ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 132 บุคคลอันด้ับหนึ่งของอาณาจักรหลีเทียน!
เวลาเด้ียวกันนั้น ภูเขาด้้านหลังเขาหลิงอวิ๋น
หลายวันมานี้ ฉางเซินผู้แขมงแกร่งเขตลี้ลับที่มาจากวังยม บาลและข่งอวิ๋นภรรยาของเขาล้วนพูด้คุยปรึกษาเรื่องหนทางการฝึก บำาเพมญตบะอยู่กับอูจี้ตลอด้เวลา
ต่างไปจากการคาด้เด้าของคนภายนอก ตั้งแต่ที่ฉางเซิน และข่งอวิ๋นมาถึงกมไม่มีความคิด้ที่จะเปิด้ฉากต่อสู้อย่างดุ้เด้ือด้
เมื่อข่งอวิ๋นรู้ว่าผู้แขมงแกร่งของอารามเสวียนอู้และหุบเขา เทารวมกำาลังกันบุกไปสังหารที่วังยมบาล ข่งอวิ๋นกมเอ่ยขอตัวกับอูจี้ แล้วรีบร้อนจากไป
ฉางเซินกลับยังคงอยู่ต่อเพื่อพูด้คุยปรึกษาเรื่องการบำาเพมญ ตบะกับอูจี้
ฉางเซินที่เรือนกายบึกบึนใหญ่โตสวมชุด้ผ้าป่านเนื้อหนา เปลือยเท้า มองดู้แล้วไม่เหมือนผู้ฝึกลมปราณที่อยู่ในเขตลี้ลับสูงสุด้ กลับเหมือนชายชาวนาที่ยุ่งวุ่นวายกับงานหยาบๆ ในชนบทเสีย มากกว่า
มือเท้าของเขาหนาใหญ่ เรือนกายราวกับพยัคฆ์ตัวหนึ่ง น้ำาเสียงกมด้ังก้องกังวาน
ห่างออกไปไม่ไกล ผู้แขมงแกร่งของวังยมบาลและสำานักหลิ งอวิ๋นยังคงสู้รบกันดุ้เด้ือด้ไม่หยุด้ เพื่อช่วงชิงเอากุญแจประตูสวรรค์ ที่อยู่บนหินอุกกาบาต
ทว่าอูจี้กับฉางเซินกลับเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ ยังคงพูด้คุย กันอย่างถูกคอ
นับตั้งแต่ที่สำานักภูตผีและสำานักโลหิตโจมตีหอหลิงเป่า ฉางเซินที่มาเยือนเงียบๆ กมนั่งอยู่ที่เด้ิม หาเรื่องมาคุยกับอูจี้อย่างไม่ จบไม่สิ้น
อูจี๋เองกมรู้วัตถุประสงค์การมาของเขา แต่กลับไม่พูด้ออกมา เลือกที่จะพูด้คุยสัพเพเหระไปกับเขา
จนกระทั่งถึงตอนนี้
ฉางเซินเงียบไปครู่หนึ่งถึงได้้พูด้ขึ้นมากะทันหันว่า “อีกครู่ ข้าเองกมต้องไปแล้ว พี่อู ตลอด้ทั้งอาณาจักรหลีเทียน ท่านเป็นบุคคล เด้ียวที่ข้าเคารพนับถือ ได้้พูด้คุยกับท่าน ข้าได้้รับประโยชน์มากมาย ท่านสามารถสอนลูกศิษย์ที่มีความสามารถเลิศล้ำาสองคนนั้นออกมา ได้้ ทำาให้ข้ารู้สึกอิจฉามากมาโด้ยตลอด้”
อูจี้สีหน้าเรียบเฉย “เพราะพวกเขามานะบากบั่นกันเอง”
ฉางเซินพยักหน้า เหมนด้้วยกับคำาพูด้ของเขา จากนั้นกม กล่าวว่า “พี่อู พวกฝางฮุยสามคนนั้นอาจไม่รู้ แต่ท่านน่าจะรู้ว่า พันธมิตรที่รวมตัวกันระหว่างหอหลิงเป่า สำานักหลิงอวิ๋น หุบเขาเทา และอารามเสวียนอู้ แท้จริงแล้วในสายตาของข้ามองว่าช่างอ่อนแอ ไม่มีทางสู้พวกข้าได้้”
“หากข้าต้องการ ข้ากมสามารถทำาให้สี่สำานักนั้นถูกลบชื่อไป จากอาณาจักรหลีเทียนได้้ตลอด้กาล”
“ที่ข้ายอมให้สี่สำานักด้ำารงอยู่กมเพียงแค่เพราะต้องการใช้ เป็นหินลับมีด้ให้แก่ลูกศิษย์วังยมบาล ไม่เคยมองพวกเขาเป็นมีด้ แหลมคมเฉกเช่นวังยมบาลของพวกข้า”
“ในสายตาของข้า สำานักภูตผีและสำานักโลหิตเองกมไม่ต่าง อะไรไปจากสี่สำานักอื่นนัก”
“ในเมื่อวังยมบาลของข้าสถาปนาขึ้นในอาณาจักรหลี เทียนกมจำาเป็นต้องมีคู่ต่อสู้ในปริมาณที่เหมาะสม ในช่วงเวลาที่ข้ามี ศักยภาพมากพอจะฮุบกลืนทุกสำานัก ข้ากลับไม่ได้้ทำาเช่นนั้น”
“เมื่อไม่มีคู่ต่อสู้ ลูกศิษย์เบื้องล่างกมจะไม่รู้สึกถึงวิกฤต ไม่มี ใจทะเยอทะยาน”
“การด้ำารงอยู่ของสำานักอื่นเป็นเพราะข้าจงใจ เพราะ ต้องการขัด้เกลาพวกเขา ขัด้เกลาให้เหลี่ยมของพวกเขาแหลมคม มากพอ”
ฉางเซินพูด้ด้้วยน้ำาเสียงจริงใจ
ฟังจากคำาพูด้ของเขา ดู้เหมือนว่าขอแค่เขาต้องการ ลำาพัง เพียงแค่พลังของวังยมบาลฝ่ายเด้ียวกมสามารถกวาด้ล้างอาณาจักร หลีเทียน ทำาให้ทุกสำานักยอมเชื่อฟังอย่างว่าง่ายได้้
ที่น่าแปลกกมคืออูจี้กลับไม่ได้้เอ่ยอะไรตอบโต้
ราวกับว่าแม้แต่เขาเองกมยังเหมนด้้วยในคำาพูด้ของฉางเซิน ไม่รู้สึกว่าฉางเซินโอ้อวด้ตนส่งเด้ช
เพราะเขารู้ด้ียิ่งกว่าใครว่าฉางเซินที่อยู่เบื้องหน้าผู้นี้ แขมงแกร่งมากแค่ไหน
เขตลี้ลับเหมือนกัน ทว่าฉางเซิน…กลับอยู่ในช่วงท้าย สมบูรณ์แบบ ขาด้อีกแค่ครึ่งก้าวกมเหยียบย่างเข้าสู่เขตวิญญาณได้้ แล้ว
ฉางเซินสมแล้วที่เป็นบุคคลอันด้ับหนึ่งของอาณาจักรหลี เทียน นอกจากเขาแล้ว อาณาจักรหลีเทียนกมไม่มีใครเหยียบย่างเข้าสู่ เขตลี้ลับช่วงท้ายได้้อีก ต่างกมีตบะอยู่แค่ช่วงต้นและช่วงกลาง เท่านั้น
พวกเขาสี่สำานัก แม้ว่าแต่ละสำานักล้วนมีผู้แขมงแกร่ง ขอบเขตลี้ลับหนึ่งคน
ทว่านอกจากเขาแล้ว อีกสามคนที่เหลือกมล้วนเป็นแค่เขต ลี้ลับช่วงต้น
ตัวเขาเองกมเพิ่งเหยียบย่างเข้าสู่เขตลี้ลับช่วงกลางได้้ไม่ นาน
เขารู้ด้ีอยู่แก่ใจว่า หากไม่มีโชควาสนาครั้งใหญ่ ด้้วย อายุขัยของเขา…ย่อมไม่เพียงพอที่จะประคับประคองตนไปจนถึงขั้น เขตวิญญาณเพื่อไขว่คว้าอายุขัยที่มากกว่านี้ได้้อีกแล้ว
ฉางเซินหรี่ตา มองการต่อสู้ดุ้เด้ือด้ใต้ฝ่าเท้าของตัวเอง มองผู้แขมงแกร่งของสำานักหลิงอวิ๋นและวังยมบาลเหล่านั้นที่กำาลังแย่ง ชิงกุญแจประตูสวรรค์กัน
“เรื่องราวบนโลกยากจะคาด้เด้า ต่อให้เป็นยอด้ฝีมือของ อาณาจักรคุณหลัวกมยังไม่สามารถคำานวณได้้ว่าประตูสวรรค์ครั้งนี้จะ มีข้อจำากัด้เกิด้ขึ้นด้้วย”
“หากรู้ว่าเป็นอย่างนี้ตั้งแต่แรก การรุกรานที่สำานักภูตผี และสำานักโลหิตมีต่อหอหลิงเป่า ข้ากมสามารถหลีกเลี่ยงได้้”
“เรื่องมาถึงตรงนี้ การต่อสู้ในภายหลังกมไม่มีความจำาเป็น อีกแล้ว”
“ผู้ที่ได้้ครอบครองกุญแจของประตูสวรรค์ ข้าจะอนุญาต ให้พวกเขาเข้าไปในประตูสวรรค์ ไม่สร้างอุปสรรคกีด้ขวางใด้ๆ อีก”
“นอกอาณาจักร มีคนมากมายจ้องอยากจะฮุบอาณาจักร หลีเทียนของพวกเราตาเป็นมันมาหลายปี ก่อนหน้านี้เป็นเพราะไม่มี ผลประโยชน์ที่มากพอไปกระตุ้นให้พวกเขายอมทุ่มสุด้ตัวเพื่อเหยียบ ย่างเข้าสู่อาณาจักรหลีเทียน”
“ประตูสวรรค์ปรากฏขึ้น สัตว์เพลิงพิภพใต้เทือกเขาชื่อเห ยียนหลุด้พ้นพันธนาการกมคือลางบอกเหตุอย่างหนึ่ง วันหน้า อาณาจักรหลีเทียนอาจจะมีเรื่องมหัศจรรย์มากมายเกิด้ขึ้น ถึงเวลา นั้น พวกกลุ่มอิทธิพลนอกอาณาจักรที่แม้แต่ตัวข้าเองกมยังไม่มั่นใจว่า จะต่อกรด้้วยได้้ย่อมทยอยกันปรากฏตัวในอาณาจักรหลีเทียน” “ศึกภายในของอาณาจักรหลีเทียน ลูกศิษย์ที่ต่ำากว่าเขตสามัญมี ศักยภาพไม่มากพอ ตายแล้วกมตายไป ไม่มีค่าอะไรให้เสียด้าย”
“ศึกภายในจะเป็นการกระตุ้นพวกเขา ให้พวกเขาฝ่า ทะลวงออกมาจากความสิ้นหวังและศึกที่พลิกผัน จากนั้นกมเหยียบ ย่างเข้าสู่เขตสามัญ”
“ข้าหวังว่าหลังจากการประลองในประตูสวรรค์สิ้นสุด้ลง อาณาจักรหลีเทียนจะมีคนเลื่อนขั้นเป็นเขตสามัญมากขึ้นกว่าเด้ิม”
“คนเหล่านั้นถึงจะเป็นพละกำาลังอันแขมงแกร่งของ อาณาจักรหลีเทียนที่จะต่อกรกับอาณาจักรอื่นได้้ในวันหน้า”
“นับแต่นี้ไป ข้าจะควบคุมสำานักภูตผีและสำานักโลหิต ไม่ ให้พวกเขาก่อเรื่องขึ้นมาอีก และกมหวังว่าท่านจะบอกกล่าวกับอีก สามฝ่ายที่เหลือ ให้พวกเขาเข้าใจว่าอีกไม่ถึงสิบปี อาณาจักรหลี เทียนจะต้องเผชิญหน้ากับการบุกโจมตีจากนอกอาณาจักร”
“และกมได้้เวลาที่พวกเราควรเตรียมตัวรับมือล่วงหน้า แล้ว”
ฉางเซินพูด้ความกังวลของเขาออกมาช้าๆ บอก วัตถุประสงค์การมาที่แท้จริงของเขาในครั้งนี้ให้อูจี้ทราบ
ผู้แขมงแกร่งของสำานักอื่นล้วนแอบเด้ากันไปว่าเป็นเพราะผู้ แขมงแกร่งของอารามเสวียนอู้ไม่ได้้อยู่ในอาณาจักรหลีเทียน บวกกับ คนผู้นั้นของหุบเขาเทาเองกม…ปิด้ด้่านตาย ด้ังนั้นสำานักภูตผีและ สำานักโลหิตถึงได้้ฉวยโอกาสโจมตี
ทว่าอูจี้กลับเข้าใจด้ีว่าเรื่องราวที่แท้จริงไม่ได้้เป็นเช่นนั้น
หากฉางเซินคิด้จะเปิด้ศึกครั้งใหญ่ขึ้นมาจริง เขาไม่จำาเป็น ต้องเกรงกลัวใครหน้าไหนทั้งนั้น!
“ข้าจะบอกกับอีกสามฝ่ายเอง” อูจี้พยักหน้า
ฉางเซินพยักหน้าแล้วกมไม่พูด้อะไรมากความอีก เรือนกาย ของเขาที่นั่งตรงอยู่ที่เด้ิมถูกลมพัด้หนึ่งครั้งกมจางหายไปราวกลุ่มควัน บางเบา
วินาทีที่เงาร่างของหายไปจากภูเขาด้้านหลังเขาหลิงอวิ๋น เฉียวหยางเจ้าวังยมบาลที่อยู่เบื้องล่างจึงออกคำาสั่งทันที “ไม่ว่าได้้ กุญแจประตูสวรรค์หรือไม่ จงถอยทัพออกจากสำานักหลิงอวิ๋นเด้ี๋ยว นี้!”
ผู้แขมงแกร่งทุกคนของวังยมบาลหลังจากได้้ยินคำาสั่งของ เฉียวหยาง แม้จะเตมไปด้้วยความสงสัย ทว่ากลับพากันถอนตัวออก จากการต่อสู้กับผู้แขมงแกร่งของสำานักหลิงอวิ๋น
ถึงแม้จะยังมีกุญแจประตูสวรรค์หลายด้อกประทับอยู่บน หินอุกกาบาต แต่พวกเขากมไม่ได้้ไปแย่งชิงต่อ ปฏิบัติตามคำาสั่งของ เฉียวหยางโด้ยการจากไปอย่างเป็นระเบียบ
ผู้แขมงแกร่งเหล่านั้นของสำานักหลิงอวิ๋นกมงุนงงสงสัยไม่ต่าง กัน แต่กลับไม่ได้้ขัด้ขวาง
ไม่นานผู้แขมงแกร่งของวังยมบาลที่โอบล้อมสำานักหลิงอวิ๋ นมาหลายวันกมถอนกำาลังจากไป
……
หน้าประตูตระกูลอวิ๋น
เนี่ยเทียนที่ถูกแสงสีทองสาด้กระเซมนมาโด้น สาบเสื้อตรง หน้าอกเตมไปด้้วยคราบเลือด้ พยายามหลบเลี่ยงไปตามช่องโหว่ ระหว่างแสงสีทองที่กระจัด้กระจายเหล่านั้น หวังจะเข้าไปใกล้ต้วน หยวน
ลำาพังเพียงแค่แสงสีทองที่สาด้ส่องมาจากขวานรบสองคม กมทำาให้หน้าอกของเนี่ยเทียนถูกกรีด้ผ่า จนสภาพดู้น่าเวทนา
ต้วนหยวนที่มาจากวังยมบาลซึ่งมีขอบเขตอยู่ในขั้นกลาง สวรรค์ช่วงต้น ทำาให้เขาตระหนักได้้ว่าความต่างระหว่างขอบเขตทั้ง สองมีมากแค่ไหน
“ฟั่บ!”
แสงสีทองหนึ่งจุด้เปล่งวาบผ่านแผ่นหลังของเนี่ยตงไห่ เขา ร้องอู้อี้อยู่ในลำาคอหนึ่งครั้งแล้วโซซัด้โซเซถอยร่นไม่เป็นท่า
กลุ่มแสงสีทองระยิบระยับซึ่งแปลงมาจากขวานรบสองคม ที่กำาลังหมุนวนฉวัด้เฉวียนพากันไล่กวด้เขาไป
ทำาให้เนี่ยเทียนหลุด้พ้นจากวิกฤตชั่วขณะ
เขาหันกลับไปมองกมพบว่าเนี่ยตงไห่ล่อให้ขวานรบสองคม นั้นออกห่างเขาไปไกลอย่างต่อเนื่อง เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เขาถูกแสงสี ทองของขวานรบทำาร้ายเอาได้้
เมื่อขวานรบจากไป เนี่ยเทียนกมไม่สนใจอาการบาด้เจมบตรง หน้าอก กระโจนเข้าใส่ต้วนหยวนราวกับสัตว์ร้ายคลุ้มคลั่งตัวหนึ่ง
ไฟโทสะกองหนึ่งถูกจุด้ขึ้นกลางใจแล้วพลันแผ่ขยายไปทั่ว ร่าง
พลังวิญญาณที่ไหลกรากอยู่มหาสมุทรวิญญาณจุด้ตัน เถียน พละกำาลังที่ซุกซ่อนอยู่ในกระดู้กและเลือด้เนื้อของเขา บัด้นี้ได้้ ระเบิด้ตูมออกมา
“หมัด้พิโรธ!” เขาคำารามลั่นอยู่ในใจ
“ตูม!”
หมัด้ที่พกพาเอาความโกรธแค้นรุนแรงนั้นได้้ระบายพละ กำาลังทั้งร่างของเขาออกมา ทำาให้จุด้ลึกในชั้นเมฆของอาณาจักรหลี เทียนมีคลื่นมิติแปลกประหลาด้ก่อเกิด้ขึ้น
ท่ามกลางค่ำาคืนที่มืด้มิด้ เงายักษ์น่าหวาด้กลัวร่างหนึ่ง ปรากฏวาบขึ้นส่งเสริมให้หมัด้พิโรธนั้นยิ่งมีอานุภาพดุ้ร้าย
ต้วนหยวนที่รู้สึกได้้ว่าท่าไม่ด้ีฝืนรวบรวมพละกำาลังร่ายเวท ลับของวังยมบาล
“ประตูเผาโลกันตร์!”
ภายใต้พลังวิญญาณของเขา เงาปีศาจดุ้ร้ายมากมายหลาย เงาตรงหน้าอกของต้วนหยวนรวมตัวเข้าด้้วยกันกลายมาเป็นประตู ประหลาด้ที่เตมไปด้้วยหนามแหลมและมุมโค้งงอ
“ปัง!”
หมัด้ของเนี่ยเทียนกระแทกลงบนประตูประหลาด้นั้นอย่าง แรง และประตูนั่น…กมแตกทลายพร้อมเสียงที่ด้ังขึ้น
“พรวด้!”
เลือด้สด้หนึ่งคำาพุ่งทะลักออกมาจากปากของต้วนหยวน ร่างของเขาลอยคว้างไปด้้านหลังราวกับถูกภูเขาขนาด้ยักษ์กลิ้งชน
หลังจากร่างร่วงกระแทกลงบนพื้น มุมปากของต้วนหยวน ยังคงมีเลือด้ไหลซึมไม่หยุด้ ทว่ากลับด้ิ้นรนค่อยๆ ฝืนตัวลุกขึ้นมานั่ง คุกเข่าข้างเด้ียวได้้
“นี่มันกระบวนท่าวิเศษอะไรกัน?” เขาเอ่ยขึ้นด้้วยความ หวาด้หวั่นและสิ้นหวัง