ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 1068 การประชุมดวงดาว
ตำหนักของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว
เพดานโล่งกว้างมีดวงดาวดารดาษ แสงดาวตัดสลับถักทอ
ชั่วขณะที่เนี่ยเทียนและฟางหยวนสองคนเดินเข้ามาในตำหนักใหญ่ สายตาแต่ละเส้นก็พลันมารวมกันอยู่บนตัวของพวกเขา
“ศิษย์น้องเจ็ด”
บุตรแห่งดวงดาวสองสามคนที่สวมอาภรณ์หรูหราซึ่งมาถึงก่อนพากัน หันมามองเนี่ยเทียนด้วยรอยยิ้ม
เนี่ยเทียนโค้งตัวน้อยๆ พลางเอ่ยเบาๆ “คารวะผู้อาวุโสและศิษย์พี่ทุก ท่าน”
ในตำหนัก นอกจากเว่ยไหล เหยียนจั้น จู่กวางเหย้า ซินฉิงและหัน หว่านหรงแล้วยังมีอีกสามคนที่เนี่ยเทียนเพิ่งเคยเห็นหน้าครั้งแรก จึง ค่อนข้างไม่คุ้นเคย
รองเจ้าตำหนักหลัวว่านเซี่ยงยังมาไม่ถึง ผู้อาวุโสใหญ่โม่เหิงเองก็ยังไม่ ปรากฏตัว
ในตำหนักมีที่นั่งของบุตรแห่งดวงดาวอยู่เจ็ดแห่งและยังมีที่นั่งของผู้ อาวุโสอีกสิบสองที่ บวกกับตำแหน่งประธานอีกสามตำแหน่ง
เพียงแต่ว่าตอนนี้ตำแหน่งส่วนใหญ่ล้วนยังว่างเปล่า
บางตำแหน่งมีกระจกสูงเท่าตัวคนตั้งวางเอาไว้ กระจกใสแวววาวส่อง สะท้อนภาพเหตุการณ์ในตำหนัก
ฟางหยวนหันมาแนะนำทุกคนให้เนี่ยเทียนรู้จัก “ท่านผู้นั้นคือศิษย์พี่ ใหญ่ นั่นคือศิษย์พี่รอง ส่วนนั่นคือศิษย์พี่หญิงสี่”
โต้วเทียนเฉินบุตรแห่งดวงดาวคนที่หนึ่งมีสีหน้าอ่อนโยนประดุจหยก เขาอมยิ้มน้อยๆ ตบะคือแดนเอตทัคคะช่วงท้าย
คนที่สองนามว่าฟางเจ๋อ แดนเอตทัคคะช่วงกลาง เป็นคนไม่ช่างพูด ใบหน้าจึงไร้อารมณ์ใดแสดงให้เห็น
คนที่สี่คือหญิงสาวเพียงคนเดียวในบรรดาบุตรแห่งดวงดาวทั้งเจ็ดคน นามว่าวังเหม่ยเจีย ตบะแดนว่างเปล่าช่วงกลาง หน้าตาไม่โดดเด่นนัก มองดูคล้ายพี่สาวข้างบ้านคนหนึ่ง
ทั้งสามคนที่เมื่อได้ยินคำแนะนำจากฟางหยวนต่างก็ผงกศีรษะ ให้กับเนี่ยเทียนน้อยๆ
ในดวงตาของพวกเขามีแสงดาวลึกลับไหลเวียน ตอนที่เส้นสายตามา หยุดอยู่บนร่างของเนี่ยเทียน พลังดวงดาวและจิตวิญญาณแห่งดวงดาวใน ร่างของเนี่ยเทียนต่างก็มีการตอบสนองเป็นพิเศษ
เนี่ยเทียนเพิ่งเคยพบคนทั้งสามเป็นครั้งแรก ก่อนหน้านี้แค่ได้ยินจาก ปากของฟางหยวนเท่านั้น รู้แค่ว่าคนทั้งสามล้วนมีชื่อเสียงและขอบเขต ยิ่งใหญ่ แต่ไม่เคยสัมผัสทำความรู้จักด้วยมาก่อน
“ผู้อาวุโสใหญ่โม่เหิงเล่า?” เนี่ยเทียนถามเบาๆ
“ผู้อาวุโสโม่เหิงจะไม่มาที่นี่ด้วยตัวเอง แต่จะฉายภาพสะท้อนทางจิต วิญญาณมาร่วมการประชุมเท่านั้น” เว่ยไหลชี้ไปยังตำแหน่งที่เดิมทีควร เป็นของโม่เหิง “ตอนที่การประชุมเริ่มต้นขึ้น กระจกบานนั้นจะสะท้อน
ภาพจิตวิญญาณของผู้อาวุโสใหญ่และผู้อาวุโสอีกหลายท่าน รวมไปถึงรอง เจ้าตำหนักอีกท่านหนึ่งก็จะใช้จิตวิญญาณมาเข้าร่วมการประชุมเช่นกัน”
ดินแดนดวงดาวแห่งต่างๆ ของเผ่ามนุษย์มีความวุ่นวายไม่หยุดหย่อน สงครามในมหาสมุทรดาวมอดดับก็ยิ่งถี่กระชั้นตึงมือ
ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ สุดยอดผู้แข็งแกร่งของพระราชวังโบราณ สะเก็ดดาวจะต้องเฝูาพิทักษ์อยู่ตามจุดต่างๆ เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดเรื่อง ไม่คาดคิดขึ้น
กลับเป็นบุตรแห่งดวงดาวทั้งเจ็ดคนที่หากนับกันตามพลังการต่อสู้ส่วน บุคคลแล้ว นอกจากโต้วเทียนเฉินที่เลื่อนสู่แดนเอตทัคคะช่วงท้ายจึง แข็งแกร่งมากเป็นพิเศษ คนอื่นๆ ล้วนยังไม่เติบโตได้ถึงระดับที่สูงมากพอ จึงแค่ทิ้งลูกน้องไว้ร่วมต่อสู้ตามจุดต่างๆ ก็พอ
“ข้าจะส่งข้อความเสียงไปหารองเจ้าตำหนัก” เว่ยไหลกล่าว
“ศิษย์น้องเจ็ด ยินดีด้วยที่ขอบเขตเลื่อนขั้น” โต้วเทียนเฉินบุตรแห่ง ดวงดาวคนที่หนึ่งยิ้มสดใส น้ำเสียงอ่อนโยน “ช่วงเวลาที่เจ้าเข้ามาอยู่ใน สำนักไม่นับว่าเร็วนัก ทว่าในเวลาสั้นๆ เช่นนี้เจ้ากลับสั่งสมชื่อเสียง ทำให้ คนของลัทธิจิตตวิสุทธิ์และสำนักห้าธาตุเลื่อมใสได้ถึงเพียงนี้ ช่างน่าตะลึง ยิ่งนัก”
“เมื่อเทียบกับคุณความดีอันล้นพ้นของเหล่าศิษย์พี่ทั้งหลายแล้ว เรื่อง ที่ข้าทำไปเรียกว่าต่ำต้อยจนไม่มีค่าพอให้พูดถึง” เนี่ยเทียนกล่าวถ่อมตัว
“เจ้าถ่อมตัวเกินไปแล้ว” โต้วเทียนเฉินส่ายหน้า “จากข่าวที่ข้าได้ รับมา ดูเหมือนว่าเผ่าทมิฬและอสูรกายต่างก็กำลังตรวจสอบที่มาของเจ้า
กันอย่างเต็มที่ พวกเขาให้ความสนใจต่อตัวเจ้ามาก ก่อนหน้านี้ไม่นานที่ เจ้าไปดินแดนพลังฟูาเพื่อช่วยโหวชูหลันจากสำนักห้าธาตุและเฮ้อเหลียน สงจากหอทอดฟูา ได้ทำเรื่องใหญ่อะไรลงไปกันแน่?”
พอเขาเอ่ยประโยคนี้ ดวงตาของพวกผู้อาวุโสอย่างเว่ยไหลก็พลันเป็น ประกาย
เมื่อเรื่องในดินแดนพลังฟูาจบลง ค่าตอบแทนที่โหวชูหลันมอบให้แก่ พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวมากถึงห้าแสนคะแนนคุณความดี แต่สำหรับ เรื่องที่เนี่ยเทียนทำลงไปในดินแดนพลังฟูา โหวชูหลันกลับอธิบายอย่าง คลุมเครือ
นางบอกแค่ว่าเนี่ยเทียนช่วยให้พวกเขารู้ล่วงหน้าว่าฉิวหันซานแห่ง สำนักแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์แอบสมคบคิดกับอสูรกาย
แต่เหตุการณ์หลังจากนั้น โหวชูหลันกลับไม่ได้อธิบายอย่างละเอียด
ทว่าข่าวที่บอกว่าเฮ้อเหลียนสงจากหอทอดฟูาถูกโจมตีจนเสียหายใหญ่ หลวง แดนเอตทัคคะที่เป็นลูกน้องบาดเจ็บล้มตายกันไปมาก ขนาดโหวชูห ลันเองก็ยังเสียแดนเอตทัคคะช่วงต้นไปสองคนก็ยังแพร่ออกมาอยู่ดี
แต่ไม่ว่าจะเป็นโหวชูหลันหรือเฮ้อเหลียนสงต่างก็เก็บรายละเอียดไว้ เป็นความลับ
ด้วยเหตุนี้ อันที่จริงพวกเขาจึงไม่รู้ว่าหลังจากที่เนี่ยเทียนเปิดโปงตัวตน คนทรยศของฉิวหันซานแล้วยังทำเรื่องอะไรอีก
“เรื่องใหญ่?” ฟางเจ๋อบุตรแห่งดวงดาวคนที่สองกล่าวด้วยสีหน้าไร้ อารมณ์ “เห็นๆ กันอยู่ว่าศึกที่ดินแดนพลังฟูา ฝุายมนุษย์คือผู้พ่ายแพ้ แดน
เอตทัคคะมากมายตายไป แต่แลกมาได้แค่มหาราชาระดับเก้าของเผ่าอสูร กายเพียงคนเดียว แถมศพของมหาราชาผู้นั้นยังถูกอสูรกายเก็บเอาไป วัน หน้ายังมีโอกาสฟื้นคืนชีพกลับมาอีกครั้ง”
“ก็แค่ลูกน้องตายไปเท่านั้น” วังเหม่ยเจียบุตรแห่งดวงดาวคนที่สี่เอ่ย แทรก “อย่างน้อยโหวชูหลันและเฮ้อเหลียนสงก็ยังมีชีวิตอยู่ พวกเขาไม่ ตาย ก็ไม่นับว่าเป็นการทำร้ายรากฐานของสำนักห้าธาตุและหอทอดฟูา ของพวกเขา แต่พวกเรา…”
พอได้ยินนางพูดแบบนี้ ทุกคนก็พลันเงียบงัน สีหน้าไม่น่ามอง
สำหรับบุตรแห่งดวงดาวที่ตัวตนสูงส่งเหนือผู้ใดแล้ว ลูกน้องที่เป็นแดน เอตทัคคะของโหวชูหลันและเฮ้อเหลียนสงจึงไม่นับว่าสำคัญอะไร
มีเพียงคนที่มีตำแหน่งและฐานะเทียบเท่าพวกเขาตายไปเท่านั้นถึงจะ ทำให้พวกเขาตื่นตะลึงได้อย่างแท้จริง
โหวชูหลันและเฮ้อเหลียนสงยังมีชีวิตรอด ทว่าโหมวลั่วสมาชิกคนหนึ่ง ของพวกเขากลับถูกภูตผีปีศาจสังหาร นี่คือความอัปยศของพระราชวัง โบราณสะเก็ดดาว เกี่ยวพันไปถึงหน้าตาของสำนัก
พวกเขาที่เป็นบุตรแห่งดวงดาวเหมือนกัน ย่อมยากที่จะทำใจยอมรับ ได้
และเวลานี้เอง รองเจ้าตำหนักหลัวว่านเซี่ยงและซือคงฉั่วบุตรแห่ง ดวงดาวคนที่หกก็แทบจะเดินเคียงบ่ากันเข้ามาในตำหนัก
เนี่ยเทียนหันไปมองหลัวว่านเซี่ยงทันที
หลัวว่านเซี่ยงคือหนึ่งในบุตรแห่งดวงดาวของรุ่นที่แล้ว รูปร่างเขาเล็ก เตี้ย หลังค่อมเล็กน้อยคล้ายเป็นมาตั้งแต่กำเนิด
เมื่อเขาเดินอยู่ข้างซือคงฉั่วจึงดูเตี้ยกว่าอีกฝุายไปถึงหนึ่งศีรษะ ทว่า ตอนที่ทุกคนหันไปมองกลับเกิดความรู้สึกประหลาดว่าเขาสูงใหญ่กว่า ซือคงฉั่ว
เนี่ยเทียนแค่เคยเห็นกายธรรมแห่งเทพของหลัวว่านเซี่ยงตอนอยู่ใน ดินแดนสวรรค์ทมิฬเท่านั้น นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นตัวจริงของอีกฝุาย
กายธรรมแห่งเทพของหลัวว่านเซี่ยงเป็นเหมือนทวยเทพยุคบรรพกาล ที่ส่องแสงดาวเจิดจ้าออกมาจากทุกสัดส่วนของร่างกาย ให้ความรู้สึกถึง ความยิ่งใหญ่ไม่ธรรมดาดั่งผู้พิชิตแห่งฟูาดิน
คาดไม่ถึงว่าตัวจริงของเขาจะไม่สะดุดตาถึงขนาดนี้ เดิมทีตัวก็เตี้ยอยู่ แล้ว แต่นี่ยังเกิดมาหลังค่อมอีกต่างหาก
หลัวว่านเซี่ยงและซือคงฉั่วก้าวเข้ามาในตำหนักพร้อมกันคล้ายจะเป็น สัญญาณอย่างหนึ่งที่แสดงให้รู้ว่า—เขาและซือคงฉั่วมีความสัมพันธ์สนิท สนม
ภายใต้สายตาจับจ้องของทุกคน หลัวว่านเซี่ยงเดินไปยังตำแหน่งที่นั่งที่ เป็นของเขา ก่อนจะกวาดตามองทุกคนแล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่ติดจะแหบ พร่าเล็กน้อย “ทุกคนต่างก็รู้เรื่องกันดีอยู่แล้ว โหมวลั่วบุตรแห่งดวงดาวคน ที่สามถูกมหาราชาของภูตผีปีศาจสังหาร ลูกน้องของเขาทรยศเขาไปเข้า พวกกับภูตผีปีศาจ ซ้ำยังวางแผนเอาชีวิตเขา”
บุตรแห่งดวงดาวและผู้อาวุโสทุกคนรวมไปถึงเนี่ยเทียนต่างก็พยักหน้า รับเบาๆ
“คนที่เหลือเชิญนั่งประจำตำแหน่ง” หลัวว่านเซี่ยงสั่งความ
เว่ยไหลที่ถือผลึกใสลูกหนึ่งไว้ในมือแอบส่งข้อความไปแจ้งผู้อาวุโสคน อื่นๆ รวมถึงฉู่รุ่ยรองเจ้าตำหนักอีกคนหนึ่ง
กระจกแต่ละบานที่ตั้งวางไว้บนเก้าอี้พลันมีเสี้ยวจิตวิญญาณว่ายวนอยู่ ด้านใน
ดูเหมือนว่าเสี้ยวจิตวิญญาณเหล่านั้นจะพากันมารวมตัวจากทาง ช้างเผือกนอกอาณาจักรอันห่างไกล จนกระทั่งค่อยๆ เปลี่ยนแปลงกลาย มาเป็นเงาร่างแต่ละเงาที่ชัดเจน
ฉู่รุ่ยรองเจ้าตำหนักที่นั่งบัญชาการณ์อยู่ที่มหาสมุทรดาวมอดดับเผย กายเสร็จสมบูรณ์เป็นคนแรก เขาคือชายชราอ้วนท้วนคนหนึ่ง
จิตวิญญาณของฉู่รุ่ยที่เยื้องกรายมาถึงหันมามองเนี่ยเทียนผ่านกระจก ใสด้วยสายตาใคร่รู้ ก่อนจะหัวเราะเบาๆ “เนี่ยเทียนใช่ไหม? ยินดีด้วยที่ เจ้าได้กลายเป็นบุตรแห่งดวงดาวได้สำเร็จ ในเวลาสั้นๆ นี้เจ้าสามารถ รวบรวมดินแดนดวงดาวสามแห่ง ทั้งยังมีผลงานที่โดดเด่นจากภารกิจที่ สำนักมอบหมายให้ ช่างสร้างความประทับใจให้ผู้คนจริงๆ”
เสียงนั้นดังมาจากในกระจก ไม่ใช่เสียงที่ส่งผ่านจิต
แต่ในความรู้สึกของเนี่ยเทียน ทั้งที่ฉู่รุ่ยอยู่ห่างจากเขาโดยมีทาง ช้างเผือกไร้ที่สิ้นสุดกว้างขวาง ทว่าเพียงแค่แบ่งจิตวิญญาณเสี้ยวหนึ่งมา
ที่นี่กลับเหมือนตัวจริงมายืนอยู่ตรงหน้า แล้วแอบมองสำรวจทุกการ กระทำของตน
“ชมเกินไปแล้ว” เนี่ยเทียนกุมมือคารวะ
หลังจากนั้นภาพสะท้อนเงาจิตวิญญาณของผู้อาวุโสใหญ่โม่เหิงก็ลอย ขึ้นมาในกระจกที่อยู่บนที่นั่งของเขา
เมื่อจิตวิญญาณของโม่เหิงมาถึง เขาก็แค่มองเนี่ยเทียนปราดหนึ่ง หรี่ ตาลงน้อยๆ โดยไม่เอ่ยอะไร
จิตวิญญาณของผู้อาวุโสสิบสองคนที่เหลือที่ไม่ได้มาที่นี่ต่างก็ทยอยกัน ก่อตัวขึ้น หลังจากพวกเขาเผยกายต่างก็หันมามองประเมินเนี่ยเทียนด้วย ความสนใจ
เพราะนี่ก็เป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้เห็นตัวจริงของเนี่ยเทียนเช่นกัน จึง อยากจะรู้ว่าบุตรแห่งดวงดาวคนที่เจ็ดที่ช่วงนี้มีชื่อเสียงโด่งดังมีหน้าตา อย่างไรกันแน่
“โหมวลั่วตายไป ลูกน้องของเขาย่อมมีสิทธิ์ที่จะเลือกเจ้านายคนใหม่” หลังจากที่จิตวิญญาณของทุกคนมาถึงกันครบแล้ว หลัวว่านเซี่ยงก็กระ แอมเบาๆ หนึ่งที “ดินแดนที่อยู่ในนามของเขา บุตรแห่งดวงดาวทุกคน ล้วนสามารถใช้ค่าความดีมาแลกเปลี่ยนเอาไปได้”
“ทุกท่าน!”
ซือคงฉั่วตะโกนเสียงดังดึงดูดสายตาของทุกคน จากนั้นเขาถึงหัวเราะหึ หึแล้วพูดด้วยน้ำเสียงผ่อนคลาย “หลังจากที่ร่างกายและจิตวิญญาณของ ศิษย์พี่สามแหลกสลายไปได้ไม่นาน พวกผู้พักพิงของเขาต่างก็เป็นฝุายมา
หาข้าด้วยตัวเอง ทั้งยังแสดงท่าทีชัดเจนว่าจะมองข้าเป็นนายคนใหม่ เรื่อง นี้รองเจ้าตำหนักหลัวสามารถเป็นพยานให้ได้ หาใช่ข้าบีบบังคับพวกเขา แต่พวกเขายินดีพึ่งพาข้าเอง”
“ข้าเป็นพยานให้ได้ เป็นเช่นนี้จริง” หลัวว่านเซี่ยงเอ่ยยืนยัน
ทุกคนที่ได้ยินล้วนหน้าเปลี่ยนสี
——