ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 123 ผลของกฎแห่งกรรม
ในเทือกเขาชื่อเหยียน สัตว์สายฟอานิลกาฬพัด้กระพือปีก ขนาด้ใหญ่ยักษ์นำาพาพวกเนี่ยเทียนให้ค่อยๆ หายลับไปจากเส้นสาย ตาของเฟิงหลัว อวี๋ถง
มาถึงเวลานี้ ผู้ที่มีความสามารถไปจากเทือกเขาชื่อเหยียน ได้้กมไปจากพื้นที่พิบัติภัยแห่งนี้นานแล้ว
ส่วนผู้ที่ยังโชคด้ีรอด้ชีวิตต่างกมกระจัด้กระจายอยู่ตามยอด้ เขาและถ้ำาหินต่างๆ รอให้ลาวาเหล่านั้นหายกลับเข้าไปในพื้นด้ินอีก ครั้ง
“นั่นมัน…สัตว์สายฟอานิลกาฬ!”
บนยอด้เขาหินเลมกเตี้ยแห่งหนึ่ง หันซินแห่งอารามเสวียนอู้ ชี้ไปยังสัตว์ประหลาด้ที่บินมาจากทิศไกลและกำาลังเข้ามาใกล้พวก เขาเรื่อยๆ นางโบกมือด้้วยความด้ีใจ
อยู่ใกล้กันขนาด้นี้ นางจึงมองเหมนพวกเนี่ยเทียนที่นั่งอยู่บน ร่างของสัตว์สายฟอานิลกาฬ
เจิ้งปินเงยหน้าขึ้น มองสัตว์สายฟอานิลกาฬด้้วยความตก ตะลึง พูด้อย่างแปลกใจ “พวกเขารอด้ชีวิตกันทั้งหมด้เลยหรือนี่”
เขากับหันซินโชคด้ีไม่น้อย หลังจากที่บอกลากับพวกอันซื ออี๋ พวกเขากมไม่ได้้พบเจอกับความวุ่นวายใด้ๆ เอาแต่เด้ินทางมุ่ง หน้าไปยังทิศที่ตั้งของอารามเสวียนอู้ พยายามออกไปจากเทือกเขา ชื่อเหยียนให้ได้้
เด้ิมทีพวกเขายังรู้สึกว่าตัวเองโชคด้ี โชคด้ีที่ไม่ได้้อยู่รอเนี่ย เทียนพร้อมพวกอันซืออี๋
ภายหลังเทือกเขาชื่อเหยียนเกิด้การเปลี่ยนแปลงอย่าง รุนแรง ลาวาใต้ด้ินพวยพุ่งขึ้นมา ด้้วยความจนใจ พวกเขาจึงทำาได้้ เพียงเลือกภูเขาหินลูกหนึ่งเพื่อหลบภัยเช่นเด้ียวกับพวกเนี่ยเทียน
เมื่อการเปลี่ยนแปลงเกิด้ขึ้น พื้นด้ินกมเจิ่งนองไปด้้วยลาวา ภูเขามากมายถูกแบ่งแยกออกจากกัน พวกเขารอด้ชีวิตมาได้้อย่าง ปลอด้ภัย
สองวันมานี้พวกเขาครุ่นคิด้หาวิธีออกไปจากเทือกเขาชื่อ เหยียนจนทบล้มประด้าตาย แต่กลับไม่พบวิธีใด้
ขณะที่พวกเขากำาลังจนตรอกอยู่นั้น สัตว์สายฟอานิลกาฬ พลันบินผ่านท้องฟอาจุด้ที่พวกเขาอยู่ หันซินพอมองเหมนพวกเนี่ย เทียนที่นั่งอยู่บนร่างของสัตว์สายฟอานิลกาฬจึงรีบกวักมือเรียกด้้วย ความตะลึงระคนด้ีใจ หมายจะให้พวกเนี่ยเทียนสังเกตเหมนนางและ เจิ้งปิน
“โปรด้พาพวกเราไปด้้วย!” หันซินตะโกนเรียกเสียงด้ัง
ใบหน้าของนางเตมไปด้้วยความปิติยินด้ี กระโด้ด้โลด้เต้น ด้้วยความด้ีใจ คล้ายว่าในที่สุด้กมองเหมนความหวังที่จะรอด้ชีวิต
ทว่าเจิ้งปินกลับเงียบงันไม่พูด้ไม่จา
“เป็นพวกเขา…”
พันเทาก้มหน้าลงมาจึงมองเหมนเจิ้งปินและหันซินที่อยู่บน ยอด้เขา เขาขมวด้คิ้วฉับ กล่าว “พวกเจ้าคิด้ว่าอย่างไร?”
หลายวันก่อน ตอนที่เนี่ยเทียนกำาลังฝึกบำาเพมญตบะพลัน สัมผัสได้้ถึงความผิด้ปกติของเกราะมังกรเพลิงจึงมุ่งหน้าลงลึกไปยัง ใต้ด้ิน เจิ้งปินและหันซินต่างกมแสด้งความไม่ชอบใจที่เนี่ยเทียนทำาตัว เหลวไหลและทิ้งพวกเขาไป
นึกไม่ถึงว่าตอนที่ใกล้จะออกไปพ้นจากเทือกเขาชื่อเหยียน พวกเขากลับเจอคนทั้งสองอีกครั้ง
“เบียด้กันเกินไป” เนี่ยเทียนที่นั่งอยู่ด้้านหน้าสุด้สีหน้า เฉยเมย กล่าว “หากเพิ่มคนขึ้นมาอีกสองคน ทุกคนกมนั่งกันไม่พอ สัตว์สายฟอานิลกาฬเองกมใช่ว่าจะรับได้้ไหว”
“อีกอย่างพวกเจ้าเองกมเหมนแล้วว่าข้าควบคุมสัตว์สายฟอา นิลกาฬไม่ได้้ มันไม่เชื่อฟังข้า”
อันซืออี๋ที่นั่งติด้กับเขาเอามือทั้งสองข้างวางเบาๆ ไว้ที่เอว ของเขา ผินหน้าไปเหลือบมองพวกเจิ้งปินและหันซินหนึ่งครั้ง พูด้ ด้้วยน้ำาเสียงราบเรียบ “ข้าไม่มีหินสายฟอามรกตอีกแล้ว”
“ข้าเองกมรู้สึกว่าเบียด้กันเกินไป” พันเทากล่าว
“สัตว์สายฟอานิลกาฬแบกคนมากเกินไป เกรงว่าคงรับไม่ ไหว หากพลัด้ตกลงมากลางท้องฟอา ทุกคนกมต้องตายด้้วยกันหมด้ อย่างนั้นหรือ?” เย่กูโม่เอ่ยเสียงเยมน
เจียงหลิงจูแค่นเสียงหนึ่งครั้ง ใช้เท้าเตะไปที่เอวของสัตว์ สายฟอานิลกาฬ พูด้เร่งเร้า “รีบบินเรมวๆ เข้า!”
ทุกคนไม่ได้้แสด้งท่าทีชัด้เจน แต่ความคิด้เหมนของทุกคนที่ แสด้งออกมากลับไม่มีใครเสนอให้สัตว์สายฟอานิลกาฬหยุด้บิน
ด้ังนั้นท่ามกลางเสียงตะโกนโหวกเหวกของหันซิน สัตว์ สายฟอานิลกาฬตัวนั้นจึงไม่ได้้หยุด้ชะงักแม้แต่นิด้ คำารามอู้ผ่านยอด้ เขาที่เจิ้งปินและนางอยู่ไปโด้ยตรง
“ไป ไปแล้ว…” หันซินอึ้งตะลึง แล้วอยู่ๆ กมกรีด้ร้องออก มาเสียงแหลมบาด้หู “พวกเขาถึงขั้นกล้าทิ้งพวกเราไป! สี่สำานักเป็น พันธมิตรกันไม่ใช่หรือ? เหตุใด้พวกเขาถึงได้้กล้าทิ้งพวกเราไปอย่าง ไม่ใยด้ีเช่นนี้?”
เจิ้งปินไม่ได้้สนใจนาง เอาแต่ถอนหายใจเบาๆ หนึ่งครั้ง ก้มหน้าไม่พูด้ไม่จา
เวลานี้ในใจเขาเกิด้ความเสียใจและเสียด้าย เสียใจที่ก่อน หน้านี้เขาตัด้สินใจเช่นนั้น
ตอนที่เนี่ยเทียนทำาตัวเหลวไหลจากไปโด้ยไม่มีใครรู้ว่าไป ที่ไหน เพื่อความปลอด้ภัยของตัวเอง…เขาและหันซินต่างกมเลือกที่จะ ทิ้งทุกคนแล้วจากมาเพียงลำาพัง
ตอนนี้สัตว์สายฟอานิลกาฬหาเนี่ยเทียนพบ พาพวกเขาไป จากเทือกเขาชื่อเหยียน พวกเขากมทิ้งตนไปเช่นกัน
เจิ้นปินเข้าใจ เป็นเพราะการกระทำาของเขาก่อนหน้านั้น ถึงได้้มีผลลัพธ์อย่างในตอนนี้
มีเรื่องของเจิ้งปินและหันซินเข้ามาแทรกระหว่างทาง ทุก คนที่นั่งอยู่บนหลังของสัตว์สายฟอานิลกาฬต่างกมเงียบงัน ไม่มีใครพูด้ คุยอะไรกัน
เนี่ยเทียนเองกมเงียบกริบ
ผ่านไปครู่หนึ่ง ตอนที่สัตว์สายฟอานิลกาฬบินผ่านบ่อลาวา ลึกแห่งหนึ่ง เขากมพลันสัมผัสได้้ถึงปราณของเกราะมังกรเพลิงอีกครั้ง
เขาอยู่กลางอากาศสูง เกราะมังกรเพลิงจมลึกอยู่ใต้บ่อ ลาวา เขาไม่สามารถมองเหมนเกราะมังกรเพลิงได้้ด้้วยตาเปล่า ทำาได้้ เพียงรับสัมผัสผ่านกระแสจิตเท่านั้น
“ที่นี่อันตรายเกินไป ข้าจะกลับไปก่อน” เขาพยายามใช้ กระแสจิตมาอธิบายความคิด้ของตัวเอง
เพียงแค่ครู่เด้ียว เขากมได้้รับการตอบรับของเกราะมังกร เพลิงจากในมหาสมุทรจิตสำานึกของเขา
การตอบรับของเกราะมังกรเพลิงไม่ได้้เป็นตัวอักษร เป็น เพียงคลื่นจิตวิญญาณที่มหัศจรรย์กลุ่มหนึ่ง ทว่าท่ามกลางคลื่นกลุ่ม นั้น เนี่ยเทียนกลับเข้าใจความหมายของเกราะมังกรเพลิง
เกราะมังกรเพลิงชิ้นนั้น…บอกให้เขาจากไปก่อน และยัง แสด้งความคิด้เหมนให้รู้ด้้วยว่ามันจะตามหาเขาเอง
“มันจะมาหาข้าเอง…”
เนี่ยเทียนเผยความประทับใจออกมาทางสีหน้า ยิ่งวางใจ มากขึ้น คล้ายรู้ว่าอีกไม่นานเท่าไหร่ รอจนเกราะมังกรเพลิงเกมบ รวบรวมเส้นผลึกเพลิงพิภพทั้งหมด้แล้ว มันจะไปจากเทือกเขาชื่อเห ยียนและกลับไปอยู่ข้างกายเขา
การสื่อสารระหว่างเขาและเกราะมังกรเพลิง พวกพันเทา ไม่รับรู้ด้้วยแม้แต่นิด้ มีเพียงอันซืออี๋ซึ่งนั่งแนบติด้กับเขาเท่านั้นที่
ด้วงตาคู่งามกลอกหนึ่งครั้ง เหลือบมองไปยังบ่อลาวาลึกที่อยู่ด้้าน ล่าง
“วัตถุล้ำาค่าเชื่อมโยงวิญญาณชิ้นนั้น…อยู่ใต้บ่อลาวานั่นน่ะ หรือ?”
นางกระซิบถามที่ข้างหูของเนี่ยเทียนด้้วยน้ำาเสียงที่ได้้ยิน กันเพียงสองคน
น้ำาเสียงอ่อนโยนแผ่วเบา และหน้าอกตั้งตระหง่านที่แนบ ชิด้ติด้หลังเขาของนางทำาให้เนี่ยเทียนตัวชา หัวสมองพลันขาวโพลน
ครู่หนึ่งเนี่ยเทียนถึงได้้ค่อยๆ มีสติกลับคืนมาจากความ สับสน ตอบกลับด้้วยลมหายใจหอบหนัก “ใช่แล้ว”
“เมื่อครู่นี้ข้าสัมผัสได้้ว่าอยู่ๆ กระแสจิตของเจ้ากมเชื่อมโยง เข้ากับจิตวิญญาณอีกอันหนึ่ง” อันซืออี๋เหมนท่าทางอึด้อัด้ขัด้เขินของ เขาจึงหัวเราะเบาๆ แล้วพูด้อีกครั้งว่า “เจ้ากับมัน…สามารถใช้จิต วิญญาณสื่อสารกันได้้?”
“อืม เหมือนว่าจะเป็นอย่างนั้น” เนี่ยเทียนพูด้อุบอิบในลำา คอ
เวลานี้อันซืออี๋ใช้มือทั้งสองข้างกอด้ที่เอวของเขาแน่น เรือนกายอรชรแนบสนิทไปกับแผ่นหลังของเขา ทั้งยังกระซิบ
กระซาบแผ่วเบาข้างหู ทำาให้เลือด้ลมของเขาพลุ่งพล่าน รู้สึกมึนหัว ตาลาย
นี่เป็นครั้งแรกที่เข้าได้้เผชิญกับสถานการณ์ที่อ่อนโยน ละมุนละไมเช่นนี้
อันซืออี๋หาเรื่องมาพูด้คุยกับเขาไม่หยุด้หย่อน แล้วกมไม่รู้ว่า นางจงใจหรือเป็นเพราะพื้นที่ด้้านหลังของสัตว์สายฟอานิลกาฬแคบ เกินไป หน้าอกที่ตั้งตระหง่านของนางถึงได้้แนบติด้กับแผ่นหลังของ เนี่ยเทียนอยู่ตลอด้เวลา
เนี่ยเทียนที่เจอกับเหตุการณ์แบบนี้เป็นครั้งแรกจึงรับมือไม่ ไหวเลมกน้อย เวลาที่ตอบคำาถามนางกมเริ่มพูด้จาลิ้นพันกัน
ในหัวสมองของเนี่ยเทียนมีเพียงรูปร่างหน้าอกอวบอิ่มขอ งอันซืออี๋ที่บด้บี้และเปลี่ยนแปลงลอยขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งยังมี ความรู้สึกจากการสัมผัสที่งด้งามซึ่งทำาให้จิตใจกระเจิด้กระเจิง
มาถึงตอนท้ายเขากมไม่รู้แล้วว่าอันซืออี๋ถามอะไร และกมไม่รู้ ด้้วยว่าเขาตอบอะไรกลับไป
เนิ่นนานหลังจากนั้น
เขาถึงได้้รู้สึกว่าอันซืออี๋ค่อยๆ คลายมือราวหยกเนื้อด้ีของ นางออกจากเอวของเขาที่จับเอาไว้แน่น อีกทั้งยังรักษาระยะห่าง ไม่ นั่งแนบชิด้กับเขาอีก
เวลานี้ เขาถึงได้้ค่อยๆ ฟื้นคืนสติกลับมาจากความรู้สึก สับสนอันมหัศจรรย์
“เจ้าเด้มกบ้า เอามือของเจ้าออกไปจากขาข้าเด้ี๋ยวนี้นะ…” อันซืออี๋ตวาด้เบาๆ
เนี่ยเทียนตะลึงงัน มีปฏิกิริยาตอบสนองกลับมาทันที ไม่รู้ ว่าเหตุใด้มือขวาของเขาถึงได้้ยื่นไปวางไว้บนขาขาวนวลของอันซืออี๋ ที่อยู่ข้างหลังได้้
มีผ้าบางๆ กั้นหนึ่งชั้น เขากมยังรู้สึกได้้ถึงความตึงแน่นอวบ อิ่มของขาเรียวสวยข้างนั้น
“รีบเอามือออกไป” อันซืออี๋เตือนเขาขึ้นมาเบาๆ อีกหนึ่ง ครั้ง
เนี่ยเทียนหันกลับไปมองโด้ยไม่รู้ตัว พลันพบว่าชายแขน เสื้อข้างขวาที่หลวมกว้างของนางสะบัด้เบาๆ คล้ายตั้งใจและทั้งไม่ ตั้งใจ ปกปิด้ตำาแหน่งขาของนางพอด้ี ปองกันไม่ให้อันอิ่งที่นั่งอยู่ด้้าน หลังนางมองเหมน
เนี่ยเทียนรู้สึกได้้ว่านางตื่นเต้นอย่างมาก คล้ายกลัวว่าอัน อิ่งจะเหมนแล้วเข้าใจผิด้จนดู้ถูกนางที่เป็นพี่สาว
“อ้อ…”
เนี่ยเทียนที่คืนสติรู้ว่านางกระวนกระวายใจจึงตอบรับ เบาๆ หนึ่งคำา แล้วค่อยๆ ด้ึงมือกลับมา
จากนั้นกมไม่รู้ว่าเนี่ยเทียนคิด้อะไร เขาถึงได้้เอามือข้างนั้น มาวางไว้บนจมูกแล้วสูด้ด้ม
“เจ้าเด้มกทุเรศ!” ใบหน้าของอันซืออี๋พลันแด้งก่ำา นางกัด้ ริมฝีปากล่าง ในใจขัด้เขินอับอายเป็นอย่างยิ่ง ด้่าเนี่ยเทียนไปเบาๆ หนึ่งประโยค
“หอมจัง” เนี่ยเทียนหัวเราะแหย
“อู้!”
และเวลานี้เอง ในที่สุด้สัตว์สายฟอานิลกาฬกมบินพ้นไปจาก ขอบเขตของเทือกเขาชื่อเหยียน บินทะยานมุ่งหน้าไปยังสำานักหลิงอ วิ๋น
เที่ยงตรง วันที่สอง
ตอนที่สัตว์สายฟอานิลกาฬพาทุกคนบินมาถึงเมืองเฮยอวิ๋ นกมไม่ได้้เด้ินทางต่ออีก
มันชะลอความเรมวลง แล้วค่อยๆ ลด้ตัวลงช้าๆ หน้าประตู เมืองเฮยอวิ๋น
“ทำาไมถึงไม่ไปที่เขาหลิงอวิ๋น?” เจียงหลิงจูกล่าวด้้วย ความไม่เข้าใจ
เมืองเฮยอวิ๋นอยู่ใกล้กับเขาหลิงอวิ๋นมาก ด้้วยความเรมว ของสัตว์สายฟอานิลกาฬ บินอีกแค่ครึ่งเค่อกมสามารถไปถึงเขาหลิงอ วิ๋นได้้แล้ว
ทว่าสัตว์สายฟอานิลกาฬกลับหยุด้ลงที่นี่
“ข้าคิด้ว่า…” อันซืออี๋เป็นคนแรกที่กระโด้ด้ลงมาจากร่าง ของสัตว์สายฟอานิลกาฬ ทอด้สายตามองไปยังเขาหลิงอวิ๋นที่พอมอง เหมนได้้อย่างเลือนราง พลันกล่าวขึ้นมาว่า “บางทีสำานักหลิงอวิ๋นเอง กมอาจจะไม่ปลอด้ภัย”
“ว่าไงนะ?” เจียงหลิงจูหน้าเปลี่ยนสีน้อยๆ
“วังยมบาล สำานักโลหิตและสำานักภูตผีต่างกมเป็นพันธมิตร กัน ทว่าที่บุกเข้าไปโจมตีหอหลิงเป่าของเรามีเพียงสำานักโลหิตและ สำานักภูตผีเท่านั้น” อันซืออี๋ใคร่ครวญอยู่ครู่หนึ่งจึงคาด้เด้าขึ้นมา “สำานักหลิงอวิ๋นอยู่ใกล้กับพวกเรามาก ผู้แขมงแกร่งเหล่านั้นของวัง ยมบาลน่าจะอยู่ในบริเวณใกล้เคียงสำานักหลิงอวิ๋น ขัด้ขวางไม่ให้สำา นักหลิงอวิ๋นของพวกเจ้าไปช่วยเหลือพวกเราได้้”
พอนางพูด้เช่นนี้ ทุกคนกมตระหนักได้้ถึงสถานการณ์ที่เลว ร้ายทันที เหมนว่าสัตว์สายฟอานิลกาฬไม่ได้้ขยับกายต่อ ทุกคนจึงทยอย กันกระโด้ด้ลงมา
“เนี่ยเทียน!” อู๋เทาแห่งตระกูลเนี่ยโบกมือมาจากด้้านบน กำาแพงประตูเมือง กล่าว “สำานักหลิงอวิ๋นอันตราย เจ้าสำานักออกคำา สั่งว่าให้พวกเราทุกคนรออยู่ในเมืองเฮยอวิ๋น ห้ามใครเด้ินทางกลับสำา นักหลิงอวิ๋นเด้มด้ขาด้”
ได้้ยินประโยคนี้ ทุกคนกมรู้ทันทีว่าการคาด้เด้าของอันซืออี๋ น่าจะถูกต้องแล้ว
วังยมบาลซึ่งแขมงแกร่งที่สุด้ในบรรด้าสามสำานักน่าจะมา รวมตัวกันอยู่ที่เขาหลิงอวิ๋น หรืออาจถึงขั้นโอบล้อมบริเวณโด้ยรอบ สำานักหลิงอวิ๋นเอาไว้อย่างแน่นหนา ไม่อนุญาตให้ใครเข้าออก