ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 108 ผู้ล่า
ท่ามกลางต้นไม้โบราณมากมายหลายต้น เฟ่ยลี่ลนลานหนีเอา ชีวิตรอด้อย่างบ้าคลั่งโด้ยไม่สนเส้นทาง
ตอนที่หอหลิงเป่าเผชิญกับหายนะ เขาไม่ได้้อยู่ใน หุบเขา แต่ออกมาทำากิจด้้านนอกตามที่กันคังอาจารย์ของเขากำาชับ มา
เด้ิมทีเขากะว่าจะกลับไปยังสำานักเมื่องานประมูลของ หอหลิงเป่าวันที่สามเริ่มต้น
ทว่าตอนที่เขากลับมาได้้มองเหมนพระจันทร์ที่ลอยสูงอยู่ กลางท้องฟอาราตรีถูกอาบย้อมไปด้้วยสีเลือด้
หลังจากนั้นเขากมได้้ยินเสียงการต่อสู้ดุ้เด้ือด้น่าตกใจด้ัง ออกมาจากในหุบเขาอันเป็นที่ตั้งของหอหลิงเป่า
และผ่านไปไม่นานนักเขากมองเหมนค่ายกลใหญ่ “เพลิง พิภพเผานภา” ที่ปกคลุมไปทั่วหุบเขาถูกฉีกกระชากออก มองเหมนผู้ อาวุโสฝางฮุยยืนอยู่บนกระถางยักษ์ทองสัมฤทธิ์ที่ลอยอยู่กลาง ท้องฟอา
นาทีนั้นเขาจึงเข้าใจทันทีว่าหากเขากลับเข้าไปใน หุบเขา ย่อมมีสิทธิ์ตายมากกว่ารอด้
เขาที่แอบด้ีใจในความโชคด้ีของตัวเอง ตัด้สินใจจาก มาด้้วยความเด้มด้เด้ี่ยว คิด้จะหนีไปให้ไกลจากประตูภูเขาให้มากที่สุด้ และไม่คิด้จะกลับไปอีก
ส่วนเรื่องที่ว่ากันคังอาจารย์ของเขาจะเป็นอย่างไร หอ หลิงเป่าจะอยู่หรือตาย พี่น้องร่วมสำานักจะรอด้หรือไม่ เขาได้้โยนทิ้ง ไปจากสมองนานแล้ว
“เฟ่ยลี่ เจ้าจะไปที่ไหนรึ?” เงาร่างงด้งามแด้งร้อนแรง ร่างหนึ่งพลันโผล่ออกมาจากหลังต้นไม้ด้ึกด้ำาบรรพ์ มองเขาด้้วย สายตาเยมนชาแฝงไว้ด้้วยการหยอกล้อ
ผู้ที่ปรากฏตัวแน่นอนว่าเป็นอันซืออี๋
อันซืออี๋ที่อยู่ขอบเขตกลางสวรรค์ช่วงท้ายมายืนขวาง อยู่ด้้านหน้าเฟ่ยลี่ ด้วงตางด้งามเผยเจตจำานงในการต่อสู้ที่ร้อนแรง ดุ้จกองไฟ กลุ่มแสงเปลวเพลิงแด้งส้มหลายกลุ่มโอบล้อมเรือนกาย อรชรอ้อนแอ้นของนางไม่ต่างจากก้อนเมฆ
นางปลด้สายคาด้เอวหนึ่งเส้นที่ปลด้ปล่อยแสงสีหลาก หลายน่าอัศจรรย์ใจออกมาจากเอว สายคาด้เอวเส้นนั้นถูกนางสะบัด้ หนึ่งครั้ง พริบตาเด้ียวกมีเปลวเพลิงน่าตกใจพวยพุ่งออกมา
แม้ว่าอันซืออี๋จะอยู่หอหลิงเป่า ทว่านางมีธาตุเปลว เพลิงมาตั้งแต่เด้มก อันที่จริงนางเองกมวาด้หวังว่าจะมีสักวันที่นางได้้
รับความสำาคัญจากช่างหลอมอาวุธของหอหลิงเป่า หวังว่าจะได้้ กลายมาเป็นช่างหลอมอาวุธคนหนึ่งของหอหลิงเป่า
น่าเสียด้าย กันคังที่ก่อนหน้านี้นางเข้าใจมาตลอด้ว่า เหมนความสามารถของนางกลับคิด้ไม่ซื่อต่อนาง มองเหมนเพียงความ งามของนางเท่านั้น ไม่เคยเหมนพรสวรรค์ในด้้านการหลอมอาวุธของ นาง
“เป็นเจ้า?”
เฟ่ยลี่หน้าเปลี่ยนสีน้อยๆ มองประเมินไปรอบด้้าน คล้ายรู้สึกแปลกใจอยู่มาก
เขาไม่เข้าใจว่าเหตุใด้อันซืออี๋ถึงได้้ปรากฏตัวอยู่ที่นี่
“ฟิ้วๆๆ!”
และเวลานี้เอง พวกเนี่ยเทียน พันเทาและเจียงหลิงจู ต่างกมทยอยกันมาปรากฏตัวอยู่ข้างกายอันซืออี๋
“พวกเจ้าหนีออกมาได้้อย่างไร?” เฟ่ยลี่ยิ่งตะลึง มากกว่าเด้ิม
“อย่าพูด้มาก” อันซืออี๋ไม่เกรงใจแม้แต่นิด้ นางยื่นมือ ไปทางเฟ่ยลี่ กล่าวด้้วยน้ำาเสียงที่เตมไปด้้วยเหตุผล: “ส่งยาสั่งสม วิญญาณมาซะแล้วเจ้าจะไปไหนกมไป ข้าจะไม่ขัด้ขวาง แต่หากเจ้า
ด้ึงด้ันจะเกมบยาสั่งสมวิญญาณเอาไว้ให้ได้้ ถ้าอย่างนั้นกมอย่ามาโทษ ว่าข้าไม่เกรงใจ”
“อันซืออี๋! เจ้ากล้ารีด้ไถยาสั่งสมวิญญาณจากข้าเชียว รึ?” เฟ่ยลี่เด้ือด้ด้าลขึ้นมาทันควัน ยังไม่เข้าใจสถานการณ์ “ตระกูล อันของเจ้าเป็นเพียงแค่ตระกูลในสังกัด้หอหลิงเป่าเราเท่านั้น! เจ้า กล้าหลบหนีตอนที่สำานักประสบภัย ตระกูลอันกมปกปองเจ้าไม่ได้้! ท่านอาจารย์ของข้าเป็นถึงช่างหลอมอาวุธระด้ับสูงคนที่ห้าของหอ เป่า เจ้าเอาความมั่นใจจากไหนมารีด้ไถยาสั่งสมวิญญาณจากข้า?”
“หากกันคังไม่ใช่อาจารย์ของเจ้า เจ้าเชื่อหรือไม่ว่าข้า คงเลาะฟันเจ้าออกมานานแล้ว?” ความแค้นเก่าใหม่ของอันซืออี๋ ปะทุขึ้นกลางใจ แล้วกมคร้านจะพูด้มากกับเขาจึงลงมือทันใด้
สายคาด้เอวมหัศจรรย์ในมือนางคล้ายรุ้งเพลิงที่โบก สะบัด้ พริบตาเด้ียวกมฟาด้โบยมาที่เฟ่ยลี่
“เพีกยะ!”
เฟ่ยลี่ไม่ทันปองกัน ใบหน้าที่แห้งตอบจึงถูกสายคาด้ เอวฟาด้ลงมาอย่างแรง
ใบหน้าซีกหนึ่งของเขาพลันบวมเป่งขึ้นมาทันใด้ ทั้งยัง ถูกเปลวเพลิงร้อนลวกอาการสาหัส
“นังสารเลว! เจ้าบังอาจลงมือกับข้า!” เฟ่ยลี่เอามือกุม หน้ากรีด้ร้องเสียงแหลม ไม่ว่าอย่างไรเขากมคิด้ไม่ถึงว่าอันซืออี๋ที่ได้้แต่ กล้ำากลืนความไม่เป็นธรรมเพื่อรักษาหน้าทุกฝ่ายจะกล้าลงมือ เหี้ยมโหด้กับเขาจริงๆ
“ผู้อาวุโสกันคังและคนของอาณาจักรอั้นหมิงมีข้อ ตกลงร่วมกัน เขาจะไปจากหอหลิงเป่า ไปจากอาณาจักรหลีเทียน เด้ินทางไปยังอาณาจักรอั้นหมิงพร้อมกับคนเหล่านั้น” พันเทาขมวด้ คิ้วคล้ายรู้สึกว่าไม่ควรมาเสียเวลากับตัวของเฟ่ยลี่มากนัก ด้ังนั้นจึง พูด้อธิบาย: “เขาเตรียมตัวจะตีจากสำานักแล้ว ที่พึ่งของเจ้าในหอ หลิงเป่าถูกโค่นล้มลง ตัวเจ้าเป็นลูกศิษย์ของเขา เมื่ออาจารย์ทรยศ สำานักหนีเอาตัวรอด้ เจ้าเองกมย่อมหนีไม่พ้นความผิด้”
“ส่งยาสั่งสมวิญญาณมา หนีไปได้้ไกลเท่าไหร่กมหนีไป ซะ ทางที่ด้ีคือหาอาจารย์เจ้าให้เจอแล้วเด้ินทางไปอาณาจักรหลี เทียนพร้อมกับเขา”
พันเทารู้ว่าอันซืออี๋สะสมแค้นลึกล้ำาต่อเฟ่ยลี่ แล้วกมรู้ ด้้วยว่าแท้จริงแล้วอันซืออี๋เป็นคนใจคอเหี้ยมโหด้ ไม่ได้้อ่อนแออย่าง ที่นางแสด้งออก
ตอนนี้เมื่อโอกาสลอยมาตรงหน้า นางย่อมฉวยโอกาสนี้ ทำาให้เฟ่ยลี่ลำาบากใจ หรืออาจถึงขั้นทำาให้เฟ่ยลี่บาด้เจมบสาหัสกมเป็น ได้้
เพียงแต่ว่าถึงแม้เฟ่ยลี่จะไม่ถนัด้ในการต่อสู้ ทว่าเขากม มีตบะอยู่ในขอบเขตกลางสวรรค์ หากสองคนเปิด้ศึกกันขึ้นมาตรงนี้ ย่อมต้องถ่วงเวลาทุกคนให้ล่าช้าออกไปอีกอย่างแน่นอน
พันเทายกจุด้นี้ขึ้นมากล่าวกมเพื่อต้องการให้เฟ่ยลี่ ตระหนักถึงสถานการณ์ตรงหน้าได้้อย่างชัด้เจน จะได้้ไม่คิด้ต่อสู้เอา ชีวิตกับอันซืออี๋
“อาจารย์ของข้า…เตรียมจะไปอาณาจักรอั้นหมิง?” เฟ่ ยลี่หน้าเปลี่ยนสี สายตาของเขาเปล่งวาบหนึ่งครั้ง คล้ายเชื่อขึ้นมา ทันทีทันใด้
“ยาสั่งสมวิญญาณ เอาไป!”
เฟ่ยลี่ตัด้สินใจได้้อย่างเฉียบขาด้ พอเข้าใจสถานการณ์ จึงโยนกล่องบรรจุยาสั่งสมวิญญาณซึ่งอยู่ในกำาไลเกมบของออกมา อย่างไร้ซึ่งความลังเล
พันเทารับกล่องมาแล้วเปิด้ออกด้มหนึ่งครั้ง จากนั้นจึง โยนให้อันซืออี๋
อันซืออี๋ตรวจสอบอย่างละเอียด้จึงพยักหน้าเบาๆ “คือ ยาสั่งสมวิญญาณ”
เนี่ยเทียนที่อยู่ข้างกันพอได้้ยินว่าสิ่งที่อยู่ในมือนางคือ ยาสั่งสมวิญญาณที่ตัวเองปรารถนาอยากจะได้้แม้ในยามหลับจริงๆ จึงจ้องมองด้้วยความปิติยินด้ี
ในอาณาจักรหลีเทียน ยาสั่งสมวิญญาณถือเป็นของหา ยาก สามารถรักษาอาการบาด้เจมบที่รุมเร้าท่านตาของเขามานาน หลายปี ในสายตาของเขาแล้ว ของสิ่งนี้จึงล้ำาค่ายิ่งกว่าเกราะมังกร เพลิง
“ข้าไปได้้หรือยัง?” เฟ่ยลี่กล่าวเสียงเยมน
อันซืออี๋โบกมือ “ไสหัวไปเถอะ! เจ้าไม่มีที่พึ่งอย่า งกันคัง ต่อไปกมอย่าให้ข้าได้้เจอเจ้าในอาณาจักรหลีเทียนอีก มิ ฉะนั้น…”
ไม่รอให้นางพูด้จบ เฟ่ยลี่กมแค่นเสียงเยมนหนึ่งครั้งแล้ว วิ่งออกห่างจากทุกคนทันที
“เอ้า ยาสั่งสมวิญญาณของเจ้า” อันซืออี๋โยนออกมา ส่งๆ
เนี่ยเทียนรับกล่องนั้นมาได้้กมเกมบเข้ากำาไลเกมบของทันที โด้ยไม่แม้แต่จะปรายตามอง กล่าวด้้วยรอยยิ้ม: “ขอบคุณพี่หญิง อัน”
อันซืออี๋ยิ้มน่ามอง กล่าว: “ในที่สุด้กมได้้ทำาความปรารถ นาเลมกๆ ของเจ้าให้เป็นจริง”
ในใจนางรู้สึกผิด้กับเนี่ยเทียนมาโด้ยตลอด้ รู้ว่าเนี่ย เทียนผิด้ใจกับกันคังกมเพราะนาง มิฉะนั้นยาสั่งสมวิญญาณเมมด้นั้นกม คงมาอยู่ในมือของเนี่ยเทียนนานแล้ว
ก่อนหน้านี้ไม่นาน ตอนที่อยู่ในลานบ้าน นางและอันอิ่ง ผู้เป็นน้องสาวตัด้สินใจแล้วว่าจะกระโจนเข้าสู่ความตาย กมเป็นเนี่ย เทียนที่ปรากฏตัวอย่างกะทันหัน ทั้งยังยินยอมเสียเวลาของทุกคน เพื่อเร่งเร้าให้พวกนางพี่น้องจากไปพร้อมกัน
นางเองกมรู้ด้ีว่าที่อูซิ่งแห่งสำานักหลิงอวิ๋นเอ่ยปากยอม แบกความรับผิด้ชอบให้กับพวกนางพี่น้อง นั่นกมเป็นเพราะว่าเหมนแก่ หน้าของเนี่ยเทียน ไม่ต้องการให้เนี่ยเทียนมาเสียเวลาอยู่กับพวกนาง
ภายหลัง กันคังมาขวางที่หน้าปากถ้ำา จงใจทำาให้ทุกคน ลำาบากใจ จนทุกคนไม่สามารถหนีออกไปได้้ทันเวลากมเป็นเพราะนาง เช่นกัน
นางรู้ว่านางติด้ค้างเนี่ยเทียนมากมายนัก ในใจเตมไป ด้้วยความละอาย จึงคิด้อยากหาโอกาสชด้ใช้ให้เขาอยู่ตลอด้เวลา
ตอนนี้สามารถแย่งชิงเอายาสั่งสมวิญญาณที่เด้ิมทีควร เป็นของเนี่ยเทียนมาจากมือเฟ่ยลี่ได้้ ในที่สุด้กมทำาให้นางรู้สึกด้ีขึ้นมา ได้้บ้าง รอยยิ้มบนใบหน้าจึงสว่างสด้ใสไม่น้อย
“เอ่อ พวกเรายังหนีไม่พ้นเลยกระมัง? มีเรื่องอะไรรอให้ ไปจากหุบเขาได้้แล้วจริงๆ ไม่เจอคนของสำานักภูตผีและสำานักโลหิต อีก ค่อยคุยกันด้ีไหม?” พันเทาพูด้พร้อมยิ้มเจื่อน
“กมจริง” อันซืออี๋เม้มปากยิ้ม
“เจ้านำาทางต่อเถอะ” เนี่ยเทียนกมกล่าวเช่นกัน
……
ทางออกที่พวกเนี่ยเทียนหนีออกมาได้้ ผู้แขมงแกร่ง สำานักโลหิตจำานวนมากกำาลังเข่นฆ่ากับสำานักหลิง หอเป่า แล้วกมพวก อูซิ่ง หญิงชราเวิง
อวี๋ถงแห่งสำานักโลหิตพลันบินออกมาจากในหุบเขา “ท่านอาจารย์ลุงหยางหยวน ท่านเหมนพวกเด้มกรุ่นเลมกของสำานักหลิ งอวิ๋นหนีไปหรือไม่?” นางสอบถามผู้แขมงแกร่งสำานักโลหิตที่ไร้แขน ซ้ายซึ่งกำาลังต่อสู้กับอูซิ่งอย่างดุ้เด้ือด้
“อ้อ พวกเด้มกรุ่นเลมกนั่นโชคด้ีไม่น้อย หนีออกไปได้้ เป็นกลุ่มแรก” หยางหยวนตอบรับส่งๆ ไปหนึ่งประโยค
อวี๋ถงที่สวมชุด้กระโปรงยาวสีแด้งเลือด้รีบถามต่อ: “มี ใครบ้าง? อยู่ขอบเขตไหนกันบ้าง?”
ผู้แขมงแกร่งสำานักโลหิตที่ก่อนหน้านั้นที่ต่อสู้กับล่ายอี้ เวลานี้กำาลังจะมุด้เข้าไปในถ้ำาที่กันคังจากไป เพื่อไล่ตามกันคังและล่า ยอี้ที่หนีไป พอได้้ยินจึงหยุด้ชะงักแล้วกล่าวว่า: “ผู้นำาคืออันซืออี๋แห่ง สำานักหลิง ตบะกลางสวรรค์ช่วงท้าย คนอื่นๆ ล้วนเป็นเด้มกรุ่นเลมก และตบะกมแค่ท้ายสวรรค์ช่วงต้นเท่านั้น”
“ท่านลุงเฟิง ท่านไปกับข้า!” อวี๋ถงเอ่ยเรียกร้อง
ผู้แขมงแกร่งสำานักโลหิตคนหนึ่งที่ติด้ตามนางมาตลอด้ พยักหน้า แสยะปากยิ้ม “ข้าชอบไล่ฆ่าพวกหนูสกปรกที่คิด้ว่าตัวเอง หนีรอด้มากที่สุด้เลยล่ะ”
“ข้าไปสืบมาจนรู้แน่ชัด้แล้ว เด้มกคนนั้นที่ตาเฒ่าอูเพิ่ง รับเป็นศิษย์กมาที่นี่ด้้วยเหมือนกัน น่าจะอยู่ในกลุ่มพวกเขา!” แสงสี เลือด้ในด้วงตาอวี๋ถงเปล่งประกายวาบ
“เนี่ยเทียนคนที่เจ้าพูด้ถึงมาตลอด้ครึ่งปีน่ะหรือ?” หยางหยวนกล่าวด้้วยความแปลกใจ
“เขานั่นแหละ” ปราณดุ้ร้ายของอวี๋ถงพวยพุ่ง
หยางหยวนพยักหน้า กล่าวกับผู้แขมงแกร่งที่อยู่ด้้าน หลังนาง: “เฟิงหลัว เจ้าเด้มกที่ชื่อเนี่ยเทียนนั่นคือมารในใจของเสี่ยว ถง เจ้าไปช่วยนางกำาจัด้มารนั่นทิ้งเถอะ”
“ข้าทราบแล้ว” เฟิงหลัวหัวเราะฮิฮิเสียงประหลาด้
ผู้แขมงแกร่งเหล่านี้ของสำานักโลหิตล้วนรู้ว่าหลังจากที่อ วี๋ถงกลับมาจากโลกมายามรกตกมบาด้เจมบสาหัสทั้งยังหมด้สติ ใช้เวลา นานมากถึงจะฟื้นตัวกลับมาเป็นปกติ
อวี๋ถงที่กลับมาแขมงแรงด้ังเด้ิมจึงยิ่งฝึกบำาเพมญตบะ อย่างมานะบากบั่น ตอนนี้ฝีมือของนางจึงพัฒนาไปอีกขั้น
ทว่าอวี๋ถงกลับไม่เคยลืมเลือนเจ้าเด้มกที่ชื่อเนี่ยเทียนคน นั้น สืบหาข่าวของเนี่ยเทียนไปทั่ว รอจนนางได้้ยินว่าเนี่ยเทียนถูกอูจี้ รับเป็นศิษย์ ถึงได้้ล้มเลิกความคิด้จะไปสังหารเนี่ยเทียนที่ตระกูลเนี่ย ในเมืองเฮยอวิ๋น
พวกเขาล้วนมองออกว่า หากเนี่ยเทียนไม่ตาย สักวัน จะต้องกลายมาเป็นมารขัด้ขวางการบำาเพมญตบะของอวี๋ถงในวันหน้า ด้ังนั้นทุกคนจึงสนับสนุนให้นางสังหารเนี่ยเทียนตั้งแต่ที่นี่
“ท่านลุงเฟิง พวกเราไปกันเถอะ!” อวี๋ถงเด้ินผ่านเหล่า ผู้คนที่ต่อสู้กันอย่างดุ้เด้ือด้ เอ่ยปากกับเฟิงหลัว ไล่ตามไปยังทิศทางที่ พวกเนี่ยเทียนหนีไป