ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 119 หลังภัยพิบัติย่อมได้้รับสมบัติล้ำาค่า!
ขณะที่หอหลิงเป่าสู้รบนองเลือด้อย่างดุ้เด้ือด้ พวกเนี่ย เทียนกลับนั่งอยู่บนยอด้เขาอย่างสงบ รอคอยอยู่เงียบๆ
พวกเขาใช้หินวิเศษมาฟื้นฟูพลังวิญญาณที่หายไปให้กลับ คืนมานานแล้ว ตอนนี้ต่างกมองไกลไปยังทิศทางของหอหลิงเป่า ไม่รู้ ว่าควรทำาเช่นไรจึงจะด้ี
พื้นด้ินด้้านล่างภูเขาล้วนเตมไปด้้วยลาวา ยอด้เขา มากมายพังถล่มทลาย
นอกจากติด้ปีกบินแล้ว หากพวกเขาคิด้จะหนีไปจากเทือก เขาชื่อเหยียนที่ราวกับแด้นชำาระแห่งลาวานี้กมไม่มีหนทางอื่นอีก
ยังด้ีที่เนื่องจากเคยทำาพลาด้เรื่องอาหารมาก่อนตอนอยู่ใน โลกมายามรกต ไม่ว่าจะเป็นเจียงหลิงจูหรือพันเทา ต่างกมสะสมเนื้อ แห้งปริมาณมากไว้ในกำาไลเกมบของของตัวเอง ด้ังนั้นทุกคนจึงไม่เป็น กังวลเรื่องอาหารการกิน
เวลาผ่านพ้นไปอย่างรวด้เรมว แสงตะวันลาลับ ม่าน รัตติกาลมาเยือน
พระจันทร์เสี้ยวเยมนกระจ่างลอยสูงอยู่กลางท้องฟอาราตรี ตลอด้ทั้งเทือกเขาชื่อเหยียนเปลี่ยนมาเป็นสว่างโร่เพราะลาวาที่เจิ่ง นองอยู่ทั่วทุกหนแห่ง
“หลังจากผ่านศึกครั้งนี้ไป ไม่เพียงแต่หอหลิงเป่าของเรา เท่านั้น สำานักภูตผีและสำานักโลหิตเองกมต้องสูญเสียอย่างหนักเช่น กัน” พันเทาทอด้สายตามองออกไปไกล กล่าวด้้วยสีหน้านิ่งสนิท “สำานักภูตผีและสำานักโลหิตกมคงคิด้ไม่ถึงเหมือนกันว่าจุด้ลึกใต้ด้ิน เทือกเขาชื่อเหยียนของเราจะซุกซ่อนสัตว์เพลิงพิภพที่แขมงแกร่งเอา ไว้ตัวหนึ่ง กมไม่รู้ว่าสัตว์เพลิงพิภพตัวนั้นอยู่มานานแค่ไหน รวบรวม พลังเปลวเพลิงมาไว้กี่ปีแล้วถึงได้้ทำาให้จุด้ลึกใต้ด้ินของเทือกเขาชื่อ เหยียนพ่นปะทุลาวาได้้มากมายถึงเพียงนี้”
“หึ! คราวนี้แน่นอนว่าหอหลิงเป่าของเราย่อมเสียหาย อย่างหนัก แต่ข้าเชื่อว่าสำานักภูตผีและสำานักโลหิตกมต้องเสียใจมาก เหมือนกัน เสียใจที่บุกเข้ามาในเทือกเขาชื่อเหยียนของพวกเรา”
อันซืออี๋ถอนหายใจหนึ่งครั้ง กล่าวแผ่วเบา “หากสำานัก ภูตผี สำานักโลหิต และหอหลิงเป่าของพวกเราต่างกมเสียหายอย่าง ใหญ่หลวงด้้วยเหตุนี้ ถ้าเช่นนั้น…ผู้แขมงแกร่งทั้งสามท่านที่อยู่ ขอบเขตลี้ลับ หากต่างกมบาด้เจมบสาหัสในระด้ับที่ต่างกันออกไป สำาหรับอาณาจักรหลีเทียนแล้ว บางทีนี่อาจจะก่อให้เกิด้ผลกระทบที่ ลึกล้ำายิ่งกว่านั้น”
พอนางพูด้อย่างนี้ พันเทากมคล้ายคิด้ถึงอะไรขึ้นมาได้้จึง หน้าเปลี่ยนสีน้อยๆ
เนี่ยเทียนอึ้งงัน เอ่ยถาม “พวกเจ้ากังวลเรื่องอะไรกัน?”
“ระหว่างอาณาจักรทั้งเก้าของด้ินแด้นด้าวตกนั้นไม่ได้้ สามัคคีกันเท่าใด้นัก” พันเทาหัวคิ้วขมวด้แน่น “พวกล่ายอี้สามารถ เข้ามาในอาณาจักรหลีเทียนด้้วยค่ายกลนำาส่งแห่งมิติที่เก่าแก่ คน อื่น…กมย่อมทำาได้้เหมือนกัน ผู้แขมงแกร่งของอีกแปด้อาณาจักรที่เหลือ หากรู้ว่าอาณาจักรหลีเทียนเกิด้เหตุการณ์ความไม่สงบ แต่ละสำานัก ใหญ่ล้วนเสียหายอย่างหนัก บางทีอาจเกิด้ความคิด้อยากบุกข้าม อาณาจักร”
“การต่อสู้ระหว่างอาณาจักร แม้จะเกิด้ขึ้นน้อยครั้ง แต่กมใช่ ว่าจะไม่เคยเกิด้ขึ้นมาก่อน”
“การต่อสู้กันเองภายในอาณาจักรหลีเทียนต่อให้ดุ้เด้ือด้ มากแค่ไหนกมยังเทียบกับสงครามระหว่างอาณาจักรไม่ได้้ หากเกิด้ศึก ระหว่างอาณาจักรจริงๆ นั่นถึงจะเรียกได้้ว่าเป็นช่วงเวลาวิกฤตที่สุด้ ของอาณาจักรหลีเทียน ถึงเวลานั้นทุกสิ่งมีชีวิตจะพินาศวอด้วาย ผู้ ฝึกลมปราณ คนธรรมด้า เทือกเขาและทะเลสาบ สถานที่ศักด้ิ์สิทธิ์ใน การฝึกบำาเพมญตบะ สัตว์วิเศษ ทุกสิ่งทุกอย่างอาจจะมลายหายไป เพราะสงครามระหว่างอาณาจักร”
อันซืออี๋กล่าวอย่างเป็นกังวล
“สงครามระหว่างอาณาจักร!” เนี่ยเทียนพลันหน้าเปลี่ยน สี
อูจี้อาจารย์ของเขากมเคยเล่าให้ฟังว่าด้ินแด้นด้าวตกนั้นไม่ ได้้สงบสุขเท่าใด้นัก ระหว่างอาณาจักรทั้งเก้าจึงมีสงครามเกิด้ขึ้นบ้าง เป็นบางครั้ง
ตามที่อูจี้กล่าวกมคือตอนนี้ มีอาณาจักรสองแห่งของด้ิน แด้นด้าวตกที่ยังคงสู้รบนองเลือด้ไม่ตายไม่ยอมเลิกราต่อกัน และดู้ เหมือนว่าการต่อสู้ของสองอาณาจักรนั้น…จะด้ำาเนินมานานเป็นร้อย ปีแล้ว
การต่อสู้ระหว่างอาณาจักร ไม่ว่าจะเป็นขนาด้ของกองทัพ หรือการเคลื่อนพลของผู้แขมงแกร่งกมล้วนนำามาสู่ความเสียหายอย่าง ใหญ่หลวงของแต่ละอาณาจักรได้้ทั้งสิ้น ซึ่งหนักหนาเกินกว่าที่การ ต่อสู้ในอาณาจักรหลีเทียนจะเปรียบเทียบได้้
อีกอย่างอูจี้กมเคยเล่าว่า ก่อนหน้านี้นานมากแล้วด้ินแด้น ด้าวตกไม่ได้้มีเพียงแค่เก้าอาณาจักรใหญ่เท่านั้น
ก่อนหน้านี้กมีบางอาณาจักรที่ถูกทำาลายลงไปเพราะ สงครามนองเลือด้ที่ยาวนานไม่มีวันสิ้นสุด้ ไม่เหมาะสมให้สิ่งมีชีวิต ใด้ๆ อาศัยอยู่อีกต่อไป จึงถูกตัด้ชื่อออกจากด้ินแด้นด้าวตกนับแต่นั้น
ผลลัพธ์ที่น่ากลัวที่สุด้ของสงครามระหว่างอาณาจักรกมคือ บางอาณาจักรถูกทำาลายย่อยยับจนกลายเป็นเพียงพื้นที่ที่ถูกทิ้งร้าง
“ท่านพี่! พวกเจ้าดู้ตรงนั้นสิ!”
และเวลานี้เอง อันอิ่งชี้ไปยังแม่น้ำาด้้านล่างที่มีลาวาไหลปน อยู่ด้้านใน พูด้ด้้วยความตะลึงระคนด้ีใจ “ดู้ในน้ำานั่นสิ!”
ทุกคนเพ่งมองอย่างละเอียด้จึงพบว่าในธารน้ำาที่ทอด้ยาว สายนั้นมีก้อนหินที่เป็นผลึกใสวาววับมากมาย ต่อให้อยู่ในแม่น้ำา เปลวเพลิงกมยังปลด้ปล่อยประกายแสงไฟพริบพราวงด้งาม
ก้อนหินเหล่านั้นเป็นด้ั่งด้วงด้าวที่อยู่ในธารน้ำาไหล เปล่ง แสงวิบวับ ส่องแสงสีแด้งจัด้จ้าโปร่งใส
“หินผลึกอัคคี! นี่คือวัสดุ้วิเศษธาตุไฟระด้ับสูงขั้นสอง!” อันซืออี๋ด้วงตาเป็นประกาย
พันเทาเองกมแสด้งความสนใจออกมาทางสีหน้า กล่าว: “ดู้ ท่าเมื่อลาวาใต้ด้ินปะทุออก หินผลึกอัคคีที่เกิด้จากการรวมตัวกันของ พลังเปลวเพลิงบริสุทธิ์ซึ่งซุกซ่อนอยู่ลึกใต้ด้ินจึงถูกขับด้ันออกมา เฮ้อ หินผลึกอัคคีเป็นของด้ีนักล่ะ มูลค่าเทียบเท่าเมืองหนึ่งเมืองที เด้ียว สำาหรับช่างหลอมอาวุธทุกคนและผู้ที่ฝึกพลังเปลวเพลิงแล้ว ถือเป็นวัตถุที่หาได้้ยากยิ่ง”
“น่าเสียด้าย น่าเสียด้ายจริงๆ หากสามารถเกมบรวบรวม หินผลึกอัคคีเหล่านั้นได้้กมรวยเละ”
“หินผลึกอัคคี ไม่เพียงแต่เป็นวัตถุที่ล้ำาค่าอย่างถึงที่สุด้ใน อาณาจักรหลีเทียนเท่านั้น ต่อให้เอาไปยังแปด้อาณาจักรที่เหลือกม ล้วนแลกเอาของด้ีๆ กลับมาได้้มากมาย”
ทุกคนที่รู้ถึงมูลค่าของหินผลึกอัคคี นัยน์ตาล้วนเผยความ โลภออกมา ทว่าใบหน้ากลับเตมไปด้้วยความจนใจและผิด้หวัง
“ทางนั้น!” เจียงหลิงจูยื่นมือชี้ไปที่เศษก้อนหินขนาด้ยักษ์ ก้อนหนึ่ง
เศษหินก้อนนั้นมาจากภูเขาหินลูกหนึ่งในบริเวณใกล้เคียง ที่พังถล่มลงมา เมื่อภูเขาพังทลายจึงไม่รู้ว่ามันกลิ้งหล่นมาจาก
ในหินที่ปริแตกก้อนนั้นมีแสงไฟเปล่งวาบวับ แสงไฟเหล่า นั้นคล้ายแถบผลึกใสหลากสีที่เนี่ยเทียนเหมนในจุด้ลึกใต้ด้ิน ด้้านในมี อักษรเปลวเพลิงลึกลับตัวเลมกๆ อักษรลึกลับเหล่านั้น…คล้ายเลื้อย ขยุกขยิกอยู่ตลอด้เวลา ราวกับว่าแฝงไว้ด้้วยสัจธรรมที่แท้จริงอย่าง หนึ่งของพลังเปลวเพลิง
“ด้้านในมีแถบผลึกใสเปลวเพลิง นั่นคือ…เส้นผลึกเพลิง พิภพ!” อันซืออี๋ตัวสั่นเยือก ด้วงตาคู่งามเปล่งประกายแสงวิบวับ นางจ้องเขมมงไปที่เส้นแสงไฟที่ส่องประกายระยิบระยับเหล่านั้น พูด้
ขึ้นด้้วยความตื่นเต้น “วัสดุ้ระด้ับสูงขั้นเจมด้! แถบผลึกเปลวเพลิงที่อยู่ ในเส้นผลึกเพลิงพิภพล้วนซุกซ่อนความลับของพลังเปลวเพลิงเอาไว้ มันคือวัสดุ้ที่ขาด้ไม่ได้้สำาหรับการหลอมอาวุธวิเศษธาตุไฟในระด้ับ เชื่อมโยงกับวิญญาณ!”
“ต่อให้ไม่เอามาหลอมอาวุธวิเศษ ผู้ฝึกลมปราณที่ฝึกคาถา วิเศษเปลวเพลิงกมสามารถใช้ผลึกใสที่อยู่ในเส้นผลึกเพลิงพิภพมา บรรลุถึงความลึกลับที่ซุกซ่อนอยู่ในเปลวเพลิงได้้!”
“จุด้ลึกใต้ด้ินของเทือกเขาชื่อเหยียนให้กำาเนิด้เส้นผลึก เพลิงพิภพออกมา นี่ย่อมเป็นคุณงามความด้ีของสัตว์เพลิงพิภพตัว นั้น!”
อันซืออี๋ตื่นเต้นอย่างถึงที่สุด้ เต้นแรงเต้นกาโวยวายเสียง ด้ัง ดู้จากท่าทางของนางแล้วคงอยากจะพุ่งลงจากเขาไปเกมบเส้น ผลึกเพลิงพิภพพวกนั้นมาไว้เตมที
“แม่งเอาย! เฟิงหลัวกับนางมารอวี๋ถงนั่นลงมือแล้ว!” พัน เทาสบถเสียงด้ัง
เนี่ยเทียนมองไปไกลๆ จึงพบว่าเฟิงหลัวและอวี๋ถงที่อยู่อีก ยอด้เขาหนึ่งกำาลังไถลตัวลงมาจากภูเขาจริงด้ังว่า
ตรงตีนเขาที่พวกเขาอยู่กมีธารน้ำาเส้นยาวหลายเส้นเช่นกัน และกลางธารน้ำาเหล่านั้นกมีหินผลึกอัคคีที่ส่องแสงไฟประกายวิบวับ
“พวกเขาไม่กลัวตายหรือไง?” เจียงหลิงจูตะลึงไปครู่หนึ่ง พลันพูด้ขึ้นมาว่า “ไม่ถูกสิ! มีวิธีเกมบเอาหินผลึกอัคคีมาจริงๆ ด้้วย ขอแค่พวกเราใช้ก้อนหินเป็นที่พักเท้า ค่อยๆ ขยับเข้าไปใกล้ริมธาร น้ำาเหล่านั้น เรากมสามารถใช้ภาชนะที่พวกเรามีอยู่ในมือช้อนเอาหิน ผลึกอัคคีออกมาจากธารน้ำาได้้!”
เมื่อนางพูด้เช่นนี้ทุกคนจึงฮึกเหิมกันขึ้นมาทันที ต่างกม ตะโกนเอะอะว่าจะลงไปเกมบหินผลึกอัคคี
หินผลึกอัคคีมูลค่าไม่ธรรมด้า โด้ยเฉพาะสำาหรับทุกคนของ หอหลิงเป่าแล้ว หากสามารถเกมบเอาหินผลึกอัคคีมาได้้บางส่วน ต่อ ให้วันหน้าไม่มีหอหลิงเป่าแล้ว พวกเขากมสามารถนำาหินผลึกอัคคี เหล่านั้นมาแลกเป็นหินวิเศษและวัสดุ้วิเศษที่เหมาะสมกับการฝึก บำาเพมญตบะของพวกเขาเอง
หากมีโอกาส พวกเขาสามารถเด้ินออกไปจากอาณาจักร หลีเทียน เมื่อไปถึงอาณาจักรอื่นกมยังสามารถแลกเอาอาวุธวิเศษที่ ระด้ับไม่ต่ำามาได้้!
คนตายเพราะทรัพย์สินเงินทอง นกตายเพราะอาหาร ยัง ไม่ทันหลุด้พ้นจากวิกฤตอันตราย ทุกคนที่ยังไม่รู้อนาคตวันหน้าของ ตัวเอง ต่างกมอารมณ์เด้ือด้พล่านเพราะการปรากฏตัวของหินผลึก อัคคี
เนี่ยเทียนยังไม่ทันได้้แสด้งท่าทีใด้กมพบว่าคนทั้งกลุ่มเริ่ม เคลื่อนไหวแล้ว พวกเขาเลียนแบบเฟิงหลัวและอวี๋ถง ต่างกมทยอย กันลงไปจากเขา
“เจ้าพวกนี้นี่นะ…”
พึมพำาเบาๆ หนึ่งประโยค เนี่ยเทียนรู้สึกว่าตัวเองจะอยู่บน ยอด้เขาคนเด้ียวคงไม่ค่อยเหมาะเท่าไหร่นัก จึงตามพวกเขาลงเขาไป ด้้วย
ภูเขาหินนี้ไม่สูง อีกทั้งลงเขากมใช้เวลาเรมวกว่าขึ้นเขาเยอะ มาก ครึ่งชั่วยามให้หลัง ทุกคนกมไถลตัวลงมาถึงตีนเขา พวกอันซืออี๋ เคลื่อนย้ายหินก้อนใหญ่จำานวนมากที่อยู่ข้างๆ อย่างต่อเนื่องแล้วโยน ลงไปกลางลาวาร้อนระอุเหล่านั้น ก้อนหินเหล่านั้นกองถมกันไป เรื่อยๆ ไม่นานกมเริ่มสูงขึ้น
รอจนก้อนหินยักษ์เหล่านั้นถูกถมสูงจนโผล่ขึ้นมาจากลาวา แล้ว พวกเขาแต่ละคนถึงได้้มีสีหน้าฮึกเหิม ยิ่งขยันขันแขมงช่วยกัน ออกแรงมากขึ้น
ไม่นานหลังจากนั้นกมีก้อนหินโผล่ขึ้นมาจากลาวาอีกหลาย ก้อนซึ่งทอด้ยาวไปหาธารน้ำาที่มีหินผลึกอัคคีส่องประกายแวววาว
“ไป!”
อันซืออี๋กระโด้ด้ผลุงกลายร่างเป็นเงาเปลวเพลิงหนึ่งเส้น เหยียบลงไปบนหินก้อนแรกอย่างอ่อนช้อย
หยุด้ชะงักแค่ครู่เด้ียวนางกมกระโด้ด้ต่อไป ใช้หินเหล่านั้น เป็นกระด้านกระโด้ด้ มุ่งหน้าไปยังลำาธารนั้นก่อนใคร
ด้้านหลังของนาง อันอิ่ง พันเทาเด้ินตามมา ต่างกมตื่นเต้น คึกคัก หมายจะเกมบรวบรวมเอาหินผลึกอัคคีเพื่อเตรียมความพร้อม สำาหรับอนาคต
ขณะที่เนี่ยเทียนกำาลังจะขยับร่างกลับรู้สึกได้้ถึงปราณของ เกราะมังกรเพลิง เขาจึงหรี่ตาลงรับสัมผัสอย่างละเอียด้
เขาพลันพบว่า เกราะมังกรเพลิงที่อยู่ห่างไกลจากเขามาก กำาลังคำารามอู้ออกมาจากจุด้ลึกใต้ด้ิน ล่องลอยไปตามจุด้ต่างๆ ใน เทือกเขาชื่อเหยียน
ดู้เหมือนว่าเกราะมังกรเพลิงกมกำาลังรวบรวมอะไรบางอย่าง เหมือนกัน