ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 12 ด้ั่งคนด้ื่มน้ำา ร้อนเยมนรู้เอง
“ท่านตา ท่านหัวทิ้งยาไว้ให้หนึ่งเมมด้ บอกว่า…สามารถ ทำาให้ท่านมีชีวิตอยู่ต่อได้้อีกสิบปี” เนี่ยเทียนส่งยาสีเขียวเมมด้หนึ่งให้ กับเนี่ยตงไห่
“หา!” เนี่ยเฉี่ยนร้องขึ้นมาอย่างตื่นเต้น นางหมุนตัวกลับ อย่างรวด้เรมว พยายามไล่ตามไปขอบคุณหัวมู่
ทว่าหัวมู่หายตัวไปนานแล้ว
“ยาที่สามารถทำาให้ข้ามีชีวิตอยู่ต่อได้้อีกสิบปี!” เนี่ยตงไห่ เองกมฮึกเหิมมากเช่นกัน เขารับยาเมมด้นั้นมาจากมือของเนี่ยเทียน สูด้ กลิ่นหอมเข้มข้นของยาเข้าไปลึกๆ หนึ่งครั้ง “หากเป็นความจริง ลำาพังแค่มูลค่าของยาเมมด้นี้กมเหนือล้ำาเกินกว่าค่าตอบแทนที่พวกเรา จ่ายไปให้เขาแล้ว!”
“เหตุใด้ท่านมู่ถึงต้องทำาธุรกิจที่ตัวเองขาด้ทุน? เขาคือใคร กันแน่?” เนี่ยเฉี่ยนทั้งตะลึงทั้งด้ีใจ
“เขาบอกว่า…” เนี่ยเทียนลังเลอยู่ครู่หนึ่งกมแต่งเรื่องโกหก ด้้วยเจตนาอันด้ี “เขาบอกว่ามีวาสนากับข้า”
“มีวาสนา?” เนี่ยตงไห่ขมวด้คิ้วน้อยๆ “ข้ารู้สึกแปลกๆ พวกเจ้ารออยู่นี่ ข้าจะไปหาเขาในเมือง ไม่ว่าจะอย่างไร ข้ากมต้อง ขอบคุณเขาต่อหน้าให้ได้้ เขามีบุญคุณกับพวกเราตาหลานยิ่งนัก”
พูด้จบเนี่ยตงไห่กมจากไปพร้อมกับยาเมมด้นั้น
น่าเสียด้าย เขาหาไปทั่วเมืองเฮยอวิ๋นสองวันเตม ทว่ากลับ ไม่พบร่องรอยของหัวมู่ หัวมู่ปรากฏตัวเงียบๆ และกมหายไปอย่าง เงียบเชียบเช่นกัน
เนี่ยตงไห่ที่เกิด้ความสงสัยอยู่ในใจสังเกตอยู่หลายวัน หลัง จากพบว่าเนี่ยเทียนไม่มีไข้ขึ้นสูงกะทันหันอีกแล้ว ในใจจึงเชื่อว่าหัว มู่ไม่มีเจตนาร้าย
และเขากมเชื่อว่ายาเมมด้นั้นที่หัวมู่ทิ้งไว้ คงไม่เป็นพิษเป็นภัย ต่อเขา
ด้ังนั้นเขาจึงกินยาเมมด้นั้นอย่างวางใจ ยามหัศจรรย์ที่เขา ไม่รู้ชื่อ ทำาให้เขารู้สึกว่ามีกำาลังวังชาเพิ่มขึ้นมาอีกไม่น้อย
ช่วงเวลาต่อมา ทุกวันที่เนี่ยเทียนฝึกหลอมรวมลมปราณ เขามักจะสัมผัสได้้อย่างชัด้เจนว่าพลังวิญญาณจากฟอาด้ินที่รับเข้ามา ในร่างกาย ไม่ได้้ไหลออกไปตามเลือด้เนื้อและกระดู้กแขนขาทั้งสี่อีก ต่อไป
ราวกับว่าร่างกายที่แขมงแกร่งของเขาได้้ดู้ด้รับพลังมามาก เพียงพอ ไม่จำาเป็นต้องใช้ส่วนเพิ่มเติมภายนอกที่เกินความจำาเป็นอีก
สามเด้ือนต่อมา ขอบเขตที่เนี่ยเทียนหยุด้ชะงักมาเนิ่นนาน ในที่สุด้กมฝ่าทะลุไปได้้อย่างราบรื่น จากหลอมลมปราณขั้นที่สามฝ่า ไปยังหลอมลมปราณขั้นที่สี่
และตอนนี้ กมใกล้จะถึงวันเกิด้อายุครบสิบเอมด้ปีของเนี่ย เทียนแล้ว
เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ท่านตาลำาบากใจ หลายวันมานี้เนี่ย เทียนจึงไม่ได้้ไปฝึกบำาเพมญตบะที่ลานกว้าง และกมไม่ได้้หาเรื่องเด้ือด้ ร้อนใส่ตัวด้้วย
เวลาส่วนมากเขาใช้หมด้ไปกับการฝึกบำาเพมญตบะอย่าง ยากลำาบากในห้องของตัวเอง บางครั้งถึงจะไปเด้ินเล่นในเมืองเฮยอวิ๋ นกับปอาใหญ่เนี่ยเฉี่ยน
เช้าวันนี้ตอนที่เขาฝึกบำาเพมญตบะช่วงเช้า พลันได้้ยินเสียง ด้ังอึกทึกลอยมาจากลานกว้าง
เสียงนั้นยิ่งนานกมยิ่งด้ังมากขึ้นเรื่อยๆ หนวกหูจนเขาไม่ สามารถตั้งใจฝึกบำาเพมญตบะได้้ ทำาให้ในที่สุด้เขากมทนไม่ไหวจนต้อง เด้ินไปที่ลาน
พอเข้าไปใกล้เขากมองเหมนว่าบนลานมีผู้อาวุโสของตระกูล เนี่ยมากมายมารวมตัวกัน ใบหน้าของผู้อาวุโสแต่ละคนล้วนแด้ง เปล่งปลั่ง คล้ายเกิด้ความปิติยินด้ีราวกับได้้ฉลองวันปีใหม่
อู๋เทาที่ทำาหน้าที่รับผิด้ชอบคำาให้สั่งสอนแก่เด้มกๆ ตระกูล เนี่ย บนใบหน้ากมีรอยยิ้มที่เบ่งบานออกมาจากใจเช่นกัน พูด้ ประโยคหนึ่งซ้ำาไปมาไม่หยุด้: “เนี่ยเสียนฝ่าทะลุหลอมลมปราณขั้น เก้าแล้ว!”
“อายุสิบสี่! หลอมลมปราณขั้นเก้า!” เนี่ยเทียนเองกมตื่น เต้นเช่นกัน แอบด้ีใจแทนเนี่ยเสียน
เขาไม่สนิทกับเนี่ยเสียนนัก ทว่าหลายครั้งที่เขาต่อสู้กับเนี่ย หงและเนี่ยหย่วน เนี่ยเสียนกมักจะพูด้อย่างยุติธรรม ไม่เหมือนคน ตระกูลเนี่ยคนอื่นที่เอาแต่ปกปองเนี่ยหงและเนี่ยหย่วน
และด้้วยเหตุนี้ ถึงแม้เขาจะไม่สนิทกับเนี่ยเสียน ทว่าโด้ย ส่วนตัวแล้วเขากลับรู้สึกด้ีกับเนี่ยเสียนอยู่มาก
ตอนนี้มองเหมนเนี่ยเสียนสามารถเหยียบย่างเข้าสู่หลอม ลมปราณขั้นเก้าได้้สำาเรมจตั้งแต่อายุสิบสี่ เขาจึงด้ีใจกับเนี่ยเสียนด้้วย ใจจริง
เขารู้ชัด้เจนด้ีว่าลูกหลานทุกคนของตระกูลเนี่ย หาก สามารถเข้าสู่หลอมลมปราณขั้นเก้าได้้ภายในอายุสิบห้าปี ได้้ไป บำาเพมญตบะที่สำานักหลิงอวิ๋น ล้วนถือเป็นพวกหัวกะทิที่โด้ด้เด้่นทั้ง สิ้น
พี่ชายสองคนของเนี่ยหง เนี่ยหันและเนี่ยไท่ต่างกมแสด้ง พรสวรรค์ไม่ธรรมด้ามาตั้งแต่เด้มก อีกทั้งยังประสบความสำาเรมจในงาน จับฉลากใหญ่ด้้วย
ทว่าตอนเนี่ยไท่อายุสิบห้ากลับไม่สามารถไต่ไปสู่ขอบเขต หลอมลมปราณขั้นเก้า จึงถูกสำานักหลิงอวิ๋นปฏิเสธไม่รับเป็นลูกศิษย์
มีเพียงเนี่ยหันพี่ชายใหญ่ของเขาที่ฝ่าทะลุขั้นเก้าได้้สำาเรมจ ตอนอายุสิบห้าปีพอด้ี จึงได้้เป็นลูกศิษย์ของสำานักหลิงอวิ๋น
ว่ากันว่าเนี่ยหันที่อยู่สำานักหลิงอวิ๋นมาหลายปี เข้ากับที่นั่น ได้้ด้ีไม่น้อย คนบางส่วนของสำานักหลิงอวิ๋นต่างกมจับตามองและคอย ให้กำาลังใจเขา
การที่เนี่ยเป่ยชวนได้้รับการสนับสนุนจากผู้อาวุโสหลาย คนในตระกูลให้ขึ้นนั่งตำาแหน่งประมุขตระกูลอย่างถูกทำานองคลอง ธรรม นอกจากเนี่ยตงไห่บาด้เจมบหนักจนขอบเขตพลังถด้ถอยแล้ว เนี่ยหัน…กมถือเป็นสาเหตุหนึ่งที่สำาคัญ
“ด้ี! ด้ีมาก!” เนี่ยเป่ยชวนยืนอยู่ท่ามกลางกลุ่มคน มองไป ยังเนี่ยเสียนด้้วยสายตาปลาบปลื้ม เอ่ยชื่นชม: “ข้าเคยบอกไว้แล้ว ในเมื่อข้าได้้นั่งอยู่บนตำาแหน่งประมุขย่อมทุ่มเทสุด้ความสามารถเพื่อ ทุกคนในตระกูล ให้ตระกูลเนี่ยกลับมารุ่งโรจน์อีกครั้ง! เนี่ยเสียนฝ่า
ทะลุขั้น กลายเป็นลูกศิษย์สำานักหลิงอวิ๋นได้้อย่างราบรื่นกมคือลางด้ีที่ ตระกูลเราจะเจริญรุ่งเรือง!”
“ฮ่าๆ เพราะอาศัยวาสนาบารมีของท่านประมุขแท้ๆ!”
“พอท่านพี่ขึ้นครองตำาแหน่ง เนี่ยเสียนกมฝ่าทะลุหลอม ลมปราณขั้นเก้า นี่คือความรุ่งเรืองของตระกูลเนี่ยชัด้ๆ!”
“ตระกูลเนี่ยอยู่ในมือของท่านต้องยิ่งเจริญก้าวหน้า แน่นอน อีกไม่นานกมจะโค่นล้มตระกูลอวิ๋นและตระกูลอันได้้!”
“…”
คนตระกูลเนี่ยหลายคนล้วนเอ่ยอวยพรด้้วยรอยยิ้ม ราวกับ ว่าที่เนี่ยเสียนสามารถเหยียบย่างเข้าสู่หลอมลมปราณขั้นเก้าสำาเรมจ นั้นเป็นความด้ีความชอบของเนี่ยเป่ยชวนอย่างแท้จริง
เนี่ยเสียนที่เป็นพระเอกของงาน แน่นอนว่าย่อมถูกคน ห้อมล้อมแสด้งความยินด้ี ทว่าสีหน้าของเขากลับเรียบเฉย ทำาเพียง แค่เอ่ยขอบคุณตามมารยาท ไม่ได้้ตื่นเต้นมากเท่าไหร่นัก
“เนี่ยเสียน แม้ว่าฝั่งของพวกเจ้าจะเป็นญาติสายอ้อมของ ตระกูลเนี่ย แต่เพราะความมานะบากบั่นของเจ้า นับตั้งแต่วันนี้ เป็นต้นไป แม่และน้องสาวของเจ้าจะได้้ย้ายเข้ามาอยู่ในที่พักตระกูล เนี่ย เจ้าแค่ตั้งใจฝึกบำาเพมญตบะกมพอ เรื่องอื่นๆ เจ้าไม่ต้องเป็นกังวล ข้าจะจัด้การให้เหมาะสมเอง” เนี่ยเป่ยชวนกล่าวอย่างตีสนิท
เนี่ยเสียนมีเพียงแม่และน้องสาวคนหนึ่งเท่านั้น เนื่องจาก เป็นญาติโด้ยอ้อม อีกทั้งเป็นเพียงสตรีและเด้มกสาว เด้ิมทีจึงไม่มีสิทธิ์ ได้้เข้ามาพักในจวนตระกูลเนี่ย
“ขอบคุณท่านประมุข” เนี่ยเสียนกล่าวเสียงเบา
“ไม่ต้องเกรงใจ นี่เป็นสิ่งที่เจ้าสมควรได้้รับ” ใบหน้า เนี่ยเป่ยชวนเตมไปด้้วยรอยยิ้ม “ข้าได้้เอาเรื่องที่เจ้าฝ่าทะลุหลอม ลมปราณขั้นเก้าไปบอกกับทางสำานักหลิงอวิ๋นแล้ว ตอนบ่าย เนี่ยหัน พี่ใหญ่ของเจ้าจะพาคนจากสำานักหลิงอวิ๋นมารับเจ้าไปยังสำานัก เมื่อ ไปอยู่สำานักหลิงอวิ๋น เจ้าแค่ติด้ตามเนี่ยหันกมพอ เขาจะจัด้การทุก อย่างให้เจ้าเรียบร้อยเอง”
“ข้าทราบแล้ว” เนี่ยเสียนพยักหน้า
มุมหนึ่งของลานกว้าง เนี่ยเทียนยืนอยู่อย่างโด้ด้เด้ี่ยว มอง เหมนเนี่ยเสียนที่ถูกคนห้อมล้อมราวด้าวล้อมเด้ือน และเนี่ยเป่ยชวนที่ อารมณ์คึกคักฮึกเหิม
“หลอมลมปราณขั้นเก้า! วันหนึ่งข้ากมต้องถูกพาไปที่สำานัก หลิงอวิ๋นเช่นกัน!” เนี่ยเทียนแอบตัด้สินใจเด้มด้เด้ี่ยวอยู่กับตัวเอง
“เจ้าออกมาทำาไม?” เนี่ยเฉี่ยนมายืนอยู่ด้้านข้างอย่าง เงียบเชียบ กล่าวเสียงเบา: “เรื่องนี้ไม่เกี่ยวอะไรกับเจ้า หากเจ้า อยากเข้าไปอยู่สำานักหลิงอวิ๋นกมต้องพยายามให้มากขึ้น เจ้าใกล้จะ
อายุสิบเอมด้ปีแล้ว แม้ว่าช่วงนี้จะฝ่าทะลุไปได้้อีกขั้น ทว่ากมยังอยู่แค่ ขอบเขตขั้นสี่เท่านั้น เจ้าไม่ควรเอาเวลามาเสียกับเรื่องที่ไม่เป็น เรื่อง”
“ปอาใหญ่ วันหนึ่งข้าต้องแซงล้ำาหน้าไปได้้แน่นอน” เนี่ย เทียนเตมไปด้้วยความมั่นใจ
“มั่นใจกมด้ีแล้ว” เนี่ยเฉี่ยนยิ้ม “ใจเจ้าวุ่นวาย วันนี้ตระกูล เนี่ยกมต้องมีงานเลี้ยงฉลองเสียงด้ัง พวกเราไม่เป็นที่ต้อนรับกมอย่าอยู่ ในบ้านให้เกะกะสายตาคนอื่นเลย ไปกันเถอะ ไปเด้ินเล่นในเมืองกับ ปอาใหญ่”
“ขอรับ” เนี่ยเทียนกล่าวอย่างว่าง่าย
จากนั้นเขาจึงตามเนี่ยเฉี่ยนออกไปจากจวนตระกูลเนี่ย ไป กินข้าวกลางวันที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งของเมืองเฮยอวิ๋นก่อน จากนั้น ตอนบ่ายจึงเข้าไปเลือกเครื่องประด้ับในร้านอัญมณีที่ใหญ่ที่สุด้ของ เมืองกับเนี่ยเฉี่ยน
“อ้าว นี่ไม่ใช่คุณหนูใหญ่ตระกูลเนี่ยที่จื้อกั๋วของข้าหย่า ขาด้ไปหรอกหรือ?”
ขณะที่เนี่ยเทียนและเนี่ยเฉี่ยนเด้ินออกมาจากร้านอัญมณี นั้นเอง เสียงแหลมบาด้หูของหญิงสาวผู้หนึ่งกมด้ังขึ้นมาอย่างไม่ถูก กาลเทศะ
เนี่ยเทียนสัมผัสได้้อย่างเฉียบไวว่าเนี่ยเฉี่ยนปอาใหญ่ของ เขาพอได้้ยินเสียงนั้นร่างกมสั่นเทิ้มขึ้นมา
เขาหันไปมองตามเสียง เหมนชายหนึ่งหญิงหนึ่งจูงมือเด้มก ชายอายุพอๆ กับเขาคนหนึ่งเด้ินเข้ามาช้าๆ เหมนได้้ชัด้ว่าคิด้จะไป เลือกซื้อเครื่องประด้ับในร้าน
ชายผู้นั้นสวมชุด้ขาว ใบหน้าราวกับหยกอุ่น หล่อเหลา สง่างามไม่น้อย
หญิงสาวมวยผมขึ้น สวมชุด้สีเขียวที่ตัด้เยมบพอด้ีกับร่าง ใบหน้างด้งามราวบุปผา มองดู้แล้วมีสง่าราศีไม่ธรรมด้า
เด้มกชายที่สามีภรรยาคู่นี้จูงมือมาคล้ายรับเอาข้อด้ีของพ่อ แม่มาอย่างละนิด้ ทั้งๆ ที่อายุยังน้อยแต่กลับรูปงามโด้ด้เด้่น
ตอนที่ชายผู้นั้นมองเหมนเนี่ยเฉี่ยน สีหน้ากมซีด้เผือด้ ด้ึงรั้ง หญิงสาวคล้ายต้องการให้ไปทางอื่น
“จะรีบไปไหนเล่า?” หญิงสาวถลึงตามองเขาด้้วยความไม่ พอใจหนึ่งครั้ง กล่าว: “ทำาไมล่ะ? หรือว่าตอนนี้ยังอาลัยอาวรณ์กัน อยู่?”
“อย่าพูด้เหลวไหล” ชายหนุ่มรีบอธิบาย
“รู้อยู่แล้วว่าเจ้าต้องไม่กล้า!” หญิงสาวแค่นเสียงเยมนหนึ่ง ที จากนั้นกมหันไปมองเนี่ยเฉี่ยนอีกครั้ง หัวเราะ “คิก” แล้วจึงกล่าว ว่า: “คุณหนูใหญ่ตระกูลเนี่ย ข้าได้้ยินว่าบิด้าเจ้าเสียตำาแหน่งประมุข ไปแล้ว เหตุใด้เจ้ายังมีเงินเหลือเอามาใช้ในร้านเครื่องประด้ับอีกเล่า? ฮิฮิ เลือกเครื่องประด้ับล้ำาค่าอะไรมาล่ะ ขอให้น้องสาวดู้หน่อยได้้หรือ ไม่?”
“ปอาใหญ่ พวกเขาเป็นใครหรือ?” เนี่ยเทียนกล่าว เด้ือด้ด้าล
ตอนนี้เขาไม่ใช่เด้มกแล้ว ต่อให้เนี่ยตงไห่และเนี่ยเฉี่ยนไม่ เคยพูด้ถึง ทว่าเขากมได้้ยินข่าวลือมากมายเกี่ยวกับเนี่ยเฉี่ยนท่านปอา ใหญ่ของเขาจากคนอื่นๆ ในตระกูล จึงพอจะรู้ที่มาที่ไปของเรื่องนี้อยู่ บ้าง
ตระกูลอวิ๋น ตระกูลเนี่ย และตระกูลอันต่างกมเป็นตระกูล ใหญ่ของเมืองเฮยอวิ๋น ก่อนหน้านี้ตระกูลอวิ๋นและตระกูลเนี่ยมีความ สัมพันธ์อันด้ีต่อกัน
และกมด้้วยเหตุนี้ เพื่อรักษาผลประโยชน์ร่วม ทั้งสองตระกูล จึงให้เนี่ยเฉี่ยนและอวิ๋นจื้อกั๋วแต่งงานเป็นสามีภรรยากัน
ทว่าช่วงเวลาสวยงามอยู่ได้้ไม่นานนัก ตอนที่อวิ๋นจื้อกั๋วอ อกไปหาประสบการณ์ด้้านนอกจึงได้้เจอกับหยวนชิวอิ๋ง
หยวนชิวอิ๋งคือลูกสาวของประมุขตระกูลหยวนเมืองหันสือ ตระกูลหยวนคือตระกูลที่ยิ่งใหญ่ที่สุด้ของเมืองหันสือ อิทธิพล แขมงแกร่งมากกว่าตระกูลเนี่ย
ภายใต้การอ้อนวอนขอความรักจากหยวนชิวอิ๋ง และการ แอบสนับสนุนอย่างลับๆ ของตระกูลอวิ๋น ในที่สุด้หยวนชิวอิ๋งกมได้้ กลายมาเป็นภรรยาของอวิ๋นจื้อกั๋ว
ส่วนภรรยาเก่าของอวิ๋นจื้อกั๋วอย่างเนี่ยเฉี่ยน ตระกูลอวิ๋นกม หาข้ออ้างปรักปรำา หย่าขาด้นางกับอวิ๋นจื้อกั๋วอย่างใจด้ำา
นี่คือความอัปยศครั้งใหญ่ของตระกูลเนี่ย และด้้วยเหตุนี้ เนี่ยตงไห่ถึงได้้บุกไปที่ตระกูลอวิ๋นด้้วยความเคียด้แค้น ผลกลับถูกผู้ แขมงแกร่งของตระกูลอวิ๋นและตระกูลหยวนร่วมมือกันทำาร้ายจนบาด้ เจมบสาหัส นับจากนั้นเขากมทรุด้ลงอย่างไม่มีวันฟื้นกลับคืนมาได้้อีก
ตระกูลอวิ๋นและตระกูลหยวนมีผู้ฝึกลมปราณมากอำานาจ คอยหนุนหลัง แม้แต่สำานักหลิงอวิ๋นเองกมไม่ยินด้ีออกหน้าเข้ามาข้อง เกี่ยวกับเรื่องนี้ สุด้ท้ายเรื่องทุกอย่างจึงจำาต้องจบลงไปเพียงเท่านั้น
หยวนชิวอิ๋งที่ขับไล่เนี่ยเฉี่ยนออกไปได้้สำาเรมจ ยังคงจด้จำา เรื่องในอด้ีตระหว่างอวิ๋นจื้อกั๋วและนางได้้ขึ้นใจ ทุกครั้งที่เจอเนี่ยเฉี่ย นกมจะต้องพูด้จาเสียด้สี ไม่เคยพูด้ด้้วยด้ีๆ สักคำา
“ไม่ต้องไปสนใจพวกเขา พวกเราไปกันเถอะ” เนี่ยเฉี่ยน คว้าแขนเนี่ยเทียน ด้ึงกระชากเขา คิด้จะหลบเลี่ยงหยวนชิวอิ๋ง
“ข้าไม่ไป!” เนี่ยเทียนยืนนิ่งอยู่ที่เด้ิมราวกับเสาเหลมก