ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 13 ความขัด้แย้งที่เกิด้ขึ้นอีกครั้ง
“อย่าก่อเรื่อง” เนี่ยเฉี่ยนถลึงตาใส่เขา “พวกเรายังมีธุระ อย่าไปเสียเวลาอยู่กับพวกคนน่ารังเกียจ ไปกันเถอะ”
ขณะที่พูด้นางกมด้ึงรั้งเนี่ยเทียนแรงๆ อีกครั้ง พยายามพา เนี่ยเทียนออกไปจากหน้าหอหลิงเป่าให้เรมวที่สุด้
“อย่าเพิ่งรีบร้อนซี้ พวกเราไม่ได้้เจอกันนาน พี่น้องพูด้คุย เรื่องในอด้ีตกัน จะต้องกลัวอะไร?” รอยยิ้มน้อยๆ บนใบหน้าหยวนชิ วอิ๋ง เหมนได้้ชัด้ว่าไม่ได้้มีเจตนาด้ี “เด้มกคนนี้กมคือเนี่ยเทียนลูกไม่มีพ่อ คนนั้นกระมัง? ฮิฮิ ก่อนหน้านี้ได้้ข่าวว่าเขาใกล้จะตายแล้วไม่ใช่หรือ? น่าสงสารจริง ไม่มีพ่อไม่มีแม่ มีชีวิตอยู่ต่อไปกมเป็นได้้แค่ตัวตลก”
“ยายแก่ เจ้ามีพ่อมีแม่ แต่พ่อแม่กลับไม่สั่งสอน!” เนี่ย เทียนย่นจมูก แค่นเสียง “มีแต่พวกผู้หญิงหน้าด้้านไร้ยางอายเท่านั้น ที่รู้ว่าผู้ชายมีภรรยาแล้ว แต่ยังเร่เอาตัวไปเสนอให้เขา!”
“เจ้าเด้มกสารเลว! ใครสอนให้เจ้าพูด้เช่นนี้? เจ้าบังอาจด้่า ข้าเชียวรึ?” หยวนชิวอิ๋งเด้ือด้ด้าลขึ้นมาทันทีทันใด้
คำาพูด้ของเนี่ยเทียนแทงเข้ากลางจุด้เจมบปวด้ของนาง หลายปีมานี้ นางเกลียด้เวลาที่คนอื่นพูด้จาแบบนี้กับนางมากที่สุด้
ตัวนางเองกมรู้ด้ีว่าการที่นางแย่งอวิ๋นจื้อกั๋วมาจากเนี่ยเฉี่ยน ไม่ใช่เรื่องน่าภาคภูมิใจอะไร
เวลาที่คนมากมายในเมืองเฮยอวิ๋นพูด้ถึงเรื่องนี้ ต่างกม ประณามความผิด้ของนาง แน่นอนว่านางเองย่อมรู้ด้ีอยู่แก่ใจ
แต่เนื่องด้้วยนางมาจากตระกูลหยวนที่แขมงแกร่ง จึงไม่มี ใครเคยเอาเรื่องนี้มาเปิด้เปลือยต่อหน้านางมาก่อน
เด้ิมทีนางแค่คิด้จะทำาให้เนี่ยเฉี่ยนอับอายเท่านั้น ทว่าคำา เสียด้สีของเนี่ยเทียนกลับจุด้ไฟโทสะกลางใจของนางขึ้นมา ทำาให้ นางควบคุมตัวเองไม่ได้้ทันที
“ข้ากมแค่อธิบายเรื่องราวไปตามความจริงเท่านั้น ใครกมรู้ กันทั้งนั้นว่าเจ้าทำาอะไรเอาไว้ ทำาไม เจ้ากล้าทำา แต่กลัวคนอื่นจะเอา มาพูด้งั้นหรือ?” เนี่ยเทียนแค่นเสียง “กลัวคนอื่นประณาม ยังหน้า ด้้านแย่งเอาผู้ชายของคนอื่นมาขนาด้นั้น? เจ้ารู้จักอับอายบ้างไหม? มียางอายบ้างหรือไม่?”
“เสี่ยวเทียน!” เนี่ยเฉี่ยนพูด้ร้อนรน
คำาพูด้ของเนี่ยเทียนนั้นกมเป็นสิ่งที่นางอยากพูด้มาโด้ย ตลอด้ แม้ว่านางจะแอบชื่นมื่นอยู่กับตัวเอง ทว่านางรู้จักนิสัยของ หยวนชิวอิ๋งด้ี กังวลว่าหยวนชิวอิ๋งจะสร้างเรื่องเด้ือด้ร้อนต่อหน้า ผู้คน
“เจ้าลูกไม่มีพ่อไม่มีแม่! วันนี้ข้าจะสั่งสอนให้เจ้ารู้ว่าเป็น คนควรเป็นเช่นไร!”
ไฟโทสะในด้วงตาหยวนชิวอิ๋งลุกโชน ยกมือซ้ายขึ้น กะทันหัน คลื่นพลังวิญญาณสีม่วงอ่อนเป็นกลุ่มๆ พลันกระเพื่อมขึ้น มากลางฝ่ามือของนาง
“ชิวอิ๋ง! นี่มันหน้าประตูหอหลิงเป่า อย่าไปถือสาเด้มกน้อย คนหนึ่ง คนอื่นเขาจะหัวเราะเยาะเอาได้้!” อวิ๋นจื้อกั๋วรีบห้ามปราม
เวลานี้ ผู้คนมากมายที่เข้าออกหอหลิงเป่าซึ่งสัมผัสได้้ถึง สถานการณ์ตึงเครียด้ตรงจุด้นี้ต่างกมชะลอฝีเท้าลง มองไปทางการ ปะทะดุ้เด้ือด้ที่กำาลังจะเกิด้ขึ้นด้้วยความสนใจ
“หึ คนของตระกูลเนี่ยและตระกูลอวิ๋น”
“มีเรื่องสนุกให้ดู้แล้ว!”
“ภรรยาของอวิ๋นจื้อกั่วนั่นยังคงอวด้ด้ีอยู่เหมือนเด้ิม!”
“พ่อของนางเป็นถึงประมุขตระกูลหยวนแห่งเมืองหันสือ เชียวนา ในเมืองเฮยอวิ๋นของพวกเรา นางกมีเงินมากพอที่จะให้อวด้ ด้ีจริงๆ นั่นแหละ”
“เฮ้อ คนตระกูลเนี่ยกมซวยจริงๆ เล้ย ด้ันมามีเรื่องมีราวกับ หญิงร้ายกาจตระกูลหยวนผู้นี้เสียได้้ เพราะนาง เนี่ยตงไห่ไม่เพียงแต่ บาด้เจมบหนัก ช่วงก่อนหน้านี้ยังสูญเสียตำาแหน่งประมุขตระกูลไป ด้้วย ช่างน่าอนาถยิ่งนัก”
“…”
ชาวบ้านเมืองเฮยอวิ๋นที่หยุด้สังเกตการณ์เหล่านั้น พออยู่ ห่างหยวนชิวอิ๋งและเนี่ยเฉี่ยนได้้ระยะหนึ่งกมเริ่มวิพากษ์วิจารณ์กันขึ้น มาเสียงเบา
ในกลุ่มคน เด้มกหญิงผิวขาวราวกับหยกผู้หนึ่งถูกชายร่าง ใหญ่วัยกลางคนใบหน้าเหลี่ยมจูงมือเอาไว้ นางเองกมหันมามองด้้วย ความสนใจใคร่รู้เช่นกัน
เด้มกหญิงอายุเท่ากับเนี่ยเทียน สวมชุด้กระโปรงสีเหลือง อ่อน บนข้อมือสวมกำาไลเปล่งประกายวาววับมากมาย ด้วงตากลม โตเมื่อกะพริบลงยามใด้กมฉายแววเจ้าเล่ห์เฉลียวฉลาด้ออกมาอย่าง เด้่นชัด้
“ท่านอาหลัน ตรงนั้นมีเรื่องอะไรกันหรือ?” เด้มกหญิงแทะ เมมด้แตงโม ถามด้้วยความสนใจ
ชายวัยกลางคนหน้าเหลี่ยมมองไปเหมนหยวนชิวอิ๋งที่แสยะ ปากเตรียมฟอนเลมบกมขมวด้คิ้วน้อยๆ คล้ายรู้รายละเอียด้ของเรื่อง ราว จึงอธิบายเสียงเบาให้ฟังหนึ่งรอบ
“หญิงสาวแซ่หยวนผู้นั้นแย่งผู้ชายของคนอื่นมา เหตุใด้ถึง ยังกล้าจองหองถึงเพียงนั้น” เด้มกหญิงกล่าวอย่างตกใจ
“กมเพราะว่านางแซ่หยวน เป็นลูกสาวของหยวนเฝิงชุน แห่งเมืองหันสืออย่างไรล่ะ” ชายร่างใหญ่ถอนหายใจหนึ่งครั้ง “ตาม หลักแล้ว ตระกูลเนี่ยพึ่งพาพวกเรา หลายปีมานี้เนี่ยตงไห่เองกมถือว่า ทุ่มเทอย่างสุด้ความสามารถแล้ว อีกทั้งเรื่องนี้ตระกูลเนี่ยกมไม่ได้้เป็น คนผิด้ เด้ิมทีพวกเราควรออกหน้าทวงความยุติธรรมให้กับพวกเขา แต่ว่า…” ชายร่างใหญ่ส่ายหัว ด้วงตาเผยความละอาย
“พวกเราไม่ควรปกปองคนในสังกัด้หรอกหรือ?” เด้มกหญิง ถามอย่างแค้นเคือง
“ลูกสาวคนที่สองของเนี่ยตงไห่ชื่อเนี่ยจิ่น หากนางยังมี ชีวิตอยู่ นับกันตามศักด้ิ์แล้วนางกมคือศิษย์พี่หญิงของเจ้า นางกม เหมือนกับเจ้าที่มีพรสวรรค์ในการฝึกบำาเพมญตบะโด้ด้เด้่น ถูกสำานัก มองเป็น “เมลมด้พันธ์” จึงทุ่มเททรัพยากรในการบำาเพมญตบะ มากมายลงไปกับตัวนาง ทั้งยังฝากความหวังมากมายไว้ที่นาง”
ชายร่างใหญ่สีหน้ามืด้คล้ำา “ทว่านาง…กลับทำาความผิด้ พลาด้ครั้งยิ่งใหญ่ในช่วงเวลาที่ชีวิตรุ่งโรจน์ที่สุด้ นางมีลูกกับชายที่ จนถึงทุกวันนี้กมยังไม่รู้ว่าเป็นใคร อีกทั้งนางกมเพิ่งเสียชีวิตไปไม่นาน ของวิเศษมากมายที่ทางสำานักทุ่มเทให้กับนางจึงกลายเป็นการเสีย เปล่า หลายคนที่อยู่ในสำานักต่างมองว่าเป็นเพราะเนี่ยตงไห่เลี้ยงลูก ไม่ด้ีจึงไม่พอใจ”
“เรื่องนี้ เจ้าพวกคนตระกูลอวิ๋นและตระกูลหยวนเองต่างกม รู้ด้ี รู้ว่าพวกเราเริ่มมีอคติกับเนี่ยตงไห่”
“และกมด้้วยเหตุนี้ หยวนเฝิงชุนและอวิ๋นเหมิงถึงได้้กล้า ทำาตัวซี้ซั้ว”
“และกมเพราะอย่างนี้ หลังจากเกิด้เรื่องนั้นขึ้น พวกคน ฝ่ายในที่เคยให้การสนับสนุนเนี่ยจิ่นถึงได้้เอาแต่ดู้ด้าย” ชายร่างใหญ่ อธิบายเสียงเบา เล่าสาเหตุทั้งหมด้ออกมา
หลังจากเด้มกหญิงฟังจบกมทอด้สายตามองไกลไปยังเนี่ย เฉี่ยนและเนี่ยเทียน พึมพำาเสียงเบา: “คนตระกูลนี้ด้วงซวยจริงๆ”
และยามนี้เอง
หยวนชิวอิ๋งที่ถูกอวิ๋นจื้อกั๋วห้ามเอาไว้กมสังเกตเหมนผู้คน มากมายซึ่งมามุงดู้อยู่รอบด้้านเช่นกัน นางข่มกลั้นความโกรธเกรี้ยว จ้องเนี่ยเทียนด้้วยด้วงตาเยมนชา อยู่ๆ กมพูด้ขึ้นมาว่า: “ได้้! ข้าเป็น ผู้ใหญ่กว่าจะไม่รังแกเด้มกกมได้้!”
“อวิ๋นซง!” นางตวาด้เบาๆ หนึ่งครั้ง ก้มหน้าลงมอง ลูกชายของตัวเอง สั่งความ: “ไป! ช่วยแม่สั่งสอนเจ้าเด้มกสารเลวคน นั้น!”
อวิ๋นซงที่ขัด้ตาเนี่ยเทียนอยู่นานแล้ว พอได้้ยินกมไม่ถาม มากความ พุ่งถลาเข้าใส่ด้้วยท่าทางดุ้ด้ันทันที
“ลูกชายของอวิ๋นจื้อกั๋ว ได้้ยินว่าเมื่อสามเด้ือนก่อนกมฝ่า ทะลุหลอมลมปราณขั้นเจมด้แล้ว ส่วนเนี่ยเทียนนั่น…ดู้เหมือนว่าหลัง จากที่หายไข้กมเลื่อนไปถึงขอบเขตหลอมลมปราณขั้นสี่ได้้แล้ว แต่ถึง จะเป็นเช่นนั้น ขั้นเจมด้กับขั้นสี่ ศักยภาพกมต่างกันไกลลิบลับ นี่มัน รังแกกันชัด้ๆ!”
“นางผู้หญิงคนนั้นกมรังแกคนอื่นมาตลอด้ไม่ใช่หรือ มีอะไร ให้ต้องแปลกใจกัน?”
“กมถูก”
ทุกคนวิพากษ์วิจารณ์กันกมจริง แต่เนื่องจากเกรงกลัว อำานาจของตระกูลหยวน รวมไปถึงความดุ้ร้ายของหยวนชิวอิ๋ง จึง ไม่มีใครกล้าออกมาช่วยพูด้ให้ความยุติธรรม
“เนี่ยเทียน! อย่าไปสู้กับเขา พวกเรากลับ!” เนี่ยเฉี่ยนร้อน ใจราวไฟลน
ก่อนหน้านี้ไม่นาน การต่อสู้ครั้งนั้นของเนี่ยเทียนและเนี่ย หง ทำาให้นางยังคงหวาด้ผวามาจนถึงทุกวันนี้ หลังจากการต่อสู้ครั้ง นั้น แม้ว่าเนี่ยเทียนจะชนะ ทว่าคืนนั้นเขากมเกิด้เป็นไข้ตัวร้อนสูง หากหัวมู่ไม่ได้้เด้ินทางผ่านเมืองเฮยอวิ๋นพอด้ี เกรงว่าย่อมต้องเกิด้ เรื่องกับเนี่ยเทียนแน่นอน
ตอนนี้หัวมู่จากเมืองเฮยอวิ๋นไปนานแล้ว ยากจะตามหา ร่องรอย หากเนี่ยเทียนเป็นไข้ขึ้นสูงอีกครั้ง ใครเล่าจะช่วยเขาได้้?
ทว่าขณะที่นางร้องเรียกให้เขาหยุด้ชะงักนั้นเอง เนี่ยเทียน กลับออกแรงสะบัด้นางจนหลุด้ พุ่งเข้าใส่อวิ๋นซงอย่างไม่กลัวตาย
“ความกล้าหาญน่าชื่นชม” ชายร่างใหญ่หน้าเหลี่ยมที่อยู่ ในกลุ่มคน ด้วงตาฉายแววประหลาด้ใจอย่างเหมนได้้ชัด้ พูด้กับตัวเอง เสียงเบา: “น่าเสียด้าย ขอบเขตของทั้งสองฝ่ายห่างกันเยอะเกินไป มี แค่ความกล้านั้นยังไม่พอ”
เด้มกหญิงที่อยู่ข้างกายเขาคล้ายชื่นชอบดู้การต่อสู้ พอเหมน เนี่ยเทียนและอวิ๋นซงลงมือต่อสู้กันจึงฮึกเหิม ร้องให้กำาลังใจทันที “ฟู่ว! ฟู่ว!”
เปลวไฟหลายก้อนคำารามอู้มาจากในหมัด้ของอวิ๋นซง ราวกับก้อนหินที่มีเพลิงลุกไหม้ เหวี่ยงกระแทกเข้าใส่หน้าเนี่ยเทียนที่ พุ่งเข้ามา
หมัด้ของอวิ๋นซงยังมาไม่ถึง แต่เปลวไฟเหล่านั้นกลับบิน เข้ามาหาเนี่ยเทียนก่อนแล้ว!
หลอมลมปราณขั้นเจมด้ พลังวิญญาณหลุด้ลอยออกจาก ร่าง!
เมื่อเทียบกับพลังวิญญาณที่ล้นออกมาด้้านนอกของหลอม ลมปราณขั้นหกแล้ว นี่ถือเป็นวิธีการใช้พลังวิญญาณที่สูงกว่าอีกขั้น
หลอมลมปราณขั้นหก พลังวิญญาณล้นออกมาด้้านนอก พลังวิญญาณจากมหาสมุทรวิญญาณตันเถียนในร่างจะแผ่ออกมา ด้้านนอกเท่านั้น ไม่สามารถหลุด้พ้นออกจากร่างกายได้้อย่างเตมที่ ทำาได้้เพียงแผ่ล้อมอยู่รอบแขนหรือหมัด้
พลังวิญญาณแยกออกจากกาย บินทะยานออกจากหมัด้ พุ่งเข้าโจมตีศัตรูโด้ยตรง นั่นคือพลังวิญญาณหลุด้ลอยออกจากร่าง ของหลอมลมปราณขั้นเจมด้!
พลานุภาพของขอบเขตชั้นนี้แขมงแกร่งยิ่งกว่าสายฟอาซึ่ง แทรกซึมอยู่บนหมัด้ที่เนี่ยหงเอาออกมาใช้มากนัก!
“ตู้มๆๆ!”
เปลวไฟสีแด้งร้อนแรงหลายกลุ่มที่พุ่งเข้าหา ส่วนใหญ่แล้ว ล้วนกระแทกลงบนศีรษะและแผ่นหลังของเนี่ยเทียน
อาภรณ์และเส้นผมของเนี่ยเทียนลุกไหม้ขึ้นทันตา เปลว เพลิงแต่ละเส้นที่มีพลังแผด้เผาร้อนแรงต่างมุด้เข้าไปในเลือด้เนื้อของ เขา ทำาให้เขาเจมบปวด้จนต้องร้องอุทานออกมา
และก่อนที่หมัด้ของอวิ๋นซงจะพุ่งเข้ามาโด้นตัวเขาอย่าง แท้จริง เขากมรีบกระโจนร่างคว่ำาลงไปกับพื้น กลิ้งตัวพลิกไปมาด้้วย สภาพจนตรอก พยายามด้ับไฟบนร่างและผมของเขาก่อน
รอจนเขาลุกขึ้นมายืนอีกครั้ง อาภรณ์ด้้านหลังของเขากม เกิด้รูโหว่สีด้ำามากมาย เส้นผมยังมีควันลอยกรุ่น สภาพกระเซอะ กระเซิงดู้ไม่ได้้
“ฮ่าๆๆ!”
เหมนสภาพสะบักสะบอมของเขา อวิ๋นซงกลับไม่ได้้รีบลงมือ ต่อ แต่หัวเราะร่าขึ้นมาเสียงด้ัง
เขาตั้งใจมั่นว่าจะต้องสร้างความอัปยศครั้งใหญ่ให้แก่เนี่ย เทียนให้ได้้