ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 133 บีบให้ถอย
“เคร้ง!”
ขวานรบสองคมที่ไล่ตามเนี่ยตงไห่พลันร่วงลงพื้น ประกาย แสงสีทองด้ับสนิทไม่หลงเหลือ
“กราอบ!”
ต้วนหยวนที่คุกเข่าข้างเด้ียวพยายามจะลุกขึ้นยืน ทว่า หน้าอกกลับมีเสียงกระดู้กแตกลอยมาด้ังลั่น
เลือด้คำาใหญ่พุ่งพรวด้ออกมาจากปากของต้วนหยวนอย่าง มิอาจควบคุม เขาไม่เพียงแต่ลุกขึ้นยืนไม่ได้้ ยังนั่งแปะลงไปกับพื้น ด้้วย
สายตาที่ต้วนหยวนมองไปยังเนี่ยเทียนเตมไปด้้วยความ ตะลึงหวาด้กลัวและไม่อยากเชื่อ
เนี่ยเทียน…มีตบะอยู่แค่ท้ายสวรรค์ช่วงต้น อีกทั้งเมื่อครู่นี้กม ไม่ได้้ปลด้ปล่อยอาวุธวิเศษใด้ออกมา เพียงแค่ใช้เคลมด้ลับวิเศษที่ แปลกประหลาด้บางอย่างกมสามารถกระตุ้นพละกำาลังน่าหวาด้กลัว
ซึ่งราวกับน้ำาป่าไหลหลากที่ทำาลายเขื่อน พริบตาเด้ียวกมทำาร้ายเขาจน บาด้เจมบสาหัสได้้
เขาใช้กระแสจิตไปตรวจสอบร่างกายของตัวเองจึงพบว่า หมัด้เด้ียวของเนี่ยเทียน ทำาให้กระดู้กของเขาแตกออกถึงสี่ท่อน
ไม่เพียงเท่านี้ เพลิงพิโรธเชี่ยวกรากระลอกหนึ่งยังคงไหล วนอยู่ในร่างกายของเขา ส่งผ่านความเจมบปวด้รวด้ร้าวไปตามเลือด้ เนื้อและเส้นเอมนของเขา
เจอการโจมตีไปครั้งเด้ียว ต้วนหยวนไม่มีแม้แต่แรงจะ ควบคุมขวานรบสองคม จึงมิอาจสร้างภัยคุกคามใด้ๆ ให้กับเนี่ยตง ไห่ได้้อีก
“นั่นคือ…”
หูฉิงเหวินที่ถือคันธนู รวมไปถึงจ้าวไห่เฟิงที่ควบคุมหอก กระดู้กสามเล่มต่างกมฉายความประหลาด้ใจออกมาทางด้วงตา
พวกเขาล้วนมองเนี่ยเทียนด้้วยสายตาคาด้ไม่ถึง
พวกเขาไม่เคยคิด้มาก่อนเลยว่าเนี่ยเทียนที่ขอบเขตห่า งกับต้วนหยวนถึงหนึ่งขั้นเตมจะสามารถทำาร้ายต้วนหยวนได้้
นี่มันผิด้ปกติ!
“ก่อนหน้านี้พวกเจ้าพูด้เองไม่ใช่หรือ? ขอบเขตไม่ใช่ปัจจัย เด้ียวที่ใช้วัด้ศักยภาพของคนคนหนึ่ง” เนี่ยเทียนแสยะปากพูด้ด้้วย สีหน้าเหี้ยมเกรียม “คาถาวิเศษที่สูงส่งลึกลับ เคลมด้ลับวิเศษที่ ประณีตละเอียด้อ่อน สามารถชด้เชยความไม่พอของขอบเขตได้้ ที่ ข้าสามารถทำาร้ายเจ้าได้้กมเป็นเพราะเคลมด้ลับวิเศษที่ประณีตวิจิตร อย่างไรล่ะ”
“เคลมด้ลับวิเศษที่ตาเฒ่าอูเป็นผู้สอน…น่ากลัวได้้ขนาด้นี้ จริงๆ หรือ?” จ้าวไห่เฟิงตะลึงลาน
“กลับมา!”
เขากวักมือหนึ่งครั้ง หอกกระดู้กสามเล่มที่กลายร่างเป็น แท่งน้ำาแขมงเยมนเยียบซึ่งพุ่งเข้าใส่อันหรงอย่างต่อเนื่องพลันบินออก มาจากรอบกายของอันหรง
มือเรียวยาวของหูฉิงเหวินวางไว้บนลูกศร เพียงแค่เลมงไปที่ อันเหอ แต่ไม่ได้้ยิงออกไป
อันหรงและอันเหอพลันผ่อนลมหายใจ แล้วจึงสังเกตเหมน เนี่ยเทียนได้้ทันที
“ต้วนหยวน เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง?” จ้าวไห่เฟิงขมวด้คิ้ว ถาม
ต้วนหยวนที่นั่งอยู่บนพื้น สาบเสื้อตรงหน้าเตมไปด้้วยรอย เลือด้ ซึ่งรอยเหล่านั้น…ล้วนเกิด้จากเลือด้ที่เขากระอักออกมา
ต้วนหยวนในเวลานี้ทำาได้้เพียงยิ้มขื่นให้กับเขาหนึ่งครั้ง แล้วนั่งทำาสมาธิ คิด้กำาจัด้พละกำาลังที่แทรกซึมอยู่ในร่างของเขาซึ่ง กำาลังทำาลายเลือด้เนื้อและเส้นเอมนของเขาอย่างต่อเนื่อง
เขาไม่มีเวลามัวมาสนทนาอีก
“บาด้เจมบหนักขนาด้นี้เชียวหรือ…” จ้าวไห่เฟิงยิ่งแปลกใจ เข้าไปใหญ่
เนี่ยเทียนที่เพิ่งปล่อยหมัด้ไปฝืนตัวเองให้ยืนอยู่ที่เด้ิม กำาลัง ที่เกรียงไกรของเขาเสื่อมเป็นม้าตีนปลายแล้ว
สภาพของเขา…ไม่ได้้ด้ีไปกว่าต้วนหยวนเท่าไหร่นัก
หมัด้พิโรธรูปแบบที่หนึ่งแทบจะสูบเอาพลังวิญญาณและ พลังที่ซุกซ่อนอยู่ในเลือด้เนื้อของเขาไปจนสิ้น
เขาในตอนนี้ นอกจากพลังจิตที่ยังคงเปี่ยมล้นแล้ว เกรงว่า คงไม่เหลือกำาลังมาต่อกรกับใครได้้อีก
สีหน้าเขาเรียบเฉย ทว่าในใจกลับร้องทุกข์อยู่กับตัวเอง เขารู้ว่านับแต่ตอนนี้เป็นต้นไป เขาไม่เพียงแต่ช่วยท่านตาของเขา และอันหรงไม่ได้้แล้ว ยังจะกลายมาเป็นภาระให้พวกเขาด้้วย
ขอแค่จ้าวไห่เฟิงลงมือกับเขา ถ้าเช่นนั้นท่วงท่าดุ้ด้ันที่เขา แสร้งทำาอยู่ในตอนนี้ย่อมต้องถูกเปิด้โปงออกมาในพริบตาเด้ียว
ทั้งๆ ที่รู้ว่าหลังจากร่ายหมัด้พิโรธแล้วผลลัพธ์จะเป็นอย่าง ในตอนนี้ เขากมยังเลือกทำาด้้วยความจนใจ
เพราะว่าต้วนหยวนแขมงแกร่งมากเกินไป อีกทั้งขอบเขตยัง สูงกว่าเขาหนึ่งขั้นเตม นอกจากหมัด้พิโรธรูปแบบที่หนึ่งซึ่งเขาบรรลุ มาจากด้ินแด้นลึกลับนั้นแล้ว เขากมคิด้หาวิธีอื่นที่จะทำาให้ต้วนหยวน บาด้เจมบสาหัสไม่ได้้อีก
“ช่างเถอะ ในเมื่อเป็นลูกศิษย์ของตาเฒ่าอู ต่อให้ขอบเขต จะต่ำาต้อย แต่กมีคุณสมบัติมากพอจะให้ข้าลงมือเอง” จ้าวไห่เฟิง พลันพูด้ขึ้นมา
“ฟู่วๆ!”
หอกกระดู้กซีด้ขาวสามเล่มพลันปล่อยไอน้ำาแขมงออกมา เป็นกลุ่มก้อน ไอน้ำาแขมงเหล่านั้นต่างกมแฝงไว้ด้้วยความเยมนน่าครั่น คร้าม
เหมนได้้ชัด้ว่าจ้าวไห่เฟิงเตรียมจะลงมือแล้ว
“ระวัง!”
เมื่อเนี่ยตงไห่และอันหรงสามคนมองเหมนว่าจ้าวไห่เฟิงย้าย เปอาหมายมาเล่นงานเนี่ยเทียน จึงพุ่งเข้ามารวมตัวกันโด้ยอัตโนมัติ
นัยน์ตาเนี่ยเทียนฉายแววขมขื่น มองเหมนหอกกระดู้กสาม เล่มรวบรวมพลังความเยมนคาตา แต่กลับไร้วิธีใด้มารับมือ
“ตึกๆๆ!”
เนี่ยเทียนที่หมด้สิ้นพลังกายไร้เรี่ยวแรงใด้ให้ต่อกร กลับ ได้้ยินเสียงหัวใจที่เต้นกระหน่ำาขึ้นมากะทันหัน
ความคิด้ของวิญญาณมหัศจรรย์ที่มีเพียงเขาเท่านั้นที่ สัมผัสได้้ลอยจากทิศทางที่ห่างไกล เยื้องกรายมายังเมืองเฮยอวิ๋น
“เกราะมังกรเพลิง!”
เพียงครู่เด้ียว เนี่ยเทียนกมตั้งตัวได้้ใหม่ นัยน์ตาฉายความ ปิติยินด้ีอย่างชัด้เจน
เกราะมังกรเพลิงที่ลอยวนเวียนอยู่ในเทือกเขาชื่อเหยียนอ ยู่นานเพื่อเกมบสะสมเส้นผลึกเพลิงพิภพอย่างต่อเนื่อง ได้้ตามหา ปราณของเขาเจอ และกำาลังมุ่งหน้ามาจากเทือกเขาชื่อเหยียน!
คล้ายสัมผัสได้้ว่าเขาตกอยู่ในสภาวะย่ำาแย่ถึงขีด้สุด้ ความเรมวที่เกราะมังกรเพลิงใช้บินมาจึงเพิ่มมากขึ้นอย่างเหมนได้้ชัด้
การเข้ามาใกล้ของเกราะมังกรเพลิงทำาให้ไฟแห่งความหวัง ของเนี่ยเทียนถูกจุด้ขึ้นใหม่ รู้สึกว่าพวกจ้าวไห่เฟิงสามคนคงยากที่ จะทำาอันตรายเขาได้้อีก
จ้าวไห่เฟิงที่กระตุ้นพลังความเยมนในร่างเพื่อผลักด้ันให้ หอกกระดู้กสามเล่มนั้นเล่นงานเนี่ยเทียนพลันบังเกิด้ความหวาด้กลัว ขึ้นมาในใจ
เขาที่ฝึกคาวิเศษน้ำาแขมง มีสัมผัสที่เฉียบไวต่อปราณความ หนาวเยมนสุด้ขั้วและความร้อนแผด้เผามาตั้งแต่เกิด้
เกราะมังกรเพลิงยังไม่มาถึง เขากมสัมผัสได้้ว่าอุณหภูมิของ ตลอด้ทั้งเมืองเฮยอวิ๋นกำาลังไต่ระด้ับขึ้นสูง
ซึ่งเหมนได้้ชัด้ว่าความเรมวที่อุณหภูมินี้เพิ่มขึ้นนั้นเรมวผิด้ปกติ ทำาให้เขารู้สึกกด้ด้ันในใจ ครั่นเนื้อครั่นตัวไม่เป็นสุขอย่างถึงที่สุด้
จ้าวไห่เฟิงอยู่ในวังยมบาล แต่ไหนแต่ไรมากมีชื่อเสียงด้้าน ความใจเยมนและเด้มด้ขาด้มาโด้ยตลอด้ เขาวิเคราะห์อย่างละเอียด้อยู่ ครู่หนึ่งกมพลันพูด้กับหูฉิงเหวินว่า “พาตัวต้วนหยวนไป พวกเรา กลับ”
“ว่าไงนะ?” หูฉิงเหวินถามอย่างไม่เข้าใจ
ต้วนหยวนผู้นั้นกมลืมตาโพลง มองเขาด้้วยความสงสัยเตม ใบหน้า
“กลับกันเถอะ” จ้าวไห่เฟิงขมวด้คิ้วน้อยๆ กล่าว “คราวนี้ ถือว่าพวกเราโชคไม่ด้ี ส่วนเรื่องกุญแจประตูสวรรค์ พวกเราสามารถ ได้้มาโด้ยหนทางอื่น”
แม้ว่าหูฉิงเหวินและต้วนหยวนจะฉงนสนเท่ห์อย่างยิ่ง แต่ กลับรู้ด้ีว่าเขาไม่ใช่คนทำาอะไรเหลวไหล
พวกเขารู้ว่าเขาต้องมีเหตุผลบางอย่างแน่นอน
“ตกลง!”
หูฉิงเหวินเชื่อมั่นในตัวเขาอย่างมาก พอได้้ยินว่าเขา เปลี่ยนความคิด้กมเกมบธนูของตัวเองทันที แล้วแบกต้วนหยวนไว้บน หลัง
“ไป” จ้าวไห่เฟิงบอกเป็นนัยให้พวกเขาจากไปก่อน จาก นั้นกมหันมามองเนี่ยเทียน เอ่ย “เจ้าเองกมีกุญแจที่จะได้้เข้าไปใน ประตูสวรรค์เช่นกัน ในเมื่อเป็นเช่นนี้ พวกเรากมไปเจอกันอีกครั้งใน ประตูสวรรค์เถอะ”
กล่าวจบเขากมจากไปพร้อมกับหูฉิงเหวินท่ามกลางสายตา ตะลึงระคนสงสัยของเนี่ยตงไห่ อันหรง และอันเหอ
“นี่มันเรื่องอะไรกัน?” อันหรงสับสนงุนงง
เนี่ยตงไห่เองกมส่ายหัวแสด้งว่าไม่เข้าใจ “ไม่รู้ว่าเจ้าเด้มกนั่น คิด้อะไรอยู่ ด้้วยฝีมือของเขา หากยืนหยัด้ที่จะต่อสู้กันขึ้นมาจริงๆ กม ใช่ว่า…พวกเราจะต่อกรได้้”
“คนที่ถูกฝึกมาจากวังยมบาล ช่างน่ากลัวเกินไปแล้ว” อัน เหอเองกมเหมนด้้วยอย่างยิ่ง
พวกเขาล้วนไม่คิด้ที่จะไล่ตามพวกจ้าวไห่เฟิงสามคนนั้นไป ราวกับรู้ว่าหากกล้าตามไป ทำาให้จ้าวไห่เฟิงเด้ือด้ด้าลขึ้นมาจริงๆ พวกเขามีแต่จะยิ่งบาด้เจมบหนักมากไปกว่าเด้ิม
“เจ้าหมอนั่น…ได้้กลิ่นอันตรายจากเกราะมังกรเพลิงด้้วย หรือ?” เนี่ยเทียนแสด้งความประหลาด้ใจออกมาทางด้วงตา
เนื่องจากเขามีความเชื่อมโยงทางจิตวิญญาณอัน ละเอียด้อ่อนกับเกราะมังกรเพลิงจึงสัมผัสได้้ว่ามันเข้ามาใกล้แล้ว
นอกจากเขา อันหรงที่มีขอบเขตสูงสุด้กมยังสัมผัสไม่ถึง
ทั้งๆ ที่จ้าวไห่เฟิงผู้นั้นเตรียมจะลงมือแล้วแท้ๆ แต่กลับ หยุด้ชะงักกะทันหัน อีกทั้งยังมองประเมินไปรอบด้้านด้้วยความระ แวด้ระวัง แอบสัมผัสได้้ถึงคลื่นอุณหภูมิร้อน เหมนได้้ชัด้ว่าเขาเองกม เป็นอีกคนหนึ่งที่สัมผัสได้้
เขาสัมผัสได้้ถึงการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันของอุณหภูมิ ในเมืองเฮยอวิ๋น อาจจะเด้าไปว่ามีผู้แขมงแกร่งที่เชี่ยวชาญคาถาวิเศษ
เปลวเพลิงกำาลังเร่งรุด้เด้ินทางมาที่นี่ ถึงได้้ตัด้สินใจเด้มด้เด้ี่ยวถอนตัว ออกไปก่อน
คนผู้นี้รู้หนักรู้เบา ความสามารถในการรับสัมผัสกมน่าตะลึง พอรับรู้ถึงวิกฤตกมรีบทิ้งทุกสิ่ง ถอนตัวออกไปอย่างเฉียบขาด้
จ้าวไห่เฟิงผู้นี้ย่อมเป็นคนรุ่นเด้ียวกันที่รับมือได้้ยากที่สุด้ เท่าที่เขาเคยเจอมา!
โม่ซีแห่งสำานักภูตผี และอวี๋ถงแห่งสำานักโลหิต เมื่อเทียบ กับเขาแล้ว เหมนได้้ชัด้ว่าอ่อนด้้อยกว่าขั้นหนึ่ง
“รู้สึกร้อนหรือไม่?” อยู่ๆ อันเหอกมพูด้ขึ้นมา
“นั่นเป็นเพราะเจ้าเด้มกของวังยมบาลคนนั้นจากไปแล้ว คนผู้นี้เชี่ยวชาญวิชาน้ำาแขมง อาวุธวิเศษของเขากมไม่ธรรมด้าอย่างยิ่ง การด้ำารงอยู่ของเขา ทำาให้ฟอาด้ินทุกแห่งของพวกเราคล้ายถูก ปกคลุมไปด้้วยน้ำาแขมงหนึ่งชั้น” อันหรงถอนหายใจหนึ่งครั้งแล้ว กล่าวต่อ “เขาไปแล้ว พวกเราถึงได้้รู้สึกว่าอุณหภูมิของเมืองเฮยอวิ๋ นกลับมาเป็นปกติ เจ้าหมอนี่น่ากลัวยิ่งนัก วังยมบาลสามารถฝึกฝน ลูกศิษย์แบบนี้ออกมาได้้ รากฐานแก่นแท้ของพวกเขากมช่างน่าตะลึง จริงๆ”
“ไม่ ดู้เหมือนว่าไม่ได้้เป็นเพราะเขา ก่อนหน้าที่สามคนนั้น จะมา เมืองเฮยอวิ๋นกมไม่ได้้ร้อนอบอ้าวขนาด้นี้” อันเหอกล่าว
“แล้วเป็นเพราะอะไรล่ะ?” อันหรงไม่เข้าใจ
เวลานี้ เนี่ยเทียนพลันหันไปมองท้องฟอาราตรีที่เป็นสีเทา
ม่านรัตติกาลค่อยๆ จางหายไป เริ่มแทนที่มาด้้วยแสงอรุณ
กลางท้องฟอาสีเทาเข้ม ลำาแสงเปลวเพลิงเส้นหนึ่งซึ่งมีรูป ร่างเป็นมังกรพลันพุ่งเข้ามาใกล้
“ไม่จริงมั้ง? หินอุกกาบาตจากนอกโลกอีกก้อนหรือ?” อัน หรงอุทานด้้วยความหด้หู่
เนี่ยตงไห่และอันเหอเองกมพลันหน้าเผือด้สี ต่างตกตะลึงจน ไม่รู้ว่าควรทำาเช่นไรด้ี
หินอุกกาบาตจากนอกโลกก้อนก่อนหน้านี้ทำาลายตระกูลอ วิ๋นจนย่อยยับไปทั้งตระกูล มีอีกก้อนพุ่งกระแทกใส่เมืองเฮยอวิ๋นแบบ นี้ จะก่อให้เกิด้ภัยพิบัติที่เลวร้ายขนาด้ไหนกัน?
“มาอีกแล้ว!”
“สวรรค์!”
“ทุกคนรีบหนีเรมว!”
บนถนน ชาวเมืองเฮยอวิ๋นมากมายต่างกมร้องอุทานแตกตื่น หนีกระเจิงกันไปสี่ทิศ
“ฟิ้ว!”
ลำาแสงที่มีเปลวเพลิงลุกไหม้โชติช่วงนั้นมาปรากฏตัวอยู่ เหนือตระกูลอวิ๋นอย่างรวด้เรมว
“พุ่งเข้าหาตระกูลอวิ๋นอีกแล้วรึ?” พวกเนี่ยตงไห่หน้าซีด้ ขาว
“ไม่ใช่” ในที่สุด้เนี่ยเทียนกมเอ่ยปาก เอ่ยปลอบใจคนทั้ง สาม “มันพุ่งมาหาข้า”