ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 109 ความเอาแต่ใจของเนี่ยเทียน
“เสี่ยวถงล่ะ?”
หลังจากที่อวี๋ถงและเฟิงหลัวเพิ่งจะจากไป หญิงชราผู้ หนึ่งที่ใบหน้าเตมไปด้้วยความเหนมด้เหนื่อยจากการเด้ินทาง มือถือไม้ เท้าหัวงูอันหนึ่ง เด้ินขากะเผลกเข้ามาใกล้อย่างเชื่องช้า
“แม่เฒ่าเสิ่น”
ผู้แขมงแกร่งหลายคนของสำานักโลหิตพอมองเหมนนาง ปรากฏตัวกมพากันเอ่ยปากทักทายด้้วยท่าทีนอบน้อม
ผู้ที่มาคือเสิ่นซิ่วแห่งสำานักโลหิต ตำาแหน่งของนางเป็น รองเพียงแค่เจ้าสำานัก และนางกมเป็นอาจารย์ของอวี๋ถง
เส้นเลือด้เหล่านั้นที่โผล่ทะลุออกมาจากพื้นด้ินกมคือ “ตาข่ายปฐพี” ที่นางร่ายออกมาด้้วยเวทลับ นางเร่งรีบเด้ินทางมาที่ นี่กมเพราะกังวลว่าอวี๋ถงจะทำาตัวเหลวไหล
“อวี๋ถงไล่ตามพวกเด้มกรุ่นเลมกของสำานักหลิงอวิ๋นไป แล้ว” หยางหยวนตอบรับหนึ่งประโยคจากนั้นจึงเอ่ยปากถาม: “แม่ เฒ่าเสิ่น ตาข่ายปฐพี…ดู้เหมือนว่าจะก่อตัวไม่สมบูรณ์?”
ด้้วยขอบเขตตบะของเสิ่นซิ่ว หากตาข่ายปฐพีก่อตัวขึ้น อย่างสมบูรณ์แบบจริง เลือด้ของนักพรตทุกคนที่อยู่ในหุบเขาอย่าง น้อยกมต้องยุ่งเหยิงไม่เป็นระเบียบนานพอหนึ่งเค่อ[1]
เมื่อมีเวลาหนึ่งเค่อนั้น ผู้แขมงแกร่งของสำานักโลหิต สามารถเปิด้ฉากการสังหารครั้งใหญ่ ช่วงชิงความได้้เปรียบในการ โค่นล้มอีกฝ่าย
แต่หยวนหยางกลับสังเกตเหมนว่าเส้นเลือด้แด้งสด้ที่โผล่ ออกมาจากใต้ด้ินไม่ได้้โรมรันคู่ต่อสู้ของเขานานนัก อีกทั้งเส้นเลือด้ แด้งเหล่านั้นกมไม่ได้้แผ่ขยายออกไปนอกหุบเขา ไล่ตามพวกเนี่ยเทียน ที่หนีไป
“จุด้ลึกใต้ด้ินของเทือกเขาชื่อเหยียนล้วนเป็นลาวาร้อน ลวก การเคลื่อนไหวของตาข่ายปฐพีในจุด้ลึกของใต้ด้ินจึงเตมไปด้้วย ข้อจำากัด้” เสิ่นซิ่วขมวด้คิ้วน้อยๆ กล่าว: “อีกอย่างค่ายกลใหญ่เพลิง พิภพเผานภานั่นกมคล้ายจะแทรกซึมไปยังจุด้ลึกของใต้ด้ิน ท่ามกลาง ลาวาร้อนแผด้เผาพวกนั้นยังมีเส้นสายของค่ายกลเพลิงพิภพเผานภา อยู่ด้้วย”
“อย่าได้้ดู้ถูกค่ายกลใหญ่เพลิงพิภพเผานภาของหอหลิง เป่าเด้มด้ขาด้ ตามความเหมนข้า ค่ายกลใหญ่นั่น…ไม่ได้้แค่ปกคลุม หุบเขาอันเป็นที่ตั้งของหอหลิงเป่าเท่านั้น”
“ตลอด้ทั้งเทือกเขาชื่อเหยียน ภูเขาไฟหลายลูกรอบ ด้้านกมดู้เหมือนว่าจะถูกเพลิงพิภพเผานภาปกคลุมไว้ด้้วย”
“ตาข่ายปฐพีของข้าเมื่อแทรกลงลึกไปยังใต้ด้ินกมได้้รับ อิทธิพลจากเส้นใยที่สร้างจากเพลิงพิภพเผานภา จึงไม่สามารถก่อตัว ได้้สมบูรณ์แบบอย่างแท้จริง”
พูด้มาถึงตรงนี้ เสิ่นซิ่วพลันก้มลงมองใต้เท้า กล่าว: “ไม่รู้ว่าทำาไม ข้าถึงมักรู้สึกว่าจุด้ลึกใต้ด้ินของเทือกเขาชื่อเหยียนมี บางอย่างแปลกประหลาด้ ข้าเองกมบอกไม่ถูกเหมือนกันว่ามันคืออะไร แต่มักรู้สึกว่าการด้ำารงอยู่ของเพลิงพิภพเผานภาไม่ได้้มีไว้เพียงแค่ ปกปองหอหลิงเป่าเท่านั้น”
“ท่ามกลางเส้นสายของเปลวเพลิงเหล่านั้น ข้าสัมผัส ได้้ถึง…ปราณแห่งการกักขังยับยั้งบางอย่าง”
“เสิ่นซิ่ว!”
ไม่รอให้นางอธิบายอย่างชัด้เจน โฮ่วเจิงเฉินเจ้าสำานัก หลิงพลันปรากฏกายตรงจุด้ที่ห่างไกล พริบตาเด้ียวกมกระโจนเข้าหา เสิ่นซิ่ว
ในด้วงตาของโฮ่วเจิงฉินคล้ายแฝงไว้ด้้วยความกังวล และความร้อนใจ ดู้เหมือนว่า…เขาไม่อยากให้เสิ่นซิ่วพูด้ข้อสงสัย ออกมามากเกินไปนัก
ไม้เท้าหัวงูในมือของเสิ่นซิ่วพลันเปล่งแสงสีเลือด้ รีบ หันหน้าไปปะทะกับโฮ่วเจิงเฉินทันที
……
เบื้องใต้ภูเขาหัวโล้นเลมกเตี้ยแห่งหนึ่งของเทือกเขาชื่อ เหยียน
“พักสักครู่เถอะ” พันเทาหยุด้เด้ินกะทันหัน มองม่าน รัตติกาลที่ค่อยๆ ถอยร่น แทนที่มาด้้วยท้องฟอาที่เริ่มสว่างไสว แล้ว กล่าวว่า: “เร่งเด้ินทางมาทั้งคืนแล้ว ก่อนหน้านี้เพื่อรับมือกับ เส้นเลือด้ที่โผล่ออกมาจากใต้ด้ิน ทุกคนเองกมสูญเสียพลังวิญญาณกัน ไปไม่น้อย เพียงแต่หากเร่งเด้ินทางตลอด้เวลา พวกเราไม่สามารถฟื้น คืนพลังได้้ จึงยากที่จะรับมือกับวิกฤตที่อาจเกิด้ขึ้นอย่างฉับพลัน”
เนี่ยเทียนปลด้ปล่อยกระแสจิตออกไปโด้ยอัตโนมัติ รับ สัมผัสกับรอบด้้านอยู่ครู่หนึ่ง ไม่พบคลื่นพลังชีวิตใด้ๆ
เขาจึงพยักหน้า พูด้: “อืม ทุกคนล้วนจำาเป็นต้องพัก ผ่อน”
เขามองประเมินไปรอบด้้าน เหมนว่าบนผนังของภูเขา หัวโล้นลูกนี้มีถ้ำาขนาด้เลมกใหญ่ไม่เท่ากันอยู่มากมาย ถ้ำาเหล่านั้นลึก และมืด้ มองไม่เหมนสภาพภายในอย่างชัด้เจน
“ที่นี่กมถือว่าอยู่ในขอบเขตของเทือกเขาชื่อเหยียน เหมือนกัน และเทือกเขาชื่อเหยียนกมีภูเขาไฟที่ด้ับแล้วมากมาย ท่ามกลางภูเขาไฟเหล่านั้นว่ากันว่ามีหินวิเศษเปลวเพลิงระด้ับสูงหลง เหลืออยู่” อันซืออี๋สังเกตเหมนสายตาของเขาจึงเอ่ยอธิบายด้้วยน้ำา เสียงนุ่มนวล “ลูกศิษย์หอหลิงเป่าของเรามักจะไปเสี่ยงโชคใน ภูเขาไฟที่ด้ับแล้วเหล่านั้นเพื่อลองดู้ว่าจะเจอหินวิเศษเปลวเพลิง ระด้ับสูงหรือไม่”
“และกมด้้วยเหตุนี้ ในยอด้เขาใกล้เคียงจึงถูกขุด้เป็นถ้ำา มากมาย”
“ถ้ำาเหล่านั้นล้วนทอด้ยาวไปถึงกลางภูเขาหรือไม่กมใต้ ภูเขา พวกเขาล้วนคาด้หวังว่าจะโชคด้ีมากพอ ได้้รับหินวิเศษเปลว เพลิงระด้ับสูงมาครอง ไม่ว่าจะเป็นการหลอมอาวุธวิเศษ หรือว่านำา มาใช้ฝึกบำาเพมญตบะเองกมล้วนเป็นเรื่องด้ีทั้งสิ้น”
พันเทาเองกมพูด้เสริม “ภูเขาไฟบนเทือกเขาชื่อเหยียนที่ ยังมีเพลิงใต้พิภพอย่างแท้จริง เหลือแค่เพียงภูเขาสามลูกของหอหลิง เป่าเราเท่านั้น ผู้อาวุโสในหอใช้ค่ายกลใหญ่เพลิงพิภพเผานภายับยั้ง ไม่ให้ภูเขาไฟทั้งสามนั้นพ่นไฟออกมา แล้วด้ึงเอาเพลิงลาวาใต้ด้ินมา ใช้ชุบหลอมอาวุธ”
“ภูเขาไฟลูกอื่นๆ ที่เหลือ หลังจากผ่านการสำารวจจึงรู้ ว่ามันไม่มีไฟลอยปะทุขึ้นมานานมากแล้ว แต่เมื่อสิบล้านปีก่อน ภูเขาไฟพวกนั้นยังคงมีเปลวเพลิงร้อนแรงพวยพุ่งขึ้นมา”
“ขอแค่เป็นภูเขาที่ยังมีเพลิงใต้ด้ินเข้มข้น ด้้านในล้วน อาจให้กำาเนิด้วัตถุวิเศษฟอาด้ินที่มีธาตุไฟได้้ วัตถุวิเศษพวกนั้นส่วน ใหญ่ล้วนถูกขุด้ค้น มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่ยังคงหลงเหลืออยู่ ภายในภูเขา จำาเป็นต้องใช้แรงกายเยอะมาก แล้วกมต้องมีโชคที่ด้ีมาก ด้้วยถึงจะได้้มาครอง”
พันเทาอธิบายไปพลางแนะนำาให้ทุกคนเข้าไปพักผ่อน ในถ้ำาหินเหล่านั้นชั่วคราว
“มากสุด้หนึ่งชั่วยาม หนึ่งชั่วยามให้หลัง ไม่ว่าทุกคน จะฟื้นตัวได้้ถึงระด้ับใด้กมต้องเด้ินทางต่อ” อันซืออี๋พูด้เสียงด้ัง
ไม่มีหลิวเหยี่ยน ไม่มีสื่ออี้และหลัวซิน นางกมคือคนที่มี ขอบเขตสูงสุด้
ด้ังนั้นนางจึงกลายมาเป็นผู้นำาของเด้มกรุ่นเลมก เป็นผู้ ควบคุมสถานการณ์ได้้อย่างเป็นธรรมชาติ
ไม่นานทุกคนต่างกมเลือกถ้ำาของใครของมัน ซุกซ่อนร่าง เข้าไปด้้านใน ต่างกมใช้หินวิเศษมาฟื้นคืนพละกำาลัง
ถ้ำาหินเหล่านั้นล้วนอยู่ใกล้เคียงกัน แค่ใครสักคนพูด้ขึ้น มา คนอื่นๆ กมล้วนได้้ยินกันหมด้
ทุกคนที่แค่ต้องการไปจากเทือกเขาชื่อเหยียนให้ไกล มากที่สุด้ล้วนไม่มีใครอยากสังเกตความแปลกประหลาด้ในถ้ำาหิน ไร้ ซึ่งความสนใจต่อวัตถุเปลวไฟที่อาจหลงเหลืออยู่ ต่างกมตั้งใจฟื้นพละ กำาลังของตัวเอง
เนี่ยเทียนเองกมเป็นเช่นนี้
หลังจากที่เขาเจอถ้ำาแห่งหนึ่งแล้วซุกตัวเข้าไปด้้านใน จึงหยิบเอาหินวิเศษออกมา เตรียมฟื้นฟูพลังวิญญาณในมหาสมุทร วิญญาณ
ขณะที่กำาลังจะโคจรคาถาหลอมลมปราณนั้นเอง เขา พลันฉุกคิด้ถึงอะไรบางอย่าง จึงหยิบเอากระดู้กสัตว์ที่ล่ายอี้เรียกว่า “แกนเลือด้” ออกมาจากในกำาไลเกมบของ แล้วกมเอาเกราะมังกร เพลิงออกมาวางข้างกายไปพร้อมกัน
ทำาทุกอย่างนี้เสรมจ เขาถึงได้้สงบใจดู้ด้ซับเอาพลังงานที่ อยู่ในหินวิเศษ
ระหว่างการฝึกบำาเพมญตบะ เขารู้สึกถึงความร้อนแผด้ เผาจากกระดู้กสัตว์ชิ้นนั้นอีกครั้ง และกมสังเกตได้้ว่าปราณเลือด้เนื้อ
บริสุทธิ์จากร่างของเขาค่อยๆ ลอยออกไปหลอมรวมเข้ากับเกราะ มังกรเพลิงทีละนิด้
เกราะมังกรเพลิงที่หนักอึ้งอย่างหาที่เปรียบไม่ได้้ชิ้นนั้น ค่อยๆ ปลด้ปล่อยประกายแสงสีแด้งเข้ม คล้ายถูกเลือด้เนื้อของเขา บำารุงให้อบอุ่น
ผ่านไปครู่หนึ่ง เขาพลันสังเกตเหมนว่ากระดู้กสัตว์ชิ้นนั้น เปลี่ยนมาเป็นยิ่งร้อนลวกมากขึ้น ทั้งยังปลด้ปล่อยแสงไฟโชติช่วง ออกมา
“เอาะ!”
เขาร้องอุทานเบาๆ แอบแบ่งพลังจิตออกมาหนึ่งก้อน เพื่อรับสัมผัส แล้วกมค้นพบทันทีว่าแสงไฟจำานวนนับไม่ถ้วนที่เลื้อย ขยุกขยิกอยู่ด้้านในได้้มารวมตัวกันที่เลือด้สด้ในกระดู้กสัตว์หยด้นั้น
เลือด้สด้หยด้นั้นที่พาเขาไปยังด้ินแด้นลึกลับ เนื่องจาก สูญเสียพลังงานมากเกินไป เด้ิมจึงหด้เลมกลงไปเยอะมาก
ตอนนี้เนื่องจากการเคลื่อนไหวของเส้นแสงไฟใน กระดู้กสัตว์ แรงด้ึงดู้ด้แปลกประหลาด้อย่างหนึ่งที่เขาสัมผัสได้้อย่าง ชัด้เจนจึงถือกำาเนิด้ขึ้นอย่างเชื่องช้า
ไม่นานเขากมสัมผัสได้้ว่าในถ้ำาที่เขาอยู่ค่อยๆ มีเส้นแสง เปลวเพลิงที่มองไม่เหมนด้้วยตาเปล่าเพิ่มมากขึ้น
เขาพลันหลับตาลง ใช้กระแสจิตไปสำารวจ พบว่าเส้น แสงเปลวเพลิงเหล่านั้นคล้ายลอยมาจากเส้นทางหินมืด้ด้ำาที่อยู่ด้้าน หลังของเขา ดู้เหมือนว่าทางหินนั่น…จะทอด้ยาวลงไปยังจุด้ลึกใต้ด้ิน ของภูเขาลูกเตี้ย
เมื่อเส้นแสงเปลวเพลิงปริมาณมากมารวมตัวกันอยู่ใน ถ้ำาแล้วค่อยๆ แทรกซึมเข้าไปในกระดู้กสัตว์ เขากมสังเกตเหมนว่าเลือด้ หนึ่งหยด้ที่อยู่ในกระดู้กสัตว์นั้นค่อยๆ ขยายใหญ่มากขึ้น
“หรือว่า…”
เนี่ยเทียนที่สังเกตอยู่นานด้วงตาพลันเปล่งประกาย ไพล่นึกไปถึงเรื่องประหลาด้ที่เกิด้ขึ้นในถ้ำาขุด้แร่ของตระกูลเนี่ยปีนั้น
ตอนนั้นที่อยู่ในถ้ำาขุด้แร่ตระกูลเนี่ย เขาเอากระดู้กสัตว์ ชิ้นนี้แนบลงไปบนหินเมฆอัคคีก้อนหนึ่ง สุด้ท้ายกลับกลายเป็นว่าหิน เมฆอัคคีตลอด้ทั้งถ้ำาที่ยังไม่ถูกขุด้ออกมาล้วนถูกด้ึงเอาพลังเปลว เพลิงมาจนหมด้!
ครั้งนี้ เส้นแสงเปลวเพลิงที่ค่อยๆ ลอยออกมาจากใน จุด้ลึกของถ้ำาหิน เหมนได้้ชัด้ว่ากมคือพลังเปลวเพลิง!
และดู้เหมือนว่าจะเป็นพลังเปลวเพลิงที่บริสุทธิ์ยิ่งกว่า ด้้วย!
“ตึง!”
ขณะที่เขากำาลังแปลกใจนั้นเอง กระดู้กสัตว์ชิ้นนั้นพลัน ลอยออกมาแล้วฝังเข้าไปยังรอยเว้าตรงหน้าอกของเกราะมังกรเพลิง ในพริบตาเด้ียว
เกราะมังกรเพลิงพลันปลด้ปล่อยแสงไฟไหลกราก คล้ายว่าอยู่ๆ กมเปลี่ยนมาเป็นด้วงอาทิตย์แผด้เผาร้อนแรงด้วงหนึ่งที่ แผ่คลื่นเปลวเพลิงน่าใจหายใจคว่ำา!
ไม่รอให้เขาตั้งตัวได้้ทัน เกราะมังกรเพลิงชิ้นนั้นกมบิน เข้าไปยังใต้ด้ินที่มองไม่เหมนของถ้ำามืด้มิด้
เนี่ยเทียนเบิกตากว้าง ไม่เข้าใจว่าเกิด้อะไรขึ้น ทำาได้้ เพียงลุกพรวด้ขึ้นยืน กล่าวกับอันซืออี๋ที่อยู่ในถ้ำาข้างกันว่า: “ข้าเจอ เหตุการณ์ฉุกเฉิน! เมื่อถึงเวลาแล้วพวกเจ้าไม่จำาเป็นต้องรอข้า พวก เจ้าสามารถจากไปได้้เลย!”
“เนี่ยเทียน! เจ้าจะทำาอะไรน่ะ!” อันซืออี๋เอะอะเสียงด้ัง
ทุกคนที่กำาลังฟื้นตัวถูกปลุกให้ตื่น แต่ละคนลืมตาขึ้น จากการบำาเพมญตบะ
ห้าวินาทีหลังจากนั้นทุกคนล้วนมารวมตัวกันตรงถ้ำาที่ เนี่ยเทียนอยู่ แต่กลับพบว่าเนี่ยเทียนได้้หายไปแล้ว
“จริงๆ นะ! ไม่ต้องสนข้า! พวกเจ้าจากไปก่อนได้้เลย!”
เสียงของเนี่ยเทียนลอยมาจากทางหินที่ทอด้ยาวไปใต้ ภูเขา
เจิ้งปินและหันซินแห่งอารามเสวียนอู้มองทางหินที่มืด้ มิด้จนมองไม่เหมนก้นแห่งนั้น ต่างกมีสีหน้าน่าเกลียด้
“เจ้าหมอนี่ชอบหาเรื่องใส่ตัวจริงๆ!” หันซินทนไม่ไหว อีกต่อไป กล่าว: “ตลอด้ทางที่มา ทุกคนเสียเวลากมเพราะเขา! หาก ไม่มีเขา พวกเราอาจจะออกมาจากหอหลิงเป่าผ่านทางถ้ำาที่กันคังเฝอา ก่อนที่ประตูภูเขาจะเปิด้แล้วด้้วยซ้ำา”
“ไม่มีเขา บางทีแม่เฒ่าเวิงกมคงไม่ตกอยู่ในอันตราย!”
หันซินข่มกลั้นอารมณ์มานาน เหมนว่าเนี่ยเทียนสร้าง เรื่องในช่วงเวลาคับขันอีกครั้ง ในที่สุด้จึงตวาด้ขึ้นด้้วยความ เด้ือด้ด้าล: “ใครอยากจะรอกมรอไปเถอะ ยังไงซะข้ากมไม่มีทางรออยู่ที่ นี่จนกว่าเขาจะกลับมาแน่!”
เจิ้งปินสีหน้ามืด้คล้ำา กล่าว: “ต่อให้เขาปรารถนาอยาก ได้้หินวิเศษเปลวเพลิงพวกนั้นที่หลงเหลืออยู่กมไม่ควรไปเสี่ยงโชคใน เวลาอย่างนี้ อีกอย่างหินวิเศษเปลวเพลิงของที่นี่กมน่าจะถูกลูกศิษย์ หอหลิงเป่าพลิกหาไปร้อยรอบแล้ว หากยังเหลืออยู่อีกจริงๆ กมไม่ใช่ ว่าจะหาเจอกันง่ายๆ”
เขาคิด้ไม่ออกว่านอกจากหินวิเศษเปลวเพลิงแล้ว เนี่ย เทียนยังจะต้องอยากอยู่ต่อด้้วยเหตุผลอันใด้อีก
เขารู้สึกสิ้นหวังในตัวเนี่ยเทียนอย่างถึงที่สุด้ จึงไม่คิด้จะ เสียเวลาอีกต่อไป “ทุกท่าน พวกเราไปก่อนล่ะ” กล่าวจบเขากับหัน ซินสองคนกมเด้ินออกจากถ้ำาไปเป็นกลุ่มแรก มุ่งหน้าไปทางอาราม เสวียนอู้
ในถ้ำาจึงเหลือแค่พี่น้องตระกูลอัน พันเทา เจียงหลิงจู และเย่กูโม่
คนทั้งกลุ่มมองหน้ากันไปมา
“พวกเราจะอยู่ต่อเพื่อรอเขา” อันซื่ออี๋นั่งแปะลงไปบน พื้น กล่าวเสียงราบเรียบ: “พวกเราพี่น้องสามารถรอด้ชีวิตมาได้้ จนถึงตอนนี้กมล้วนเป็นเพราะความเอาแต่ใจของเขา หากเขาไม่ เอาแต่ใจตัวเอง ผู้อาวุโสอูซิ่งย่อมไม่มีทางสนใจพวกเรา บางทีพวก เราอาจถูกผู้แขมงแกร่งของสำานักโลหิตฆ่าตายไปนานแล้ว ด้ังนั้น ไม่ ว่าเขาจะใช้เวลามากมายเท่าไหร่ พวกเรากมจะรอเขา”
อันอิ่งเองกมนั่งลงไปเงียบๆ
พันเทายิ้มเจื่อนหนึ่งครั้ง เขาส่ายหัวแต่กลับไม่ได้้พูด้ อะไร แล้วกมนั่งลงไปเช่นกัน
เจียงหลิงจูและเย่กูโม่มองตากัน
“เจ้าหมอนั่นคืออาจารย์อาน้อยของพวกเรา หากนับ กันตามลำาด้ับศักด้ิ์แล้ว พวกเราต้องเชื่อฟังเขา” เจียงหลิงจูเข่นเขี้ยว เคี้ยวฟันอย่างขุ่นเคือง แต่กลับไม่ได้้พูด้ว่าจะจากไป นั่งลงรอเขาเช่น กัน ทว่านางกลับด้่าออกมาเบาๆ ทุกประโยค…ล้วนด้่าว่าเนี่ยเทียน ทำาตัวเหลวไหล ด้่าว่าเนี่ยเทียนไม่รู้ผิด้ชอบชั่วด้ี รนหาที่ตาย โลภ มากในทรัพย์สินเงินทองอะไรขนาด้นี้
“เฮ้อ” เย่กูโม่ถอนหายใจยาวหนึ่งครั้ง และกมทำาได้้เพียง นั่งรอเงียบๆ เช่นกัน