ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 118 แด้นชำาระแห่งลาวา!
เวลาเด้ียวกันนั้น
“ฟู่วๆๆ!”
มังกรไฟพร่าเลือนที่มีลำาตัวยาวสี่สิบเมตรตัวนั้นต่อสู้ โรมรันกับเฟิงหลัวอยู่พักหนึ่งกมคล้ายได้้รับการเรียกขานจากพลังบาง อย่าง จึงมุ่งหน้าไปหาภูเขาลูกเตี้ยที่ระเบิด้ออกเป็นลูกแรกสุด้อย่าง กะทันหัน
ด้้านในมังกรไฟมีพลังงานที่มหัศจรรย์ซึ่งถูกรวบรวมมา จากปราณของมังกรเพลิง
ตอนนี้ดู้เหมือนว่ามันกำาลังถูกเกราะมังกรเพลิงชักนำาจึง สลัด้เฟิงหลัวทิ้ง ไม่คิด้จะช่วงชิงเวลาให้กับเนี่ยเทียนที่หนีไปอีก
มังกรไฟจากไป ทว่าใบหน้าของเฟิงหลัวกลับไร้ซึ่ง ความยินด้ี กลับยิ่งเปลี่ยนมาเป็นลึกล้ำา
ก่อนหน้านี้ไม่นานเขายังโมโหพลุ่งพล่าน อยากจะเอา เลือด้สด้ทั้งร่างของเนี่ยเทียนมาหลอมให้หมด้
การที่เนี่ยเทียนลวนลามอวี๋ถง เขาที่เป็นผู้อาวุโสจึง เด้ือด้เป็นฟืนเป็นไฟ
ทว่าตอนนี้ เขาไม่คิด้ถึงเรื่องบาด้แผลทางจิตใจที่เนี่ย เทียนอาจสร้างให้กับอวี๋ถงอีกแล้ว เขาเอาแต่มองไปยังภูเขาใน บริเวณใกล้เคียง มองไปยังพื้นด้ินที่ปริแตกไม่หยุด้
อวี๋ถงเองกมสงบสติอารมณ์ลงมาได้้จากความเกรี้ยว กราด้ก่อนหน้านี้
“ท่านอาเฟิง เทือกเขาชื่อเหยียน…ทำาไมถึงเปลี่ยนมา เป็นแบบนี้ได้้?” นางกล่าวอย่างหวาด้กลัว
การระเบิด้พังทลายของเทือกเขา ร่องลึกมากมายที่เกิด้ ขึ้นกะทันหันบนพื้นด้ิน ลาวาที่ไหลรินอยู่ตามร่องลึกเหล่านั้น ทั้งหมด้ ทั้งมวลนี้ล้วนเป็นการบอกให้รู้ว่าเกิด้การเปลี่ยนแปลงอันน่าตกใจใน เทือกเขาชื่อเหยียน
เผชิญหน้ากับหายนะจากสวรรค์เช่นนี้ นางเกิด้ความ รู้สึกหมด้เรี่ยวแรงอย่างลึกล้ำา รู้สึกว่าตัวเองอาจต้องตายอยู่ที่นี่
ภัยคุกคามของความตายช่างน่ากลัวได้้ถึงเพียงนี้ ทำาให้ นางมองข้ามการลวนลามของเนี่ยเทียนไปชั่วขณะ
“ในที่สุด้ข้ากมเข้าใจแล้วว่าเหตุใด้ก่อนหน้านี้อันซืออี๋ถึง ได้้พูด้แบบนั้น พวกเขา…รู้ตั้งแต่แรกแล้วว่าจะเกิด้อะไรขึ้น รู้แต่แรก แล้วว่าเทือกเขาชื่อเหยียนจะเกิด้การเปลี่ยนแปลงมหาศาลเช่นนี้!” เฟิงหลัวสูด้ลมหายใจเข้าลึกหนึ่งครั้ง มองไกลๆ ไปยังตำาแหน่งที่ตั้ง
ของสำานักหอหลิงเป่า พูด้ด้้วยสีหน้านิ่งสนิท “การเคลื่อนไหวของ พวกเราที่หอหลิงเป่าครั้งนี้ อาจต้องเผชิญกับการสูญเสียอย่างใหญ่ หลวงเพราะการเปลี่ยนแปลงของเทือกเขาชื่อเหยียน”
พื้นที่ที่พวกเขาอยู่ห่างไกลจากที่ตั้งของหอหลิงเป่ามาก แล้ว แต่เขากลับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงมหาศาลของตลอด้ทั้งเทือกเขา ชื่อเหยียน และเกรงว่าเขตที่ตั้งของหอหลิงเป่ากมคงจะประสบภัยพิบัติ หนักสุด้
ที่นั่น มีผู้แขมงแกร่งของสำานักภูตผีและสำานักโลหิตอยู่ มากมาย ทว่าผู้ที่สามารถบินกลางอากาศได้้อย่างแท้จริงมีเพียงสอง คนที่อยู่ในขอบเขตลี้ลับเท่านั้น
คนอื่นๆ ล้วนยังไม่บรรลุถึงขอบเขตสูงที่มีพลังมากพอ จะบินข้ามขอบฟอาได้้ นี่หมายความว่านอกจากสองคนนั้นแล้ว ผู้ แขมงแกร่งคนอื่นๆ ของสำานักภูตผีและสำานักโลหิตล้วนต้องเผชิญหน้า กับสถานการณ์ที่เลวร้ายอย่างในตอนนี้
และสถานการณ์ที่คนเหล่านั้นต้องเผชิญอาจโหด้เหี้ยม ทารุณยิ่งกว่าพวกเขาด้้วยซ้ำา
“พวกเราควรจะทำาอย่างไรด้ี?” อวี๋ถงถาม
เฟิงหลัวไม่ได้้ตอบคำาถามทันที แต่ปลด้ปล่อยพลังจิต ปริมาณมากไพศาลของขอบเขตต้นสวรรค์ออกไปตามหาตำาแหน่ง ของพวกอันซืออี๋และเนี่ยเทียน
ผ่านไปครู่หนึ่งเขากมลืมตา กล่าว “แม้แต่พวกเนี่ยเทียน กมคล้ายจะไม่มีวิธีรับมือเหมือนกัน พวกเขาพุ่งขึ้นไปบนยอด้เขาแห่ง หนึ่ง ทำาอย่างนี้สามารถยืด้เวลาตายออกไปได้้ แต่อาจจะถูกกักตัวอยู่ ในเทือกเขาชื่อเหยียนอีกนาน หรือตอนหลังอาจจะต้องเจอวิกฤต อื่นๆ อีกมากมาย ทว่าวิธีการของพวกเขาถือว่าชาญฉลาด้อย่าง มาก!”
“แล้วพวกเราล่ะ?” อวี๋ถงเอ่ยถาม
“ทำาเหมือนพวกเขา เลือกภูเขาหินที่จะไม่พังถล่มแล้ว ขึ้นไปบนยอด้เขา สังเกตการณ์เปลี่ยนแปลงอย่างสงบ!” เฟิงหลัว กล่าวอย่างเด้มด้ขาด้
“ตกลง!” อวี๋ถงตอบรับ
ทั้งสองคนเลียนแบบวิธีของเนี่ยเทียนและอันซืออี๋ได้้ อย่างด้ีเยี่ยม พวกเขามองหาภูเขาหินใกล้เคียงที่ไม่มีท่าทีว่าจะพัง ถล่มแล้วพุ่งขึ้นไปด้้านบนด้้วยความรวด้เรมว
ยอด้เขาอีกแห่งหนึ่ง
พวกเนี่ยเทียนหอบหายใจอย่างหนักหน่วง กว่าจะปีน ขึ้นมาได้้ไม่ใช่เรื่องง่าย ทุกคนจึงนั่งแปะลงไปบนพื้นด้้วยความ เหนมด้เหนื่อย
หากเป็นในเวลาปกติ พวกเขาจะต้องหยิบเอาหินวิเศษ ออกมาฟื้นฟูพลังวิญญาณเป็นอันด้ับแรก
ทว่าตอนนี้ พวกเขาล้วนหมด้อารมณ์และไม่มีความ สนใจจะฟื้นฟูพละกำาลัง แต่ก้มมองไปยังภูเขาและแม่น้ำาที่อยู่รอบ ด้้านอย่างสิ้นหวัง ใบหน้าเตมไปด้้วยความตกใจและกระวนกระวาย ใจ
พวกเขามองเหมนภูเขาหลายลูกที่อยู่ด้้านข้างมีเสียงด้ัง กัมปนาทส่งออกมา มีภูเขาสองลูกที่ส่ายไหวอย่างรุนแรง ตัวภูเขา เกิด้รอยปริแตกจำานวนมาก และใกล้จะพังถล่มลงมาทุกที
พื้นด้ินเบื้องล่าง เนื่องจากการสั่นสะเทือนที่น่าหวาด้ กลัวจากใต้ด้ิน จึงเกิด้รอยร้าวแน่นขนัด้นับไม่ถ้วน
ในรอยแตกบางรอยมีลาวาไหลออกมาและค่อยๆ แผ่ ขยายออกไปรอบด้้าน
แม่น้ำาหลายสายล้วนถูกกลบทับไปด้้วยลาวา กลายมา เป็นแม่น้ำาเปลวเพลิงที่ร้อนแผด้เผา หากสิ่งมีชีวิตที่มีเลือด้เนื้อใด้
หล่นร่วงลงไปข้างใน จุด้จบกมจะเป็นเหมือนเฟ่ยลี่นั่นคือไม่เหลือ แม้แต่กระดู้ก
“โฮก!”
เสียงร้องคำารามที่น่าหวาด้กลัวเสียงหนึ่งด้ังลอยมาจาก ภูเขาลูกเตี้ยที่พวกเขาจากมาก่อนหน้านี้
พวกเขาที่ยืนอยู่บนยอด้เขามองไปอย่างตั้งใจ พบว่า ภูเขาเตี้ยลูกแปรสภาพไปอย่างสมบูรณ์แบบ กลายมาเป็นหินขนาด้ ยักษ์ที่กลิ้งไหลร่วงกราวลงมา แล้วกระจัด้กระจายออกไปรอบด้้าน
เงาร่างของสัตว์ขนาด้มหึมาที่มีเปลวเพลิงลุกไหม้พลัน บินพรวด้ออกมาจากในภูเขาลูกเตี้ยที่พังถล่มนั้น วินาทีที่เงาของสัตว์ ยักษ์หลุด้พ้นพันธนาการมันกมแหงนหน้าคำารามขึ้นฟอา ระบายความ คลั่งแค้นของมันออกมา
ภูเขาลูกเตี้ยมากมายในบริเวณที่สัตว์ร้ายอยู่เกิด้สั่นไหว อย่างบ้าคลั่งเพราะถูกโจมตีด้้วยลาวาใต้พิภพ
สัตว์ร้ายนั้นคำารามอยู่ครู่หนึ่งกมแยกแยะทิศทางและบิน ถลาออกไป
เงาของสัตว์ร้ายดุ้จด้ั่งด้าวตกที่มีเปลวไฟลุกโหมซึ่งถูก ขว้างออกไป ทิศทางที่มันบุกไปกมคือตำาแหน่งที่ตั้งของหอหลิงเป่า
อยู่ห่างกันไกลมากจนเนี่ยเทียนมองเหมนรูปร่างที่แท้จริง ของมันได้้ไม่ชัด้เจน เหมนเพียงรำาไรว่าสัตว์เพลิงพิภพตัวนั้นมีเรือน กายคล้ายกิ้งก่า มีสี่ขา ส่วนหัวเหมือนกิเลน แต่กลับมีหางเปลวเพลิง ขนาด้ใหญ่ยักษ์สามหาง
สัตว์เพลิงพิภพตัวนั้นเกรงว่าน่าจะยาวถึงร้อยเมตร ปลด้ปล่อยอานุภาพน่าหวาด้กลัวที่ทำาให้คนหายใจลำาบากออกมา
“เป็นสัตว์วิเศษที่อย่างน้อยอยู่ในระด้ับหก!” อันซืออี๋ หน้าซีด้ขาว
สัตว์วิเศษระด้ับหกมีพลังเทียบเคียงกับผู้ฝึกลมปราณ ขอบเขตลี้ลับ และอูจี้อาจารย์ของเนี่ยเทียนกมีตบะแค่ขอบเขตลี้ลับ เท่านั้น
ขอบเขตลี้ลับถือว่าเป็นขอบเขตสูงสุด้ของผู้ฝึก ลมปราณที่แขมงแกร่งในอาณาจักรหลีเทียนแล้ว นอกจากสองคนของ วังยมบาล สำานักใหญ่ที่เหลือกมีขอบเขตลี้ลับเพียงแค่สำานักละคน เท่านั้น
ต่อให้สัตว์เพลิงพิภพอยู่แค่ในระด้ับหก ตลอด้ทั้ง อาณาจักรหลีเทียนกมเรียกได้้ว่าเป็นสิ่งมีชีวิตที่น่าหวาด้กลัวอย่างถึงที่ สุด้แล้ว
นอกจากผู้ฝึกลมปราณอย่างอูจี้ ฝางฮุยแล้ว คนอื่นๆ หากเผชิญหน้ากับมันล้วนต้องถูกเปลวเพลิงร้อนระอุที่มันปล่อยออก มากลบทับร่างจนหลอมละลายกลายเป็นน้ำาเลือด้
“อู้”
สัตว์เพลิงพิภพปรากฏอยู่ในเส้นสายตาของพวกเขา เพียงครู่เด้ียวกมค่อยๆ บินห่างออกไปไกลราวกับด้าวตกเปลวเพลิง พุ่งด้ิ่งเข้าหาจุด้ที่ตั้งของหอหลิงเป่า
“บางที การที่มันหลุด้ออกมาจากใต้ด้ินกมใช่ว่าจะเป็น เรื่องเลวร้ายเสียทีเด้ียว” พันเทาพูด้ขึ้นมากะทันหัน
ทุกคนมองเขาอย่างไม่เข้าใจ
พันเทาหัวเราะเจื่อนๆ หนึ่งครั้งแล้วพูด้ว่า “หากเป็น เวลาช่วงอื่น สัตว์เพลิงพิภพตัวนี้หลุด้ออกมาเรียกได้้ว่าเป็นภัยพิบัติ ของหอหลิงเป่าอย่างแท้จริง ทว่าตอนนี้…หอหลิงเป่าถูกสำานักโลหิต และสำานักภูตผีร่วมมือกันบุกโจมตี จึงตกอยู่ในสภาวะใกล้ล่มสลาย นานแล้ว”
“หลังจากที่มันพุ่งออกมาจากใต้ด้ิน กมใช่ว่าจะมองแค่ คนของหอหลิงเป่าเราเป็นศัตรูอย่างเด้ียว มันจะต้องโจมตีผู้ฝึก ลมปราณทุกคนนั่นแหละ!”
“สัตว์เพลิงพิภพเกรี้ยวกราด้อย่างถึงที่สุด้ มันถูกกักขัง อยู่ใต้ด้ินมานานหลายปี ย่อมต้องมองผู้ฝึกลมปราณทุกคนเป็นศัตรู แน่นอน สำานักภูตผีและสำานักโลหิตกมน่าจะเป็นเปอาหมายที่มันจะ กำาจัด้ด้้วย”
“มีเหตุผล” อันซืออี๋เปลี่ยนสีหน้า พยักหน้าแล้วกล่าว ว่า “การปรากฏตัวของมัน บางที…อาจจะเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ ของเทือกเขาชื่อเหยียนได้้ เจ้าคนพวกนั้นของสำานักภูตผีและสำานัก โลหิตย่อมคิด้ไม่ถึงแน่นอนว่าจุด้ลึกใต้ด้ินของเทือกเขาชื่อเหยียนจะ ซุกซ่อนสัตว์วิเศษที่น่ากลัวแบบนี้เอาไว้”
ขณะที่พวกเขากำาลังพูด้คุยกัน เนี่ยเทียนกลับไม่ได้้พูด้ อะไร แต่ใช้ใจไปสัมผัสกับการด้ำารงอยู่ของเกราะมังกรเพลิง
เขาพบว่าตอนที่สัตว์เพลิงพิภพโผล่ออกมาจากใต้ด้ิน แล้วตรงด้ิ่งไปยังหอหลิงเป่า เกราะมังกรเพลิงมหัศจรรย์ชิ้นนั้นไม่ได้้ ตามไปด้้วย
เขาสัมผัสได้้ว่า เกราะมังกรเพลิงยังคงอยู่ในจุด้ลึก ใต้ด้ินของภูเขาลูกเตี้ย คล้ายว่ากำาลัง…จมจ่อมอยู่ในบ่อลาวา อาศัย เปลวเพลิงที่ร้อนแผด้เผาของลาวาเหล่านั้นซ่อมแซมอะไรบางอย่าง
“ที่แท้เกราะมังกรเพลิงกมีส่วนที่ชำารุด้ด้้วยหรือ?” เนี่ย เทียนพลันเข้าใจขึ้นมาทันที
“ดู้ทางนั้นสิ!” เจียงหลิงจูร้องอุทานตกใจ ชี้นิ้วไปยัง ทิศทางหนึ่ง
หลังจากที่ทุกคนมองอย่างละเอียด้จึงพบว่าบนยอด้เขา ที่ตั้งตระหง่านอีกแห่งหนึ่งซึ่งห่างจากพวกเขาไปไม่ไกลนัก มีเงาร่าง ของคนสองคนยืนอยู่
“นั่นเฟิงหลัวกับอวี๋ถง” อันซืออี๋หรี่ตา แยกแยะอย่าง ละเอียด้อยู่พักหนึ่งจึงพูด้ขึ้นมา “สองคนนั้นโชคด้ีไม่น้อยถึงยังมีชีวิต อยู่ หาสถานที่หลบภัยแบบพวกเรา”
“ยังด้ีๆ” พันเทาแอบรู้สึกว่าตัวเองโชคด้ี กล่าว “ยังด้ีที่ พวกเขาตามมาไม่ทัน หากพวกเขาตามมาถึงที่นี่ แล้วกมาที่ยอด้เขา แห่งนี้เหมือนกัน แบบนั้นพวกเรากมคงไม่มีที่ให้หนีอีกแล้ว”
เขาพูด้เช่นนี้ ทุกคนคิด้ตามอย่างละเอียด้จึงแอบรู้สึก โชคด้ีเหมือนกัน
พวกเขารู้สึกว่าที่หนีพ้นเงื้อมมือของเฟิงหลัวและอวี๋ถ งมาได้้ ทั้งหมด้เป็นเพราะเฟิงหลัวออมมือให้ เพราะหมายจะใช้เนี่ย เทียนเป็นหินลับมีด้ให้กับอวี๋ถง ช่วยให้อวี๋ถงได้้กำาจัด้มารในใจ
หากไม่มีการกระทำาที่เกินจำาเป็นนี้ของเฟิงหลัว ต่อให้ เนี่ยเทียนมีฝีมือมากแค่ไหน เกรงว่ากมคงไม่สามารถช่วยให้ทุกคนหลุด้ พ้นจากการสังหารโหด้ของเฟิงหลัวได้้
ทุกคนพูด้คุยกันถึงสถานการณ์ที่กำาลังเผชิญอยู่ตอนนี้ เสียงด้ังจอแจ ทั้งรู้สึกโชคด้ีที่รอด้ชีวิตมาได้้ และทั้งรู้สึกสับสนกับ อนาคตข้างหน้า
พวกเขากลับไม่รู้เลยว่าพวกเขาที่รอด้ชีวิตและยัง สามารถพูด้คุยกันได้้อย่างในตอนนี้นั้นถือว่าโชคด้ีมากแค่ไหน
เพราะหอหลิงเป่าในเวลานี้เตมไปด้้วยซากศพกองระ เกะระกะ ผู้แขมงแกร่งของสำานักภูตผี สำานักโลหิต ผู้ฝึกลมปราณของ หอหลิงเป่า และยังมีแขกที่มาร่วมงามพินิจของวิเศษเหล่านั้นต่างกม ล้มตายกันไปอย่างน่ากลัว
และขณะที่พวกเขากำาลังปะทะต่อสู้กันอย่างดุ้เด้ือด้นั้น พื้นด้ินพลันเกิด้สั่นไหวอย่างรุนแรง ลาวาร้อนแผด้เผาจึงไหลทะลัก ทลายออกมาจากภูเขาไฟสามลูกที่ตั้งตระหง่านโอบล้อมหอหลิงเป่า
การพวยพุ่งของลาวา ทำาให้หุบเขากลายมาเป็นแด้น ชำาระแห่งลาวาในบัด้ด้ล
ขณะที่ทุกคนร้องอุทานด้้วยความหวาด้กลัว หนี กระเจิด้กระเจิงกันไปรอบด้้าน สัตว์เพลิงพิภพตัวนั้นที่หลุด้พ้นจาก พันธนาการกมกลายร่างเป็นด้าวตกเปลวเพลิง พุ่งพรวด้เข้ามาถึง อย่างรวด้เรมว