ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 134 เหตุการณ์ไม่สงบชะลอตัว
เนี่ยเทียนเพิ่งพูด้จบ ลำาแสงเปลวเพลิงที่พุ่งเข้ามาใกล้นั้นกม พลันชะลอความเรมว
พวกอันหรงสามคนเงยหน้าขึ้นมอง พบว่าลำาแสงนั้น…ไม่ ได้้ใหญ่โตเท่าหินอุกกาบาตที่มาจากนอกโลก แต่เป็นเหมือนลูกกลมที่ มีเปลวไฟลุกโชนมากกว่า
“พุ่งมาหาเจ้า?” อันหรงประหลาด้ใจ
เนี่ยตงไห่หน้าเปลี่ยนสีฉับพลัน “นั่นคืออะไร? เจ้าไปหา เรื่องมันได้้ยังไง?” เขานึกว่าลำาแสงเปลวเพลิงนั้นมองเนี่ยเทียนเป็น เปอาหมาย คิด้จะมาสังหารเนี่ยเทียน
“ท่านตา มัน…ไม่ได้้มีเจตนาร้าย” เนี่ยเทียนอธิบาย
“ฟิ้ว!”
ลำาแสงเปลวเพลิงนั้นพลันบินลงต่ำาแล้วค่อยๆ ลอยนิ่งอยู่ เบื้องหน้าเนี่ยเทียน
“ฟู่วๆ!”
เปลวเพลิงหลายเส้นคล้ายงูไฟที่เลื้อยขยุกขยิก ค่อยๆ ถูก เกมบเข้าไปในเสื้อเกราะ
เวลานี้ทุกคนถึงได้้พบว่าวัตถุประหลาด้ที่มีไฟลุกท่วม ราวกับด้วงอาทิตย์ชิ้นนั้นคือเสื้อเกราะที่ประณีตงด้งามตัวหนึ่ง
เนี่ยเทียนเองกมจ้องเกราะมังกรเพลิงเขมมง สังเกตมันอย่าง ละเอียด้
เมื่อเทียบกับเมื่อหลายวันก่อน ลายเส้นเลมกละเอียด้ มากมายบนพื้นผิวของเกราะมังกรเพลิงไม่เพียงแต่ชัด้เจนขึ้นมาเยอะ มาก อีกทั้งภายในเหมือนจะมีพลังงานมหัศจรรย์คล้ายลาวาไหลริน อยู่ด้้วย
แค่เข้าไปใกล้เกราะมังกรเพลิง เขากมได้้กลิ่นคลื่นเลือด้ลมที่ ไหลกรากระลอกหนึ่งทันที
ในสายตาของเขา เกราะมังกรเพลิงในตอนนี้ไม่ใช่อาวุธชิ้น หนึ่งอีกต่อไปแล้ว! แต่กลายมาเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีเลือด้มีเนื้อ ทั้งยังมีจิต วิญญาณด้้วย!
เขายื่นมือออกไป หมายทด้ลองลูบคลำาเกราะมังกรเพลิง
ทว่ามือข้างนั้นของเขายังไม่ทันแตะโด้น เกราะมังกรเพลิง ชิ้นนั้นกมพลันหด้ตัวเข้าหากัน กลายร่างเป็นลำาแสงเปลวเพลิงหนึ่ง ก้อนแล้วหายวับเข้าไปในกำาไลเกมบของของเขา
ปราณกลุ่มหนึ่งที่ไม่สามารถเข้าใจได้้โด้ยนัย มีเพียงใช้จิต วิญญาณไปรับสัมผัสลอยออกมาจากในเกราะมังกรเพลิง
เขาพลันตระหนักรู้ทันใด้ หลังจากเกราะมังกรเพลิงดู้ด้ซับ เอาเส้นผลึกเพลิงพิภพจำานวนมากมาแล้วกมยังไม่ทันได้้ชุบหลอม
เกราะมังกรเพลิงต้องการค่อยๆ ย่อยผลประโยชน์ที่ได้้จาก เส้นผลึกเพลิงพิภพอยู่ในกำาไลเกมบของของเขาช้าๆ เพื่อให้มันแปร สภาพได้้อย่างสมบูรณ์แบบ
“หาย…หายไปแล้ว?” อันหรงตะลึงงัน
เนี่ยตงไห่ตื่นเต้นขึ้นมาโด้ยพลัน “เสี่ยวเทียน อาวุธวิเศษ ชิ้นนี้…เป็นของเจ้า?”
เนี่ยเทียนพยักหน้า
“อาวุธวิเศษที่บินมาหาเจ้าด้้วยตัวเอง ด้้านในมันมี วิญญาณของวัตถุอยู่อย่างนั้นหรือ?” เนี่ยตงไห่ร้องอุทานด้้วยความ ตกใจ
เนี่ยเทียนพยักหน้าอีกครั้ง
อันหรงและอันเหอตัวสั่นเยือกอย่างรุนแรง พูด้ขึ้นพร้อม กัน “อาวุธวิเศษที่มีวิญญาณ! วัตถุล้ำาค่าเชื่อมโยงวิญญาณ?”
และเวลานี้เอง ชาวเมืองเฮยอวิ๋นหลายคนที่อยู่บนถนน ห่างออกไป ต่างกมล้อมเข้ามาใกล้ด้้วยความระมัด้ระวัง อยากรู้ว่าตรง นี้เกิด้เรื่องอะไรขึ้น
เนี่ยเทียนที่กำาลังจะอธิบายจึงปิด้ปากฉับทันที ไม่ได้้เอ่ย ถึงที่มาของเกราะมังกรเพลิง
“ผู้เฒ่าอัน ผู้เฒ่าเนี่ย เมื่อครู่นี้พวกท่านเหมนหรือไม่ว่ามี ลำาแสงเปลวเพลิงเส้นหนึ่งร่วงลงมา?” คนผู้หนึ่งเอ่ยถามด้้วยความ อกสั่นขวัญหาย
อันหรงมองเนี่ยเทียนหนึ่งครั้งแล้วพูด้ขึ้นด้้วยน้ำาเสียงเรียบ เฉย “มองเหมนแล้ว ดู้เหมือนว่าจะบินไปตกอยู่ในหินอุกกาบาตที่มา จากนอกโลกก้อนนั้นแล้ว”
“หา!”
“ผู้เฒ่าอัน อนุญาตให้พวกเรา…ไปตรวจสอบดู้หน่อยได้้ หรือไม่?”
คนเหล่านั้นเอ่ยอ้อนวอน
อันหรงยักไหล่ กล่าวอย่างไม่คิด้มาก “ตามใจพวกเจ้า”
“เสี่ยวเทียน พวกเรากลับตระกูลเนี่ยกัน” เนี่ยตงไห่เอ่ย
เนี่ยเทียนพยักหน้า
คนทั้งกลุ่มเด้ินผ่านชาวเมืองเฮยอวิ๋นที่คาด้หวังว่าจะได้้พบ เจอสิ่งมหัศจรรย์ไป ไม่สนใจเรื่องของตระกูลอวิ๋นอีก แต่ตรงด้ิ่งไปที่ ตระกูลเนี่ย
เมื่อครู่นี้พวกเขาสังเกตเหมนว่าทิศทางที่พวกจ้าวไห่เฟิงจาก ไป ไม่ใช่ป่ารกร้างที่พวกอันซืออี๋มุ่งหน้าไป
นี่หมายความจ้าวไห่เฟิงสามคนนั้นไม่เพียงแต่ยอมละทิ้ง กุญแจประตูสวรรค์ที่เนี่ยเทียนครอบครอง แม้แต่กุญแจที่ปรากฏใน ป่ารกร้างกมถูกทอด้ทิ้งไปด้้วย
และกมด้้วยเหตุนี้ พวกอันหรงจึงไม่กังวลเรื่องความ ปลอด้ภัยของพวกอันซืออี๋ ถึงได้้กลับมาที่ตระกูลเนี่ยด้้วยความใจเยมน
มีเพียงเนี่ยเทียนเท่านั้นที่เข้าใจว่าการที่จ้าวไห่เฟิง ระมัด้ระวังตัวมากถึงเพียงนั้น กมเพราะหวาด้กลัวว่าหลังจากผู้ แขมงแกร่งที่ฝึกคาถาวิเศษเปลวเพลิงคนหนึ่งมาถึงเมืองเฮยอวิ๋นแล้ว จะรีบเด้ินทางไปที่ป่ารกร้างต่อ จึงจำาต้องถอด้ใจละทิ้งไป
ตอนที่กลับมาถึงตระกูลเนี่ย ท้องฟอากมสว่างโร่แล้ว
ในห้องลับ เนี่ยเทียนเผชิญหน้ากับเนี่ยตงไห่ อันหรงและ อันเหอ อธิบายที่มาของเกราะมังกรเพลิงอย่างง่ายๆ บอกพวกเขาว่า ได้้เกราะมังกรเพลิงมาจากงานพินิจของวิเศษ และไม่ให้พวกเขาเผย ข้อมูลนี้ให้คนอื่นรับรู้
ความลับระหว่างแกนเลือด้และเกราะมังกรเพลิง เนื่องจาก มีอันหรงและอันเหออยู่ด้้วย เนี่ยเทียนจึงไม่ได้้เล่าอย่างละเอียด้
ทว่าต่อให้เป็นเช่นนี้ คนทั้งสามที่แน่ใจแล้วว่าเกราะมังกร เพลิงคือวัตถุล้ำาค่าเชื่อมโยงวิญญาณชิ้นหนึ่งต่างกมตื่นตะลึงถึงขีด้สุด้
“วัตถุล้ำาค่าเชื่อมโยงวิญญาณ วัตถุล้ำาค่าเชื่อมโยง วิญญาณ…” เนี่ยตงไห่จมจ่อมอยู่กับความปิติยินด้ีล้นเหลือ
อันหรงและอันเหอมองเขาด้้วยท่าทางเหม่อลอย จิตใจไม่ อยู่กับเนื้อกับตัว
เส้นทางการเติบโตของเนี่ยเทียน พวกเขารู้เหมนชัด้เจน เมื่อ ไม่กี่ปีก่อนเนี่ยเทียนที่อยู่ในเมืองเฮยอวิ๋นยังไม่มีชื่อเสียง ทั้งยังถูกคน ตระกูลเนี่ยด้้วยกันเล่นงานคอยปัด้แข้งปัด้ขา
ใครกมคาด้คิด้ไม่ถึงว่าเนี่ยเทียนในวันนี้ ไม่เพียงแต่กลาย เป็นลูกศิษย์ของอูจี้ ทั้งยังครอบครองวัตถุล้ำาค่าเชื่อมโยงวิญญาณชิ้น หนึ่งด้้วย!
วัตถุล้ำาค่าเชื่อมโยงวิญญาณนั้นหมายถึงอะไร พวกเขารู้ ชัด้เจนด้ีอยู่แก่ใจ พวกเขาเชื่อว่าขอแค่เนี่ยเทียนยังมีชีวิตอยู่ ฝึก บำาเพมญตบะต่อไปอย่างมั่นคง ต่อไปในอาณาจักรหลีเทียนแห่งนี้ ต้อง มีตำาแหน่งสำาหรับเนี่ยเทียนอย่างแน่นอน!
“ผู้เฒ่าเนี่ย ท่านมีหลานชายที่ด้ีจริงๆ” อันหรงปลงอนิจจัง อย่างถึงที่สุด้
เนี่ยตงไห่หัวเราะร่า
“คุณหนูอันกลับมาแล้ว!”
และเวลานี้เอง เสียงเอะอะของคนตระกูลเนี่ยที่อยู่ด้้านนอก กมด้ังลอยมา พวกเนี่ยเทียนที่มาหลบอยู่ในห้องลับจึงรีบเด้ินออกไป อย่างรวด้เรมว
เขามองปราด้เด้ียวกมเหมนรอยยิ้มเตมใบหน้าของอันซืออี๋ และบนหลังมือซ้ายขาวนวลของนางกมีภาพประตูเหมือนของเขา ประทับอยู่
เจียงหลิงจูแห่งหอหลิงเป่ากมีความสุขจนกลั้นไม่อยู่ โบกมือให้ทุกคนดู้ด้้วยรอยยิ้มร่าเริง
บนหลังมือของนางกมีรูปประตูสวรรค์อยู่เช่นกัน นี่ หมายความว่านางเองกมได้้รับสิทธิ์ไปฝึกบำาเพมญตบะในประตูสวรรค์
หันมามองพันเทา อันอิ่ง เย่กูโม่ และเนี่ยเฉี่ยนที่รีบติด้ตาม ทุกคนไป กลับพบว่าพวกเขาหน้าม่อยคอตก ถอนหายใจเฮือกๆ เหมน ได้้ชัด้ว่าไม่ได้้ผลพวงอะไรกลับมา
“ยินด้ีด้้วย” เนี่ยเทียนเอ่ยด้้วยรอยยิ้ม
อันซืออี๋อมยิ้มมุมปาก เหลือบตามองเขาหนึ่งครั้ง กล่าว “ถ้าเป็นอย่างนี้ข้ากมได้้เข้าไปในประตูสวรรค์เหมือนเจ้าแล้ว ถึงเวลา นั้นพวกเราเด้ินทางไปด้้วยกัน หวังว่าจะได้้รับผลประโยชน์จากใน ประตูสวรรค์ลึกลับบานนั้น”
“เนี่ยเทียน เมื่อครู่ข้าได้้รับข่าวจากท่านอาลี่แล้ว เขาบอก ให้พวกเรากลับสำานักได้้แล้วล่ะ” เจียงหลิงจูพูด้พร้อมยิ้มตาหยี “พวกคนของวังยมบาลที่ล้อมสำานักเอาไว้พากันถอยไปหมด้แล้ว ตามที่ท่านอาลี่บอก ในช่วงระยะเวลาสั้นๆ นี้ อาณาจักรหลีเทียนจะ ไม่มีสงครามใหญ่เกิด้ขึ้นอีก แม้แต่ประตูสวรรค์ที่เปิด้ขึ้นในวังยมบาล กมจะอนุญาตให้ผู้ที่มีกุญแจเหยียบย่างเข้าไป วังยมบาลจะไม่ยื่นมือ เข้าแทรกอีก”
“ปัญหาได้้รับการแก้ไขแล้วหรือ?” เนี่ยเทียนประหลาด้ใจ
เจียงหลิงจูอารมณ์ด้ีถึงขีด้สุด้ พยักหน้ารับ พูด้ต่อว่า “ข้า เองกมไม่รู้เหมือนกันว่าเรื่องเป็นไงมาไง แต่อย่างไรกมตามดู้จากข่าวที่ ได้้มากมคงไม่มีความขัด้แย้งเกิด้ขึ้นชั่วคราวล่ะนะ”
“มีข่าวของท่านลุงหลิวและพี่หญิงซินจากทางเทือกเขาชื่อ เหยียนบ้างไหม?” เนี่ยเทียนถามอีกครั้ง
พอได้้ยินคำาถามเช่นนี้ สีหน้าของเจียงหลิงจูจึงมืด้มนขึ้นมา เลมกน้อย ส่ายหน้ากล่าว “ยังไม่ได้้ข่าวเลย”
พอพูด้ถึงเทือกเขาชื่อเหยียน อันซืออี๋ อันอิ่งและพันเทา ต่างกมนิ่งขรึมไปอย่างฉับพลัน
ความเปลี่ยนแปลงรุนแรงที่เทือกเขาชื่อเหยียนย่อมทำาให้ หอหลิงเป่าเสียหายอย่างใหญ่หลวง เมื่อผ่านสงครามนี้ไป หอหลิง เป่าอาจจะยังด้ำารงอยู่ต่อไปได้้ ทว่าศักยภาพต้องถูกสำานักอื่นๆ แซง หน้าแน่นอน
พวกเขาล้วนเป็นลูกศิษย์ของหอหลิงเป่า เมื่อก่อนนี้ ศักยภาพของหอหลิงเป่าแขมงแกร่งยิ่งกว่าสำานักหลิงอวิ๋น หุบเขาเทา และอารามเสวียนอู้ นี่ทำาให้พวกเขามีความมั่นใจอย่างมาก
ทว่ามาบัด้นี้…
และตอนนี้เอง สัตว์สายฟอานิลกาฬตัวนั้นที่จากไปก่อนหน้า นี้พลันร้องคำารามต่ำาๆ แล้วบินโผลงมาจากท้องฟอา
มันหยุด้นิ่งลงบนลานบ้านตระกูลเนี่ย
คราวนี้สายตาของมันจ้องมองมาที่เนี่ยเทียนเพียง คนเด้ียว
“มันมารับเจ้า” อันซืออี๋พูด้ขึ้นเบาๆ
ดู้จากด้วงตาของสัตว์สายฟอานิลกาฬ เนี่ยเทียนเอง กมองออกว่าการมาของสัตว์สายฟอานิลกาฬครั้งนี้น่าจะเป็นการพา เขากลับไปอยู่ข้างกายอูจี้ คราวนี้ไม่ว่าอันซืออี๋จะมอบหินสายฟอา มรกตให้มากเท่าไหร่ สัตว์สายฟอานิลกาฬกมไม่ยอมพานางไปด้้วย
“ถ้าอย่างนั้น ข้าไปก่อนนะ?”
หลังจากบอกลากับทุกคนแล้ว เนี่ยเทียนกมกระโด้ด้ ขึ้นไปบนหลังของสัตว์สายฟอานิลกาฬ จากนั้นสัตว์สายฟอานิลกาฬกม กางปีกออกบิน
เมื่อก้มหน้าลงมอง เขาค่อยๆ เหมนทุกคนกลายมา เป็นจุด้เลมกๆ แล้วหายไปจากเส้นสายตาของเขา
ไม่นานสัตว์สายฟอานิลกาฬกมพาเขามาส่งที่ภูเขา ด้้านหลังสำานักหลิงอวิ๋น มองปราด้เด้ียวเขากมเหมนอูจี้ที่กำาลังเหม่อลอย
“ท่านอาจารย์” เขาทำาความเคารพ
อูจี้ฟื้นตื่นจากการครุ่นคิด้ลึกซึ้ง มองหน้าเขาหนึ่ง ครั้ง พยักหน้ารับเบาๆ แล้วเอ่ยถามทันที “ข่าวเรื่องประตูสวรรค์ เจ้าเป็นคนยืมใช้ชื่อข้าเพื่อบอกต่อออกไปรึ?”
“ใช่แล้วขอรับ” เนี่ยเทียนยอมรับผิด้แต่โด้ยด้ี “หลังจากที่ข้าได้้ข่าวนี้กมรู้สึกว่าจำาเป็นต้องให้ทุกคนรู้ความจริง จึง ทำาได้้เพียงเอ่ยอ้างชื่อท่าน”
“เจ้าทำาถูกต้องแล้ว” อูจี้ไม่ได้้สนใจ แต่กลับถาม ว่า “แต่เจ้ารู้ข่าวนี้ได้้อย่างไร?”
“หัวมู่ที่เคยช่วยชีวิตข้าครั้งหนึ่งมาหาข้าที่เมืองเฮ ยอวิ๋น เขาเป็นคนบอกข่าวนี้แก่ข้าขอรับ” เนี่ยเทียนตอบอย่างตรงไป ตรงมา
“หัวมู่? แพทย์ที่มาจากต่างแด้น?” อูจี้ตะลึงงัน
“เขานั่นแหละขอรับ”