ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 131 แก่นแท้ของวังยมบาล
หลังจากที่จ้าวไห่เฟิงชี้มาที่อันหรง ต้วนหยวนและหูฉิงเห วินต่างกมพุ่งเข้าใส่เนี่ยตงไห่และอันเหอ
“หมับ!”
ต้วนหยวนยื่นมือคว้าจับไปทางกำาไลเกมบของ ขวานรบสอง คมส่องแสงสีทองระยิบระยับเล่มหนึ่งกมบินพรวด้ออกมา
ขวานรบสองคมเล่มนั้นเป็นสีทองทั้งเล่ม แสงสีทอง แวววาวที่ส่องประกายอยู่ใต้ม่านรัตติกาลแผ่คลื่นพลังวิญญาณน่า ตะลึง
ขวานรบถูกต้วนหยวนโบกสะบัด้ ใบขวานที่คมกริบอย่าง หาอะไรมาเปรียบไม่ได้้ฟันฉับเข้าใส่เนี่ยตงไห่
เนี่ยตงไห่หน้าเปลี่ยนสีน้อยๆ หลบเลี่ยงว่องไว
ก่อนหน้าที่มหาสมุทรวิญญาณของเขายังไม่แตกทลายออก ตบะอยู่ในขั้นกลางสวรรค์ช่วงสมบูรณ์แบบ ห่างจากต้นสวรรค์เพียง แค่ก้าวเด้ียว
ทว่าเนื่องด้้วยหลายปีมานี้พลังวิญญาณในมหาสมุทร วิญญาณมิอาจรวมตัวกันได้้ อีกทั้งยังไหลหายไปทุกวัน ทำาให้ ขอบเขตของเขาถด้ถอยจากกลางสวรรค์ช่วงสมบูรณ์แบบมาอยู่ที่ กลางสวรรค์ช่วงกลาง
อีกอย่างเนื่องด้้วยเขาหมด้อาลัยตายอยากในการฝึก บำาเพมญตบะ คิด้แต่จะอบรมเลี้ยงดู้เนี่ยเทียนให้ด้ี ด้ังนั้นเขาจึงแอบ เอาอาวุธที่เคยอยู่คู่กายของตัวเองออกไปขาย
เขาไม่มีอาวุธวิเศษที่สามารถใช้ได้้ อีกทั้งวันนี้เพิ่งรวบรวม มหาสมุทรวิญญาณได้้ใหม่ ทำาให้เมื่อเจอกับต้วนหยวนที่อยู่ขอบเขต กลางสวรรค์ช่วงต้นจึงไม่กล้าเผชิญหน้าตรงๆ ได้้แต่หลบเลี่ยงไปก่อน
“ออกมา!”
หูฉิงเหวินที่มาจากวังยมบาลกมอยู่ในขอบเขตกลางสวรรค์ ช่วงต้นเช่นกัน แค่ความคิด้ของนางขยับไหวกมีธนูสีเขียวคันหนึ่งเผย กายออกมาจากในกำาไลเกมบของของนาง
มือหนึ่งของนางถือคันธนู อีกมือหนึ่งเอาลูกศรที่ปล่อย ประกายแสงวับวาววางทาบลงไปบนคันธนู
นางเลมงไปที่อันเหอ ด้ึงรั้งสายธนูออกสุด้เหนี่ยว ลูกศรด้อก นั้นเริ่มดู้ด้รับเอาปราณวิญญาณฟอาด้ินจากบริเวณใกล้เคียงเข้ามา
ลูกศรแหลมคมที่รวบรวมพลังวิญญาณเข้มข้นคล้ายงูที่ แลบลิ้นออกมาไม่หยุด้
“ฟิ้ว!”
ลูกศรถูกปล่อยออกจากแล่ง พุ่งเข้าหาตำาแหน่งหน้าอก ของอันเหอรวด้เรมวราวด้าวตก
อันเหอหน้าเผือด้สี รีบเอาโล่ทองสัมฤทธิ์ขึ้นมาส กัด้
“เคร้ง!”
บนโล่นั้นมีแสงไฟเปล่งวาบออกมา อันเหอร้องอู้อี้อยู่ในลำา คอ เซถอยออกไปสามก้าว ง่ามนิ้วระหว่างหัวแม่มือและนิ้วชี้ชาหนึบ สีหน้าเคร่งเครียด้
“แกราง!”
ลูกศรร่วงลงพื้น หูฉิงเหวินขมวด้คิ้วมุ่น หยิบเอาลูกศรขึ้น มาใหม่แล้วเลมงไปที่อันเหออีกครั้ง
“ไม่ว่าจะเป็นคาถาวิเศษ เคลมด้ลับวิเศษ หรืออาวุธวิเศษ พวกเจ้า…ล้วนเทียบกับพวกข้าไม่ได้้” จ้าวไห่เฟิงไม่ได้้รีบร้อนลงมือ แต่มองอันหรงที่ไฟโทสะพุ่งปะทุเสียด้ฟอา กล่าว “วันนี้ข้าจะทำาให้ พวกเจ้าเข้าใจว่าตระกูลในสังกัด้อย่างพวกเจ้า กับลูกศิษย์ที่เป็น จุด้ศูนย์กลางของวังยมบาลอย่างพวกข้า มีความต่างกันมากแค่ไหน”
“พวกเจ้าจะเข้าใจว่าขอบเขต…ไม่ใช่ปัจจัยเด้ียวที่ใช้วัด้ ศักยภาพของคนคนหนึ่ง”
“คาถาวิเศษที่สูงส่งลึกล้ำา เคลมด้ลับวิเศษที่ประณีตละเอียด้ อ่อน อาวุธวิเศษระด้ับสูง ล้วนเป็นกุญแจสำาคัญที่ช่วยเพิ่มพลังใน การต่อสู้ได้้เช่นกัน!”
“สวบๆๆ!”
พูด้จบ หอกกระดู้กสามเล่มที่ไม่เคยร่วงลงพื้นกมเรียงตัวกัน เป็นอักษร “พิ่น” แล้วพุ่งเข้าใส่อันหรงในชั่วพริบตา
ต่างไปจากตอนที่สังหารอู๋เทาและชาวบ้านเมืองเฮยอวิ๋น คราวนี้หอกกระดู้กสามเล่มที่คำารามเข้าใส่ได้้กลายมาเป็นเหมือนแท่ง น้ำาแขมง
หอกกระดู้กสีเทาซีด้มีไอเยมนลึกล้ำาแผ่ออกมา ตัวหอกถูก ปกคลุมไปด้้วยเกลมด้น้ำาแขมง รวด้เรมวและดุ้ด้ันถึงขีด้สุด้
ชั่วขณะที่หอกกระดู้กสามเล่มคำารามออกมา เนี่ยเทียนรู้สึก ได้้ว่าอุณหภูมิรอบด้้านลด้ต่ำาลง ฤดู้ร้อนที่อากาศร้อนอบอ้าวคล้าย เปลี่ยนมาเป็นฤดู้หนาวที่หนาวเหนมบเยมนสะท้าน
“พลังน้ำาแขมง!” เนี่ยเทียนอุทานขึ้นเบาๆ
เหมนได้้ชัด้ว่าจ้าวไห่เฟิงผู้นั้นมีธาตุน้ำาแขมงซุกซ่อนอยู่ในร่าง อีกทั้งคาถาวิเศษที่เขาฝึกกมน่าจะเป็นคาถาความเยมนอย่างหนึ่งที่ ประณีตและลึกซึ้ง
แม้แต่หอกกระดู้กสามเล่มกมยังถูกสร้างขึ้นมาตามสภาวะ ร่างกายของเขา จึงแฝงเร้นไว้ด้้วยไอความเยมนน่าหวาด้กลัวอยู่แล้ว
หลังจากหอกกระดู้กเยมนยะเยือกถูกพลังน้ำาแขมงในร่างของ เขากรอกเทลงไป ทำาให้หอกกระดู้กสำาแด้งพลานุภาพที่แท้จริงออก มา ลำาพังเพียงแค่ความเยมนน่าสะพรึงกมเหมือนจะทำาให้เลือด้ของทุก คนแขมงตัวได้้แล้ว
“กลางสวรรค์ช่วงท้าย!”
อันหรงอุทานด้้วยความตะลึง ใบหน้าเตมไปด้้วยความ ประหลาด้ใจ รู้สึกว่าจ้าวไห่เฟิงที่อายุเพียงสิบห้าสิบหกปีกมสามารถ ฝึกได้้ถึงขั้นกลางสวรรค์ช่วงท้าย ช่างเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่ออย่างยิ่ง!
ตอนนี้เขาอายุหกสิบแล้ว ทว่าขอบเขตกลับอยู่แค่ต้น สวรรค์ช่วงแรกเท่านั้น
แค่จ้าวไห่เฟิงขยับมาอีกก้าวเด้ียวกมจะเท่าเทียมกับเขา เหยียบย่างเข้าสู่ขอบเขตต้นสวรรค์เช่นกัน!
“ก่อนอายุยี่สิบกมน่าจะเหยียบย่างเข้าสู่ต้นสวรรค์ได้้! เจ้า เด้มกคนนี้ช่างเป็นตัวประหลาด้ยิ่งนัก! หรือว่าผู้ที่ถูกฝึกจากวัง ยมบาล…ล้วนน่ากลัวแบบนี้ทุกคน?” อันหรงแอบตกตะลึง
เขารู้ด้ีว่าหอกกระดู้กสามเล่มที่พกพาไอความเยมนน่าตกใจ นั้นไม่ใช่วัตถุธรรมด้า ด้ังนั้นทั้งๆ ที่ขอบเขตเขาสูงกว่าจ้าวไห่เฟิง หนึ่งขั้นกมยังไม่กล้าเผชิญหน้ากับหอกกระดู้กนั่นตรงๆ
เหมือนเนี่ยตงไห่ เขาเองกมหลบหลีกว่องไว คิด้จะรอให้หอก กระดู้กหมด้กำาลังลงก่อนแล้วค่อยลงมือกับจ้าวไห่เฟิง
น่าเสียด้าย หอกกระดู้กที่ไอความเยมนเชี่ยวกรากสามเล่ม นั้นกลับไม่มีท่าทีว่าจะหมด้แรงร่วงลงพื้น
อันหรงไม่รู้ว่านับตั้งแต่วินาทีที่จ้าวไห่เฟิงปรากฏตัวขึ้นใน เมืองเฮยอวิ๋น หอกกระดู้กทั้งสามกมลอยอยู่กลางอากาศตลอด้เวลา คล้ายไม่ได้้รับอิทธิพลใด้ๆ จากแรงโน้มถ่วง
“ฟิ้วๆๆ!”
หอกกระดู้กสามเล่มห้อทะยานอยู่กลางอากาศ ตัด้สลับกัน เกิด้เป็นเส้นไอเยมนซีด้ขาวมากมาย ตามติด้อันหรงไม่ปล่อย
จ้าวไห่เฟิงยืนนิ่งอยู่ที่เด้ิม เพียงแต่ลูกตาของเขาไม่มีสีด้ำา เปลี่ยนมาเป็นสีเทาซีด้เช่นเด้ียวกับหอกกระดู้กนั้น
พื้นด้ินใต้ฝ่าเท้าของเขาค่อยๆ เกาะตัวกันเป็นแผ่นน้ำาแขมง และพื้นที่บริเวณนั้นกมเตมเปี่ยมไปด้้วยไอเยมนสีขาวที่ลอยกรุ่นขึ้นมา ราวกับว่าตรงนั้นได้้กลายมาเป็นเกาะน้ำาแขมงที่ปลด้ปล่อยไอเยมนออก มาอย่างต่อเนื่อง
เนี่ยเทียนรวบรวมสมาธิรับสัมผัส พบว่าไอเยมนสีขาวที่ตา เปล่ามองไม่เหมนถูกปลด้ปล่อยออกมาจากร่างของเขาแล้วค่อยๆ บิน ไปหลอมรวมกับหอกกระดู้กทั้งสามเล่มนั้น
“คนหนึ่งกลางสวรรค์ช่วงท้าย สองคนกลางสวรรค์ช่วงต้น นี่น่ะหรือคือ…ศักยภาพของวังยมบาล?”
เมื่อเทียบกับโม่ซีของสำานักภูตผีและอวี๋ถงแห่งสำานักโลหิต แล้ว ดู้เหมือนว่าจ้าวไห่เฟิงสามคนจะโตกว่าแค่สี่ห้าปี
ทว่าตอนที่อยู่ในโลกมายามรกต โม่ซีและอวี๋ถงต่างกมีตบะ อยู่แค่หลอมรวมลมปราณขั้นเก้าเท่านั้น
มาจนถึงตอนนี้ สองคนนั้นต่างกมเป็นเหมือนเขาที่เพิ่งจะ เหยียบย่างเข้าสู่ขอบเขตท้ายสวรรค์ได้้ไม่นาน
ระด้ับแค่โม่ซีและอวี๋ถงกมถือว่าเป็นหัวกะทิของสำานักภูตผี และสำานักโลหิตแล้ว ทั้งยังได้้รับความสำาคัญสูงสุด้
ทว่าเด้มกหนุ่มสาวสามคนของวังยมบาลที่ถูกส่งตัวมาแบบ ลวกๆ กลับมีตบะอยู่ในขั้นกลางสวรรค์ทุกคน!
และจ้าวไห่เฟิงที่เป็นหัวหน้านั้นกมยิ่งอยู่กลางสวรรค์ช่วง ท้าย ห่างจากขอบเขตต้นสวรรค์อีกไม่ไกลเท่าไหร่แล้ว
“วังยมบาล เมื่อเทียบกับสำานักภูตผีและสำานักโลหิตแล้ว จะ…เหี้ยมโหด้เกินไปหน่อยไหม?”
ในที่สุด้เขากมเข้าใจแล้วว่าที่วังยมบาลสามารถเป็นผู้นำา ของสามฝ่ายได้้ ดู้ท่าแล้วคงไม่ได้้เป็นเพียงเพราะมีผู้แขมงแกร่งเขต ลี้ลับสองคนเท่านั้น
เหมนได้้ชัด้ว่าแก่นแท้ของวังยมบาลเหนือล้ำาเกินกว่าสำานัก ภูตผีและสำานักโลหิต!
วังยมบาลสามารถเป็นผู้ออกคำาสั่งของสามฝ่าย สามารถ ทำาให้สำานักภูตผีและสำานักโลหิตยอมเชื่อฟังอย่างว่าง่าย เหมนได้้ชัด้ว่า นี่ไม่ใช่เรื่องไร้เหตุผล
“วังยมบาลแขมงแกร่งเกินไปแล้ว มิน่าล่ะ…พอคนนอก อาณาจักรเหล่านั้นรู้ว่าประตูสวรรค์จะเปิด้ขึ้นที่วังยมบาล ถึงได้้ไม่ กล้าข้ามอาณาจักรเข้ามา ทำาเพียงบอกข่าวให้วังยมบาลรู้ล่วงหน้า เพื่อขอส่วนแบ่งในรายชื่อผู้ที่ได้้เข้าไป”
“ต่อให้เป็นแขกจากต่างอาณาจักรกมยังกริ่งเกรงใน ศักยภาพของวังยมบาล เลือกให้ความร่วมมือ แต่ไม่คิด้เปิด้ศึก”
เขาพลันเข้าใจขึ้นมาทันทีว่าเหตุใด้ลำาพังเพียงแค่พวกจ้าว ไห่เฟิงสามคนถึงได้้กล้าทำาตัวกำาเริบเสิบสานอยู่ในเมืองเฮยอวิ๋นโด้ยที่ ไม่เหมนตระกูลอัน ตระกูลอวิ๋นและตระกูลเนี่ยอยู่ในสายตาแม้แต่นิด้
ที่วังยมบาลสบประมาทพวกเขา นั่นกมเป็นเพราะแก่นแท้ที่ แขมงแกร่งของสำานัก เป็นเพราะลูกศิษย์วังยมบาลเชื่อมั่นว่าวัง ยมบาลของพวกเขาต่างหาก…ถึงจะเป็นนายแห่งอาณาจักรหลีเทียน เป็นสำานักที่แขมงแกร่งที่สุด้ในอาณาจักรหลีเทียน!
“ฟั่บ!”
แสงสีทองบาด้ตาที่มาจากขวานรบสองคมพลันสาด้ กระจายไปรอบด้้าน เนี่ยตงไห่ที่หลบไม่ทัน แขนซ้ายจึงถูกกรีด้เป็น รอยเลือด้มากมาย
“ท่านตา!”
ทั้งๆ ที่รู้ว่าขอบเขตห่างจากต้วนหยวนอยู่มาก ทว่าเนี่ย เทียนกมยังคำารามเด้ือด้ด้าลถลันเข้าไปหาเนี่ยตงไห่ “เนี่ย เทียน! อย่าเข้ามา! เจ้าในตอนนี้ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา!” เนี่ยตงไห่ ตะโกนเสียงด้ัง ห้ามปรามไม่ให้เนี่ยเทียนเข้าใกล้
“เนี่ยเทียน?”
เสียงตะโกนด้ังของเนี่ยตงไห่ทำาให้จ้าวไห่เฟิง ต้วนหยวน และหูฉิงเหวินที่ถือธนูอยู่ในมือหันขวับไปมองเขา
“ชื่อนี้คุ้นหูไม่น้อย” จ้าวไห่เฟิงพึมพำาหนึ่งประโยค
“เด้มกคนนั้นที่ตาแก่อูของสำานักหลิงอวิ๋นเพิ่งรับเป็นลูกศิษย์ ไง” ต้วนหยวนเอ่ยทวนความจำา
“ลูกศิษย์ของอูจี้!” ในที่สุด้จ้าวไห่เฟิงกมหันมามองเนี่ยเทียน ตรงๆ
เขามองเนี่ยเทียนอย่างลึกล้ำาหนึ่งครั้ง ส่ายหัวแล้วพูด้ว่า “ทำาไมถึงเพิ่งอยู่ขอบเขตท้ายสวรรค์ช่วงต้น? อูจี้…แม้แต่สองท่านใน วังกมยังเคารพเลื่อมใสถึงขีด้สุด้ บอกว่าเขาคือคนมหัศจรรย์ของ อาณาจักรหลีเทียนเรา”
“ลูกศิษย์ของเขาไม่น่าจะอ่อนด้้อยขนาด้นี้สิ?”
“เจ้าเนี่ยเทียนผู้นั้นเพิ่งจะเป็นลูกศิษย์ของอูจี้ได้้แค่ครึ่งปี” หูฉิงเหวินกล่าว
“อ้อ เป็นอย่างนี้นี่เอง” จ้าวไห่เฟิงพยักหน้าน้อยๆ กล่าว “ลูกศิษย์ของอูจี้ห้ามฆ่า เกมบตัวเขาเอาไว้ ต่อไปจะมีประโยชน์อย่าง มาก” เขาสั่งความต้วนหยวน
“รับทราบ” ต้วนหยวนกล่าวอย่างรู้ใจ
“ฟั่บ!”
และเวลานี้เอง เนี่ยเทียนที่พุ่งเข้ามาหยุด้อยู่ข้างกายเนี่ยตง ไห่ถูกแสงสีทองกลุ่มหนึ่งสาด้มาโด้น เลือด้สด้พลันอาบย้อมเตม หน้าอก
เพียงแค่แสงสีทองจากขวานรบสองคมที่สาด้มาโด้นกาย เขากมรู้สึกราวกับถูกคมมีด้กรีด้แล่เนื้อ หน้าอกเกิด้เป็นบาด้แผลเส้น ยาวที่มีเลือด้ไหลซึมออกมา
สีหน้าเนี่ยเทียนเปลี่ยนมาเป็นเคร่งขรึมถึงขีด้สุด้ บัด้นี้เขา มองต้วนหยวนเป็นคู่ต่อสู้ที่น่ากลัวที่สุด้เท่าที่เขาเคยเจอมา!