ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 122 หนทางในการร่ำารวย
“หินสายฟอามรกต!”
มองสัตว์สายฟอานิลกาฬที่กลืนหินสายฟอามรกตเหล่านั้นลง ไป พันเทากมอุทานขึ้นมาเบาๆ หนึ่งครั้ง และกมหาหินวิเศษประเภทนั้น ในกำาไลเกมบของของตัวเองเหมือนกัน
เขามองออกว่าสัตว์สายฟอานิลกาฬระด้ับห้าตัวนี้มีสติ ปัญญาเป็นของตัวเองแล้ว ไม่สามารถสั่งการได้้ง่ายๆ
สัตว์สายฟอานิลกาฬคือสัตว์วิเศษธาตุสายฟอา การบำาเพมญ ตบะของมันอาศัยพลังของสายฟอาเป็นหลัก แม้ว่าหินสายฟอามรกตจะ เป็นวัตถุวิเศษระด้ับต่ำา ทว่าเนื่องจากมีพลังสายฟอาซ่อนเร้นอยู่จึง เหมาะสมกับการเลื่อนขั้นของสายเลือด้มันพอด้ี
“แม่งเอาย! ข้าไม่มีหินสายฟอามรกตเกมบไว้เลย!” พันเทาหา อยู่พักหนึ่งกมยังหาหินวิเศษที่มีธาตุสายฟอาไม่เจอแม้แต่ก้อนเด้ียวจึง แอบสบถอยู่กับตัวเอง
เนี่ยเทียนมองสัตว์สายฟอานิลกาฬตัวนั้นด้้วยสายตาเยมนชา พบว่าหลังจากที่มันให้อันซืออี๋ขึ้นไปบนหลังแล้วกมลุกขึ้นยืนทันที
ด้วงตาของสัตว์สายฟอานิลกาฬฉายประกายแห่งความโลภ จ้องเขมมงมาที่พวกพันเทา คล้ายว่ากำาลังรอคอยอะไรบางอย่าง
“หินสายฟอามรกตสามก้อนเจ้ายังไม่พออีกหรือไง?” เนี่ย เทียนด้่า
สัตว์สายฟอานิลกาฬถลึงตาใส่เขาหนึ่งครั้ง แล้วกมไม่สนใจ เขาอีก เอาแต่จ้องเขมมงไปที่พวกพันเทา คล้ายใช้สายตาเร่งเร้า
“คิกๆ!”
อันซืออี๋ที่นั่งอยู่บนหลังของมันหัวเราะสด้ใสราวด้อกไม้ผลิ บาน คล้ายนึกความคิด้อะไรด้ีๆ ได้้กะทันหัน ด้วงตาคู่งามจึงมีคลื่น น่าหลงใหลวาบผ่าน
“อ่ะ!”
นางหยิบเอาหินสายฟอามรกตออกมาอีกสามก้อน ส่งผ่าน มาตรงลำาคอของสัตว์สายฟอานิลกาฬ
สัตว์สายฟอานิลกาฬกลืนลงไปหมด้ในคำาเด้ียว เปล่งเสียง ร้องต่ำาๆ ด้้วยความพึงพอใจ สีหน้าเบิกบาน
“นาง!” นิ้วเรียวยาวราวลำาเทียนของอันซืออี๋ชี้ไปที่อันอิ่ง แล้วกล่าวว่า “เจ้าขึ้นมาเถอะ”
อันอิ่งอึ้งไปครู่หนึ่งกมีปฏิกิริยาตอบสนองกลับมาทันที หัว เราะเหอๆ เบาๆ เด้ินไปทางสัตว์สายฟอานิลกาฬ
สัตว์สายฟอานิลกาฬที่ก่อนหน้านี้ลุกขึ้นยืน เหมนได้้ชัด้ว่าไม่ อนุญาตให้ทุกคนขึ้นไปบนร่างของมัน กลับหมอบลงกับพื้นด้้วยท่าที อ่อนโอนผ่อนตามอีกครั้งเพื่อให้อันอิ่งขึ้นมานั่งโด้ยไม่ลำาบาก
“เจ้าสัตว์วิเศษตัวนี้…น่าสนใจยิ่งนัก” หลังจากที่ขึ้นมานั่ง ด้้านหลังพี่สาวของนาง อันอิ่งกมยิ้มแปอน มองประเมินสัตว์สายฟอานิล กาฬด้้วยความใคร่รู้
รอจนนางนั่งได้้มั่นคงแล้ว สัตว์สายฟอานิลกาฬกมลุกขึ้นยืน อีกครั้ง มองพันเทาด้้วยสายตาโกรธเคือง
พันเทายืนอยู่ข้างสัตว์สายฟอานิลกาฬด้้วยสีหน้า กระอักกระอ่วน ส่งยิ้มประจบไปให้
เด้ิมทีเขาคิด้จะฉวยโอกาสแอบขึ้นไปบนหลังของ สัตว์สายฟอานิลกาฬตอนที่อันอิ่งขึ้นไป แต่กลับถูกสัตว์สายฟอานิลกาฬ จับได้้ สกัด้ขวางความแผนสูงของเขาเอาไว้เสียก่อน
“พี่ใหญ่เย่ ท่านมีหินวิเศษธาตุสายฟอาหรือเปล่า?” เจียง หลิงจูเอ่ยถามเบาๆ
เย่กูโม่ส่ายหัว ทึ้งผมตัวเองแล้วกล่าวว่า “หาทั่วแล้ว ไม่มี หินวิเศษธาตุสายฟอาแม้แต่ก้อนเด้ียว เจ้าสัตว์สายฟอานิลกาฬจอม ร้ายกาจนี่ หากไม่ได้้ปอนให้มันกินจนอิ่ม เกรงว่าพวกเรากมคงขึ้นหลัง มันไปไม่ได้้”
“ได้้ยินมานานแล้วว่าเจ้าสัตว์เด้รัจฉานตัวนี้ละโมบใน ทรัพย์สินเงินทอง ไม่คิด้ว่ามันจะเลวร้ายแบบนี้จริงๆ! พวกเราเป็น คนของหอหลิงเป่า มันคือสัตว์วิเศษที่เจ้าอาจารย์ปู่เลี้ยงเอาไว้ ทว่า
แม้แต่พวกเราที่เป็นคนกันเองกมยังใจคอคับแคบด้้วย!” เจียงหลิงจูด้่า กราด้
“ฮิฮิ ในมือข้ายังมีหินสายฟอามรกตอีกเยอะนะ” ด้วงตาคู่ งามของอันซืออี๋เปล่งประกายชวนเคลิบเคลิ้ม มองมายังพันเทา เจียง หลิงจูและเย่กูโม่ พูด้พร้อมยิ้มตาหยี “พันเทา พวกเราเป็นคนของหอ หลิงเป่าเหมือนกัน ข้าคิด้เจ้าในราคาคนกันเอง เจ้าเอาหินผลึกอัคคี ออกมาสามก้อน แลกกับหินสายฟอามรกตของข้าสามก้อน ตกลงไหม ล่ะ?”
“พี่หญิงอัน! มีใครเขาแลกเปลี่ยนแบบนี้กัน?” พันเทาเต้น เหยงขึ้นมาทันที กล่าวอย่างขุ่นเคือง “หินสายฟอามรกตเป็นเพียงแค่ วัตถุวิเศษธาตุสายฟอาระด้ับต่ำา แต่หินผลึกอัคคีเป็นถึงหินวิเศษเปลว เพลิงระด้ับสูง! วัตถุระด้ับต่ำากับระด้ับสูงต่างกันมาเพียงใด้ ท่านคงรู้ด้ี กระมัง?”
“หินผลึกอัคคีหนึ่งก้อนสามารถแลกหินสายฟอามรกตได้้ อย่างน้อยเจมด้ร้อยก้อน ท่านเอาหินสายฟอามรกตสามก้อนมาแลกกับ หินผลึกอัคคีของข้าสามก้อน แบบนี้มันเกินไปหน่อยไหม?”
อันซืออี๋ยิ้มอ่อนหวาน แบมือกล่าว “ถ้าอย่างนั้นกมไม่แลก ใช่ไหม?”
การปรากฏตัวของสัตว์สายฟอานิลกาฬทำาให้นางที่ตกอยู่ใน สภาวะจนตรอกมองเหมนความหวังในการรอด้ชีวิต นางรู้ว่าเมื่อสัตว์ ตัวนี้มาถึง พวกนางกมสามารถไปจากเทือกเขาชื่อเหยียนได้้
มีการรับประกันที่ปลอด้ภัยนางจึงวางใจ และถือโอกาส ฉกฉวยผลประโยชน์มาให้ได้้มากที่สุด้
“ไม่แลก!” พันเทากล่าวอย่างเด้มด้เด้ี่ยว
“งั้นกมไม่เป็นไร” อันซืออี๋วางท่าทีนิ่งเฉย
เนี่ยเทียนมองอันซืออี๋ที่เวลานี้แย้มยิ้มดุ้จบุปผาผลิบาน ท่าทางมีความสุขอย่างมาก รู้สึกว่าอันซืออี๋ในเวลานี้ต่างหากถึงจะ เป็นนางตัวจริง
ดู้เหมือนว่าอันซืออี๋จะมีความสามารถในการกด้ขี่ผล ประโยชน์ของการแลกเปลี่ยนมาตั้งแต่เกิด้ เนี่ยเทียนเองกมเคยได้้ยิน มาว่าก่อนหน้านี้ตอนที่นางรับผิด้ชอบทำากิจธุระให้กับหอหลิงเป่ากม ล้วนได้้รับผลกำาไรเป็นกอบเป็นกำา
นางสามารถได้้รับความสำาคัญจากเจ้าสำานักหลิง นอกจาก พรสวรรค์ที่นางมีแล้ว ที่ยิ่งสำาคัญมากกว่านั้นกมคือความถนัด้ในด้้านนี้ ของนาง
วันนี้ เนี่ยเทียนถือว่าได้้เหมนความสามารถในการหาความ ร่ำารวยของอันซืออี๋อย่างแท้จริง
“นี่คือหินผลึกอัคคี! ล้ำาค่ายิ่งกว่าหินสายฟอามรกตนั่นไม่รู้กี่ เท่า ข้าใช้หินผลึกอัคคีก้อนหนึ่งแลกมาด้้วยโอกาสที่จะได้้ไปจาก เทือกเขาชื่อเหยียน!” พันเทาถลึงตาใส่อันซืออี๋อย่างโกรธๆ หนึ่งครั้ง กมหยิบเอาหินผลึกอัคคีออกมาส่งให้สัตว์สายฟอานิลกาฬ
“พรืด้!”
สัตว์สายฟอานิลกาฬพ่นลมขุ่นมัวที่แฝงเร้นไว้ด้้วยกระแส ไฟฟอาออกมาทางจมูก ไม่มองหินผลึกอัคคีแม้แต่หางตา แต่จด้จ้องไป ยังบ่อลาวาที่ห่างออกไปไกล
ในบ่อลาวาแห่งนั้นมีหินผลึกอัคคีมากมายที่จมลึกอยู่ก้นบ่อ ส่องแสงระยิบระยับออกมา
สัตว์สายฟอานิลกาฬคล้ายใช้วิธีการเช่นนี้บอกกับพันเทาว่า หินผลึกอัคคีไม่มีค่าใด้ ทุกพื้นที่ในเทือกเขาชื่อเหยียนล้วนมีให้เหมน เกลื่อนกลาด้ ไม่ควรค่าที่มันต้องลำาบากแบกคนไปหนึ่งคน
“เจ้าสัตว์โง่!” พันเทาเด้ือด้เป็นฟืนเป็นไฟ
ทว่าสัตว์สายฟอานิลกาฬไม่สนใจเขาแม้แต่นิด้ เอาแต่พ่น ลมขุ่นมัวที่เกิด้จากหินสายฟอามรกตออกมาเสียงด้ังฟืด้ฟาด้
“เทือกเขาชื่อเหยียนไม่ได้้ปลอด้ภัยขนาด้นั้น ข้อนี้พวกเจ้า ล้วนรู้ด้ี” อันซืออี๋วิเคราะห์ด้้วยท่าทีไม่อนาทรร้อนใจ “ใครกมไม่รู้ว่า สถานการณ์ทางฝ่ายของสำานักจะเป็นอย่างไรบ้าง และกมไม่รู้ด้้วยว่า
สัตว์เพลิงพิภพยังคงคลุ้มคลั่งอยู่หรือไม่ เมื่อลาวาด้้านล่างแทรกซึม ลงไปยังใต้ด้ินจริงๆ หลายคนที่ซ่อนตัวอยู่บนยอด้เขาเหมือนพวกเรา ย่อมเริ่มเคลื่อนไหว”
“คนอื่นยังไม่ต้องพูด้ถึง เอาแค่ใกล้ๆ พวกเรากมีเฟิงหลัว และอวี๋ถงอยู่แล้ว”
“ไม่มีร่องลาวาและธารน้ำาเปลวเพลิงนั้นขวางกั้น ข้าคิด้ว่า เฟิงหลัวและอวี๋ถงต้องบุกเข้ามาสังหารพวกเราอย่างไร้ซึ่งความลังเล แน่นอน”
“นี่เป็นเพียงเรื่องที่พวกเรารู้ เรื่องที่ไม่รู้กมคืออาจจะยังมีผู้ แขมงแกร่งมากกว่านี้”
“เสียเวลาอยู่ในเทือกเขาชื่อเหยียนไม่ใช่เรื่องที่ฉลาด้เลย สักนิด้ มีแต่จะทำาให้พวกเราตกอยู่ในอันตรายมากกว่าเด้ิม”
อันซืออี๋ขมวด้คิ้วน้อยๆ ใช้น้ำาเสียงจริงจังพูด้อธิบายถึง ความร้ายแรงของสถานการณ์ให้ทุกคนฟัง และกมพูด้ขึ้นมาอีกว่า “เมื่อครู่นี้ทุกคนล้วนเกมบหินผลึกอัคคีได้้มากมาย เอาออกมาแค่ไม่กี่ ก้อนเพื่อแลกกับโอกาสที่จะรอด้ชีวิต ตามความเหมนข้าถือเป็นการ ตัด้สินใจที่ชาญฉลาด้และคุ้มค่ามาก”
เนี่ยเทียนฟังนางพูด้จาขู่ขวัญเกินจริง มองพวกพันเทาที่ ด้วงตาของนางจับจ้องมองไป มุมปากของเขากมยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม รู้สึกว่าน่าสนใจอย่างมาก
เขามองออกตั้งแต่แรกแล้วว่าอันซืออี๋คว้าโอกาสอันด้ีงาม เอาไว้ได้้ หมายจะง้างหินผลึกอัคคีจำานวนหนึ่งมาจากมือของพวกพัน เทา
“ท่านมันร้ายกาจ!” พันเทาแค่นเสียง เขาหยิบเอาหินผลึก อัคคีออกมาสามก้อนอย่างว่าง่าย โบกให้อันซืออี๋เหมนแล้วกล่าว “มัน เป็นของท่านแล้ว!”
“แบบนี้สิถึงจะถูก” อันซืออี๋ยิ้มสมใจ แล้วจึงหยิบเอาหิน สายฟอามรกตสามก้อนออกมาส่งให้กับสัตว์สายฟอานิลกาฬอีกครั้ง รอ จนสัตว์สายฟอานิลกาฬกลืนลงไปแล้ว นางกมชี้ไปที่พันเทา
หลังจากที่สัตว์สายฟอานิลกาฬกลืนหินสายฟอามรกตลงไปกม คุกเข่าให้พันเทาขึ้นมาแต่โด้ยด้ี
หลังจากที่พันเทาปีนขึ้นไปกมส่งหินผลึกอัคคีสามก้อนในมือ ให้กับอันอิ่ง อันอิ่งเป็นคนส่งมอบให้กับอันซืออี๋ที่อยู่ด้้านหน้าสุด้อีกที
“พวกเจ้าล่ะ?” อันซืออี๋มองไปทางเจียงหลิงจูและเย่กูโม่ อีกครั้ง
“ผู้หญิงน่ารังเกียจ!” เจียงหลิงจูด้่าหนึ่งคำา และกมทำาได้้ เพียงหยิบเอาหินผลึกอัคคีออกมาโบกให้กับอันซืออี๋
เย่กูโม่เองกมทำาได้้เพียงยิ้มเจื่อน หยิบเอาหินผลึกอัคคีออก มา
“ไม่ ไม่พอ” อันซืออี๋ส่ายหัว พูด้ด้้วยน้ำาเสียงที่เตมไปด้้วย เหตุผล “พันเทาเป็นคนของหอหลิงเป่า ถึงได้้แลกในจำานวนที่เท่า เทียมกัน ส่วนพวกเจ้า…จำาเป็นต้องใช้หินผลึกอัคคีคนละหกก้อนถึง จะแลกเอาหินสายฟอามรกตของข้าไปได้้สามก้อน”
กมไม่รู้ว่าวางแผนไว้ล่วงหน้าหรือเป็นเพราะได้้ยินเสียงด้่า เบาๆ จากเจียงหลิงจู ยังไงซะอันซืออี๋กมีท่าทีที่เด้มด้เด้ี่ยวอย่างมาก
“เจ้าเป็นบ้าไปแล้วหรือไร?” เจียงหลิงจูเด้ือด้ปรีกด้ทันที เอะอะเสียงด้ังด้้วยความโมโห “หอหลิงเป่าของพวกเจ้าตกอยู่ใน สภาพนี้แล้ว ยังจำาเป็นต้องให้สำานักหลิงอวิ๋นและอีกสองสำานักช่วย เหลือ! มาถึงขั้นนี้แล้วเจ้ากมยังคิด้จะรีด้ไถพวกเราอีกงั้นรึ?”
อันซืออี๋เกมบรอยยิ้มกลับคืน พูด้ด้้วยน้ำาเสียงราบเรียบ “กม เพราะว่าครั้งนี้หอหลิงเป่าประสบภัยจนต้องเผชิญกับความเสียหาย อย่างใหญ่หลวง หรืออาจถึงขั้นสาบสูญไปนับตั้งแต่นี้ ข้าถึงได้้ พยายามเกมบวัตถุล้ำาค่าให้ได้้มากๆ เพื่ออนาคตของข้าสองพี่น้อง
หากไม่มีสำานักอยู่แล้วจริงๆ ต่อไปพวกข้าพี่น้องจะใช้ชีวิตอยู่ใน อาณาจักรได้้อย่างไร?”
ประโยคนี้ด้ังออกมา เจียงหลิงจูพลันเงียบงันลงไป นางมอ งอันซืออี๋ด้้วยสายตาลึกล้ำาหนึ่งครั้ง พยักหน้าแล้วกล่าวว่า “ช่าง เถอะ ถือซะว่าข้าได้้เหมนความเก่งกาจของเจ้ากมแล้วกัน หากหอหลิง เป่าจบเห่จริงๆ ข้าจะขอร้องท่านพ่อให้สำานักหลิงอวิ๋นรับตัวเจ้าเอา ไว้ ผู้หญิงอย่างเจ้า ต่อให้ขอบเขตต่ำาต้อยกมถือว่ายังมีประโยชน์อย่าง มากต่อสำานัก”
กล่าวจบนางกมหยิบเอาหินผลึกอัคคีออกมาอีกสามก้อน
เย่กูโม่กมทำาเช่นเด้ียวกัน
หลังจากที่อันซืออี๋หยิบเอาหินสายฟอามรกตหกก้อนส่งให้ สัตว์สายฟอานิลกาฬแล้ว สัตว์สายฟอานิลกาฬกมหมอบลงอีกครั้ง ยอม ให้เจียงหลิงจูและเย่กูโม่ปีนขึ้นไปบนร่าง
จากนั้นกมเหลือเพียงเนี่ยเทียนคนเด้ียวที่ยืนอยู่ด้้านล่าง
หลังจากที่เจียงหลิงจูและเย่กูโม่นั่งเรียบร้อยแล้ว สัตว์ สายฟอานิลกาฬกมลุกขึ้นยืนอีกครั้ง เงยหน้ามองท้องฟอา คล้ายไม่เหมน ว่าเนี่ยเทียนยืนอยู่
เด้ิมทีมันมาเพื่อรับตัวเนี่ยเทียนโด้ยเฉพาะ ทว่าตอนนี้ได้้ ลิ้มรสผลประโยชน์หอมหวาน มันจึงไม่คิด้ละเว้นแม้แต่เนี่ยเทียนเอง กมตาม
มองเหมนท่าทางร้ายกาจเช่นนั้นของมัน เนี่ยเทียนกมรู้ว่าหาก ไม่ลงทุนอะไรสักหน่อย เกรงว่าคงต้องเสียเวลากับเจ้าสัตว์เด้รัจฉาน ตัวนี้ต่อไป
และกมเป็นอย่างที่อันซืออี๋ว่าไว้ เทือกเขาชื่อเหยียนไม่ ปลอด้ภัย อันที่จริงแล้วเขาจะมามัวเสียเวลาอยู่ไม่ได้้…
“พี่หญิงอัน ข้า…” เขาเองกมหยิบเอาหินผลึกอัคคีออกมา จากในกำาไลเกมบของเช่นกัน
“เจ้าไม่ต้อง” อันซืออี้แย้มยิ้มอีกครั้ง โยนหินสายฟอามรกต ให้กับสัตว์สายฟอานิลกาฬอีกสามก้อน ทั้งยังเขยิบตัวไปด้้านหลัง เว้น ที่ว่างหน้าสุด้เอาไว้ กวักมือเรียกเขา “รีบขึ้นมาเถอะ”
“ตกลง” เนี่ยเทียนหัวเราะแหะๆ กระโด้ด้ขึ้นบนตัวของ สัตว์สายฟอานิลกาฬท่ามกลางสายตาประหลาด้ใจจากพันเทาและเย่กู โม่
เขานั่งอยู่หน้าสุด้แนบติด้กับอันซืออี๋ แล้วเตะลงไปบนตัว ของสัตว์สายฟอานิลกาฬแรงๆ หนึ่งครั้ง พูด้อย่างโมโห “ไปได้้แล้ว!”
สัตว์สายฟอานิลกาฬคำารามต่ำาหนึ่งครั้งแล้วสยายปีกบินสูง ขึ้นไปบนท้องฟอานอกเทือกเขาชื่อเหยียนท่ามกลางสายตาของเฟิง หลัวและอวี๋ถงที่มองมาไกลๆ