ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 130 การสบประมาทที่มาจากวังยมบาล
พอพวกจ้าวไห่เฟิงเหยียบย่างเข้าไปในเมืองเฮยอวิ๋นกมอง เหมนผู้คนที่อยู่เตมถนนทันที
ถนนหนทางที่เด้ิมทียังพอถือว่ากว้างขวาง เนื่องจากการ พังถล่มของหอเรือนหินจึงมีเศษหินมากมายกลิ้งเกลื่อนกลาด้ถนน
บวกกับกลุ่มคนที่ร้องไห้คร่ำาครวญ เป็นเหตุให้ถนนที่กว้างขวางกลาย มาเป็นคับแคบ
ขอบเขตของพวกจ้าวไห่เฟิงสามคนยังอยู่ไกลจากระด้ับที่ จะบินกลางอากาศได้้ไกลโข กลุ่มคนที่เบียด้เสียด้ยัด้เยียด้จึงทำาให้ การเคลื่อนหน้าของพวกเขายากลำาบากอย่างเหมนได้้ชัด้
“สวบ! สวบๆ!”
หอกกระดู้กสามเล่มที่ติด้ตามจ้าวไห่เฟิงมาติด้ๆ กลายร่าง เป็นสายฟอาสีขาวซีด้สามเส้นแล้วแทงทะลุเข้าใส่เรือนกายของมนุษย์ ชาวเมืองเฮยอวิ๋นสามคนที่กำาลังโหยไห้จนเป็นรูโหว่
สามคนนั้นถูกแรงโจมตีจากหอกกระดู้กร่างจึงลอยทะยาน ขึ้น
“นั่นใครกัน?”
ชาวบ้านของเมืองเฮยอวิ๋นที่กำาลังตกอยู่ในความเจมบปวด้ รวด้ร้าวพอมองเหมนว่ามีคนสามคนถูกฆ่าตายจึงโมโหเด้ือด้ขึ้นมาใน พริบตา
พวกเขาพุ่งเข้าไปหาจ้าวไห่เฟิงด้้วยความเคียด้แค้นไม่กลัว เกรง
“มนุษย์ธรรมด้า…”
จ้าวไห่เฟิงขมวด้คิ้ว พึมพำาเบาๆ หนึ่งครั้ง หอกกระดู้กสาม เล่มนั้นพลันลอยกลับมา เสียบแทงทะลุร่างของคนที่พยายามจะเข้า มาล้อมโจมตีพวกเขาไปทีละคน
“คน…คนของวังยมบาล!”
การสังหารอย่างโหด้เหี้ยมทำาให้คนมากมายสงบลงได้้อย่าง รวด้เรมว พวกเขาจ้องมองอาภรณ์ของพวกจ้าวไห่เฟิงสามคนอย่าง ละเอียด้ แล้วกมต้องกรีด้ร้องเสียงหลง
หน้าอกของพวกจ้าวไห่เฟิงสามคนปักภาพหนึ่งที่ดู้สมจริง ราวกับมีชีวิตเอาไว้ ภาพนั้นคือ…ปีศาจร้ายตัวหนึ่งที่กำาลังร้องคำาราม
“อย่ามาขวางทางพวกเรา”
ใบหน้าของจ้าวไห่เฟิงเยมนชา มือซ้ายยกขึ้นโบกหนึ่งครั้ง หอกกระดู้กทั้งสามที่ไม่เคยร่วงลงพื้นกมพุ่งคำารามแทงทะลุออกไป เบื้องหน้า
ชาวเมืองเฮยอวิ๋นที่ยังคงยืนออกันเตมถนนด้้านหน้าเหมน เช่นนั้นกมตกใจลนลาน ต่างคนต่างเบียด้กันไปมาจนกลายเป็นการเปิด้ ทางออกกว้างให้กับคนทั้งสาม
จ้าวไห่เฟิงพยักหน้าน้อยๆ ไม่สนใจคนอื่น พาต้วนหยวน และหูฉิงเหวินมุ่งหน้าตรงด้ิ่งไปยังทิศที่ตั้งของตระกูลอวิ๋น
ตระกูลอวิ๋น
เนี่ยเทียนเด้ินลงมาจากหินอุกกาบาตเยมนเฉียบก้อนนั้น กลับมายืนอยู่หน้าประตูตระกูลอวิ๋นพร้อมกับพวกเนี่ยตงไห่ อันหรง อีกครั้ง
“ท่านประมุขล่ะ?”
“ตระกูลอวิ๋นล่มสลายแล้ว! เป็นอย่างนี้ไปได้้อย่างไร?”
คนตระกูลอวิ๋นหลายคนที่ห้อตะบึงมาถึงวิ่งผ่านพวกเนี่ย เทียนเข้าไปในตระกูลอวิ๋น พอมองเหมนว่าจวนตระกูลอวิ๋นถูกหิน อุกกาบาตกระแทกโจมตีจนจมลงไปอยู่ในหลุมยักษ์ คนเหล่านั้นกมร้อง คร่ำาครวญด้้วยความเศร้าอาดู้ร
ไม่ว่าอย่างไรพวกเขากมคิด้ไม่ถึงแม้แต่นิด้ เมื่อตอนกลางวัน ตระกูลอวิ๋นยังคงตั้งตระหง่านอยู่ในเมืองเฮยอวิ๋น ทว่าตอนกลางคืน กลับ…กลายมาเป็นซากปรักหักพังในพริบตาเด้ียว
พวกเขาล้วนยอมรับความจริงเบื้องหน้านี้ไม่ได้้
“ตระกูลอวิ๋นจะจบเห่แบบนี้น่ะหรือ?” อันหรงประมุข ตระกูลอันถอนหายใจด้้วยความหมด้อาลัยตายอยาก ส่ายหัวไปมา และกมรู้สึกปลงอนิจจังอย่างสุด้ซึ้ง “เผชิญกับภัยแห่งสวรรค์เช่นนี้ นอกจากสำานักใหญ่ที่แขมงแกร่งอย่างสำานักหลิงอวิ๋นแล้ว ตระกูลใน สังกัด้อื่นๆ ล้วนมิอาจต่อกรใด้ๆ ด้้วยได้้ ตระกูลอวิ๋นเองกมอยู่ในเมือง
เฮยอวิ๋นมาหลายปีแล้ว นึกไม่ถึงเลยว่าภัยสวรรค์มาเยือนแค่ครั้ง เด้ียวกมต้องมาถูกทำาลายจนพินาศวอด้วายแบบนี้”
“น่าเสียด้ายจริงๆ กว่าข้าจะรวบรวมมหาสมุทรวิญญาณ ขึ้นมาใหม่ได้้ไม่ใช่เรื่องง่าย ยังหมายจะคิด้บัญชีกับอวิ๋นเหมิงอยู่เลย” เนี่ยตงไห่เองกมถอนหายใจด้้วยความปลง
ข้างกายของเขา เนี่ยเฉี่ยนสีหน้ามืด้มน ไม่เอ่ยอะไร
แม้ว่านางจะเกลียด้แค้นอวิ๋นจื้อกั๋ว ทว่ายังไงซะอวิ๋นจื้อกั๋ วกับนางกมเคยเป็นสามีภรรยากัน หลายปีมานี้ได้้มองเนี่ยเทียนค่อยๆ เติบโตและโด้ด้เด้่นขึ้นมา นางยังคิด้จะยืมใช้เนี่ยเทียนมาทวงคืน ความยุติธรรมจากสามีภรรยาอวิ๋นจื้อกั๋วและหยวนชิวอิ๋งอยู่เลย
นางเองกมคิด้ไม่ถึงสักนิด้ว่าตลอด้ทั้งตระกูลอวิ๋นจะด้ับสิ้นไป ในพริบตาเด้ียว
“เป็นแบบนี้กมด้ี วันหน้าเวลากลับเมืองเฮยอวิ๋นจะได้้ไม่ต้อง เสียเวลาไปทวงบัญชีแค้นกับคนตระกูลอวิ๋นทีละคน” เนี่ยเทียนกล่าว
ในความคิด้ของเขา รอวันหนึ่งที่เขาแขมงแกร่งมากพอแล้ว เขาจะมาเยือนตระกูลอวิ๋นด้้วยตัวเองแล้วเรียกคนทั้งตระกูลอวิ๋นออก มาด้่าประณาม
น่าเสียด้าย ตระกูลอวิ๋นไม่ทันรอให้ถึงวันนั้นกมล่มสลายไป เองเสียก่อนแล้ว
“รีบหลบเรมว!”
“คนของวังยมบาลสามคนนั้นฆ่าคนตาไม่กะพริบ!”
“เปิด้ทางให้พวกเขา!”
และเวลานี้เอง บนถนนที่พวกเนี่ยเทียนเด้ินผ่านมามีเสียง เอะอะด้้วยความตะลึงและหวาด้กลัวด้ังขึ้น
“วังยมบาล!”
เนี่ยตงไห่และอันหรงสบตากันหนึ่งครั้ง สีหน้าต่างกมเปลี่ยน มาเป็นเคร่งเครียด้ถึงขีด้สุด้
พวกเขาล้วนรู้ด้ีว่ามีผู้แขมงแกร่งมากมายโอบล้อมภูเขาหลิ งอวิ๋นเอาไว้ เพื่อขัด้ขวางไม่ให้คนของเขาหลิงอวิ๋นไปช่วยเหลือหอ หลิงเป่าได้้
โด้ยทั่วไปแล้วสงครามนองเลือด้ระหว่างสำานักหลิงอวิ๋นกับ วังยมบาล สำานักภูตผี และสำานักโลหิตล้วนไม่มีทางเกี่ยวพันมาถึง เมืองคูน้ำาที่มนุษย์ธรรมด้าใช้ชีวิตอยู่ได้้
วังยมบาลล้อมเขาหลิงอวิ๋นเอาไว้หลายวันกมยังไม่มีผู้ แขมงแกร่งของวังยมบาลสักคนย่างกรายเข้ามาเปิด้ฉากสังหารใน เมืองเฮยอวิ๋น
ทว่าตอนนี้อยู่ๆ กลับมีคนของวังยมบาลมาเยือนเมืองเฮยอ วิ๋นกะทันหัน นี่เหมนได้้ชัด้ว่าเป็นการละเมิด้กฎที่ทั้งสองฝ่ายรักษาไว้ หลายปี
“จะเป็นคนใด้ของวังยมบาลกัน?” อันหรงกังวลใจ
เนี่ยเทียนเองกมแอบตกใจ
ตอนที่เขาอยู่ในโลกมายามรกต เคยได้้เจอกับลูกศิษย์ของ สำานักภูตผีและสำานักโลหิต อีกทั้งยังเคยประมือกับนางมารอวี๋ถงอยู่ หลายครั้ง
เขารู้ด้ีว่าลูกศิษย์ของสำานักภูตผีและสำานักโลหิตมี ประสบการณ์ในการต่อสู้มากกว่าหอหลิงเป่าสี่สำานักมากมายนัก ทว่า ลูกศิษย์ของวังยมบาล…เขายังไม่เคยเจอแม้แต่คนเด้ียว
แต่เขาได้้ยินพวกเจียงหลิงจู พันเทาเล่าให้ฟังว่า คนของวัง ยมบาลน่ากลัวยิ่งกว่าคนของสำานักภูตผีและสำานักโลหิตเสียอีก!
ปีนั้นตอนที่พวกเจียงหลิงจูและพันเทาเข้าใจไปว่าวัง ยมบาลกมบุกเข้าไปในโลกมายามรกตและมองเหมนอารามเสวียนอู้เป็น เปอาหมาย พวกเขาต่างกมรู้สึกว่าอารามเสวียนอู้คงไม่มีใครรอด้ชีวิต แม้แต่คนเด้ียว
ซึ่งรวมถึงเจิ้งปินด้้วย!
เหมนได้้ชัด้ว่าพวกเขารู้สึกว่าคนของวังยมบาลเป็นภัย คุกคามที่น่ากลัวมากกว่าสำานักภูตผีและสำานักโลหิต
“สำานักภูตผีและสำานักโลหิตต่างกมีผู้แขมงแกร่งเขตลี้ลับกัน สำานักละหนึ่งคน ส่วนวังยมบาล…กลับมีผู้แขมงแกร่งขอบเขตลี้ลับถึง สองคน ท่านอาจารย์เคยเล่าให้ฟังว่าเจ้าวังคนปัจจุบันดู้เหมือนใกล้ จะฝ่าทะลุเขตลี้ลับแล้ว” เนี่ยเทียนสีหน้าเคร่งขรึม “ลำาพังเพียงแค่ วังยมบาลแห่งเด้ียว หากมีผู้แขมงแกร่งเขตลี้ลับปรากฏขึ้นถึงสามคน ถ้าเช่นนั้นวังยมบาลกมจะอยู่เหนือทุกสำานัก กลายเป็นขอบเขต อิทธิพลที่ใหญ่เป็นอันด้ับหนึ่งของอาณาจักรหลีเทียน”
“ต้วนหยวน ฉิงเหวิน พวกเจ้าไปดู้ที่บนหินอุกกาบาตก้อน นั้น หากเจอกุญแจจากหินอุกกาบาต พวกเจ้าสองคนกมเกมบมาก่อน เลย” เวลานี้เองเสียงของจ้าวไห่เฟิงกมด้ังแว่วๆ มาจากบนถนน
และเรือนกายสูงตระหง่านราวกระบี่ของเขากมค่อยๆ มา ปรากฏอยู่ด้้านหน้าพวกเนี่ยเทียนอย่างรวด้เรมว
“เพียงแค่…เด้มกรุ่นเลมกสามคนเท่านั้น?” อันหรงมองเหมน พวกเขากมอึ้งตะลึง แล้วพลันเกิด้ความรู้สึกเหมือนถูกเหยียด้หยาม
เหมนได้้ชัด้ว่าพวกจ้าวไห่เฟิงสามคนอายุประมาณแค่สิบห้า สิบหกปี แค่เด้มกรุ่นเลมกสามคนนี้กลับกล้าบุกเข้ามาในเมืองเฮยอวิ๋น และฆ่าคนอย่างกำาเริบเสิบสาน
นี่หมายความว่าอย่างไร?
หมายความว่าพวกคนของวังยมบาลไม่ได้้เหมนเมืองเฮยอวิ๋ นอยู่ในสายตา ไม่ได้้เหมนหัวเขาอันหรง ตระกูลอวิ๋นและตระกูลเนี่ย เลยแม้แต่นิด้!
ราวกับว่าในสายตาของผู้แขมงแกร่งวังยมบาล เด้มกรุ่นเลมก เพียงสามคนกมากพอที่จะกวาด้ทำาลายเมืองเฮยอวิ๋นได้้
อันหรงคือประมุขของตระกูลอัน ซึ่งชาวบ้านมากมายที่อยู่ ในเมืองต่างกมองเขาเป็นเหมือนเจ้าเมืองเฮยอวิ๋น
วังยมบาลส่งแค่เด้มกรุ่นเลมกสามคนมา ทำาให้เขารู้สึก…ถูก สบประมาทอย่างรุนแรง!
“ต้วนหยวน! ฉิงเหวิน!”
ก่อนหน้าที่อันหรงจะบันด้าลโทสะ จ้าวไห่เฟิงขมวด้คิ้วฉับ ออกเสียงห้ามปราม
สองคนนั้นมองเขาอย่างไม่เข้าใจ
เขาหรี่ตาลง สายตาที่ราวกับกระบี่แหลมคมเยมนเยียบสาด้ แทงไปบนหลังมือข้างซ้ายของเนี่ยเทียน กล่าว “กุญแจประตูสวรรค์ ของหินอุกกาบาตก้อนนั้นถูกเขาแย่งชิงไปแล้ว”
ต้วนหยวนและหูฉิงเหวินหยุด้ชะงัก มองไปตามสายตาของ เขา จึงเหมนภาพบนมือข้างซ้ายของเนี่ยเทียน
“เป็นด้ังว่าจริงเสียด้้วย” ต้วนหยวนนแค่นเสียงเยมนหนึ่ง ครั้ง
หอกกระดู้กสีเทาสามเล่มซึ่งมีไอเยมนยะเยือกโอบล้อมบิน ออกมาจากถนนด้้านหลังของจ้าวไห่เฟิง
หอกกระดู้กทั้งสามเล่มนั้นยังคงมีเลือด้หยด้ “ติ๋งๆ” ลงมา ไม่หยุด้
จ้าวไห่เฟิงมองเนี่ยเทียนหนึ่งครั้ง กล่าวด้้วยน้ำาเสียงเป็น ธรรมชาติอย่างยิ่ง “พวกเรามาที่นี่กมเพื่อกุญแจของประตูสวรรค์ ไม่ อยากเสียเวลามากนัก พวกเรายังต้องรีบไปที่ป่ารกร้างเพื่อตามหา กุญแจประตูสวรรค์ต่อ ด้ังนั้น…”
เขาหยุด้ชะงักไปครู่หนึ่งกมพูด้กับเนี่ยเทียนว่า “แค่เจ้าตัด้ มือซ้ายของตัวเอง มอบกุญแจประตูสวรรค์ที่ประทับอยู่บนมือนั้นให้ แก่พวกเรา พวกเรากมจะจากไปทันที ไม่คิด้อยู่ต่อในเมืองเฮยอวิ๋นอีก”
“เจ้าต้องการให้ข้าตัด้มือซ้ายของตัวเองมอบให้เจ้า?” เนี่ย เทียนแสยะปากยิ้ม
“แบบนี้อย่างน้อยเจ้ากมยังได้้มีชีวิตอยู่” จ้าวไห่เฟิงกล่าว
“หากข้าไม่ให้ล่ะ?” เนี่ยเทียนถามกลับ
“ถ้าอย่างนั้นเจ้ากมต้องตาย” จ้าวไห่เฟิงตอบ
“ฟิ้ว!”
เหยี่ยวส่งจด้หมายตัวหนึ่งพลันบินมาเกาะบนไหล่ของอัน เหอ
อันเหอยื่นมือออกไปแกะม้วนกระด้าษที่ผูกไว้ตรงขาของ เหยี่ยวตัวนั้นออกมาอ่าน สีหน้าเปลี่ยนมาเป็นมืด้คล้ำาในบัด้ด้ล กล่าว “ท่านประมุข คนของตระกูลอันเราที่เฝอารักษาการณ์อยู่ที่ประตูเมือง ถูกคนฆ่าตายแล้ว”
เขาจ้องไปที่จ้าวไห่เฟิงด้้วยสายตาเยมนชา แล้วพูด้เสริมอีก ประโยคหนึ่งว่า “และยังมีอู๋เทาขุนนางต่างรัฐของตระกูลเนี่ยด้้วยที่ ตายเพราะฝีมือสามคนนี้!”
“ท่านอู๋!” เนี่ยเทียนตะโกนขึ้นด้้วยความเด้ือด้ด้าล
ในตระกูลเนี่ย นอกจากเนี่ยตงไห่และเนี่ยเฉี่ยนแล้ว เขา เคยได้้รับความอบอุ่นจากอู๋เทาเพียงคนเด้ียว
ในใจเขาให้ความเคารพอู๋เทาอย่างสูงสุด้ คราวที่แล้วก่อน หน้าที่จะไปจากตระกูลเนี่ยจึงได้้ไปเอ่ยขอบคุณอู๋เทาเป็นพิเศษ
นึกไม่ถึงว่าอู๋เทาที่ด้ีกับเขาไม่น้อยกลับถูกลูกศิษย์วัง ยมบาลสามคนตรงหน้านี้สังหาร ไฟโทสะในใจเขาพลันถูกจุด้ขึ้นมา ทันที “พวกเจ้าสมควรตาย!”
“พี่ไห่เฟิง ดู้ท่าคงต้องลงมือแล้วล่ะ” ต้วนหยวนหงุด้หงิด้ เลมกน้อย
“แค่พวกเจ้าสามคนกลับกล้ามาทำาตัวระรานที่เมืองเฮยอวิ๋ นของพวกเรา วังยมบาลคิด้ว่าเมืองเฮยอวิ๋นของพวกเราไร้ผู้คนจริงๆ อย่างนั้นรึ?” อันหรงเองกมเด้ือด้ด้าลขึ้นมาทันควัน
“ตาแก่ พูด้ด้ีๆ ไม่ชอบ พวกเจ้าต้องการให้ข้าใช้กำาลัง จริงๆ สินะ” จ้าวไห่เฟิงส่ายหน้า คล้ายรู้สึกว่าการเลือกของพวกเขา ไม่ฉลาด้เอาเสียเลย “คนแก่ๆ อย่างพวกเจ้าทั้งชีวิตนี้ไม่มีทางได้้รับ การยอมรับจากสำานักหลิงอวิ๋น หอหลิงเป่า หุบเขาเทา ไม่ได้้รับการ ถ่ายทอด้วิชาการฝึกบำาเพมญตบะอย่างแท้จริงจากสี่สำานักนั้น แล้วกม ไม่เคยผ่านพิธีชำาระด้้วยเลือด้ที่อำามหิตทารุณมากที่สุด้”
“พวกเจ้าที่เป็นเช่นนี้ ต่อให้ขอบเขตสูงกว่าพวกข้าเลมก น้อยกมไม่เป็นภัยคุกคามใด้ๆ ต่อพวกข้า”
หลังจากจ้าวไห่เฟิงโยนถ้อยคำาเช่นนี้ทิ้งไว้กมยื่นมืออกมาชี้ อันหรง กล่าว “ข้าจัด้การเขาเอง ตาแก่อีกสองคนที่เหลือพวกเจ้า เลือกกันเอาเอง”
ตาแก่สองคนที่เขาพูด้ถึงเหมนได้้ชัด้ว่าเป็นเนี่ยตงไห่และอัน เหอ ในสายตาของเขามีเพียงเนี่ยตงไห่และอันเหอเท่านั้นถึงจะพอดู้ น่าเกรงขามเลมกน้อย
ส่วนเนี่ยเทียน กลับถูกพวกเขามองเมินไปอย่างสิ้นเชิง