจอีก” โหวชูหลันน้ำเสียงหนักอึ้ง
“ดินแดนของเผ่ามนุษย์เรามีสงครามวุ่นวายไม่เคยว่างเว้น ในระยะเวลา สั้นๆ นี้ก็ไม่มีลางที่จะสงบลงได้เลย”
เนี่ยเทียนกล่าว “ตามคำบอกของฝูหลัวซือเท่อ ชนต่างเผ่าเจอวิธีที่จะ รับมือกับพวกเราได้แล้ว นั่นก็คือสร้างความแตกแยกให้กับพวกเราจาก ภายใน”
โหวชูหลันพยักหน้ารับ “สถานการณ์ต่างๆ ล้วนแสดงให้เห็นว่าภายใน ของเผ่ามนุษย์เราไม่ปรองดองกันอีกต่อไป คนทรยศเฉกเช่นฉิวหันซาน กานซีไม่รู้ว่ามีอยู่ในดินแดนดวงดาวแต่ละแห่งอีกมากมายแค่ไหน ซึ่งคน เหล่านี้น่ากลัวเสียยิ่งกว่าพวกกบฏที่ฝึกวิชานอกรีตอย่างลัทธิจิตมืดหรือ สำนักสาปแห่งความตายเสียอีก”
“สถานการณ์ที่โหมวลั่วเจอแทบไม่ต่างไปจากพวกเรา น่าเสียดายที่เขา โชคไม่ดีเหมือนพวกเรา ข้างกายเขาไม่มีเนี่ยเทียนอีกคนที่ช่วยขจัดภัยร้าย ให้”
“หากไม่มีเจ้า ข้าและเฮ้อเหลียนสงคงเป็นเหมือนโหมวลั่วที่ต้องตายอยู่ ในดินแดนพลังฟูาแห่งนี้”
เนี่ยเทียนสีหน้าเคร่งเครียด ไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรถึงจะดี
“เนี่ยเทียน เจ้าช่วยข้าไว้มาก ข้าจะจ่ายค่าตอบแทนให้กับพระราชวัง โบราณสะเก็ดดาวเอง ซึ่งพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวของพวกเจ้าจะหัก ค่าตอบแทนที่ข้ามอบให้ไว้สองส่วน ส่วนที่เหลือจะกลายมาเป็นค่าคุณ ความชอบของเจ้า” โหวชูหลันนิ่งคิดไปครู่ก่อนโบกมือให้เว่ยปุายเทาถอย ออกไป
เว่ยปุายเทาจากไปโดยไม่เอ่ยคำใด
หล่วนชิ่งหลิ่วกวาดตามองจิ่งเฟยหยาง เยว่เหยียนสี่และเจียงเฟิงพลาง เอ่ยเสียงเบา “พวกเราออกไปพูดกันเป็นการส่วนตัวหน่อย”
คนทั้งสามเข้าใจชัดเจนจึงพยักหน้ารับแล้วออกไปจากหุบเขาภายใต้ การนำพาของหล่วนชิงหลิ่ว
“ได้ยินมาว่ารองเจ้าตำหนักหลัวว่านเซี่ยงไม่ค่อยเป็นมิตรกับเจ้าเท่าใด นัก?” โหวชูหลันพูดเข้าประเด็นตรงๆ อย่างไม่มีอ้อมค้อม “หากเป็นเช่นนี้ คะแนนคุณความดีที่เจ้าจะได้รับจากค่าตอบแทนที่ข้าให้กับพระราชวัง โบราณสะเก็ดดาวคงลดน้อยไปจากเดิมมาก ข้ามีข้อเสนอว่าข้าจะนำ ค่าตอบแทนที่ต้องจ่ายส่วนใหญ่มาเปลี่ยนเป็นหยกวิเศษหรือไม่ก็ศพของ ชนต่างเผ่าให้เจ้าโดยตรง ส่วนพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวข้าจะมอบ ค่าตอบแทนให้เพียงส่วนน้อยเท่านั้น เจ้าคิดว่าอย่างไร?”
เนี่ยเทียนตอบรับอย่างไม่ลังเล “ตกลง!”
“เจ้าต้องการหยกวิเศษหรือศพของชนต่างเผ่า?” โหวชูหลันถามอีก ครั้ง
“แน่นอนว่าย่อมต้องเป็นศพของชนต่างเผ่า!” เนี่ยเทียนตอบ
โหวชูหลันเม้มปากยิ้ม “รู้แต่แรกแล้วว่าต้องเป็นแบบนี้”
นางจึงมอบแหวนเก็บของวงหนึ่งที่เตรียมไว้ล่วงหน้าให้แก่เนี่ยเทียน “มีศพของมหาราชาเผ่าเกล็ดดำอยู่หนึ่งศพ เผ่าเกล็ดดำไม่ใช่ชนเผ่าที่มี สติปัญญาสูงนัก จึงไม่เคยมีต้าจุนสายเลือดระดับสิบก่อกำเนิด มหาราชา สายเลือดระดับเก้าถือเป็นขีดสูงสุดของเผ่าเกล็ดดำแล้ว ต้าจุนท่านนี้มี
สายเลือดแค่ระดับเก้าขั้นต้น ซึ่งถูกลูกน้องของข้าสังหารตอนอยู่ใน มหาสมุทรดาวมอดดับ”
“นอกจากเขาแล้วยังมีศพอีกสิบกว่าศพซึ่งมีทั้งเผ่าเกล็ดดำ เผ่าหินเทา และเผ่าปักษา ล้วนมีสายเลือดระดับแปด”
เนี่ยเทียนดีใจอย่างถึงที่สุด รีบเอ่ยขอบคุณติดต่อกัน “ดี! นี่แหละถึงจะ เป็นของที่ข้าขาดแคลนมากที่สุด!”
เดิมทีนึกว่าการมาดินแดนพลังฟูาจะขาดทุน คาดไม่ถึงว่าพอจบเรื่อง โหวชูหลันจะเตรียมของขวัญชิ้นใหญ่แบบนี้ไว้ให้!
มหาราชาระดับเก้าคนหนึ่งบวกกับศพของเผ่าเกล็ดดำ เผ่าหินเทาและ เผ่าปักษาสายเลือดระดับแปดอีกสิบกว่าศพ จิงชี่เลือดเนื้อที่อยู่ในร่างของ พวกเขา เมื่อเอามาชุบหลอมให้แก่สายเลือดแห่งชีวิต บางทีอาจทำให้ สายเลือดแห่งชีวิตพึงพอใจจนยอมจำศีลและแปรสภาพสู่สายเลือดระดับ แปดอีกครั้ง
พรสวรรค์ที่ตื่นขึ้นมาของสายเลือดระดับเจ็ด เวทลับทางสายเลือดที่ ค้นพบอย่างผนึกแห่งชีวิต เกือบจะทำให้ฝูหลัวซือเท่อโดนเขาสังหาร
อีกทั้งนี่ยังเป็นแค่สายเลือดระดับเจ็ดเท่านั้น
หากสายเลือดแห่งชีวิตแปรสภาพไปอีกครั้ง ต้องสามารถปลุก พรสวรรค์ที่มหัศจรรย์ยิ่งกว่าเก่าออกมา ซึ่งบางทีเขาอาจจะได้เวทลับทาง สายเลือดอย่างใหม่มาจากดินแดนเลือดก็เป็นได้
อนาคตอันงดงามทั้งหมดล้วนมาจากการที่มีจิงชี่เลือดเนื้อมากพอ สิ่งที่ โหวชูหลันมอบให้เขาก็คือของที่ตอนนี้เขากำลังขาดแคลนอยู่พอดี
“เนี่ยเทียน หลังจากข้ากลับไปยังสำนักห้าธาตุอาจต้องเตรียมตัวอีก ระยะหนึ่งเพื่อจะทดลองฝุาสู่แดนเอตทัคคะ” โหวชูหลันครุ่นคิดอยู่พักใหญ่ ถึงจะพูดด้วยน้ำเสียงที่ติดแววอ้อนวอนน้อยๆ “ก่อนหน้าที่ข้าจะฝุาสู่แดน เอตทัคคะจะส่งลูกน้องไปหาเจ้าที่ดินแดนพงฟูา ขอเจ้าโปรดช่วยข้าด้วย เถิด”
“ขอแค่เจ้ายอมมา ไม่ว่าจะช่วยข้าได้หรือไม่ ข้าจะมอบศพของมหา ราชาระดับเก้าให้เจ้าเพิ่มอีกหนึ่งศพ”
“หลังจบเรื่อง หากข้าฝุาทะลุขอบเขตเลื่อนสู่แดนเอตทัคคะได้สำเร็จ ข้าจะเตรียมของขวัญชิ้นใหญ่ที่ทำให้เจ้าพอใจไว้รอ!”
เนี่ยเทียนถือแหวนเก็บของวงนั้นไว้ในมือ มุมปากยกยิ้มน้อยๆ เขาพยัก หน้ารับแล้วกล่าวว่า “ไม่มีปัญหา ตอนที่เจ้าฝุาสู่แดนเอตทัคคะ ข้าจะต้อง ไปช่วยแน่นอน!”
“ขอบคุณมาก ข้ามีความรู้สึกว่าตอนที่ข้าฝุาสู่แดนเอตทัคคะ เจ้าต้อง ช่วยข้าได้แน่นอน” โหวชูหลันเอ่ยขอบคุณล่วงหน้า
คนทั้งสองพูดคุยรายละเอียดกันอีกพักหนึ่ง หลังจากที่เตรียมคำพูดที่ จะมอบให้แก่พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวได้สอดคล้องกันดีแล้วต่างคนก็ ต่างออกจากอาณาจักรหลิงอู่ กลับไปยังสำนักของใครของมัน
เมื่อเนียเทียนมาถึงนครสะเก็ดดาวก็บอกให้จิ่งเฟยหยาง เยว่เหยียนสี่ และเจียงเฟิงกลับไปก่อน ส่วนตัวเขาอยู่ต่อในหอหงเทียน ใช้ศพชนต่างเผ่า ที่โหวชูหลันมอบให้มาดึงเอาจิงชี่เลือดเนื้อมากกว่าเดิมให้กับสายเลือดแห่ง ชีวิต
เขาและโหมวลั่วบุตรแห่งดวงดาวคนที่สามไม่เคยรู้จักกัน แม้จะตกใจที่ อีกฝุายตาย แต่ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อจิตใจของเขา
กว่าจะได้ต้นกำเนิดจิงชี่เลือดเนื้อกลุ่มใหม่มาไม่ใช่เรื่องง่าย บวกกับที่ เพิ่งเลื่อนสู่เขตวิญญาณ ยังมีเรื่องอีกมากมายให้ต้องทำ ดังนั้นเขาจึงเลือก จะมองข้ามเหตุการณ์การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในสำนักไป
กลางหอหงเทียน เขาใช้การสูบดึงพลังชีวิตมาดึงจิงชี่เลือดเนื้อออกไป ตอบสนองความต้องการให้แก่สายเลือดแห่งชีวิตจอมตะกละอย่างต่อเนื่อง
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหน จู่ๆ ปูายดวงดาวที่เป็นของเขาก็พลันสั่นไหว
“อู้!”
ปูายดวงดาวลอยเข้ามาตกอยู่กลางฝุามือของเขา เขาจึงแผ่กระแสจิต เข้าไปตรวจสอบ
ในปูายดวงดาวมีข้อความเสียงท่อนหนึ่งส่งมา บอกว่าภายในครึ่งเดือน นี้บุตรแห่งดวงดาวทุกคนต้องมารวมตัวกันในนครสะเก็ดดาวเพื่อปรึกษา เรื่องสำคัญ
ผู้ที่ส่งข้อความเสียงมาให้ก็คือหลัวว่านเซี่ยงรองเจ้าตำหนักของ พระราชวังโบราณสะเก็ดดาว!
“น่าจะเป็นเพราะการตายของโหมวลั่วถึงทำให้มีการประชุมนี้เกิดขึ้น” เนี่ยเทียนรู้สาเหตุของเรื่องราวดี จากนั้นเขาก็ใช้กระแสจิตตรวจสอบอีก ครั้งจึงพบว่าค่าคุณความชอบของเขาเพิ่มขึ้นมาอีกสองแสนคะแนน
“แค่สองแสนเท่านั้นเองหรือ ตามที่ศิษย์พี่หญิงโหวบอก ค่าตอบแทนที่ นางมอบให้สำนักมีมูลค่าเท่ากับห้าแสนคะแนนความชอบ และหากดูตาม
หลักทั่วไปแล้ว อย่างมากสุดสำนักก็ต้องหักไปแค่สองส่วนเท่านั้น ซึ่งหาก หักแค่หนึ่งในห้าส่วนก็ต้องประมาณหนึ่งแสน ค่าคุณความดีที่ควรมอบให้ ข้า ตามหลักแล้วก็ควรจะเป็นสี่แสน”
“สองแสน”
เนี่ยเทียนขมวดคิ้ว สีหน้าเริ่มเปลี่ยนมาเป็นเย็นชา รู้ดีว่ารองเจ้า ตำหนักหลัวว่านเซี่ยงผู้นี้แอบเล่นงานเขาอีกแล้ว
ค่าคุณความดีมีประโยชนสูงมาก โหมวลั่วบุตรแห่งดวงดาวคนที่สาม ตายไป ดินแดนที่อยู่ในครอบครองของเขาจะกลับมาเป็นของสำนักอีกครั้ง ซึ่งบุตรแห่งดวงดาวแต่ละคนสามารถใช้ค่าคุณความดีแลกเอาดินแดน เหล่านั้นมาครอบครองได้
ขอแค่มีค่าคุณความดีมากพอก็จะสามารถเลือกดินแดนบางส่วนที่อยู่ใน นามของโหมวลั่วที่ตายไปมาเป็นของตน
“หลัวว่านเซี่ยง!” เนี่ยเทียนแค่นเสียงเย็น
หลายวันต่อมา ฟางหยวนมาที่หน้าหอหงเทียน พอเขามาถึง เนี่ยเทียน ก็สัมผัสได้ทันทีจึงลุกออกไปต้อนรับ
“ยินดีกับเจ้าด้วยที่เลื่อนขั้นได้สำเร็จแล้ว” ฟางหยวนแค่มองปราด เดียวก็เข้าใจว่าขอบเขตของเนี่ยเทียนมีการฝุาทะลุไปอีกขั้นหนึ่งแล้ว “เจ้า เองก็ได้ข่าวแล้วเหมือนกันหรือ?”
“ท่านหมายถึงข่าวการประชุมน่ะหรือ?” เนี่ยเทียนถาม
“อืม ศิษย์พี่โหมวลั่วตายไปแล้ว นี่คือการตายที่ร้ายแรงที่สุดในระยะ หลายร้อยปีมานี้ของสำนักเรา การตายของผู้อาวุโสเซียวซีเฮ้อ เมื่อเทียบ
กับเขาแล้วถือว่าเป็นเรื่องเล็กไปเลย” ฟางหยวนถอนหายใจหนึ่งที “ศิษย์ พี่โหมวลั่วขอบเขตสูงกว่าทั้งเจ้าและข้า ศักยภาพของลูกน้องเขาก็ยิ่ง แข็งแกร่ง ขนาดเขายังตายได้ นั่นก็หมายความว่าหลังจากนี้ไป ยามที่เจ้า และข้าสองคนออกไปทำภารกิจข้างนอกก็อาจตายได้เหมือนกัน”
“รู้หรือไม่ว่าการประชุมครั้งนี้จะปรึกษาเรื่องอะไร?” เนี่ยเทียนถาม
ฟางหยวนส่ายหน้า “ไม่แน่ใจ แต่คิดๆ ดูแล้วคงมีแค่ไม่กี่เรื่อง ดินแดน ของศิษย์พี่โหมวลั่วต้องมีคนใหม่มารับช่วงดูแล นอกจากนี้คนที่สังหารศิษย์ พี่โหมวลั่วก็คือมหาราชาของภูตผีปีศาจ หากพวกเราไม่เปิดฉากต่อสู้กับ ภูตผีปีศาจ ไม่โจมตีให้อีกฝุายได้รับบาดเจ็บสาหัส ชื่อเสียงของสำนักเราจะ ถูกโจมตี แล้วก็ไม่สามารถมีคำอธิบายให้กับพวกลูกน้องของโหมวลั่วได้”
“พูดอย่างนี้ก็แสดงว่าจะให้ความสำคัญกับภูตผีปีศาจเป็นพิเศษอย่าง นั้นหรือ?” เนี่ยเทียนอึ้งไปครู่ “ดินแดนปีศาจของเผ่าภูตผีปีศาจแต่ละเผ่า เข้าไปได้ยากมาก มีเพียงทางฝุายของมหาสมุทรดาวมอดดับเท่านั้นที่ถึงจะ มีภูตผีปีศาจรวมตัวกันอยู่หลายคน หรือพวกเราจะต้องยกทัพเข้าไปใน มหาสมุทรดาวมอดดับ ไปหาจุดที่ภูตผีปีศาจรวมตัวมากเป็นพิเศษแล้วเริ่ม แก้แค้นพวกเขา?”
“รายละเอียดข้าเองก็ไม่แน่ใจนัก รอให้ถึงการประชุมก็คงจะรู้เอง” ฟางหยวนเองก็ดูจะอารมณ์ไม่ค่อยดีนัก เขาพูดอีกว่า “เจ้าเพิ่งเข้าสำนักมา ได้ไม่นาน อาจจะยังไม่รู้จักศิษย์พี่ใหญ่และผู้อาวุโสทุกคน การประชุมครั้ง นี้ในที่สุดเจ้าก็จะได้พบหน้าเหล่าผู้อาวุโสและศิษย์พี่ของพวกเราทุกคน แล้ว”
พอได้ยินเขาพูดแบบนี้ ในใจเนี่ยเทียนก็บังเกิดความรอคอยอย่างห้าม ไม่ได้
——