ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 114 จำาเป็นต้องรบ!
“เนี่ยเทียน ท่านพี่ ไม่ต้องสนพวกเรา รีบหนีไปซะ!”
อันอิ่งคืนสติกลับมา รีบเอะอะเสียงด้ังทันที ต้องการให้ เนี่ยเทียนและอันซืออี๋ไปจากที่นี่โด้ยเรมวที่สุด้
นางรู้ด้ีว่าเฟิงหลัวที่อยู่ขอบเขตต้นสวรรค์ย่อมต้องมี ฝีมือร้ายกาจยิ่งกว่าอันซืออี๋พี่สาวนางอย่างแน่นอน
นางที่ไม่เคยเหมนเนี่ยเทียนต่อสู้กับอวี๋ถงมาก่อนกมไม่คิด้ ว่าเนี่ยเทียนจะเอาชนะอวี๋ถงได้้ ต่อให้เนี่ยเทียนเอาชนะอวี๋ถงได้้จริง กมผ่านด้่านของเฟิงหลัวไปไม่ได้้อยู่ด้ี
จะให้มาตายอยู่ที่นี่พร้อมทุกคน กมสู้ให้มีชีวิตรอด้ไปได้้ เท่าไหร่กมเท่านั้นด้ีกว่า
“หุบปาก!” เฟิงหลัวแค่นเสียงเยมนหนึ่งครั้ง
“ฟู่วๆ!”
นาทีถัด้มา เลือด้ที่ซึมออกมาจากพื้นด้ินพลันเคลื่อนขึ้น มาตามน่อง และไต่ขึ้นบนร่างของพวกเขาในพริบตาเด้ียว
เลือด้พวกนั้นคล้ายต้นตีนตุากแกที่เลื้อยพันไปทั่วร่าง ของพวกเขาอย่างรวด้เรมว ทำาให้พวกเขาคล้ายกลายมาเป็นบาะจ่างที่ ถูกห่อหุ้มด้้วยเลือด้เหนียวหนึบ
พวกอันอิ่งที่ถูกเลือด้ห่อเอาไว้เหลือเพียงหัวโผล่ออกมา ด้้านนอก กลิ่นคาวเลือด้แสบจมูกที่ปลด้ปล่อยออกมาจากเลือด้เหล่า นั้นกมฉวยโอกาสแทรกซอนเข้าไปในรูจมูกของพวกเขา
ไม่นานอันอิ่งกมทำาได้้เพียงส่งเสียงร้อง “อื้อๆ” แม้แต่จะ พูด้เป็นคำากมยังไม่สามารถทำาได้้
คนทั้งกลุ่ม หลังจากถูกเลือด้ห่อหุ้มจึงทำาได้้เพียงเบิก ตากว้างมองเหตุการณ์ภายนอก มิอาจขยับเขยื้อน มิอาจเอื้อนเอ่ย
“เนี่ยเทียนใช่ไหม?” เฟิงหลัวยิ้มน่าสะพรึงกลัว รอยยิ้ม นั้นทั้งเยมนชาและอำามหิต “อย่าได้้คิด้หนีเด้มด้ขาด้ หากเจ้ากล้าหนีไป พ้นจากเส้นสายตาของข้า พวกเขากมจะตายอยู่เบื้องหน้าเจ้าทันที ทำาตัวให้มันด้ีๆ หน่อย ยอมต่อสู้กับเสี่ยวถงซะ ให้สหายของเจ้าเหมน ว่าเจ้าตายอย่างไร ไม่ใช่ว่าน่าสนใจยิ่งกว่าหรอกหรือ?”
“ฟู่ว!”
และเวลานี้เอง อันซืออี๋ที่หลังจากรู้ขอบเขตตบะของ เฟิงหลัวแล้วไม่ได้้พูด้อะไร พลันแปลงไฟออกมาหนึ่งกลุ่มแล้วขว้าง เข้าใส่เฟิงหลัวในพริบตาเด้ียว
เปลวเพลิงร้อนแรงมากมายหลายกลุ่มดุ้จด้ั่งโคมเปลว ไฟร้อนลวกกลบทับร่างของเฟิงหลัว
“ตูมๆ!”
รอบกายของเฟิงหลัวมีคลื่นพลังวิญญาณไหลกราก ออกมา ก้อนเปลวเพลิงพวกนั้นพลันพากันแตกระเบิด้ออก กระจัด้กระจายกลายเป็นสะเกมด้ไฟ
ทว่าเฟิงหลัวที่อยู่ท่ามกลางเปลวเพลิงกลับแสยะปาก ยิ้มชั่วร้าย ส่ายหัวกล่าวว่า: “คุณหนูตระกูลอัน ขอบเขตของเจ้าอ่อน ด้้อยไปหน่อย เกรงว่าคงทำาร้ายข้าไม่ได้้”
ระหว่างที่พูด้ ด้วงตาทั้งคู่ของเฟิงหลัวกมเตมไปด้้วย เส้นเลือด้ฝอย เรือนกายที่แขมงแกร่งของเขาพลันสั่นเยือก
แสงสีเลือด้เข้มข้นหลายชั้นก่อกำาเนิด้ขึ้นมาจากในร่าง ของเขา แสงสีเลือด้เหล่านั้นคล้ายม่านแสงบางๆ ชั้นหนึ่งที่ตัด้ขาด้ เปลวเพลิงพวยพุ่งให้พ้นออกไปจากร่างของเขา
แสงไฟสาด้กระเซมนทั่วท้องฟอา เฟิงหลัวเด้ินออกมาจาก ตำาแหน่งที่คลื่นเปลวเพลิงระเบิด้ออก มือขวาใหญ่ราวใบลานถือลูก กลมแปลกประหลาด้เอาไว้ลูกหนึ่ง
ในลูกกลมโปร่งแสงนั้นมีหมอกเลือด้ลอยวน คล้ายเงาสี เลือด้หลายเงาบินแฉลบผ่าน
“เวทรวมโลหิต!”
หลังจากเสียงตวาด้เบาๆ ของเฟิงหลัวด้ังขึ้น ลูกกลม แสงสีเลือด้นั้นพลันขยายใหญ่ ลำาธารที่เตมไปด้้วยน้ำาเลือด้ซึ่งอยู่ด้้าน
หลังของเขาคล้ายกำาลังตอบรับการเรียกขานจากเขา จึงพุ่งออกมา หลายเส้นสาย
เมื่อน้ำาเลือด้รวมตัวกันจึงกลายมาเป็นคนโลหิตเลมกเตี้ย ห้าคน คนโลหิตที่ไม่มีอายตนะทั้งห้า[1] แต่กลับเตมไปด้้วยปราณ เลือด้ซัด้โหมเหล่านั้นพลันพุ่งกระโจนเข้าใส่อันซืออี๋
อันซืออี๋หน้าเปลี่ยนสี กำาไลเกมบของบนข้อมือของนางมี คลื่นพลังวิญญาณระลอกหนึ่งส่งออกมา
“ฟู่วๆ!”
ลูกกลมเปลวไฟหกลูกบินออกมาจากในกำาไลข้อมือ ทันที ห้าลูกในนั้นพุ่งด้ิ่งเข้าหาคนโลหิต ส่วนอีกหนึ่งลูกพุ่งเข้าใส่เฟิง หลัว
“ไข่มุกอัคคี…” เฟิงหลัวหัวเราะหึหึแผ่วเบา เรือนกายมโหฬารของเขาพลันจมลึกลงไปใต้น้ำาสีเลือด้
เพียงแค่ครู่เด้ียวร่างของเขากมหลอมละลายเข้ากับเลือด้ ที่ซึมออกมาจากในก้อนหินราวกับเป็นน้ำา หายไปหมด้ทั้งร่องรอย และลมปราณ
เมื่อเขาหายไป เลือด้ที่ปกคลุมไปทั่วพื้นด้ินพลันเกิด้ เป็นคลื่นลูกยักษ์ราวกับผิวน้ำาทะเลที่ถูกพายุพัด้กระหน่ำา
คลื่นมากมายหลายชั้นที่เปล่งแสงสีเลือด้กลิ้งไล่หลังกัน ม้วนตลบเข้าหาอวี๋ถงราวกับพรมสีแด้งผืนหนึ่ง
“เสี่ยวถง!”
เสียงของเฟิงหลัวล่องลอยไม่แน่นอน คล้ายด้ังออกมา จากจุด้ลึกใต้ด้ิน
เนี่ยเทียนที่จ้องเขมมงไปยังอวี๋ถง ได้้ยินเสียงเร่งเร้านั้น ของเขากมไม่สามารถยับยั้งไฟโทสะในใจได้้อีก
“เจ้าสมควรตาย!”
มือเรียวบางราวลำาเทียนของอวี๋ถงดุ้จด้ั่งผีเสื้อที่บินลอด้ ผ่านไปตามด้อกไม้ ตัด้สลับกันอยู่ตรงหน้าอกที่ชูชันน้อยๆ นั่น แปลง กายมาเป็นเวทตราประทับมหัศจรรย์
แสงสีเลือด้หนาประมาณแขนของนางพลันโผล่พรวด้ ออกมาจากใต้ด้ินที่เนี่ยเทียนยืนอยู่ เลื้อยพันขึ้นมาประหนึ่งแขนของ สาวงามจำานวนนับไม่ถ้วนที่เคลื่อนไหวด้้วยท่วงท่าเย้ายวน
แสงสีเลือด้ที่ราวกับแขนของสาวงามเหล่านั้นทั้งอ่อน นุ่มและทั้งเหนียวทนทาน อีกทั้งยังแฝงไว้ด้้วยกลิ่นอายลึกลับล่อลวง ใจคน
เนี่ยเทียนพลันรู้สึกตาลายพร่ามัวขึ้นมาเลมกน้อย มอง แสงสีเลือด้ที่เหมือนลำาแขนของสาวงามมากมายนั้น ในสมองพลัน เกิด้ภาพมายา
ในสายตาของเขา แสงสีเลือด้เหล่านั้นคล้ายกลายมา เป็นแขนของสาวงามจริงๆ ไม่มีกลิ่นคาวเลือด้ใด้ๆ กลับกันยังเป็นก ลิ่นหอมของเครื่องประทินผิว
ภาพมายาในสมองของเขาซ้อนทับเข้าด้้วยกัน ทำาให้ อยู่ๆ เขากมแยกไม่ออกว่าอันไหนจริงอันไหนภาพลวงตา ไม่รู้ว่าคู่ต่อสู้ ของเขาคืออวี๋ถง หรือว่ามือสีเลือด้มากมายเหล่านั้นกันแน่
“มนต์ด้ำาพลังจิต!”
ผ่านไปครู่ใหญ่เขาพลันกัด้ปลายลิ้นตัวเองอย่างแรง ใช้ ความเจมบปวด้ฝืนให้ตัวเองฟื้นคืนสติ
เขาตั้งสติให้มั่นคง ไม่สนใจภาพมายาที่ล่อลวงจิตใจนั่น อีก แล้วกมไม่มองมือเลือด้ที่เลื้อยพันอยู่บนร่าง เอาแต่จ้องเขมมงไปยัง นางมารอวี๋ถง
เขามองเหมนว่าลำาแขนเรียวยาวด้ั่งหยกของอวี๋ถงกำาลัง ทำาท่าคล้ายด้ึงรั้งและควบคุมอะไรบางอย่าง บนร่างมีคลื่นพลังจิต เคลื่อนไหวอย่างเหมนได้้ชัด้
“พลังจิตโจมตี!”
ในใจเขาตวาด้ด้ัง รวบรวมพลังจิตที่มากมหาศาลเกิน คนทั่วไปของเขาให้ก่อตัวขึ้นเป็นลำาแสงพลังจิตขนาด้ยักษ์ที่มองไม่ เหมนด้้วยตาเปล่า แล้วกระแทกเข้าใส่อวี๋ถงอย่างรุนแรง
“อึก!”
อวี๋ถงร้องอู้อี้หนึ่งครั้ง ในด้วงตาเย้ายวนของนางพลัน เปลี่ยนสี
“นึกไม่ถึงว่าพลังจิตของเจ้ากมจะเข้มข้นทรงพลังได้้ถึง เพียงนี้!” นางถลึงตาใส่เนี่ยเทียน มือทั้งสองข้างโบกลงด้้านล่าว กล่าว: “พันมือรัด้พันร่าง!”
มือสีเลือด้มากมายพลันเพิ่มความเรมว ไม่รอให้เนี่ยเทียน ตั้งตัวทัน มือสีเลือด้เหล่านั้นกมรัด้พันมาถึงหน้าท้องของเนี่ยเทียน ราวกับไม้เลื้อย
บัด้นี้ เนี่ยเทียนไม่รู้สึกถึงกลิ่นหอมใด้ๆ อีกแล้ว รู้สึก เพียงว่าตัวเองถูกเลือด้เข้มข้นกลบทับ
ร่างของเขาถูกมือเลือด้เหล่านั้นด้ึงกระชากให้เข้าไป ใกล้อวี๋ถงทีละน้อย
อวี๋ถงไม่รู้สึกลำาพองใจแม้แต่นิด้ แต่มองเขาด้้วยความ ระแวด้ระวังอย่างถึงที่สุด้ คล้ายตั้งท่ารับมือรอการโจมตีดุ้เด้ือด้จาก เนี่ยเทียน
นางเคยเสียเปรียบเนี่ยเทียนมาก่อน รู้ว่าเนี่ยเทียนมีท่า หมัด้ที่น่าหวาด้กลัวอยู่ท่าหนึ่ง นางเชื่อว่าหากเนี่ยเทียนกระตุ้นหมัด้ นั้น มือเลือด้ที่เลื้อยพันอยู่ทั่วร่างเขาย่อมไม่สามารถพันธนาการเขา ได้้
โล่โลหิตแด้งเข้มชิ้นหนึ่งค่อยๆ ถูกนางนำาออกมา นาง ตั้งท่ารอให้เนี่ยเทียนระเบิด้การโจมตีอย่างดุ้เด้ือด้
โล่โลหิตชิ้นนั้นไม่ใช่วัตถุมายาที่กระตุ้นออกมาจากพลัง วิญญาณในเลือด้ของตัวเองอย่างตอนที่อยู่ในโลกมายามรกต แต่เป็น อาวุธวิเศษของสำานักโลหิตอย่างแท้จริง
พื้นผิวของโล่โลหิตมีลวด้ลายประณีตวิจิตรสีเลือด้ ลวด้ลายเหล่านั้นล้วนเป็นค่ายกลมหัศจรรย์ที่ช่วยทำาให้โล่โลหิต แขมงแกร่ง
โล่โลหิตนี้นางไหว้วานให้คนอื่นสร้างขึ้นมาให้โด้ย เฉพาะ จุด้ประสงค์กมเพื่อ…ต้านทานเพลงหมัด้ที่น่ากลัวนั้นของเนี่ย เทียน
เพื่อสังหารเนี่ยเทียน นางเตรียมตัวมาเยอะมาก โล่ โลหิตกมคือการรับประกันความปลอด้ภัยของร่างกายนาง
พวกอันอิ่ง เจียงหลิงจูที่ถูกเลือด้ห่อหุ้ม ขยับไม่ได้้ พูด้ ไม่ได้้ แต่กลับมองเหมนการเปลี่ยนแปลงทุกอย่างรอบด้้าน
พวกเขามองเหมนเนี่ยเทียนถูกมือเลือด้รัด้พัน มองเหมน เนี่ยเทียนถูกมือเลือด้เหล่านั้นด้ึงรั้งๆ ให้ค่อยๆ เข้าไปใกล้อวี๋ถงทีละ นิด้
ในด้วงตาของพวกเขาเตมไปด้้วยความร้อนรน
เนี่ยเทียนที่พวกเขาเป็นห่วงสะบัด้ไหล่ พยายามสลัด้ให้ หลุด้พ้นจากมือเลือด้เหล่านั้น แต่กลับรู้สึกได้้ว่ามือเลือด้เหล่านั้นมี พลังมหาศาลไหลทะลักออกมา
ต่อให้เป็นเรือนกายที่แขมงแกร่งของเขากมยังไม่สามารถ หลุด้พ้นจากมือพวกนั้น ทำาได้้เพียงเป็นฝ่ายถูกกระทำา พาให้เคลื่อน เข้าไปหาอวี๋ถงช้าๆ
เขาเองกมสังเกตเหมนว่า เมื่อเขาเข้าไปใกล้ อวี๋ถงได้้หยิบ เอาโล่โลหิตงด้งามออกมาหนึ่งชิ้นคล้ายกำาลังเผชิญหน้ากับศัตรูตัว ฉกาจ
ไม่นานเขากมเข้าใจได้้ว่า เพื่อรับมือกับเขา อวี๋ถงได้้ เตรียมวิธีการมากมายมาพร้อมสำาหรับศึกครั้งนี้
เขาแอบเหลือบมองไปยังอันซืออี๋หนึ่งครั้ง พบว่าไข่มุก อัคคีที่อันซืออี๋ปลด้ปล่อยออกมา ดู้เหมือนจะไม่สามารถฆ่าคนโลหิต ทั้งห้านั้นได้้
กลับกลายเป็นเสียงของเฟิงหลัวที่ด้ังล่องลอยมาให้ ได้้ยินเป็นระยะ
เขาพลันตระหนักได้้ว่า เฟิงหลัวที่เหยียบย่างสู่ขั้นต้น สวรรค์ เมื่อต้องมาต่อสู้กับอันซืออี๋กมแทบไม่ต้องใช้พลังอะไรเลย
เฟิงหลัวผู้นั้นแค่กักตัวอันซืออี๋ไว้ชั่วคราว ความสนใจ ที่แท้จริงของเขา…ดู้เหมือนจะอยู่ที่การต่อสู้ระหว่างเนี่ยเทียนและอ วี๋ถง
“จะเป็นฝ่ายถูกกระทำาอยู่แบบนี้ไม่ได้้ หากคิด้จะพลิก เปลี่ยนสถานการณ์ มีเพียงจับตัวอวี๋ถงเป็นๆ ใช้ความเป็นความตาย ของอวี๋ถงมาขู่ให้เฟิงหลัวปล่อยตัวคนอื่น แบบนี้ถึงจะมีโอกาสรอด้ ชีวิต!”
เนี่ยเทียนที่ตกอยู่ในสภาวะอันตรายอย่างถึงที่สุด้ไม่ ได้้สติแตก แต่ประเมินสถานการณ์ด้้วยความสงบ
เขารู้ว่าอวี๋ถงมีฐานะที่ไม่ธรรมด้าในสำานักโลหิต และกม มองออกว่าครั้งนี้เฟิงหลัวต้องการช่วยให้อวี๋ถงกำาจัด้มารในใจ อาจารย์ของอวี๋ถงคือศิษย์พี่หญิงของเฟิงหลัว เขาย่อมไม่มีทางมองอ วี๋ถงตายไปกับตาตัวเองอย่างแน่นอน
“พลังเลือด้เนื้อ!”
เขาระเบิด้เสียงคำารามอยู่ในใจ พยายามปลุกพลังกล้าม เนื้อที่ซุกซ่อนอยู่ให้เผยตัวขึ้นมา คิด้จะใช้พลังมหัศจรรย์ที่เกิด้ขึ้นหลัง จากหัวใจเต้นรัวเรมวมาฝืนพลิกเปลี่ยนสถานการณ์
คราวนี้เขาพบว่าครั้งนี้หัวใจยังไม่ทันเต้นโลด้แรงกมี พลังระลอกหนึ่งไหลทะลักออกมาจากเลือด้เนื้อและกระดู้กทั่วร่าง ของเขา
ครึ่งปีที่ผ่านมานี้ เขาอยู่ที่ภูเขาด้้านหลังเขาหลิงอวิ๋น ล้วนได้้กินเลือด้เนื้อของสัตว์วิเศษระด้ับสองทุกวัน
เลือด้เนื้อเหล่านั้นที่ถูกเขากินเข้าไป หลังจากที่ กระเพาะของเขาย่อยแล้วกมไม่ได้้ถูกชักนำาเข้าไปในมหาสมุทร วิญญาณ แต่แผ่กระจายไปทั่วร่างของเขาตามธรรมชาติ
พลังงานที่เขาไม่สามารถสัมผัสถึงในวลาปกติ กลับ ระเบิด้ตูมออกมาในนาทีนี้
ทั้งการระเบิด้นี้ยังรุนแรงดุ้เด้ือด้ถึงขีด้สุด้!
“ปังๆๆ!”
เขาบิด้ไหล่ตัวเองอีกครั้ง ออกแรงสลัด้ให้พ้น เหมนเพียง ว่ามือเลือด้มากมายที่เลื้อยพันร่างของเขากลับพากันระเบิด้ออก กลายเป็นหยด้เลือด้ที่สาด้กระเซมนไปสี่ทิศ
“มาแล้ว!” อวี๋ถงรวบรวมจิตใจมุ่งมั่น
“เอาะ!” เสียงอุทานเบาๆ หนึ่งครั้งของเฟิงหลัวล่องลอย มาจากบางแห่ง เหมนได้้ชัด้ว่าเป็นไปตามที่เนี่ยเทียนคิด้เอาไว้ แท้จริง แล้วเขากำาลังสังเกตการณ์ต่อสู้ระหว่างเนี่ยเทียนและอวี๋ถงอย่างใกล้ ชิด้
พวกอันอิ่ง เจียงหลิงจูที่ถูกเลือด้ห่อหุ้มเอาไว้กมเบิกตาก ว้าง มองเหม่อมาที่เขา
พวกเขาล้วนสังเกตเหมนว่า บนร่างเนี่ยเทียนในเวลานี้ พลันมีปราณเลือด้เนื้อมหาศาลระเบิด้ออกมาเป็นคลื่นพลังชีวิตที่น่า ตะลึง
“ปังๆ!”
เมื่อเนี่ยเทียนด้ิ้นรน มือเลือด้ทั้งหมด้กมระเบิด้ออกกลาย เป็นน้ำาเลือด้
ส่วนเนี่ยเทียนกลับเข้ามาใกล้ด้้านหน้าอวี๋ถง ใช้สายตา ที่เตมไปด้้วยความป่าเถื่อนจ้องเขมมงไปที่นาง กล่าว: “วันนี้ ข้าจะ โจมตีให้เจ้าย่อยยับเป็นครั้งที่สี่!”