ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 127 เส้นทางการบำาเพมญตบะที่ยาวไกล
เมืองเฮยอวิ๋น
หลังจากที่เนี่ยเทียนกระจายข่าวเรื่องประตูสวรรค์จะเปิด้ ขึ้นให้พวกตระกูลอัน พันเทา เจียงหลิงจูทราบแล้วกมตั้งใจบำาเพมญ ตบะอยู่ในตระกูลเนี่ย
เขาเองกมเตรียมตัวเพื่อเหยียบย่างเข้าไปในประตูสวรรค์ เช่นกัน
เมื่อเขารู้จากหัวมู่ว่าวันหนึ่งประตูสวรรค์จะเปิด้ขึ้นใกล้กับ วังยมบาลของอาณาจักรหลีเทียน ผู้ฝึกลมปราณที่เข้าประตูสวรรค์ ไปได้้มีเพียงผู้แขมงแกร่งขอบเขตท้ายสวรรค์ กลางสวรรค์และต้น สวรรค์เท่านั้น เขากมจด้จำาไว้ขึ้นใจ
ไม่เพียงแต่ผู้แขมงแกร่งขอบเขตสามสวรรค์ของอาณาจักร หลีเทียนเท่านั้น แม้แต่คนของอาณาจักรอื่นกมยังต้องเข้าไปในฟอาด้ิน ลึกลับผ่านทางประตูสวรรค์สามบานนั้น
และตอนนี้เขากมีขอบเขตอยู่เพียงขั้นท้ายสวรรค์ช่วงต้น เท่านั้น นี่คือขอบเขตที่อ่อนแอที่สุด้ในบรรด้าสามสวรรค์ จะเข้าไปใน ด้ินแด้นลึกลับด้้วยความสามารถแค่นี้ เขาอาจจะกลายมาเป็นลูกแกะ ที่รอวันถูกเชือด้
เขาจำาเป็นต้องเพิ่มพูนพละกำาลังให้ได้้มากที่สุด้
ในห้องหิน เขานั่งขัด้สมาธิอยู่บนพื้น ใช้คาถาหลอม ลมปราณประสานกับหินวิเศษในมือมาดู้ด้ซับเอาปราณวิญญาณฟอา ด้ิน ทำาความเข้าใจกับการเปลี่ยนแปลงของมหาสมุทรวิญญาณ
ท่ามกลางมหาสมุทรวิญญาณที่เตมไปด้้วยไอหมอกขาว โพลน น้ำาวนพลังวิญญาณเคลื่อนหมุนอย่างเชื่องช้า ปราณวิญญาณ สีขาวในบริเวณใกล้เคียงที่โด้นชักจูงมาถูกนำากลั่นหลอมเมื่อน้ำาวน พลังวิญญาณหมุนโคจร
เขาใช้จิตไปสังเกต พบว่าปราณวิญญาณที่ถูกด้ึงเข้าหา น้ำาวนพลังวิญญาณ หลังจากผ่านการกลั่นหลอมจากน้ำาวนนั้นแล้วกม จะอยู่ในสภาพที่บริสุทธิ์เข้มข้น แล้วเผยตัวขึ้นในมหาสมุทรวิญญาณ อีกครั้ง
เพียงแต่ว่าปราณวิญญาณที่ถูกกลั่นหลอมมาแล้วจะล้อม เป็นวงอยู่ขอบนอกสุด้ของมหาสมุทรวิญญาณ
ในการรับสัมผัสของเขา ริมขอบนอกสุด้ของมหาสมุทร วิญญาณ เหมนได้้ชัด้ว่าปราณวิญญาณขาวพิสุทธิ์เหล่านั้นเกาะตัว เข้าหากันจนขุ่นข้นมากขึ้น พลังงานที่ซ่อนแฝงอยู่ภายในกมแขมงแกร่ง ขึ้นมาไม่น้อย
ปราณวิญญาณที่ไม่ได้้ผ่านการกลั่นหลอม แม้จะอยู่ใน มหาสมุทรวิญญาณเหมือนกัน ทว่ากลับเบาบางกว่าเยอะมาก พลัง วิญญาณที่ซ่อนอยู่ด้้านในกมีน้อยกว่าหลายส่วน
เมื่อสังเกตความเคลื่อนไหวของมหาสมุทรวิญญาณ และ การกลั่นหลอมที่น้ำาวนพลังวิญญาณทำาต่อปราณวิญญาณอย่าง ละเอียด้ เขาจึงค่อยๆ เข้าใจการฝึกบำาเพมญตบะในขอบเขตท้าย สวรรค์มากขึ้น
การฝึกบำาเพมญตบะในขอบเขตท้ายสวรรค์ เนื่องจาก ความเรมวในการรวมตัวกันของน้ำาวนพลังวิญญาณมีมากกว่า ความเรมวในการรวบรวมปราณวิญญาณฟอาด้ินของหลอมลมปราณ อยู่หลายเท่า
ปราณวิญญาณฟอาด้ินที่มารวมตัวกันเหล่านั้นจึงแทรกซึม เข้าไปในน้ำาวนพลังวิญญาณก่อน เมื่อผ่านการกลั่นกรองจากน้ำาวน นั้นจึงเปลี่ยนมาเป็นละเอียด้และบริสุทธิ์มากขึ้น
พลังวิญญาณบริสุทธิ์ที่ผ่านการกลั่นหลอมแล้วจะอยู่ใน สภาพของหมอกที่หนาแน่นซึ่งล้อมวนอยู่ริมขอบของมหาสมุทร วิญญาณ
ขอบเขตท้ายสวรรค์จะไม่ขุด้ขยายมหาสมุทรวิญญาณต่อ แต่เป็นการนำาปราณวิญญาณเด้ิมที่กักเกมบอยู่ในมหาสมุทรวิญญาณ มากลั่นหลอมให้บริสุทธิ์ซ้ำาไปซ้ำามา
พลังวิญญาณที่ผ่านการหลอมให้บริสุทธิ์แล้วจะปรากฏอยู่ วงขอบนอกสุด้ของมหาสมุทรวิญญาณก่อน แล้วค่อยๆ บีบอัด้เข้า ด้้านใน
ระหว่างขั้นตอนการกลั่นหลอม น้ำาวนพลังวิญญาณจะยัง คงดู้ด้ซับเอาปราณวิญญาณจากโลกภายนอกมาอย่างต่อเนื่องเพื่อ ผสานรวมเข้ากับปราณวิญญาณเบาบางที่มีอยู่เด้ิมในมหาสมุทร วิญญาณ แล้วค่อยๆ เกาะตัวเข้าหาและกลั่นกรองไปทีละส่วน
เขาใช้จิตสังเกตการณ์อยู่พักหนึ่ง พบว่าวงขอบรอบนอก ของมหาสมุทรวิญญาณมีปราณวิญญาณเข้มข้นที่ผ่านการกลั่น หลอมปรากฏให้เหมนเด้่นชัด้อยู่หลายวงแล้ว
ปราณวิญญาณที่ผ่านการกลั่นหลอมแล้วเหล่านั้นจะถูก ปราณวิญญาณที่เพิ่งผ่านการหลอมใหม่อีกครั้งผลักด้ันให้ค่อยๆ ไหล ทะลักเข้าไปหาน้ำาวนพลังวิญญาณ
น้ำาวนพลังวิญญาณที่เคลื่อนโคจรอย่างต่อเนื่องกมเหมือน บ่อน้ำาแห่งหนึ่งที่อยู่ในมหาสมุทรวิญญาณ มันดู้ด้ซับเอาปราณ วิญญาณบางเบาที่อยู่บริเวณใกล้เคียงมาไม่ขาด้สาย ผสานรวมกับ
ปราณวิญญาณที่ถูกชักจูงเข้ามาอีกรอบแล้วกลั่นหลอมไปพร้อมกัน ครั้งแล้วครั้งเล่าในขณะที่น้ำาวนเคลื่อนหมุน
หลังจากกลั่นหลอมแล้วกมจะกลายมาเป็นพลังวิญญาณที่ บริสุทธิ์อย่างถึงที่สุด้ซึ่งจะตกตะกอนอยู่ใน “ก้นบ่อ” แล้วมาปรากฏ อยู่ริมขอบนอกสุด้ของมหาสมุทรวิญญาณอีกครั้งอย่างมหัศจรรย์
ปราณวิญญาณริมขอบนอกสุด้ที่ผ่านการกลั่นกรองชุบ หลอมเรียบร้อยจนกลายมาเป็นปราณวิญญาณบริสุทธิ์แล้ว จะผลัก ด้ันปราณวิญญาณที่เบาบางให้เขาไปอยู่ใน “บ่อ” นั้น และทำาการ กลั่นหลอมอีกครั้ง
นี่คือขั้นตอนของวงจรหนึ่งที่หมุนเวียนซ้ำาแล้วซ้ำาเล่า
เพียงแต่ว่า เนี่ยเทียนที่เพิ่งเหยียบย่างเข้าสู่ท้ายสวรรค์ได้้ ไม่นานยังทำาไม่สำาเรมจแม้แต่วงจรเด้ียว
เมื่อผ่านการบำาเพมญตบะช่วงที่ผ่านมา ริมขอบนอก มหาสมุทรวิญญาณของเขาจึงเพิ่งจะปรากฏปราณวิญญาณที่บริสุทธิ์ เพียงวงเด้ียว
เขายังต้องเด้ินอยู่บนเส้นทางในการนำาไปสู่วงจรการกลั่น หลอมที่สมบูรณ์แบบครั้งแรกของมหาสมุทรวิญญาณอีกยาวไกลนัก
เขาคำานวณดู้แล้ว จากความเรมวในการใช้หินวิเศษบำาเพมญ ตบะของเขาตอนนี้ อาจยังจำาเป็นต้องใช้เวลาถึงครึ่งปีถึงจะสามารถ กลั่นหลอมมหาสมุทรวิญญาณรอบแรกได้้อย่างสมบูรณ์แบบ
นี่ยังเป็นความเรมวที่ต้องยืมใช้หินวิเศษถึงจะบรรลุได้้
หากไม่มีหินวิเศษให้นำามาใช้ได้้อย่างต่อเนื่อง ลำาพังเพียง แค่ใช้ปราณวิญญาณฟอาด้ินมาฝึกอย่างเด้ียว เขาอาจจำาเป็นต้องใช้ เวลานานถึงสามปีห้าปีถึงจะสามารถกลั่นหลอมปราณวิญญาณ เบาบางเหล่านั้นที่อยู่ในมหาสมุทรวิญญาณได้้เสรมจสิ้นหนึ่งรอบ
ท้ายสวรรค์ช่วงต้นถึงท้ายสวรรค์ช่วงกลาง อาจจะ ต้อง…กลั่นหลอมมหาสมุทรวิญญาณอย่างเสรมจสมบูรณ์ตามวงจร เกินหนึ่งครั้ง
“ช่างกินแรงยิ่งนัก”
ลืมตาขึ้นมองท้องฟอาราตรีที่มืด้สนิทนอกหน้าต่าง เขาแอบ ถอนหายใจอยู่กับตัวเอง
เขาได้้ยินคนอื่นพูด้มานานแล้วว่า ขอบเขตหลอมรวม ลมปราณเป็นเพียงแค่พื้นฐานเท่านั้น มีเพียงเหยียบย่างเข้าสู่ ขอบเขตท้ายสวรรค์เท่านั้นถึงจะเรียกได้้ว่าเป็นผู้ฝึกลมปราณคนหนึ่ง อย่างแท้จริง
เริ่มจากท้ายสวรรค์ ต่อจากนี้ทุกครั้งที่ฝ่าทะลุขอบเขต การ เลื่อนขั้นจะยากลำาบากมากยิ่งกว่าช่วงหลอมลมปราณ
ก่อนหน้านี้เขาไม่ได้้รู้สึกอะไรลึกซึ้งนัก ทว่าตอนนี้ในที่สุด้กม เหยียบย่างเข้าสู่ขอบเขตท้ายสวรรค์แล้ว จึงตระหนักได้้ถึงความ มหัศจรรย์ของมหาสมุทรวิญญาณได้้อย่างแท้จริง ขั้นตอนการกลั่น หลอมที่ลี้ลับทำาให้เขาเข้าใจว่า…เส้นทางการฝึกบำาเพมญตบะนั้นยาก ลำาบากทุกก้าวย่างอย่างแท้จริง
“ต่อให้มีหินวิเศษที่ได้้มาจากท่านอาจารย์ หมั่นกลั่นหลอม ทั้งวันทั้งคืนโด้ยไม่หยุด้พัก คิด้จะหลอมปราณวิญญาณในมหาสมุทร วิญญาณให้ได้้ครบรอบสมบูรณ์กมยังใช้เวลานานถึงครึ่งปี”
“วงจรนั้นอาจไม่ได้้ทำาเพียงครั้งเด้ียวเสรมจ อาจยังต้องกลั่น หลอมต่อไปอีก”
“พอทำาได้้หลายครั้ง เวลากมผ่านไปแล้วหลายปี แบบนี้…ดู้ เหมือนว่าคงบรรลุถึงแค่ประตูในการฝ่าทะลุขั้นเท่านั้น”
“คิด้จะข้ามขั้นให้ได้้จริงๆ ยังจำาเป็นต้องมีสภาพจิตใจที่ พร้อมและมีความเข้าใจในพลังกายของตัวเองด้้วย”
“เส้นทางการฝึกบำาเพมญตบะที่ยาวไกล แท้จริงแล้ววันนี้ เป็นเพียงแค่การเริ่มก้าวออกเด้ินเท่านั้น”
เนี่ยเทียนปลงอนิจจังอย่างถึงที่สุด้
ผู้ฝึกลมปราณคนหนึ่งไม่เพียงจำาเป็นต้องฝึกบำาเพมญตบะ ยังจำาเป็นต้องฝึกฝนใช้เคลมด้ลับวิเศษให้ชำานาญ ตระหนักถึงความ มหัศจรรย์ของคาถาวิเศษ อีกทั้งยังต้องรู้จักเลือกอาวุธวิเศษ คอย ทด้ลองสื่อสารกับอาวุธวิเศษอยู่เสมอ
และยังมีผู้ฝึกลมปราณบางส่วนที่เนื่องจากมีพรสวรรค์และ ความสนใจ จึงอาจจะมุ่งศึกษาวิธีการหลอมอาวุธ ศึกษาอักขระ อักษรและค่ายกล
วิธีการมากมายที่สามารถเพิ่มพูนพละกำาลังของผู้ฝึก ลมปราณให้สูงขึ้นได้้ล้วนจำาเป็นต้องใช้เวลานาวนาน จำาเป็นต้อง ทำาความเข้าใจ
ส่วนอายุขัยของผู้ฝึกลมปราณกมใช่ว่าจะไร้ที่สิ้นสุด้ มีเพียง ขอบเขตที่ค่อยๆ สูงขึ้นเท่านั้น อายุขัยถึงจะเพิ่มขึ้นตามไปด้้วย
ผู้ฝึกลมปราณหลายคนยังไม่ทันได้้ฝ่าทะลุขอบเขตต่อไป ไม่ได้้รับอายุขัยที่เพิ่มเติมขึ้นมาชีวิตกมด้ับสิ้น เด้ินทางมาสู่ปลายทาง ของชีวิตเสียก่อน
เขาแอบสัมผัสได้้ว่า ดู้เหมือนว่าอูจี้อาจารย์ของเขา ตอน นี้…จะกำาลังเผชิญกับปัญหายุ่งยากนี้
“มีเพียงใช้ความเรมวที่มากที่สุด้ฝึกบำาเพมญตบะ เลื่อนขั้น ครั้งแล้วครั้งเล่า ถึงจะสามารถเพิ่มอายุขัย ถึงจะยืนหยัด้ในการฝึก
บำาเพมญเพียรต่อไปได้้” มองท้องฟอาที่มืด้มิด้ไร้ด้วงจันทร์ เขากมตัด้สิน ใจอย่างเด้มด้เด้ี่ยว
—ต่อให้ขอบเขตจะต่ำาต้อย เขากมต้องพยายามเข้าไปใน ประตูสวรรค์เพื่อหาประสบการณ์จากการประลองนองเลือด้นั่นให้ได้้
แสงไฟจุด้หนึ่งพลันปรากฏพรวด้ขึ้นกลางท้องฟอามืด้มิด้ แสงไฟนั้น…คล้ายมาจากจุด้ลึกของความว่างเปล่า แรกเริ่มยังมืด้ สลัว ทว่ากลับค่อยๆ เด้่นชัด้ขึ้น
“คืนนี้ไม่มีพระจันทร์ แล้วกมไม่มีด้วงด้าว แล้วมีแสงไฟ ปรากฏขึ้นได้้อย่างไร?” เขามองท้องฟอามืด้สนิทด้้วยความแปลกใจ
ผ่านไปครู่หนึ่ง แสงไฟที่มากกว่าเด้ิมกมทยอยกันปรากฏขึ้น กลางฟอาราตรี
ไม่รู้ว่าเหตุใด้ เขาพลันรู้สึกถึงความกด้ด้ันทางอารมณ์ เพียงแค่มองแสงไฟมากมายเหล่านั้นกมรู้สึกได้้ว่ามีเรื่องใหญ่เกิด้ขึ้น
ผ่านไปครู่หนึ่ง แสงไฟที่ยิ่งเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เหล่านั้น เปลี่ยนมาเป็นส่องแสงสว่างสุกใส เหวี่ยงตัวจนเกิด้เป็นลำาแสงห้าสี บาด้ตาเป็นพิเศษท่ามกลางค่ำาคืนที่มืด้มิด้นี้
“ด้าวตก!”
ในหอเรือนแห่งหนึ่งที่อยู่ใกล้กันมีเสียงร้องอุทานด้้วยความ ตกใจของเจียงหลิงจูด้ังลอยมา
เนี่ยเทียนที่เด้ินมาตรงหน้าต่างมองเหมนว่าเจียงหลิงจูและ เย่กูโม่ยืนอยู่ริมหน้าต่าง คล้ายว่าสังเกตเหมนความผิด้ปกติที่เกิด้ขึ้น บนท้องฟอาเช่นกัน
ผ่านไปประเด้ี๋ยวเด้ียว ด้าวตกเป็นกลุ่มก้อนเหล่านั้นกมยิ่ง เปลี่ยนมาเป็นเด้่นชัด้ถึงขีด้สุด้
ด้าวตกนับร้อยนับพันด้วงเปล่งประกายสีที่ต่างกันออกไป ยิ่งส่องแสงจัด้จ้าแสบตา ด้ึงดู้ด้ความสนใจจากทุกคน!
“ฝนด้าวตก! นั่นมันฝนด้าวตก!”
ตระกูลเนี่ย เด้มกๆ รุ่นเลมกมากมายพากันไชโยโห่ร้องเสียง ด้ังด้้วยความตื่นเต้น
“ท่าไม่ด้ีแหะ…”
มองเหมนด้าวตกกลางท้องฟอาหลายด้วงที่ยิ่งเด้่นชัด้ และยิ่ง ส่องแสงจ้าบาด้ตามากขึ้นเรื่อยๆ เนี่ยเทียนพลันมีสีหน้าเคร่งขรึม แอบรู้สึกได้้ถึงความไม่ชอบมาพากล
ด้าวตกเหล่านั้นคล้ายไม่ใช่แค่กะพริบวาบขึ้นกลางท้องฟอา แล้วหายไป แต่ทิศทางที่มันบินด้ิ่งเข้าหาดู้เหมือนว่าจะเป็นอาณาจักร หลีเทียนที่ทุกคนอยู่!
“ก่อนหน้าที่ประตูสวรรค์จะเปิด้ออก ท้องฟอาจะมีลางบอก เหตุ!”
เขาพลันนึกถึงคำาพูด้ที่หัวมู่บอกเอาไว้ก่อนจากไป นั่นยิ่ง ทำาให้เขาตึงเครียด้ไม่เป็นสุขเข้าไปใหญ่ รู้สึกว่าด้าวตกที่อยู่ๆ กมบิน ผ่านท้องฟอาราตรีเหล่านี้สาเหตุกมเพราะการเกิด้ประตูสวรรค์!
“คงไม่ใช่ความผิด้ปกติที่เกิด้จากประตูสวรรค์จริงๆ หรอก นะ?”
เวลาแค่ครึ่งชั่วยาม ด้าวตกห้าสีที่มีเกือบพันด้วงดู้น่าหวาด้ กลัวเหล่านั้นกมคล้ายจะโบกสะบัด้แสงไฟจัด้จ้าเข้ามาใกล้มากขึ้น เรื่อยๆ
ด้าวตกห้าสีที่เด้ิมทีรวมเป็นกลุ่มก้อนเด้ียวกันคล้ายได้้รับ อิทธิพลจากสนามแม่เหลมกแปลกประหลาด้บางอย่าง อยู่ๆ จึงจะ กระจายกันออกไปสี่ทิศ เริ่มร่วงตกลงบนพื้นด้ินจุด้ต่างๆ ทั่ว อาณาจักรหลีเทียน
หนึ่งในนั้นมีด้าวตกเปลวเพลิงสิบกว่าก้อนที่ตรงด้ิ่งเข้าหาที่ ตั้งของสำานักหลิงอวิ๋นและเมืองเฮยอวิ๋น
“เกิด้เรื่องอะไรขึ้น?”
“สวรรค์ มีอุกกาบาตจากนอกอาณาจักร!”
“คุณพระช่วย! เป็นอย่างนี้ไปได้้อย่างไร?”
ผู้อาวุโสตระกูลเนี่ยพากันแตกตื่น บนถนนนอกเมืองเฮยอวิ๋ นกมีคนมารวมตัวกันแน่นขนัด้ ทุกคนต่างเงยหน้ามองท้องฟอาด้้วย สีหน้าตะลึงลาน
บัด้นี้ไม่เพียงแต่เมืองเฮยอวิ๋นเท่านั้น เมืองคูน้ำาที่อยู่รอบๆ สำานักหลิงอวิ๋น และยังมีผู้แขมงแกร่งวังยมบาลที่โอบล้อมภูเขาหลิงอ วิ๋นเอาไว้กมยังเงยหน้ามองนภากาศด้้วยอาการอกสั่นขวัญหาย
ด้ินแด้นด้าวตกอันเป็นที่ตั้งของอาณาจักรหลีเทียน มักจะมี ด้าวตกแล่นฉิวผ่านขอบฟอาเกิด้ขึ้นเป็นประจำา นั่นจึงเป็นที่มาของชื่อ ด้ินแด้นด้าวตกแห่งนี้
ทว่าด้าวตกเหล่านั้นมักจะแค่เปล่งแสงวาบแล้วหายวับไป อย่างรวด้เรมว ซึ่งน้อยครั้งที่จะมีหินอุกกาบาตร่วงตกลงมาจริงๆ
แต่คืนนี้ ฝนด้าวตกที่อยู่ๆ กมเกิด้ขึ้นนั้นคล้ายตั้งใจพุ่งด้ิ่งเข้า มาหาอาณาจักรหลีเทียนโด้ยเฉพาะ!
“ครืนๆๆ!”
แผ่นด้ินสั่นสะเทือน ในผืนป่ารกร้างเยมนเฉียบรอบเมืองเฮ ยอวิ๋นมีด้าวตกร่วงลงมา พลังโจมตีที่น่าหวาด้กลัวนั้นเขย่าคลอนให้ เมืองเฮยอวิ๋นสั่นโยก
“เขาหลิงอวิ๋น!” เจียงหลิงจูกรีด้ร้องเสียงแหลม
เนี่ยเทียนหันไปมองด้้วยสีหน้าเคร่งเครียด้ พบว่ามีด้าวตก หลายด้วงปลด้ปล่อยลำาแสงเปลวเพลิงที่มีสีต่างกันออกมาคล้าย น้ำาตกที่ไหลพุ่งกระแทกไปทั่วบริเวณโด้ยรอบเขาหลิงอวิ๋นอย่าง รุนแรง
“ครืนๆ! ตูมๆๆ!”
เมืองเฮยอวิ๋นที่อยู่ใกล้เคียงมีเสียงอึกทึกด้ังขึ้นไม่หยุด้ พื้น ด้ินสั่นไหว คนธรรมด้าหลายคนที่กำาลังหลับฝนถูกเขย่าสะเทือนจน กระอักเลือด้ตายไปทันที
แม้แต่เนี่ยเทียนเองกมยังเลือด้ลมตีพุ่ง มึนหัวตาลาย
เขารีบใช้พลังวิญญาณมาปกปองเรือนกายของตัวเอง แอบกัด้ฟันกรอด้ จ้องเขมมงไปที่ท้องฟอาราตรี
“ฟิ้ว!”
ลำาแสงเปลวเพลิงสีแด้งอมส้มลำาหนึ่งพลันขยายใหญ่ เมื่อ เข้ามาใกล้จึงเหมนเป็นหินยักษ์สีเทาที่ลุกไหม้ไปด้้วยเปลวเพลิงตรงด้ิ่ง เข้ามาหาเมืองเฮยอวิ๋น
“ตูม!”
ลำาแสงเปลวเพลิงนั้นตกลงบนที่ตั้งของตระกูลอวิ๋น เมืองเฮ ยอวิ๋นเกิด้คลื่นสั่นสะเทือนน่าหวาด้กลัว ในเมืองมีคนธรรมด้า มากมายส่งเสียงร้องโหยหวนสิ้นหวัง
“ครืนๆๆ!”
หอเรือนหินมากมายหลายหลังของตระกูลเนี่ยพังครืนลงไป เกินครึ่งอย่างฉับพลัน หอเรือนที่เนี่ยเทียนอยู่กมไม่ใช่ข้อยกเว้น
เขาตื่นตระหนกกระวนกระวาย รีบกระโด้ด้พรวด้ออกมา ก่อนที่หอเรือนหินแห่งนี้จะกลายเป็นซากปรักหักพัง
ยืนอยู่บนกระด้านหินที่ปริร้าวแผ่นหนึ่ง เขามองเหมนพวก เจียงหลิงจู เย่กูโม่และพันเทาต่างกมห้อทะยานเข้ามาหาด้้วยความ หวาด้ผวา
เขาได้้ยินเสียงร้องหวนไห้รวด้ร้าวด้ังลอยมาจากทุก ตำาแหน่งในตระกูลเนี่ย
นอกตระกูลเนี่ย ทั่วทุกมุมในเมืองเฮยอวิ๋นต่างกมเตมไปด้้วย เสียงร้องไห้ด้ังระงม