ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 117 ภัยพิบัติมาเยือน!
“เนี่ยเทียน!”
เสียงกรีด้ร้องแหลมสูงของอวี๋ถงด้ังลอยมาจากด้้านหลัง เสียงนั้นเตมเปี่ยมไปด้้วยความเคียด้แค้น
“เจ้าเด้มกบ้า! เจ้าหนีไม่พ้นหรอก!”
เสียงคำารามของเฟิงหลัวราวกับเสียงฟอาคำารณบนพื้นที่ราบ เปี่ยมล้นไปด้้วยความพลุ่งพล่านเกรี้ยวกราด้ไม่ต่างกัน
ทว่าเนี่ยเทียนกลับไม่สนใจใยด้ี ไร้ซึ่งความคิด้ที่จะเหลียว หลังไปมอง กลับยิ่งเพิ่มความเรมวมากกว่าเด้ิมเพื่อไล่ตามพวกอันซืออี๋ และพันเทา
“กลิ่นกายของนางผู้นั้นช่างหอมยิ่งนัก…” เขาแอบคิด้อยู่ กับตัวเอง
เขาเองกมไม่ค่อยเข้าใจเหมือนกันว่าเหตุใด้ถึงได้้หน้ามืด้ตา มัวจนเลียใบหูของอีกฝ่าย
ตอนนั้นเขารู้สึกแค่ว่ากลิ่นจากร่างของอวี๋ถงหอมหวาน มองเหมนส่วนโค้งที่งด้งามตรงหน้าอกของนาง มองเหมนใบหูใสสะอาด้ ราวหยกเนื้อด้ีที่อยู่แนบชิด้ตัวเองจึงมิอาจควบคุมความปรารถนาใน ใจ จนทำาเรื่องที่ทั้งห่ามและบ้าบิ่นลงไป
หลังทำาเสรมจ เขากมรู้สึกว่าไม่เหมาะสม ด้ังนั้นตอนที่อวี๋ถงด้ิ้ นรนสุด้ชีวิต เขาถึงไม่ได้้กรีด้มีด้ลงไปบนผิวของนาง
ทว่าตอนที่หมุนตัวกลับมาเขากมไม่รู้สึกเสียใจอีก เขารู้สึก ว่าที่ตัวเองไม่ได้้ปาด้เนื้ออีกฝ่ายถือเป็นการชด้เชยต่อการกระทำาที่ บุ่มบ่ามของเขาแล้ว
เขาจึงไม่รู้สึกผิด้อีก
“ตูมๆๆ!”
ภูเขาลูกเตี้ยที่ห่างออกไปไกลยังคงมีเสียงพื้นด้ินสั่นคลอน ด้ังสนั่นหวั่นไหวลอยมา พื้นด้ินตรงเขตนั้นคล้ายเกิด้คลื่นลูกยักษ์ แล้วค่อยๆ ส่งผลกระทบไปยังภูเขาที่อยู่รอบด้้าน
เขาที่ร้อนใจต้องการไปรวมตัวกับพวกพันเทาไม่รู้ความ เคลื่อนไหวในบริเวณนั้น แต่กลับรู้ว่าเวลากระชั้นชิด้มากขึ้นทุกที
และเขากมไม่รู้ว่ามังกรไฟตัวนั้นจะสามารถถ่วงเฟิงหลัวได้้ นานแค่ไหน ไม่รู้ว่าเฟิงหลัวจะตามมาทันเมื่อไหร่
เขาปลด้ปล่อยกระแสจิตแผ่ออกไปรอบด้้านอย่างต่อเนื่อง เคลื่อนไปข้างหน้าพลางค้นหาปราณจิตวิญญาณและเงาร่างของพวก อันซืออี๋
“ตูม!”
เสียงกัมปนาทด้ังออกมาจากด้้านในภูเขาเตี้ยๆ ลูก หนึ่งข้างกาย ภูเขาลูกนั้นส่ายไหวอย่างรุนแรง คล้ายกำาลังจะพังถล่ม ลงมา
“ครืนๆๆ!”
พื้นด้ินใต้ฝ่าเท้าพลันปริแตกออกเกิด้เป็นร่องลึก แคบยาว ในร่องลึกเหล่านั้นมีแสงไฟโผล่วับแวมเหมือนกำาลังจะพุ่ง ทะลักออกมา
“แย่แล้ว!”
เขาเด้ินเลี่ยงร่องลึกที่ค่อยๆ ขยายกว้างเหล่านั้น ในใจหนักอึ้ง พลันตระหนักได้้ว่าเรื่องที่ร้ายแรงยิ่งกว่ากำาลังจะเกิด้ขึ้น
ค่ายกลใหญ่เพลิงพิภพเผานภาที่ซ่อนอยู่ในจุด้ลึก ใต้ด้ินเพื่อใช้ปิด้ผนึกสัตว์เพลิงพิภพถูกและหยุด้ยั้งไม่ให้ลาวาไหล ทะลักออกมา หลังจากที่ถูกเกราะมังกรเพลิงและสัตว์เพลิงพิภพขุด้ เจาะ จึงทำาให้ตลอด้ทั้งค่ายกลที่อยู่ใต้ด้ินต่างกมเริ่มพังทลาย!
มีเพียงค่ายกลใหญ่เพลิงพิภพเผานภาสูญเสีย ประสิทธิภาพอย่างสมบูรณ์แบบ ภูเขาเลมกเตี้ย พื้นด้ินตลอด้ทั้งเทือก เขาชื่อเหยียนถึงจะเกิด้การเปลี่ยนแปลงเช่นนี้!
เมื่อลาวาร้อนแรงที่ซุกซ่อนอยู่ในจุด้ลึกใต้ด้ินของ เทือกเขาชื่อเหยียนถูกฉีกกระชากให้เกิด้รอยปริแตกหนึ่งเส้น หลัง
จากที่ค่ายกลใหญ่เพลิงพิภพเผานภาสิ้นประสิทธิภาพ มันกมจะระเบิด้ ออกมาในทั่วทุกพื้นที่!
อีกไม่นานเท่าไหร่ “ภูเขาไฟที่ด้ับแล้ว” ทุกลูก ตลอด้ทั้งเทือกเขาชื่อเหยียนกมจะกลายมาเป็นภูเขาไฟที่พร้อมปะทุ และจะพ่นลาวาร้อนระอุที่น่าหวาด้กลัวออกมา
“เนี่ยเทียน!”
เขาคิด้อย่างลึกซึ้ง ขณะที่กำาลังเหม่อลอย พลัน ได้้ยินเสียงตะโกนเรียกของอันซืออี๋
เขาหันไปมองตามเสียง พบว่าด้้านข้างภูเขาหัว โล้นเบื้องหน้า พวกอันซืออี๋กำาลังมองมายังเขาด้้วยท่าทางร้อนรน
รอจนเขาเด้ินมาถึง หลังจากที่ทุกคนมองเหมนเขา แล้ว คนเหล่านั้นถึงได้้ผ่อนลมหายใจ
ทว่าความร้อนใจและกระวนกระวายในด้วงตา ของพวกเขายังคงอยู่ คล้ายกำาลังเผชิญหน้ากับปัญหาร้ายแรง
“พวกเจ้ามาอยู่ที่นี่ได้้ยังไง?” เนี่ยเทียนกล่าว อย่างแปลกใจ
ในการคำานวณของเขา เวลาครึ่งเค่อ พวกอันซื ออี๋น่าจะหนีไปได้้ไกลยิ่งกว่านี้ ไม่ควรมาปรากฏตัวอยู่ที่นี่
ระยะห่างสั้นๆ แค่นี้ หากพวกเฟิงหลัวและอวี๋ถง สลัด้หลุด้มาได้้ ใช้เวลานิด้เด้ียวพวกเขากมจะตามมาเจออีกครั้ง
หากเฟิงหลัวคิด้ลงมือสังหารพวกเขาอย่าง เหี้ยมโหด้โด้ยไม่สนใจสิ่งใด้จริงๆ ไม่ใช่เพื่อต้องการให้อวี๋ถงกำาจัด้ มารในใจ เกรงว่าเขาคงไม่มีแม้แต่โอกาสเสี้ยวเด้ียว คงตายไปตั้งแต่ ก่อนหน้านี้แล้ว
“ตำาแหน่งนี้ไม่ปลอด้ภัยนะ! รีบไปเรมวเข้า!” เนี่ย เทียนกล่าวอย่างร้อนรน
“พวกเรากมอยากไปให้ห่างจากจุด้นี้เหมือนกัน น่าเสียด้าย…” ใบหน้าพันเทาขมขื่น รอจนเขาเข้ามาใกล้แล้วจริงๆ ถึงได้้ชี้ให้เขาดู้ “เจ้าดู้เอาเองกมแล้วกัน”
เนี่ยเทียนมองนิ่ง เข้าใจทันทีว่าเหตุใด้พวกพัน เทาถึงได้้ไม่เด้ินหน้าต่อ
เบื้องหน้าพวกพันเทามีร่องลึกกว้างที่ปริแตก ออกจากพื้นด้ินอยู่แห่งหนึ่ง ร่องนั้นมีลาวาเด้ือด้ปุด้ๆ ซึ่งกำาลังไหล กรากอย่างช้าๆ
ร่องลึกนั้นกว้างมากเกินไป ด้้วยตบะของทุกคน ล้วนไม่มีใครสามารถข้ามผ่านไปได้้
หากฝืนทด้ลองทำา มีความเป็นไปได้้มากถึงแปด้ เก้าส่วนว่าจะตกลงไปกลางทาง ร่วงลงไปในน้ำาลาวาที่เด้ือด้พล่าน ร่างถูกหลอมละลายเป็นน้ำาเลือด้ ไม่เหลือแม้แต่กระดู้ก
“ถ้าจะให้ตกไปตายในลาวานี้กมสู้ไปต่อสู้ให้รู้ด้ำารู้ แด้งกับพวกเฟิงหลัวด้ีกว่า ต่อให้ต้องสู้จนตัวตาย กมด้ีกว่าตกลงไปใน ร่องลึกนั่น” อันอิ่งพูด้พร้อมถอนหายใจ
ควันสีแด้งเข้มข้นลอยกรุ่นออกมาจากในลาวา นั้น ทำาเอาทุกคนที่ยืนอยู่ใกล้ถูกเผาจนเหงื่อโชกไปทั้งร่าง
ลาวาเหล่านั้นยังคงเพิ่มปริมาณขึ้นสูงอย่างต่อ เนื่อง ดู้ท่าแล้วอีกไม่นานเท่าไหร่กมจะพูนล้นออกมาแล้วไหลไปทั่วทุก แห่ง
“นี่…”
เนี่ยเทียนมองลาวาเหล่านั้นกมไร้ซึ่งวิธีรับมือเช่น กัน ไม่รู้ว่าควรทำาอย่างไรจึงจะด้ี
มีเพียงผู้ฝึกลมปราณที่อยู่ในขอบเขตลี้ลับ เหมือนอาจารย์ของเขาเท่านั้นถึงจะสามารถโบยบินกลางอากาศ ข้ามผ่านร่องลึกไปได้้
นอกจากนี้แล้ว กมคือผู้ฝึกลมปราณที่มีอาวุธ วิเศษซึ่งช่วยในการบิน ทั้งยังต้องมีเรือนกายแขมงแกร่งมากพอ ถึง อาจจะพออาศัยพลังของอาวุธวิเศษพาข้ามร่องลึกนั่นได้้
ทว่าดู้จากท่าทางของอันซืออี๋และพันเทาแล้ว เขากมรู้ว่าทุกคนไม่มีอาวุธวิเศษที่ว่านั่น
ขณะที่พวกเขากำาลังใคร่ครวญว่าควรจะข้าม ร่องลึกนั่นอย่างไร พื้นด้ินด้้านล่างภูเขาหัวโล้นบริเวณใกล้เคียงหลาย ลูกกมส่งคลื่นที่รุนแรงยิ่งกว่าเด้ิมออกมา
“ดู้ทางนั้น!” เจียงหลิงจูกรีด้ร้องเสียงแหลมชี้ไป ยังทิศทางหนึ่ง
บนผนังของภูเขาหินลูกนั้น ในบรรด้าถ้ำาขนาด้ ยักษ์มากมายมีลาวาร้อนลวกทะลักพรวด้ออกมาตามการสั่นสะเทือน ของภูเขาหิน ภายใต้แรงผลักด้ันจากพลังบางอย่าง ลาวาเหล่านั้นจึง พวยพุ่งขึ้นกลางอากาศดุ้จน้ำาพุ หลังจากที่พุ่งขึ้นสู่จุด้สูงสุด้แล้วกมร่วง ทลายลงมาราวกับน้ำาตกเปลวเพลิง
ท้องฟอาและแผ่นด้ินของพื้นที่บริเวณนั้นกลายมา เป็นมหาสมุทรเพลิงในบัด้ด้ล ไม่หลงเหลือสิ่งมีชีวิตใด้ๆ อีก
“ไม่!”
ห่างออกไปไกล มีเงาร่างพร่าเลือนแต่กลับคุ้นตา ทุกคนร่างหนึ่งกรีด้ร้องโหยหวน บินทะยานออกมาจากถ้ำาใหญ่ยักษ์ นั้นอย่างบ้าคลั่ง
เขาเพิ่งจะออกมาจากปากถ้ำา ในถ้ำาที่อยู่ด้้าน หลังของเขากมีลาวาแด้งฉานพุ่งทะลักออกมา
ร่างของเขาที่ลอยตัวอยู่กลางอากาศกำาลังจะร่วง ลงสู่ด้้านล่างพลันถูกลาวาพุ่งเข้ากระแทกอย่างรุนแรง
ทุกคนที่ยืนมองอยู่ห่างกันไกลมาก แต่กลับมอง เหมนว่าเลือด้เนื้อของเขาถูกหลอมละลายลงไปในพริบตาเด้ียว
รอจนลาวาที่ปะทุราวน้ำาพุนั้นพุ่งขึ้นสู่จุด้สูงสุด้ แล้วร่วงลงมา โครงกระดู้กโล่งๆ ที่ไร้ซึ่งเลือด้เนื้อของเขากมค่อยๆ หลอมละลายแล้วร่วงลงมาพร้อมกับลาวานั้น
ทุกคนล้วนรู้ด้ีว่า คงไม่ต้องรอให้ร่วงลงมาถึงพื้น โครงกระดู้กของเขา…กมอาจจะละลายหายไปตั้งแต่อยู่กลางอากาศ แล้ว
“นั่นมันเฟ่ยลี่” อันซืออี๋มีสีหน้าซับซ้อน
บนใบหน้าของนาง เนี่ยเทียนมองไม่เหมนแววสม น้ำาหน้า กลับเหมนเป็นความจนใจและขมขื่นอย่างคนที่เหมนใจกัน มากกว่า
เนี่ยเทียนรู้ว่าอันซืออี๋โกรธเกลียด้เฟ่ยลี่มากแค่ ไหน รู้ว่านางปรารถนาอยากจะให้เฟ่ยลี่ตายไปเรมวๆ ทว่าตอนนี้เฟ่ยลี่ ตายไปจริงๆ แล้ว อีกทั้งยังตายอย่างน่าเอนจอนาถมากด้้วย ทว่า นางกลับไร้ซึ่งความปิติยินด้ีใด้ๆ
ที่เป็นอย่างนี้เพราะนางรู้สึกว่าความน่าสังเวช ของเฟ่ยลี่ จะเกิด้ขึ้นกับตัวของพวกเขาในท้ายที่สุด้
“รออยู่ที่นี่ไม่ใช่ทางแก้ปัญหา” พันเทามองประเมินไป รอบด้้าน พลันพูด้ขึ้นมาว่า “บริเวณใกล้เคียงนี้ยังมีภูเขาบางส่วนที่ ไม่พังถล่ม ดู้จากสถานการณ์ในตอนนี้หากคิด้จะหนีไปก่อนที่เทือก เขาชื่อเหยียนจะเตมไปด้้วยลาวากมแทบจะเป็นไปไม่ได้้เลย ถ้าเป็น แบบนี้กมสู้หาภูเขาที่ไม่ถล่มแล้วขึ้นไปหลบภัยบนยอด้เขาชั่วคราวด้ี กว่า”
“แน่นอน สุด้ท้ายแล้ววิธีนี้อาจแก้ไขอะไรไม่ได้้ บางทีพวกเราอาจจะยังต้องตายอยู่ในเทือกเขาชื่อเหยียนแห่งนี้”
“แต่อย่างน้อยพวกเรากมยังยืนหยัด้อยู่ได้้ช่วง เวลาหนึ่ง สามารถมีชีวิตได้้นานอีกหน่อยหลังจากที่เทือกเขาชื่อเหยี ยนเอ่อล้นไปด้้วยลาวา”
“บางที ช่วงเวลานั้นพวกเราอาจเจอความหวังที่ จะเอาชีวิตรอด้ หรือไม่กม…อาจมีใครมาช่วยพวกเราได้้ทัน”
พันเทามองไปที่ทุกคน เอ่ยความเหมนของเขา ออกมา เสนอการตัด้สินใจที่น่าจะชาญฉลาด้มากที่สุด้ในเวลานี้
“พันเทาพูด้ถูก!” อันซืออี๋เป็นคนแรกที่เหมนด้้วย
นางพยายามบังคับให้ตัวเองสงบสติแล้วสังเกต ไปรอบภูเขาหินเหล่านั้น แล้วจึงมองเหมนภูเขาหินแห่งหนึ่งที่บนผนัง ไม่มีถ้ำามากเท่าไหร่นัก ขณะที่พื้นด้ินสั่นสะเทือน ภูเขาหินลูกนั้นกมยัง คงตั้งตระหง่าน ไม่มีสัญญาณว่าจะพังถล่ม
“ที่นั่นกมแล้วกัน!” นางชี้ไปที่ภูเขาหินแห่งนั้น
ขณะที่นางพูด้ เนี่ยเทียนเองกมสังเกตเหมนความ แขมงแกร่งของภูเขาหินลูกนั้นเช่นกัน จึงพยักหน้าแล้วกล่าวว่า “ตกลง ที่นั่นแหละ พวกเรารีบพุ่งขึ้นไปบนยอด้เขาให้เรมวที่สุด้!”
ทุกคนเหมนพ้องต้องกัน ไม่มีความคิด้เพ้อฝันว่าจะ ข้ามร่องลึกใหญ่ยักษ์นั่นไปได้้อีก ทว่าเปลี่ยนมาหมุนตัวกลับ มุ่งหน้า ขึ้นไปยังยอด้เขาที่อยู่ห่างจากพวกเขาไม่ไกลนัก
“ครืนๆ!”
ระหว่างทาง พื้นด้ินที่พวกเขาเหยียบย่ำากมเกิด้สั่น ไหวอย่างรุนแรง ทั้งยังปรากฏเป็นร่องลึกแคบยาวอย่างต่อเนื่อง
ภูเขาบริเวณใกล้เคียงหลายลูกทนภาระหนักไม่ ไหว เมื่อพื้นด้ินสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง บางลูกกมเกือบจะถล่ม บาง ลูกกมีลาวาแผด้เผาไหลทะลักออกมา
“เรมวเข้า!”
พวกเขากระตุ้นพลังวิญญาณในร่างกาย ห้อ ตะบึงอย่างบ้าคลั่ง ข้ามผ่านร่องลึกแคบยาวร่องแล้วร่องเล่า หลบ เลี่ยงลาวาที่ไหลรินช้าๆ จนค่อยๆ ไปถึงยอด้เขา
“รีบขึ้นไปเรมวเข้า!”
ทุกคนช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เด้ินข้ามผ่านทาง หินขรุขระ มุ่งหน้าพุ่งขึ้นไปบนยอด้เขาโด้ยไม่หยุด้พัก