ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 121 สัตว์สายฟอานิลกาฬปรากฎตัวอีกครั้ง!
เกราะมังกรเพลิงค่อยๆ จากไปไกล จนกระทั่งหายลับไม่ เหมนเงา
“ของล้ำาค่าระด้ับเชื่อมโยงวิญญาณ!”
ด้วงตาของคนอื่นๆ ที่เหลือต่างกมองตามไปยังทิศทางที่ เกราะมังกรเพลิงจากไป ยังคงตกอยู่ท่ามกลางความตื่นตะลึง
หัวคิ้วที่ขมวด้มุ่นของเนี่ยเทียนค่อยๆ คลายออก พูด้กับตัว เองในใจ “ดู้ท่าหลังจากที่มันดู้ด้ซับเอาเส้นผลึกเพลิงพิภพมาได้้มาก ขึ้น จิตสำานึกของวิญญาณที่ซุกซ่อนจึงค่อยๆ ฟื้นตื่นขึ้นมาในที่สุด้”
นับตั้งแต่ที่เขาอายุครบหนึ่งขวบกมได้้รับกระดู้กสัตว์ที่มีชื่อ ว่าแกนเลือด้ชิ้นนั้น ทว่าก่อนหน้านี้เขากลับไม่เคยสื่อสารกับแกน เลือด้มาก่อน
เมื่อไม่นานมานี้ ตอนที่แกนเลือด้ด้ึงเอาพลังเปลวเพลิงใน หินเมฆอัคคีทั้งหมด้มาจากเหมืองแร่ เพื่อก่อตัวขึ้นเป็นหยด้เลือด้หนึ่ง หยด้ เขาเองกมเพียงแค่เหมนความผิด้ปกติบางอย่าง แต่กลับสัมผัสไม่ ได้้ถึงปราณของจิตวิญญาณใด้ๆ
จนกระทั่งตอนที่อยู่ๆ เกราะมังกรเพลิงกมาจากไปโด้ยที่ไม่ สนใจเสียงเรียกจากเขา ด้ึงด้ันจะมุด้เข้าไปในจุด้ลึกใต้ด้ินให้ได้้ เขา ถึงตระหนักได้้ว่าแกนเลือด้นั้นน่าจะมีจิตสำานึกเป็นของตัวเอง
ทว่าเวลานั้นเขากมแค่สัมผัสได้้อย่างเลือนรางว่าระหว่างเขา และแกนเลือด้มีความเชื่อมโยงกันอยู่
แต่เมื่อครู่นี้ เขากลับได้้รับคลื่นวิญญาณแปลกประหลาด้ กลุ่มหนึ่งจากแกนเลือด้อย่างชัด้เจน!
คลื่นวิญญาณนั้นตรงด้ิ่งเข้ามายังมหาสมุทรจิตสำานึกของ เขา ทำาให้เขาเข้าใจทันทีว่าความประหลาด้มากมายที่เกิด้ขึ้นกับ เกราะมังกรเพลิงกมเป็นเพราะมันต้องการเส้นผลึกเพลิงพิภพของ เทือกเขาชื่อเหยียน
ดู้เหมือนว่าเกราะมังกรเพลิงจะต้องการเส้นผลึกเพลิงพิภพ เหล่านั้นไปปลุกจิตวิญญาณที่อยู่ลึกมากกว่าเด้ิม เพื่อจะได้้ซ่อมแซม ส่วนที่สึกหรอของตัวเสื้อเกราะ
มันเป็นฝ่ายส่งความคิด้มาให้เขาด้้วยตัวเอง ทำาให้เนี่ย เทียนรู้สึกว่ารอจนเมื่อเกราะมังกรเพลิงรวบรวมเส้นผลึกเพลิงพิภพที่ มีอยู่ในเทือกเขาชื่อเหยียนเสรมจเรียบร้อยแล้ว มันกมน่าจะกลับมาหา เขาเอง
เขาจึงวางใจขึ้นมาโด้ยพลัน
“หึ!” เฟิงหลัวที่ยืนอยู่บนหินยักษ์ก้อนหนึ่งโด้ยมีธารน้ำา หลายเส้นและร่องลึกที่เตมไปด้้วยลาวาอีกหลายแห่งขวางกั้นเอาไว้ พลันแสยะปากหัวเราะเสียงแปลกแปร่ง “ตาเฒ่าอูแก่แล้วกมเลอะ
เลือนจริงๆ ถึงได้้มอบอาวุธล้ำาค่าระด้ับเชื่อมโยงวิญญาณให้กับเด้มก คนหนึ่งที่มีขอบเขตอยู่เพียงขั้นท้ายสวรรค์ หรือเขาไม่รู้ว่าวัตถุระด้ับ เชื่อมโยงวิญญาณทุกชิ้นล้วนมีวิญญาณของวัตถุอยู่?”
“วิญญาณของวัตถุถึงจะเป็นนายของวัตถุล้ำาค่าเชื่อมโยง วิญญาณ และวิญญาณของวัตถุจะเลือกนายด้้วยตัวเอง!”
“วัตถุล้ำาค่าเชื่อมโยงวิญญาณมีหรือจะยอมรับใช้คนอ่อน ด้้อยขอบเขตท้ายสวรรค์คนหนึ่ง?”
“ตอนนี้ด้ีนักล่ะ วัตถุล้ำาค่าเชื่อมโยงวิญญาณที่ไม่รู้ว่าตา เฒ่าอูไปได้้มาด้้วยวิธีการใด้กลับหนีจากไปแล้ว ข้าว่าตาเฒ่าอูคงต้อง เสียใจอย่างสุด้ซึ้งแน่นอน!”
กลัวว่าพวกเนี่ยเทียนจะไม่ได้้ยิน เฟิงหลัวจึงจงใจเพิ่ม ระด้ับเสียงให้สูงขึ้น เอ่ยเย้ยหยันด้้วยน้ำาเสียงขัด้หู
ในสายตาของเขา ที่เกราะมังกรเพลิงจากไป นั่นกมเพราะ ขอบเขตและความสามารถของเนี่ยเทียนที่เป็นนายคนใหม่นั้นต่ำาต้อย เกินไป ไม่คู่ควรจะที่ควบคุมมัน ด้ังนั้นมันถึงได้้ทิ้งเนี่ยเทียนไป
แม้ว่าปากเขาจะเยาะเย้ย ทว่าสายตาของเขายังคงหยุด้อยู่ ตรงตำาแหน่งที่เกราะมังกรเพลิงจากไป ใบหน้าเตมไปด้้วยความอิจฉา
ตลอด้ทั้งอาณาจักรหลีเทียน วัตถุล้ำาค่าระด้ับเชื่อม โยงวิญญาณถือว่าหาได้้ยากยิ่ง ต้องมาเหมนว่าวัตถุที่มีคุณค่ามหาศาล แบบนี้จากไปคาตาของตัวเอง เขาจึงรู้สึกผิด้หวังยากจะยอมรับได้้
เนี่ยเทียนแสร้งทำาเป็นหูทวนลมกับคำาเย้ยหยันของเขา สีหน้านิ่งสงบ คล้ายว่าไม่ได้้รู้สึกอะไรเลยสักนิด้เด้ียว
เจียงหลิงจู เย่กูโม่ที่รู้ว่าเกราะมังกรเพลิงชิ้นนั้นเนี่ยเทียน ซื้อมาจากงานพินิจของวิเศษต่างกมไม่ได้้โต้ตอบอะไรเฟิงหลัว แต่เหม่ อมองเนี่ยเทียนด้้วยความอึ้งตะลึง
ตอนที่มองเหมนเกราะมังกรเพลิงจากไป อันซืออี๋ อันอิ่งและ พันเทาล้วนแอบร้อนใจแทนเนี่ยเทียน
“คือว่า…” เจียงหลิงจูลังอยู่ชั่วครู่กมพูด้ขึ้นมากะทันหัน “ตอนที่เจ้าซื้อเกราะมังกรเพลิงกมรู้อยู่แล้วหรือว่ามันคือวัตถุล้ำาค่า เชื่อมโยงวิญญาณ?”
ประโยคนี้ด้ังออกมา พวกพันเทาพากันแสด้งความสนใจ ออกมาทางสีหน้า และกมจด้จ้องเนี่ยเทียนตาเขมมงเช่นกัน
มาถึงเวลานี้พวกเขาเองกมย่อมรู้แล้วว่าเกราะมังกรเพลิงชิ้น นั้นเนี่ยเทียนได้้มาจากงานพินิจของวิเศษ ซึ่งทุกคนต่างกมตกตะลึงใน สายตาอันเฉียบแหลมของเนี่ยเทียน
สามารถแยกแยะวัตถุล้ำาค่าเชื่อมโยงวิญญาณออกและเกมบ มันมาไว้กับตัวล่วงหน้า ความสามารถเช่นนี้…ไม่ใช่ว่าควรจะมีเฉพาะ ในตัวของสุด้ยอด้ช่างหลอมอาวุธอย่างฝางฮุยหรอกหรือ?
“ไม่รู้หรอก” เนี่ยเทียนส่ายหัว “โชคล้วนๆ น่ะ!”
“หยุด้เลยนะ!” เจียงหลิงจูกลอกตาใส่เขาหนึ่งครั้ง เอ่ย อย่างขุ่นเคือง “ท่านอาหลิวเล่าให้ข้าฟังแล้วว่า เกราะมังกรเพลิงชิ้น นั้นเคยถูกช่างหลอมอาวุธของหอเป่าตรวจสอบมาก่อน มันเป็นเพียง อาวุธวิเศษระด้ับกลางขั้นสามชิ้นหนึ่งเท่านั้น มูลค่าไม่คุ้มกับราคาเก้า พันหินวิเศษด้้วยซ้ำา! เกราะมังกรเพลิงวางไว้นานขนาด้นั้นยังไม่เคยมี ใครสนใจใยด้ี เหตุใด้เจ้าถึงถูกใจมัน ยอมซื้อมาโด้ยไม่สนว่าต้องจ่าย ไปมากเท่าไหร่?”
“ระด้ับกลางขั้นสาม?” พันเทายิ้มเจื่อน กล่าว “คนเหล่า นั้นของหอเป่าไม่รู้ว่าหากินกันด้้วยอาชีพนี้ได้้อย่างไร ขนาด้วัตถุ ล้ำาค่าเชื่อมโยงวิญญาณกมยังแยกแยะไม่ออก” ในบรรด้าคน ทั้งหมด้ มีเพียงอันซืออี๋ที่ใคร่ครวญเงียบๆ อยู่พักหนึ่งแล้วจึงพูด้ว่า “คนทางฝ่ายของหอเป่าไม่น่าจะเข้าใจผิด้ ก่อนหน้านี้เกราะมังกร เพลิงชิ้นนั้นต้องมีความผิด้ปกติอะไรบางอย่างแน่นอน มิฉะนั้นย่อม ไม่มีทางวินิจฉัยผิด้พลาด้ไปแน่ ใช่แล้ว ล่ายอี้จากต่างแด้นผู้นั้น ก่อน หน้านี้บอกให้เจ้ามอบแกนเลือด้ให้เขา อีกทั้งเกราะมังกรเพลิงกมเป็น ของเขา แกนเลือด้…น่าจะเกี่ยวข้องกับเกราะมังกรเพลิงกระมัง?”
“พี่หญิงอันฉลาด้ที่สุด้เลย” เนี่ยเทียนยิ้ม แต่ไม่ได้้อธิบาย อย่างละเอียด้
ทว่าได้้ยินประโยคนี้ของเขา ทุกคนจึงตระหนักได้้ว่าที่ก่อน หน้านี้เกราะมังกรเพลิงชิ้นนั้นไม่ได้้แสด้งออกถึงความผิด้ปกติ อาจ เพราะเกี่ยวข้องกับสิ่งของที่ชื่อว่าแกนเลือด้ซึ่งเนี่ยเทียนเป็นผู้ถือ ครอง
“เนี่ยเทียน ดู้เหมือนว่าเจ้าจะไม่เสียใจเท่าไหร่นัก ทำาไม หรือ?” เย่กูโม่ประหลาด้ใจอย่างมาก “เกราะมังกรเพลิงคือวัตถุล้ำาค่า เชื่อมโยงวิญญาณ ตอนนี้มันทิ้งเจ้าไปแล้ว เจ้าน่าจะเด้ือด้ด้าล เสียด้ายอย่างมากสิถึงจะถูก?”
“เด้ิมทีกมได้้มาโด้ยบังเอิญอยู่แล้ว สูญเสียไปแล้วกมถือว่าสูญ เสียไป” เนี่ยเทียนพูด้ด้้วยใบหน้านิ่งเฉย
“ไปหลอกผีเถอะ!” เจียงหลิงจูแสด้งว่าไม่เชื่อออกมาเป็น คนแรก
หลังจากที่เกราะมังกรเพลิงจากไป ทุกคนกมพูด้คุยเกี่ยวกับ เกราะมังกรเพลิงเสียงด้ังจอแจอยู่นาน พูด้ถึงความมหัศจรรย์ของ เกราะมังกรเพลิงพลางเริ่มเกมบหินผลึกอัคคีต่อไปด้้วย
เสียเวลาไปครึ่งค่อนคืน ทุกคนล้วนเกมบเอาหินผลึกอัคคีทุก ก้อนที่มองเหมนในธารน้ำามาจนเกลี้ยง
ในบ่อลาวาที่ห่างออกไปไกลอีกแห่งหนึ่งกมสามารถมองเหมน หินผลึกอัคคีบางส่วนที่ส่องประกายแสงแวววาวในยามค่ำาคืน
ทว่าบ่อที่เตมไปด้้วยลาวาแห่งนั้นลึกกว่ามาก คิด้จะเอาหิน ผลึกอัคคีขึ้นมาจากก้นบ่อเกรงว่าคงไม่ใช่เรื่องง่ายเท่าใด้นัก
อีกอย่าง บ่อแห่งนั้นกมไกลจากจุด้ที่พวกเขาอยู่มาก และ รอบกายของพวกเขากมไม่มีเศษหินที่มากพอจะทำาเป็นทางทอด้ยาวไป ยังบ่อแห่งนั้น
ทด้ลองอยู่พักหนึ่ง หลังจากพบว่าเป็นไปไม่ได้้จริงๆ ทุกคน ถึงได้้กลับทางเด้ิมด้้วยความจนใจ
ครึ่งคืนต่อมา คนทั้งกลุ่มกลับมาถึงยอด้เขา ต่างกมกำาลัง ตรวจนับหินผลึกอัคคีที่ตัวเองเกมบมาได้้เงียบๆ
ในกำาไลเกมบของของเนี่ยเทียนกมีหินผลึกอัคคีวางไว้กอง เลมกๆ หนึ่งกอง เขาลองนับดู้จึงรู้ว่าทั้งหมด้มีสิบเก้าก้อน
หินผลึกอัคคีคือวัสดุ้ระด้ับสูง หินผลึกอัคคีหนึ่งก้อน สามารถเทียบเคียงได้้กับหินเมฆอัคคีที่ก่อนหน้านี้ตระกูลเนี่ยต้องคอย ขุด้หาเกือบหนึ่งพันก้อน และมูลค่าของหินผลึกอัคคีสิบเก้าก้อนนั้น หากแลกมาเป็นหินเมฆอัคคี ตระกูลเนี่ยกมจำาเป็นต้องขุด้จากในเหมือง แร่ถึงประมาณสิบปี
“ที่แท้ สิ่งที่ตระกูลเนี่ยได้้มาในเวลาสิบปีกมีค่าเทียบเคียง ได้้แค่หินผลึกอัคคีไม่กี่ก้อนนี้เอง” เนี่ยเทียนแอบปลงอนิจจังอยู่กับตัว เอง
บัด้นี้เขาถึงเพิ่งเข้าใจว่าระด้ับความต่างระหว่างวัสดุ้วิเศษ นั้นมีมากแค่ไหน
“ครืน ครืน ครืน!”
กลางด้ึก มีเสียงด้ังสนั่นหวั่นไหวน่าหวาด้กลัวด้ังลอยมา จากทิศทางที่ตั้งของหอหลิงเป่า และยังมีเสียงร้องคำารามของสัตว์ เพลิงพิภพสอด้แทรกมาเป็นระยะ
อยู่ห่างไกลกันถึงเพียงนี้ เสียงคำารามของสัตว์เพลิงพิภพกม ยังด้ังมาให้ได้้ยิน นี่แสด้งให้เหมนถึงความคลุ้มคลั่งเด้ือด้ด้าลของสัตว์ เพลิงพิภพ
ทุกคนที่อยู่บนยอด้เขาได้้ยินเสียงกัมปนาทที่มาจากหุบเขา หอหลิงเป่าต่างกมีสีหน้ามืด้คล้ำา ไม่รู้ว่าสถานการณ์ของทางฝ่ายนั้น เป็นอย่างไรบ้าง
พวกเขารอคอยอยู่เงียบๆ โด้ยไร้ซึ่งความรู้สึกปลอด้ภัย
ม่านรัตติกาลถด้ถอย แสงอรุณเยื้องกรายมาถึง เสียงด้ัง อึกทึกที่ส่งตรงมาจากหอหลิงเป่ายังคงมีมาให้ได้้ยินไม่ขาด้สาย
เมื่อถึงช่วงพลบค่ำา ทุกคนที่คอยสังเกตรอบด้้านอยู่ตลอด้ เวลาจึงค่อยๆ พบว่าลาวาเหล่านั้นที่ไหลเตมหุบเขาคล้ายจะค่อยๆ แทรกซึมลงไปใต้ด้ินด้้วยความเรมวที่ช้าอย่างถึงที่สุด้
การค้นพบนี้ทำาให้ทุกคนฮึกเหิมกันขึ้นมา ต่างกมองเหมน ความหวังที่จะรอด้ชีวิต
พวกเขาไม่สามารถไปจากเทือกเขาชื่อเหยียนได้้กมเพราะ ลาวาที่เจิ่งนองไปทั่วทุกแห่ง เพราะพวกเขาไม่สามารถเด้ินผ่านลาวา ไปได้้ ด้ังนั้นจึงต้องติด้แหงมกอยู่ที่นี่
หากลาวาเหล่านั้นค่อยๆ ซึมเข้าไปในพื้นด้ินอย่างช้าๆ นั่น กมหมายความว่าพวกเขาจะหลุด้พ้นไปจากบึงลาวาของเทือกเขาชื่อ เหยียน มีโอกาสได้้รอด้ชีวิต
“อู้!”
เนี่ยเทียนที่นั่งเงียบๆ ทอด้สายตามองออกไปไกล พลัน สัมผัสได้้ถึงคลื่นเคลื่อนไหวผิด้ปกติ
ความผิด้ปกตินี้มาจากปอายตัวตนที่อาจารย์อูจี้มอบให้กับ เขาซึ่งอยู่ในกำาไลเกมบของ
เขาหยิบเอาปอายตัวตนออกมาอย่างไม่เข้าใจสถานการณ์ พลิกคลำาหาอย่างละเอียด้แต่กลับไม่เจอความผิด้ปกติใด้
ทว่าไม่นานหลังจากนั้นเขากมได้้ยินเสียงร้องแหลมด้ังของ สัตว์สายฟอานิลกาฬที่ลอยมาจากทิศไกล
“สัตว์สายฟอานิลกาฬ!” นัยน์ตาของเนี่ยเทียนพลันฉาย ประกายมีชีวิตชีวา
สัตว์สายฟอานิลกาฬที่มาส่งเขายังหอหลิงเป่าสามารถ โบยบินอยู่บนท้องฟอาได้้ ซึ่งมันสามารถพาเขาออกไปจากสภาพติด้ ชะงักในเทือกเขาชื่อเหยียนแห่งนี้
ไพล่นึกไปถึงความผิด้ปกติของปอายตัวตน เขาจึงเข้าใจขึ้น มาโด้ยพลัน รู้ว่าสัตว์สายฟอานิลกาฬตัวนั้นน่าจะตามหาตำาแหน่งของ เขาในเทือกเขาชื่อเหยียนผ่านปอายตัวตนนั่น
การเชื่อมโยงระหว่างสัตว์สายฟอานิลกาฬและปอายตัวตนน่า จะมีขอบเขตกำาหนด้ที่แน่นอน บางทีสัตว์สายฟอานิลกาฬตัวนั้นน่าจะ ตามหาเขาตามจุด้ต่างๆ ในเทือกเขาชื่อเหยียนมานานมากแล้ว
จนกระทั่งเวลานี้สัตว์สายฟอานิลกาฬถึงเพิ่งจะบินมาถึงที่นี่ และรับสัมผัสได้้ถึงปราณของปอายตัวตน
“สัตว์สายฟอานิลกาฬของผู้อาวุโสอู! พวกเรารอด้แล้ว!” พันเทาปิติยินด้ีเป็นอย่างยิ่ง
คนอื่นๆ กมลุกพรวด้ขึ้นยืน มองไปยังท้องฟอาที่ห่างออกไป ไกลซึ่งเงาร่างของสัตว์สายฟอานิลกาฬค่อยๆ โผล่ขึ้นมาให้เหมนชัด้เจน ทุกคนต่างกมีสีหน้าฮึกเหิม
ไม่นานหลังจากนั้น สัตว์สายฟอานิลกาฬกมบินตรงเข้ามาใกล้ แล้วมาหยุด้อยู่ข้างกายเนี่ยเทียนอย่างรวด้เรมว
เพิ่งจะบินลงมาถึง สัตว์สายฟอานิลกาฬกมใช้สายตาของสัตว์ ที่คล้ายมีสติปัญญามองมายังเนี่ยเทียน ราวกับกำาลังเร่งให้เขารีบขึ้น ไปบนหลังของมัน
เนี่ยเทียนไตร่ตรองอยู่ชั่วครู่ เขามองจ้องไปที่ด้วงตาของ สัตว์สายฟอานิลกาฬแล้วกล่าวว่า “พวกเราล้วนจำาเป็นต้องไปจาก เทือกเขาชื่อเหยียนให้เรมวที่สุด้ เจ้าให้คนอื่นๆ ขึ้นไปก่อน มิฉะนั้นข้า กมจะไม่ไปกับเจ้าเด้มด้ขาด้”
เขารู้ว่าสัตว์สายฟอานิลกาฬตัวนี้พยศไม่ใช่น้อย แม้แต่ตัว เขาเอง ตอนนั้นสัตว์สายฟอานิลกาฬกมยังไม่ยินยอมจะพามาด้้วย
เป็นเพราะอูจี้ข่มขู่เอาไว้ สัตว์สายฟอานิลกาฬถึงได้้จำาใจพา เขามาที่หอหลิงเป่าอย่างไม่เตมใจ
แม้ว่าบนหลังของสัตว์สายฟอานิลกาฬตัวนี้จะกว้างขวาง มากพอพาทุกคนไปด้้วยกันได้้หมด้ ทว่าจะให้มันทำาเรื่องที่เปลืองแรง
โด้ยที่ไม่ได้้อะไรตอบแทนอย่างนี้เกรงว่ามันคงไม่ยอมทำาตามอย่าง ง่ายด้ายเท่าไหร่นัก
และกมเป็นด้ังคาด้ พอได้้ยินว่าต้องพาทุกคนไปด้้วยกัน ทั้งหมด้ สัตว์สายฟอานิลกาฬกมร้องคำารามเสียงต่ำาๆ ออกมาทันที ทุก คนล้วนดู้ออกว่ามันไม่พอใจ
ขณะที่เนี่ยเทียนกำาลังจะพูด้เกลี้ยกล่อมต่อ อันซืออี๋ยิ้มอ่อน โยนหนึ่งครั้ง พลันหยิบเอาหินหยกสีเขียวที่มีประกายสายฟอาแลบ แปลบปลาบออกมาจากในกำาไลเกมบของสามก้อน แล้วส่งหินหยกทั้ง สามก้อนนั้นไปที่ปากของสัตว์สายฟอานิลกาฬ
สัตว์สายฟอานิลกาฬพอมองเหมนหินหยกสีเขียวด้วงตากม เปล่งประกาย แล้วกมกลืนทั้งหมด้ลงไปในพริบตาเด้ียว คล้ายกลัวว่า อันซืออี๋จะเอากลับคืนไป
“ได้้แล้ว” อันซืออี๋ยิ้มงด้งามหนึ่งครั้ง แล้วลูบเบาๆ ที่ลำา คอของสัตว์สายฟอานิลกาฬ ปีนขึ้นไปบนหลังของมันเป็นคนแรก
สัตว์สายฟอานิลกาฬไม่เพียงแต่ไม่ต่อต้านทั้งยังย่อตัวลงมา เอง เพื่อที่นางจะได้้ไม่ต้องเปลืองแรงมากนัก
เนี่ยเทียนสีหน้าเหยเก มองสัตว์สายฟอานิลกาฬที่เปลี่ยนมา เป็นอ่อนโยนว่าง่ายด้้วยความขุ่นเคืองและด้่าออกไป “ข้ากมว่าก่อน
หน้านี้ตอนที่มาส่งข้าเหตุใด้ถึงทำาท่าไม่เตมใจ ที่แท้กมเพราะไม่ได้้ให้ค่า ตอบแทนเจ้านี่เอง!”
สัตว์สายฟอานิลกาฬคำารามต่ำาๆ คล้ายตอบรับว่าถูกต้อง แล้ว