ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 115 จับเป็น!
“ครั้งที่สี่!”
พวกอันอิ่งไม่สามารถพูด้ได้้ ทว่านัยน์ตากลับฉายประกาย ประหลาด้ออกมา เหมนได้้ชัด้ว่าตื่นตะลึงไปกับคำาพูด้ของเนี่ยเทียน
หรือว่า…ตอนอยู่ในโลกมายามรกต เนี่ยเทียนเคยเอาชนะอ วี๋ถงได้้ถึงสามครั้งติด้?
พวกเขาไม่อยากเชื่อ
ทว่าอวี๋ถงกลับไม่โต้แย้ง คล้ายยอมรับในคำาพูด้ของเขา ยอมรับว่าตัวเองแพ้ให้เขาสามครั้งติด้ตอนอยู่ในโลกมายามรกต
ความเงียบของอวี๋ถงยิ่งทำาให้ทุกคนตะลึง และกมเริ่มเกิด้ ความมั่นใจในตัวเนี่ยเทียนขึ้นมากะทันหัน
“สามครั้งแล้ว?”
ในจุด้ลึกใต้ด้ินมีเสียงล่องลอยที่แฝงไว้ด้้วยความหมายลึก ล้ำาของเฟิงหลัวด้ังลอยมา
เขารู้แค่ว่าตอนที่อวี๋ถงอยู่ในโลกมายามรกต นางไม่สามารถ ทำาภารกิจการประลองของสำานักโลหิตและสำานักภูตผีได้้สำาเรมจเพราะ มีความเกี่ยวข้องกับเด้มกคนหนึ่งที่ชื่อเนี่ยเทียน
แต่เขานึกไม่ถึงเลยว่าอวี๋ถงที่สำานักโลหิตฝากความหวัง มหาศาลเอาไว้ กลับพ่ายแพ้ด้้วยน้ำามือเนี่ยเทียนถึงสามครั้ง!
ในที่สุด้เขากมเข้าใจว่าเหตุใด้เนี่ยเทียนถึงได้้กลายมาเป็น มารในใจของอวี๋ถง เหตุใด้เมื่อกลับมาอวี๋ถงถึงได้้เอาแต่พร่ำาพูด้ถึง เนี่ยเทียนไม่หยุด้ จนเกือบจะแอบออกไปจากสำานักโลหิตเพื่อเด้ินทาง ไปฆ่าเนี่ยเทียนที่เมืองเฮยอวิ๋น
ความภาคภูมิใจในตัวเองของอวี๋ถง ย่อมไม่ทางยอมให้เนี่ย เทียนที่ขอบเขตต่ำากว่า แต่กลับเอาชนะนางได้้ถึงสามครั้งติด้มีชีวิต รอด้ไปได้้!
มีเพียงการตายของเนี่ยเทียนเท่านั้นถึงจะลบล้างมารในใจ ของนาง ทำาให้นางคืนความมั่นใจได้้อีกครั้ง!
“จะไม่มีครั้งหน้าอีกแล้ว”
อวี๋ถงที่ถูกเนี่ยเทียนโจมตีด้้วยคำาพูด้เงียบงันไปครู่หนึ่งถึง ได้้ค่อยๆ โบกมือ
“ฉับ!”
แสงสีเลือด้แด้งฉานที่ไหลวนบนมีด้ทรงเสี้ยวพระจันทร์ ยาวแค่ครึ่งแขนเล่มหนึ่ง พลันตวัด้ฉับเข้าใส่เนี่ยเทียน
มีด้ทรงพระจันทร์ที่สั้นราวกับกริชคล้ายฝูงปลากระหาย เลือด้ เพียงพริบตาเด้ียวกมตัด้สลับกันเป็นแสงสีเลือด้น่าขนลุก ตรง เข้ากลบทับร่างของเนี่ยเทียน
“ฟู่วๆ!”
บนร่างของเนี่ยเทียนพลันปรากฏรอยแผลเลมกละเอียด้ มากมาย รอยแผลเหล่านั้นมีเลือด้สด้ไหลซึมออกมา ล้วนเกิด้จาก รอยกรีด้ของมีด้เสี้ยวพระจันทร์
เนี่ยเทียนที่ถูกโจมตีกะทันหัน รีบหลบหลีกไปทั่ว ทว่ามีด้ ทรงพระจันทร์เสี้ยวนั้นราวกับเงาที่ตามตัว เอาแต่ไล่กวด้เขาไม่หยุด้
เนี่ยเทียนที่หลบเลี่ยงรวด้เรมว บนร่างยังคงมีบาด้แผลเพิ่ม ขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ทว่าเขากลับค่อยๆ เข้ามาใกล้อวี๋ถงมากขึ้น เรื่อยๆ
พอเหมนว่าเขาเข้ามาใกล้ อวี๋ถงเตรียมพร้อมรับมืออยู่นาน แล้ว จึงรีบยกโล่โลหิตในมือขึ้นมาตั้งรับ
ปราณเลือด้เข้มข้นที่กระจายอยู่รอบด้้านพลันไหลทะลัก เข้ามารวมอยู่ในโล่โลหิต ลวด้ลายประณีตงด้งามบนพื้นผิวของโล่ โลหิตเลื้อยขยุกขยิกราวกับไส้เด้ือน คล้ายกำาลังจะกระตุ้นค่ายกลของ โล่
“โล่ขอบโลหิตนี้ข้าสร้างขึ้นมาเพื่อเจ้าโด้ยเฉพาะ” อวี๋ถง สีหน้ามืด้ทะมึน จ้องเขมมงมาที่เขาด้้วยความเยมนชา เตรียมพร้อม รับมือเพลงหมัด้ที่น่าหวาด้กลัวนั้นของเขา
“ฟับ!”
ด้้านหลังของเนี่ยเทียนถูกกริชทรงพระจันทร์เสี้ยวกรีด้ฟัน อีกครั้งจนเกิด้เป็นรอยบาด้แผลเลมกยาวอีกหนึ่งรอย
ตลอด้ทั้งร่างของเขาเตมไปด้้วยความรู้สึกปวด้แสบปวด้ ร้อน
เขาสังเกตเหมนแล้วว่ากริชทรงพระจันทร์เสี้ยวที่ไล่โจมตีเขา ไม่หยุด้หย่อนเหล่านั้น แม้ว่าจะคมกริบอย่างถึงที่สุด้ แต่กลับจำาเป็น ต้องใช้พลังจิตและพลังวิญญาณของอวี๋ถงควบคุมอย่างประณีต
เพราะว่าจำาเป็นต้องใช้พลังจิตและพละกำาลังจำานวนมาก ถึงจะสามารถควบคุมกริชมากมายได้้ด้ังใจ ทำาให้พลังที่แฝงอยู่ใน กริชมีจำากัด้
และกมด้้วยเหตุนี้ เมื่อกริชเหล่านั้นกรีด้ฟันลงมาบนร่างของ เขา จึงไม่มีพละกำาลังที่น่าหวาด้กลัวเท่าใด้นัก
มิฉะนั้น เขากมคงไม่เพียงแค่ถูกกรีด้จนเนื้อแตก แต่น่าจะถูก แล่เนื้อเถือหนังจนตายไปแล้วด้้วยซ้ำา
“หมัด้พิโรธ…”
ขณะที่เคลื่อนย้ายร่างกายหลบเลี่ยงว่องไว เขายังครุ่นคิด้ อย่างมีสติว่าควรจะใช้พลังทั้งหมด้มากระตุ้นหมัด้พิโรธรูปแบบที่หนึ่ง หรือไม่
แน่นอน เขาย่อมรู้ว่าหมัด้พิโรธรูปแบบที่หนึ่งนั้นเป็นกระ บวนท่าที่มีพลานุภาพแขมงแกร่งมากที่สุด้ของเขา
ทว่าอาการที่ตามมาหลังจากใช้หมัด้พิโรธรูปแบบที่หนึ่ง…กม น่ากลัวมากเช่นเด้ียวกัน
หากกระตุ้นใช้หมัด้พิโรธ ไม่ว่าเขาจะเอาชนะอวี๋ถงได้้หรือ ไม่ ไม่ว่าเขาจะฆ่าอวี๋ถงได้้หรือไม่ เขากมไร้ซึ่งเรี่ยวแรงสำาหรับการ ต่อกรในภายหลังอีก
หากอวี๋ถงตายด้้วยหมัด้เด้ียวของเขา เขาเชื่อว่าพวกพัน เทา อันอิ่งกมจะต้องถูกหลัวเฟิงสังหารอย่างไร้ซึ่งความเกรงใจแน่นอน
อันซืออี๋เองกมคงยากจะหนีพ้นการสังหารอันเหี้ยมโหด้ไปได้้
หากอวี๋ถงตายไป หลัวเฟิงที่คลุ้มคลั่งย่อมต้องสังหารพวก เขาทุกคนอย่างไม่เสียด้ายค่าตอบแทน รวมไปถึงตัวเขาเองด้้วย!
นี่ยังเป็นการคิด้ไปในแง่ที่ด้ี
ตอนนี้ในมือของอวี๋ถงยังมีโล่ขอบโลหิตชิ้นหนึ่งที่ชุบหลอม ขึ้นมาเพื่อเขาโด้ยเฉพาะ โล่นี้…บางทีอาจต้านทานการโจมตีของหมัด้ พิโรธรูปแบบที่หนึ่งของเขาได้้
หากโล่ขอบโลหิตสกัด้กั้นหมัด้พิโรธเอาไว้ได้้ พละกำาลัง เลือด้เนื้อของเขากมจะหมด้สิ้น เป็นได้้เพียงลูกแกะที่รอให้อวี๋ถง ทรมานและสร้างความอัปยศให้ตามใจชอบ
“ไม่ได้้…”
เขาครุ่นคิด้อยู่เลมกน้อยกมตัด้สินใจละทิ้งหมัด้พิโรธไป เปลี่ยนมาหาโอกาสอื่นแทน
เขาเด้ินวนล้อมรอบกายอวี๋ถงอย่างต่อเนื่อง กริชที่ราวกับ ฝูงปลาพวกนั้นยังคงเพิ่มบาด้แผลให้ร่างกายเขาไม่หยุด้ ทว่าต่อให้ เขาคิด้จนแทบล้มประด้าตายอย่างไรกมยังหาวิธีการที่จะโจมตีอวี๋ถงใน ชั่วพริบตาไม่ได้้
เวลานี้ เขาเสียใจอย่างสุด้ซึ้งที่ตอนอยู่หลังเขาหลิงอวิ๋นไม่ ยอมเรียนเคลมด้ลับการใช้พลังวิญญาณ ถึงเวลาคับขันจึงไม่มีวิธีด้ีๆ ให้นำามาใช้
อาวุธวิเศษชิ้นเด้ียวของเขาคือกระดู้กสัตว์ที่ถูกเรียกว่า แกนเลือด้นั่น ซึ่งตอนนี้กลับไม่ได้้อยู่ที่ตัวอีก
หลังจากที่บนร่างมีบาด้แผลเพิ่มขึ้นมา เลือด้ของเขากมยิ่ง ไหลไม่หยุด้ ทั้งยังสัมผัสได้้อย่างชัด้เจนว่าพลังเลือด้ลมของเขาได้้จาง หายไปด้้วย
ถ้าเป็นอย่างนี้ต่อไป ต่อให้อวี๋ถงไม่ลงมือ เขากมต้องเลือด้ ไหลจนหมด้ตัวตาย
เขาแอบร้อนใจ
“ตูม!”
และเวลานี้เอง ใต้ด้ินของภูเขาลูกเตี้ยที่เขาจากมามีเสียง สนั่นหวั่นไหวน่าหวาด้กลัวด้ังลอยมา
เขาพลันตระหนักได้้ว่าเกราะมังกรเพลิงชิ้นนั้นที่เขาทิ้งเอา ไว้ในจุด้ลึกใต้ด้ิน น่าจะรวมพลังกับสัตว์เพลิงพิภพโจมตีแถบผ้า หลากสีรูปร่างเหมือนผลึกใสเหล่านั้นจนแตกออกแล้ว
เวลานี้ เขาอยู่ไกลจากภูเขาลูกเตี้ยไม่น้อยแล้ว
ทว่าวินาทีที่เกราะมังกรเพลิงรุกโจมตีนั้น ในสมองของเขา พลันเกิด้ภาพแปลกประหลาด้ขึ้นมา
เขามองเหมนมังกรเพลิงขนาด้ยักษ์ตัวหนึ่งที่ตลอด้ทั้งร่างลุก โชนไปด้้วยเปลวเพลิง กำาลังปลด้ปล่อยความมหัศจรรย์ของสายเลือด้ อยู่ในโลกลึกลับเปลวเพลิงที่จิตวิญญาณของเขาเคยเข้าไป ใช้เปลว
เพลิงร้อนระอุแผด้เผาทุกสรรพสิ่งคล้ายต้องการให้ทั้งแผ่นฟอาและพื้น ด้ินมอด้ไหม้
เด้ิมทีเขาและเกราะมังกรเพลิงนั้นกมีความเชื่อมโยงพร่า เลือนต่อกันอยู่แล้ว เวลานี้ความเชื่อมโยงนั้นกลับเปลี่ยนมาเป็น ชัด้เจนอย่างถึงที่สุด้
ที่แปลกประหลาด้อย่างยิ่งกมคือภาพที่เกิด้ขึ้นในสมองของ เขาได้้อาศัยความเชื่อมโยงน่าพิศวงระหว่างเขากับเกราะมังกรเพลิง ทำาให้เขาเกิด้ภาพลวงตาว่าตัวเองกลายร่างมาเป็นมังกรเพลิง
พลังเปลวเพลิงซึ่งแฝงเร้นอยู่ในปราณวิญญาณฟอาด้ินที่ โอบล้อมอยู่รอบภูเขาลูกเตี้ย เมื่อภูเขาลูกเตี้ยสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง กมคล้ายว่าไม่ถูกสัตว์เพลิงพิภพดู้ด้ซับเอาไว้อีก
พลังเปลวเพลิงที่ไม่ถูกดู้ด้ซับ เมื่อหาช่องทางระบายไม่ได้้ จึงกระจัด้กระจายอยู่กลางอากาศในรูปแบบของเส้นแสงไฟสีแด้ง ชาด้
และเวลานี้เอง เมื่อในสมองของเขาเกิด้ภาพประหลาด้ เมื่อจิตของเขาที่เชื่อมโยงกับเกราะมังกรเพลิงเปลี่ยนมาเป็นแนบ สนิทอย่างถึงที่สุด้ เส้นแสงเปลวเพลิงที่หยุด้ค้างอยู่กลางอากาศเหล่า นั้นกมคล้ายว่าจะหาเปอาหมายใหม่เจอ
เส้นแสงเปลวไฟสีแด้งฉานมากมายดุ้จด้ั่งสายฝนเลมก ละเอียด้ที่พลันร่วงลงมาจากกลางอากาศ!
หันไปมองผ่านๆ กมราวกับว่าในจุด้ลึกของชั้นเมฆ มีผู้ แขมงแกร่งลึกลับมากมายปล่อยสายเบมด้ตกปลาแด้งสด้เพื่อตกสิ่งมี ชีวิตในอาณาจักรหลีเทียน
และตำาแหน่งที่เส้นแสงสีแด้งสด้เหล่านั้นตกลงมากมคือขอบ เขตที่เนี่ยเทียนเคลื่อนไหว
“ฟู่วๆ! ฟู่วๆๆ!”
มีด้โค้งเสี้ยวพระจันทร์มากมายหลายเล่มที่ตามติด้เนี่ย เทียนไม่ปล่อย ถูกเส้นแสงไฟสีชาด้มากมายทิ่มแทงเข้าไป
แสงสีเลือด้บนมีด้โค้งสลัวรางลงอย่างรวด้เรมว คล้ายถูก พลังเปลวเพลิงละลายกำาลังให้อ่อนแรง
“เคร้ง!”
ปราณวิญญาณในมีด้โค้งเล่มหนึ่งพลันหด้หาย จากที่ เคลื่อนไหวปราด้เปรียวว่องไว กลับเปลี่ยนมาเป็นไร้เรี่ยวแรง ร่วง ลงพื้นอย่างแรง
หลังจากมีด้โค้งเล่มนั้น ยังมีมีด้โค้งอีกหลายเล่มที่ตามติ ด้เนี่ยเทียนกมพากันร่วงลงเพราะหมด้สิ้นปราณวิญญาณ
วิกฤตที่โอบล้อมเนี่ยเทียนพลันจางหายไปเพราะวิธีการที่ แปลกประหลาด้เช่นนี้
“ใต้ด้ินระเบิด้!”
เฟิงหลัวที่แอบซ่อนตัวมานานค่อยๆ ลุกขึ้นยืนท่ามกลาง กองน้ำาเลือด้ กลับคืนสู่สภาพเด้ิมช้าๆ
เขาสีหน้ามืด้คล้ำา นัยน์ตาเตมไปด้้วยความสงสัย ขมวด้คิ้ว มองไปทางภูเขาลูกเลมกที่มีความเคลื่อนไหวรุนแรงส่งผ่านมา คล้าย คาด้เด้าว่าเกิด้อะไรขึ้น
พวกพันเทาที่ถูกน้ำาเลือด้ห่อหุ้มกลับแสด้งความหวาด้กลัว ออกมาทางสีหน้า ต่างกมเด้าออกถึงต้นสายปลายเหตุ
แม้แต่อันซืออี๋ที่กำาลังควบคุมไข่มุกอัคคีกมยังสีหน้าตะลึง พรึงเพริด้ กล่าว: “แย่แล้ว!”
เฟิงหลัวหยุด้การโจมตีชั่วคราว ถลึงตาดุ้ด้ันใส่อันซืออี๋ กล่าว: “เจ้ารู้ว่าเกิด้อะไรขึ้นรึ?”
อันซืออี๋พลันได้้สติ พูด้ขึ้นด้้วยน้ำาเสียงสงบนิ่ง: “หากเจ้า อยากรู้สาเหตุกมปล่อยพวกเราไปซะ มิฉะนั้น…ทุกคนกมตายไปพร้อม กันที่เทือกเขาชื่อเหยียนนี่แหละ”
“พูด้จาเหลวไหล!” เฟิงหลัวแค่นเสียงหนึ่งครั้ง ไม่ได้้สนใจ นางแม้แต่นิด้ แต่กลับพูด้เร่งเร้าอวี๋ถง “เสี่ยวถง รีบลงมือเรมวเข้า ดู้ ท่าจะเกิด้เรื่องไม่ชอบมาพากล”
“ตกลง!” อวี๋ถงหยิบเอาลูกเลือด้กลมด้ิกราวด้วงตาออกมา หมายจะใช้เวทลับของสำานักโลหิตสังหารเนี่ยเทียนที่บาด้แผลเตมร่าง
“ฟู่วๆ!”
แต่นางกลับค้นพบกะทันหันว่า แสงไฟสีแด้งมากมายที่ร่วง ลงมาจากฟากฟอา พลันรวมตัวกันอย่างเชื่องช้า ก่อเกิด้เป็นร่างของ มังกรตัวหนึ่งที่ไม่ชัด้เจนเท่าไหร่นัก
ร่างมังกรนั้นเตมไปด้้วยแสงไฟ ก่อตัวกันขึ้นมาด้้านหน้า เนี่ยเทียน ยาวหลายสิบเมตร
ปราณดุ้ร้ายอำามหิตระลอกหนึ่งรวมตัวกันขึ้นมาในร่าง มังกรอย่างเชื่องช้า แล้วค่อยๆ แผ่กระจายออกมา
นางสังเกตการณ์อยู่ครู่หนึ่งกมองเหมนว่าร่างของมังกรนั้น คล้ายจะก่อร่างขึ้นมาแค่ช่วงเด้ียว ยังอยู่ห่างจากการก่อตัวอย่าง สมบูรณ์แบบไกลนัก
ทว่าต่อให้เป็นเช่นนี้ ปราณที่ส่งออกมาจากในร่างมังกรกม มากพอจะทำาให้นางอกสั่นขวัญหาย
อวี๋ถงหน้าเปลี่ยนสีเลมกน้อย
“อู้!”
ไม่รอให้นางตั้งตัวทัน มังกรเพลิงที่ก่อตัวขึ้นมาจากแสงไฟ แด้งสด้เหล่านั้นกมพลันม้วนตลบเข้าใส่นาง
นางที่ตื่นตกใจจนหน้าเปลี่ยนสีรีบยกโล่ขอบโลหิตในมือขึ้น ตั้งรับ ดู้ด้ซับเอาปราณวิญญาณจากเลือด้ที่เฟิงหลัวแผ่ออกมาใน บริเวณใกล้เคียงให้รวมตัวกันขึ้นเป็นม่านแสงสีเลือด้ผืนใหญ่ยักษ์
“ปัง!”
มังกรเพลิงยาวสิบเมตรพลันพุ่งเข้ากระแทกจนม่านแสงสี เลือด้นั้นพังทลาย
หลังจากที่หัวมังกรโจมตีม่านสีเลือด้แตกกระจาย จึง กระแทกเข้าใส่โล่ขอบโลหิตนั่นอีกครั้ง
อวี๋ถงพ่นเลือด้ออกมาจากปากคำาใหญ่ เกิด้ความรู้สึกหวาด้ กลัวคล้ายถูกภูเขาลูกใหญ่กระแทกใส่ ส่วนโล่ขอบโลหิตกมบินกระเด้มน หลุด้จากมือ
และเวลานี้เอง เนี่ยเทียนพลันพุ่งพรวด้เข้ามาใกล้ ฉวย โอกาสตอนที่อวี๋ถงบาด้เจมบหนักโอบตัวกักนางไว้จากด้้านหลัง หยิบ เอามีด้โค้งที่อยู่ใกล้มือขึ้นมาวางทาบลงไปบนลำาคอของนาง