ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 107 ทางรอด้
กำาไลเกมบของที่ล่ายอี้โยนออกมา ตอนที่ร่วงลงพื้นกมยังคงมี ประกายไฟส่องแสงแปลบปลาบ
ล่ายอี้ที่มีตบะอยู่ในเขตสามัญกมยังมิอาจทนรับเปลวไฟ ที่ถูกปลด้ปล่อยออกมาจากกำาไลข้อมือได้้จึงจำาต้องทิ้งมันไปชั่วคราว รวบรวมสมาธิต่อสู้กับผู้แขมงแกร่งสำานักโลหิต
ทว่าตอนที่เนี่ยเทียนยื่นมือออกไปจับกำาไลเกมบของชิ้น นั้น เปลวไฟที่ล้อมวนอยู่บนกำาไลข้อมือกลับด้ับสนิทลงไปในพริบตา
เขาเกมบกำาไลข้อมือขึ้นมาอย่างเบามือ แล้วจึงสวมกลับ เข้าไปบนข้อมือของตัวเองอีกครั้ง
ถ่ายทอด้ความคิด้แทรกซึมเข้าไป เขาจึงมองเหมนว่า ท่ามกลางพื้นที่ขาวโพลนในกำาไลข้อมือนั้น ของทุกชิ้นล้วนยังอยู่ครบ
เปลวไฟมากมายหลายเส้น เวลานี้กำาลังถูกเกราะมังกร เพลิงดู้ด้ซับไปอย่างช้าๆ…
เนี่ยเทียนพลันเข้าใจขึ้นมาทันทีว่าที่กำาไลเกมบของเกิด้ ความผิด้ปกติ ปลด้ปล่อยเปลวเพลิงร้อนแรงออกมา ทั้งหมด้เป็น เพราะการชักนำาจากเกราะมังกรเพลิงที่อยู่ด้้านใน
และที่เกราะมังกรเพลิงเกิด้การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ กม เพราะเสียงเรียกหาของเขา เพราะว่ากระดู้กสัตว์ที่อยู่ในครอบครอง ของเขาค่อยๆ เปลี่ยนมาเป็นร้อนลวก
“เกราะมังกรเพลิง แกนเลือด้…” เนี่ยเทียนแอบครุ่นคิด้ อยู่ครู่หนึ่ง พลันกล่าว: “แกนเลือด้ต่างหากถึงจะเป็นกุญแจสำาคัญ!”
“ตูม!”
เสียงสะเทือนฟอาสะเทือนด้ินเสียงหนึ่งด้ังขึ้นบนท้องฟอา เหนือหัวของทุกคน คนมากมายที่กำาลังต่อสู้กันอย่างดุ้เด้ือด้ไม่มี อารมณ์สนใจการเปลี่ยนแปลงที่เกิด้ขึ้นนอกร่างตัวเอง จึงเอาแต่ ต่อกรกับคู่ต่อสู้ของตัวเอง
มีเพียงเนี่ยเทียนที่หลังจากสวมกำาไลเกมบของลงไปบน ข้อมือแล้วจึงเงยหน้าขึ้นมองท้องฟอาหนึ่งครั้ง
อยู่ๆ เขากมองเหมนเงาสีเทาขนาด้ยักษ์หนึ่งเงาพุ่ง ทะยานขึ้นสู่ชั้นเมฆจากทิศที่ตั้งประตูสำานักหอหลิงเป่า เงาสีเทานั้น คล้ายเกิด้จากการรวมตัวกันของวิญญาณผีร้ายจำานวนนับไม่ถ้วน
เมื่อเงายักษ์สีเทาลอยขึ้นกลางอากาศกมไปร่วมมือกับ สตรีที่นั่งอยู่บนแท่นด้อกบัวสีเลือด้ โอบล้อมโจมตีฝางฮุยแห่งหอเป่า ทันที
ฝางฮุยยืนอยู่บนกระถางทองสัมฤทธิ์ขนาด้มโหฬาร หลังจากที่เหมนเงาใหญ่ยักษ์สีเทานั่นลอยขึ้นกลางอากาศสีหน้ากม เปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน อยู่ๆ กมตวาด้ขึ้นด้้วยน้ำาเสียงที่ไม่ว่าใครกม ล้วนได้้ยิน: “ลูกหลานสำานักหลิงและหอเป่าทุกคนไม่จำาเป็นต้องเฝอา พิทักษ์หุบเขา! ลูกศิษย์ของสำานักจงหนีเอาชีวิตรอด้กันไปให้หมด้ วัน หน้าเมื่อประตูสำานักรวมตัวขึ้นใหม่อีกครั้ง ค่อยกลับมา!”
เมื่อได้้ยินคำาพูด้นี้ เนี่ยเทียนจึงหน้าเปลี่ยนสีน้อยๆ
เขารู้ทันทีว่าเงายักษ์สีเทานั่นย่อมต้องเป็นผู้แขมงแกร่ง เขตลี้ลับของสำานักภูตผีอย่างแน่นอน!
หากมีเพียงผู้หญิงคนนั้นของสำานักโลหิต ฝางฮุยรู้สึกว่า ด้้วยรากฐานของหอหลิงเป่า ด้้วยความสามารถของเขา หอหลิงเป่า ยังคงมีพลังในการสู้รบ
ทว่าการที่เงายักษ์สีเทาลอยขึ้นสู่ท้องฟอาทำาให้เขาแน่ใจ ว่าผู้แขมงแกร่งของสำานักภูตผีกมได้้เยื้องกรายมาเยือนที่แห่งนี้แล้ว
เขารู้ด้ีว่าเมื่อต้องเผชิญหน้ากับผู้แขมงแกร่งเขตลี้ลับสอง คนนั้น เขาย่อมไม่มีทางเอาชนะได้้แน่นอน อย่างมากกมแค่ถ่วงเวลา คนทั้งสอง ไม่ให้พวกเขานี้เปิด้ฉากการสังหาร
ในเมื่อผู้ที่แขมงแกร่งที่สุด้ของสำานักภูตผีและสำานักโลหิต ล้วนมาที่หุบเขา นั่นกมหมายความว่าสำานักภูตผีและสำานักโลหิตเทห มด้หน้าตักแล้ว
เขารู้ด้ีว่าหอหลิงเป่าไม่มีทางต้านทานได้้อีก
เพื่อปกปองพละกำาลังทั้งหมด้ของสำานัก เขาจึงไม่ให้ลูก หลานของหอเป่าและสำานักหลิงด้ึงด้ันเฝอาพิทักษ์หุบเขา แต่ให้ พยายามหนีเอาชีวิตรอด้
“ไป!”
“ผู้อาวุโสใหญ่เอ่ยปากเองแล้ว ทุกคนไม่จำาเป็นต้องเฝอา ปกปองสำานัก ออกไปจากที่นี่ให้ได้้ก่อน!”
“ถอยไปทางสำานักหลิงอวิ๋น หุบเขาเทา อารามเสวียนอู้ หากพวกเขาได้้รับข่าวจากพวกเราต้องรีบมาช่วยเหลืออย่าง แน่นอน”
“ขอแค่ยอด้ฝีมือของทั้งสามฝ่ายรวมตัวกัน พวกเรากม จะมีโอกาสได้้กลับคืนสู่สำานัก!”
หลังจากช่างหลอมอาวุธจำานวนมากของสำานักหลิงและ หอเป่าได้้ยินคำาพูด้ของฝางฮุย ต่างกมแอบรู้สึกซาบซึ้งใจ รีบเปลี่ยน ความคิด้ทันที
พวกเขาไม่ตัด้สินใจกระโจนเข้าสู่ความตายอีก
“ฟู่วๆๆ!”
หลังจากที่ฝางฮุยพูด้จบได้้ไม่นาน พื้นที่ว่างตรงกลาง ระหว่างสองยอด้เขา ลำาแสงเปลวเพลิงมากมายพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟอา ทิ่มแทงเข้าไปในกระถางยักษ์ทองสัมฤทธิ์
“ประตูเขาเปิด้ออกอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว! เพลิงพิภพ เผานภาไร้ประสิทธิผลอย่างสิ้นเชิง!”
“ผู้อาวุโสใหญ่เปิด้ประตูสำานักให้กับพวกเราแล้ว!”
“รีบไปเถอะ!”
ไม่ว่าจะเป็นช่างหลอมอาวุธของหอเป่าหรือสำานักหลิง หรือแม้แต่แขกผู้มาเยือนต่างกมสังเกตเหมนการเปลี่ยนแปลงของ หุบเขา จึงร้องเอะอะเสียงด้ัง
เนี่ยเทียนหันไปมองรอบด้้าน ด้วงตาพลันเปล่งประกาย
เด้ิมทีรอบด้้านที่ตั้งของหอหลิงเป่าคือภูเขาหินสามลูกที่ โอบล้อมเป็นอักษร “พิ่น[1]” ระหว่างภูเขาหินทั้งสามต่างกมีช่อง ว่างขนาด้ยักษ์สามแห่ง
ช่องว่างหนึ่งในนั้นคือช่องว่างหนึ่งเด้ียวที่ทอด้ยาวไปสู่ ประตูสำานักของหุบเขาที่คนของหอหลิงเป่าเด้ินเข้าออก
ช่องว่างขนาด้ใหญ่อีกสองแห่งที่เหลือกลับถูกม่านแสง เปลวเพลิงสองม่านปิด้บังเอาไว้อย่างแน่นหนา ม่านแสงเปลวเพลิง ทั้งสองที่ปกคลุมนั้นดุ้จด้ั่งประตูแห่งไฟ ตัด้ขาด้หุบเขาออกจากโลก ภายนอก
ข้อด้ีของการทำาเช่นนี้กมคือผู้แขมงแกร่งสำานักภูติผีและ สำานักโลหิตต่างกมไม่สามารถผ่านช่องว่างนั้นเข้ามาในหุบเขาได้้
ข้อเสียกมคือ แม้แต่ลูกศิษย์ของสำานักหลิงและหอเป่าที่ อยู่ในหุบเขาเองกมไม่สามารถลอด้ผ่านช่องว่างนั้นเพื่อออกไปจาก หุบเขาได้้
และกมเนื่องจากช่องว่างของสองเขาถูกประตูเปลวเพลิง ขวางกั้นเอาไว้ ด้ังนั้นเนี่ยเทียนจึงทำาได้้เพียงติด้ตามพันเทาเพื่อหวัง จะใช้เส้นทางในภูเขาหินพุ่งตรงออกไปยังโลกภายนอก
ทว่า ตอนนี้ลำาแสงที่พวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟอาซึ่งกระตุ้น ประตูเพลิงทั้งสองบานนั้นต่างกมถูกกระถางใหญ่ทองสัมฤทธิ์ของฝาง ฮุยชักนำาขึ้นไป จึงทำาให้ช่องว่างทั้งสองกลายมาเป็นเส้นทางใหม่ที่จะ พาทุกคนออกไปจากหุบเขาได้้
เนี่ยเทียนสังเกตเหมนว่าหลังจากที่ฝางฮุยพูด้จบ คน มากมายของสำานักหลิงและหอเป่าต่างกมพุ่งออกไปยังช่องว่างของ ภูเขาทั้งสองแห่งทันที
ส่วนพวกเขา ตอนนี้กมอยู่ใกล้ช่องว่างหนึ่งในนั้นมาก ที่สุด้
“เนี่ยเทียน! หลิงจู เย่กูโม่! ไม่ต้องสนพวกข้า พวกเจ้า รีบหนีไปเรมวเข้า!” หลิวเหยี่ยนคำารามเสียงด้ัง
“รีบไปเรมวเข้า!” พันเทาเองกมตะโกนขึ้นมา วิ่งนำาไปยัง ช่องว่างที่อยู่ใกล้พวกเขามากที่สุด้ก่อนใคร เขาสังเกตเหมนว่าช่องว่าง นั้นตอนนี้ยังไม่มีผู้แขมงแกร่งของสำานักภูติผีและสำานักโลหิตเด้ินทาง มาถึง
อันซืออี๋ อันอิ่ง และยังมีเจิ้งปิน หันซินต่างกมองเหมน โอกาสรอด้ชีวิตจึงพากันหลบหลีกการเข่นฆ่าจากเส้นเลือด้แด้งสด้ เฮโลกันไปยังประตูที่เปิด้ออกเพื่อหนีเอาชีวิตรอด้
เนี่ยเทียนที่ได้้กำาไลเกมบของมาแล้วไม่ได้้ถูกเส้นเลือด้ หมายหัว หลังจากได้้ยินเสียงเร่งเร้าจากหลิวเหยี่ยน เขาลังเลเลมก น้อยกมกล่าวกับหลิวเหยี่ยนหนึ่งประโยค: “ท่านลุงหลิว ดู้แลตัวเอง ด้้วย!”
พูด้จบเขากมุ่งหน้าไปยังช่องว่างที่เปิด้ออกพร้อมพวก อันซืออี๋ อันอิ่ง
ผู้แขมงแกร่งสำานักโลหิตที่อยู่ที่นี่ ใจหมายแต่จะสังหารผู้ มีฝีมืออย่างล่ายอี้ หลิวเหยี่ยน สื่ออี้ ฯลฯ ทั้งๆ ที่พวกเขารู้ว่าพวก เนี่ยเทียนจะหนีไป แต่กมยังไม่คิด้จะสนใจ
ในสายตาของพวกเขา เส้นเลือด้แด้งที่โผล่ออกมาจาก จุด้ลึกของใต้ด้ินล้วนหมายหัวพวกเนี่ยเทียนตลอด้เวลา ย่อมต้องตาม โจมตีประดุ้จเงาที่ตามตัวอยู่แล้ว
พวกเขาเข้าใจว่าด้้วยขอบเขตตบะของพวกเนี่ยเทียน ต่อให้ออกไปจากหุบเขาได้้ สุด้ท้ายกมต้องถูกเส้นเลือด้แด้งสด้พวกนั้น ฆ่าตายไปทีละคนอยู่ด้ี
บวกกับที่ตอนนี้พวกเขามีกำาลังคนไม่มากพอ ด้ังนั้น พวกเขาจึงยอมปล่อยพวกเนี่ยเทียนให้จากไป ยังคงตั้งใจประมือกับ พวกล่ายอี้และหลิวเหยี่ยน
“บัด้ซบ!”
ล่ายอี้ที่มาจากอาณาจักรอั้นหมิงเมื่อทิ้งกำาไลเกมบของไป แล้วมองเหมนเนี่ยเทียนเกมบขึ้นมากมพลุ่งพล่านร้อนใจประดุ้จมีไฟลน ตอนนี้เหมนคาตาตัวเองว่าเนี่ยเทียนกำาลังหนีไป ทว่าผู้แขมงแกร่งสำานัก โลหิตกลับจด้จ้องเขาไม่ปล่อย ไฟโทสะของเขาจึงยิ่งลุกโหม
“สวบๆ!”
ทว่าหลังจากที่เด้มกรุ่นเลมกอย่างพวกเนี่ยเทียนจากไป เส้นเลือด้แด้งสด้ที่มากกว่าเด้ิมกลับโผล่ออกมาจากพื้นด้ินแล้วไล่ โจมตีพวกเขาอย่างบ้าคลั่ง
ล่ายอี้ไม่สามารถสลัด้หลุด้พ้นจากเส้นเลือด้น่ารังเกียจ เหล่านั้นได้้ แล้วกมไม่สามารถไล่ตามไปฆ่าเนี่ยเทียนในขณะที่ถูกผู้ แขมงแกร่งของสำานักโลหิตยังคงโจมตีอยู่แบบนี้ ทำาได้้เพียงกราด้ด้่า ด้้วยความแค้นเคือง กระตุ้นพลังวิญญาณในร่างอย่างบ้าคลั่ง
ทว่าท่ามกลางเสียงด้่าโหวกเหวกของเขานั้น เนี่ยเทียน กลับค่อยๆ จากไปไกลแล้ว
“ทางนี้!”
“รีบมาเรมวเข้า!”
ด้้านหน้า พันเทาและอันซืออี๋คอยเอ่ยเร่งให้พวกอันอิ่ง เจียงหลิงจู เนี่ยเทียนที่อยู่ข้างหลังรีบตามมา
ไม่นานทุกคนกมลอด้ผ่านช่องโหว่ที่ถูกฝางฮุยเปิด้เอาไว้ หนีออกไปจากหุบเขาได้้เป็นกลุ่มแรก
“ตามข้ามา!” พันเทานำาทางอยู่ด้้านหน้า
คนทั้งกลุ่มห้อตะบึงตามพันเทาไปด้้วยความเรมวที่มาก ที่สุด้ ค่อยๆ ออกห่างจากหุบเขาไปเรื่อยๆ
เนี่ยเทียนหันกลับไปมองอยู่เป็นระยะ พบว่าปากทาง ช่องว่างที่พวกเขาจากมาค่อยๆ มีเงาร่างมากมายที่สวมชุด้คลุมยาว สีเลือด้ และยังมีผู้แขมงแกร่งของสำานักภูตผีชุด้สีด้ำาหลายคนที่เตมไป ด้้วยปราณวิญญาณน่าสยด้สยอง
ใจของเขาหนักอึ้ง รู้ว่าพวกหลิวเหยี่ยน หลัวซินที่อยู่รั้ง ท้าย รวมไปถึงคนของหอเป่าและสำานักหลิงที่กำาลังเร่งรุด้เด้ินทางมา หมายจะผ่านปากทางภูเขาได้้มาได้้สบายๆ อย่างพวกเขา เกรงว่าคง ไม่ง่ายขนาด้นั้นอีกแล้ว
“หนีออกไปได้้กี่คน?”
เสียงคำารามเสียด้แทงแก้วหูเสียงหนึ่งด้ังลอยมาจาก ปากทางภูเขาด้้านหลังของเขา
“แค่เด้มกรุ่นเลมกไม่กี่คน จะให้ตามไปหรือไม่?”
“เด้มกรุ่นเลมก? ยังไม่ต้อง ปิด้ทางของภูเขาลูกนี้ซะ กักตัวตาแก่พวกนั้นให้อยู่ในหุบเขาแห่งนี้ไปตลอด้กาล!”
เมื่อออกห่างจากปากทางภูเขามาได้้อย่างสมบูรณ์แบบ เนี่ยเทียนได้้ยินเสียงพูด้คุยที่ด้ังขึ้นอย่างต่อเนื่องลอยมาจากด้้านหลัง เขาจึงเข้าใจทันทีว่าหากไม่ได้้ออกมาเรมวกว่านี้ คิด้จะผ่านปากทาง นั้นมาได้้ เกรงว่าคงต้องผ่านพิธีชำาระล้างด้้วยคาวเลือด้กันอย่าง แน่นอน
สุด้ท้ายจะมีสักกี่คนที่รอด้ชีวิตออกมา มีกี่คนที่ต้องฝัง ร่างอยู่ในหุบเขา เขาเองกมิอาจคาด้เด้าได้้
เขาแค่ติด้ตามพันเทา เคลื่อนไปข้างหน้าอย่างสุด้ความ สามารถอยู่ท่ามกลางเทือกเขาชื่อเหยียนที่สูงๆ ต่ำาๆ ไม่เท่ากันแห่งนี้
ยอด้เขาของเทือกเขาชื่อเหยียนมีมากมาย หอหลิงเป่า แค่อยู่ท่ามกลางภูเขาหินสามลูกที่ใหญ่ที่สุด้เท่านั้น เมื่อออกมาจาก หุบเขานั้นได้้ เนี่ยเทียนกมปลด้ปล่อยกระแสจิตออกไปรับสัมผัส อยาก รู้ว่าบริเวณใกล้เคียงนี้มีผู้แขมงแกร่งของสำานักภูตผีและสำานักโลหิตอยู่ หรือไม่
ปราณชีวิตที่ไม่อ่อนแอปราณหนึ่งพลันปรากฏขึ้นกลาง สมองของเขา ปราณแห่งชีวิตนั้น…คล้ายไม่ใช่ของคนสำานักภูตผีและ สำานักโลหิต
เหมือนว่าคนผู้นั้นเองกมกำาลังหลบหนีอย่างบ้าคลั่ง คิด้ จะไปให้พ้นจากที่ตั้งของหอหลิงเป่าไม่ต่างจากพวกเขา
“มีคนอยู่ใกล้ๆ นี้” อยู่ๆ เนี่ยเทียนกมพูด้ขึ้น
เมื่อเขาเอ่ยปาก อันซืออี๋ที่อยู่ด้้านหน้าจึงพลันใช้กระแส จิตไปรับสัมผัส
คิ้วของอันซืออี๋ขมวด้มุ่น ใบหน้าพลันเผยความรังเกียจ กล่าว: “คนผู้นั้นคือเฟ่ยลี่!”
“เฟ่ยลี่?” เนี่ยเทียนตะลึง “พี่หญิงอัน ท่านรู้ได้้อย่างไร ว่าเป็นเขา?”
“ข้าจำาได้้ว่าบนร่างของเขามีปราณที่ทำาให้คนอยาก อาเจียน” อันซืออี๋กัด้ฟันเบาๆ พลันนึกได้้ถึงอะไรบางอย่าง “เนี่ย เทียน ข้าได้้ยินว่าเป็นเพราะข้า เฟ่ยลี่จึงไม่ยอมขายยาสั่งสม วิญญาณให้แก่เจ้า?”
“ใช่แล้ว” เนี่ยเทียนกล่าว
“พวกเราไปแย่งคืนมากัน!” อันซืออี๋กล่าวอย่างขุ่น เคือง
เนี่ยเทียนตะลึง “แย่งจากเฟ่ยลี่?”
“ในเมื่อกันคังอาจารย์ของเขาคิด้จะตีจากหอหลิงเป่า ไม่ว่าต่อไปหอหลิงเป่าจะอยู่ในสภาพใด้ เฟ่ยลี่กมต้องประสบหายนะ เช่นเด้ียวกัน นอกเสียจากว่าเขาจะออกไปจากอาณาจักรหลีเทียน เช่นเด้ียวกับกันคัง” อันซืออี๋พูด้ด้้วยน้ำาเสียงขึ้นจมูก: “ต่อให้พวกเขา จากไปจริง ก่อนที่จะหนีไป ข้ากมต้องให้เขามอบยาสั่งสมวิญญาณแก่ เจ้าให้ได้้!”
พูด้จบ อันซืออี๋ที่เด้ินมุ่งหน้าพลันเปลี่ยนทิศทาง เด้ินไป ตามตำาแหน่งที่เนี่ยเทียนรับสัมผัสได้้
“เฟ่ยลี่กล้าบีบบังคับข้าครั้งแล้วครั้งเล่า นั่นกมเป็น เพราะตำาแหน่งของกันคังในหอหลิงเป่า ไม่มีอาจารย์เขาคอยคุ้ม กะลาหัว เขาเฟ่ยลี่กมไม่เคยอยู่ในสายตาข้า เจ้าคอยดู้เถอะ ข้าจะต้อง ช่วยเอายาสั่งสมวิญญาณกลับคืนมาให้เจ้าให้ได้้!” อันซืออี๋กล่าว อย่างมั่นใจ