ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 136 เข้าไปในด้ินแด้นลึกลับอีกครั้ง!
ภูเขาด้้านหลังเขาหลิงอวิ๋น
อูจี้ที่นั่งเงียบๆ มองเหมนรอยปริแตกเส้นเลมกๆ มากมาย คล้ายรอยมีด้กรีด้ที่เกิด้ขึ้นในอากาศ
ห้องที่เนี่ยเทียนอาศัยอยู่กมหายวับไปในชั่วพริบตาเด้ียว
ส่วนเนี่ยเทียนเองกมหายไปอย่างไร้ร่องรอยด้้วย
ทว่าในรอยแยกของมิติที่ปริออกเหล่านั้นกลับมีลำาแสงเจมด้ สีไหลเวียนวน เสมือนทอด้ยาวไปสู่ชั้นมิติมากมายที่ไม่มีใครรู้จัก
อูจี้หรี่ตาลง จิตของเขากระตุกน้อยๆ ปราณวิญญาณฟอา ด้ินเข้มข้นที่อยู่รอบด้้านกมไหลมารวมกันอย่างบ้าคลั่งทันที
ปราณวิญญาณฟอาด้ินเหล่านี้อยู่ในรูปของกลุ่มเมฆหลาย ก้อนที่มาปิด้ผนึกพื้นที่แห่งนี้ไว้อย่างแน่นหนา
แม้แต่เจียงจือซูที่อยู่บนเขาหลิงอวิ๋นห่างออกไปไม่ไกลกมยัง สัมผัสไม่ได้้ถึงความผิด้ปกติของห้วงอากาศที่เกิด้ขึ้นตรงนี้
“อู้!”
เงามืด้พร่ามัวมากมายบินออกมาจากกลางกระหม่อมของ อูจี้ เงามืด้เหล่านั้น…ล้วนเป็นวิญญาณของอูจี้เอง
เงามืด้แบ่งกันมุด้เข้าไปตามรอยแยกแห่งมิติที่ปริออก แล้ว ว่ายวนอยู่ในนั้น
ทว่ารอยปริแตกของห้วงมิติกลับประสานตัวเข้าหากัน อย่างรวด้เรมว
อูจี้ยังไม่ทันได้้ตรวจสอบหาความลึกลับและมหัศจรรย์ที่อยู่ ภายในกมรู้สึกได้้ว่าท่าไม่ด้ี จึงทำาได้้เพียงด้ึงเอาเงามืด้ที่ปลด้ปล่อยออก ไปกลับคืนมาอย่างรวด้เรมว
“ฟู่วๆ!”
รอยปริแตกของห้วงมิติพลันปิด้สนิทเข้าหากันไปทีละจุด้ คลื่นความผิด้ปกติของมิติก่อนหน้านี้กมกลับคืนมาเป็นปกติอย่าง รวด้เรมว
“เป็นแค่ห้วงมิติที่ปั่นป่วน ไม่ได้้มีประตูของโลกลึกลับแห่ง อื่น ประตูโลกลึกลับที่เปิด้ออกอย่างแท้จริงรับแค่ตัวเนี่ยเทียนเข้าไป คนเด้ียวเท่านั้น แล้วจึงพาเขาเข้าไปในด้ินแด้นลึกลับ” เขาขบคิด้อยู่ ครู่หนึ่งกมหลับตาลงคล้ายไม่สนใจมันอีก
……
ด้ินแด้นลึกลับที่ไม่มีใครรู้จัก
เนี่ยเทียนมาปรากฏตัวอยู่บนแท่นบูชาผุพังนั่นเป็นครั้งที่ สอง โครงกระดู้กของมังกรแปด้ตัวและกะโหลกศีรษะของมันหันหน้า มาทางเขา ด้วงตากลวงโบ๋ทำาให้เขาเกิด้ความหวาด้กลัวขึ้นมาใน จิตใจ
ปราณวิญญาณฟอาด้ินที่เข้มข้นยิ่งกว่าสำานักหลิงอวิ๋นไม่รู้กี่ เท่าพุ่งเข้ามาปะทะใบหน้าของเขา เขาที่ไม่ได้้โคจรคาถาลมปราณกม สัมผัสได้้ว่าเพียงแค่นั่งเฉยๆ อยู่ที่เด้ิมกมไม่ต่างไปจาก…ตอนที่เขาฝึก บำาเพมญตบะอย่างยากลำาบากเลยสักนิด้
ทุกอย่างไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง สนามแรงโน้มถ่วงที่น่า หวาด้กลัวของที่แห่งนี้ยังคงอยู่ดุ้จเด้ิม
ข้างกายของเขา เกราะมังกรเพลิงชิ้นนั้นที่พาเขามาที่นี่ไม่ ได้้บินกลับเข้ามาในกำาไลเกมบของจึงร่วงอยู่บนแท่นบูชา
เกราะมังกรเพลิงส่องประกายแสงเปลวเพลิงที่เจิด้จ้า บาด้ตาออกมาก่อนเป็นอันด้ับแรก คล้ายว่าตื่นเต้นถึงขีด้สุด้
ทว่าเพียงแค่ครู่เด้ียวเกราะมังกรเพลิงชิ้นนั้นกมกลับคืนสู่ สภาพปรกติ มืด้สลัวไร้แสงใด้
เนี่ยเทียนและวิญญาณวัตถุที่อยู่ในเกราะมังกรเพลิงกมไม่ได้้ สื่อสารอะไรต่อกัน ดู้เหมือนวิญญาณวัตถุและเกราะมังกรเพลิงเองกม ยังคงอยู่ในสภาวะการแปรสภาพและซ่อมแซมตัวเอง
“บำาเพมญตบะอยู่ที่นี่คืบหน้าเรมวกว่าตอนที่อยู่เขาหลิงอวิ๋น ไม่รู้กี่เท่า” เนี่ยเทียนพูด้กับตัวเองหนึ่งประโยคแล้วทด้ลองลุกขึ้นยืน
คราวก่อนที่เขามาที่นี่ แม้แต่ลุกขึ้นยืนยังทำาไม่ได้้ ทำาได้้ เพียงฝืนยกแขนขึ้น
คราวนี้ฝ่าทะลุถึงขอบเขตท้ายสวรรค์ กินเลือด้เนื้อของ สัตว์วิเศษระด้ับสองไปเป็นจำานวนมาก ทำาให้เขาที่เรือนกาย แขมงแกร่งขึ้นมาเยอะมากพยายามลุกขึ้นยืนก่อนเป็นอันด้ับแรก
เขาเอาพลังวิญญาณออกมาใช้ ซึ่งมันค่อนข้างกินแรงเลมก น้อย แต่กลับค่อยๆ ลุกขึ้นยืนได้้
ทว่าเพียงแค่ลุกขึ้นยืนเขากมสูญเสียพลังวิญญาณไปแล้วไม่ น้อย อีกทั้งสัมผัสได้้ว่าแม้แต่พละกำาลังที่ซ่อนแฝงอยู่ในเลือด้เนื้อกมยัง หายไปบางส่วนด้้วย
การค้นพบนี้ทำาให้เขาตระหนักได้้ว่าเขาในตอนนี้หากคิด้จะ ไปไกลจากแท่นบูชา เพื่อสำารวจตลอด้ทั้งด้ินแด้นแห่งนี้ กมแทบจะไม่มี ความเป็นไปได้้เลย
เขารู้สึกว่าอย่างมากที่สุด้ที่เขาทำาได้้กมคือเด้ินออกไปใน บริเวณรอบแท่นบูชาแค่ไม่กี่ร้อยเมตร เท่านั้นเขากมคงหมด้สิ้น เรี่ยวแรงแล้ว
เขาไม่ได้้ทำาตัวเหลวไหล แต่นั่งแปะลงไปอีกครั้ง เริ่มจับ จ้องไปที่แขนใหญ่ยักษ์แต่ละข้างที่แทงทะลุขึ้นไปบนท้องฟอา
เขามองไปยังแขนยักษ์ซึ่งใหญ่ราวกับภูเขาลูกหนึ่งที่กาง นิ้วมือทั้งห้าออก ให้ความรู้สึกเหมือนจะกระชากเอานภากาศลงมา
มีประสบการณ์จากครั้งก่อน คราวนี้เขาจึงทำามือเลียนแบบ ท่าทางของมือยักษ์ข้างนั้นเป๊ะๆ หลังจากทำามือเอื้อมคว้าไปยัง ท้องฟอาแล้ว สายตาของเขากมจับจ้องไปที่มือข้างนั้นเขมมง
ไม่นานหลังจากนั้น บนมือข้างนั้นของเขากมเริ่มสัมผัสได้้ รำาไรถึงพลังอำานาจของความเผด้มจการที่ราวกับจะฮุบกลืนทั้งภูเขา และแม่น้ำา
พลังอำานาจชนิด้หนึ่งที่มองด้้วยตาเปล่าไม่เหมน มีเพียงใช้ จิตวิญญาณไปรับสัมผัสค่อยๆ ก่อกำาเนิด้ขึ้นมาบนตัวของเขา
มหาสมุทรวิญญาณของเขาเคลื่อนไหวตามไปด้้วย แม้แต่ พละกำาลังที่ซุกซ่อนอยู่ในเลือด้เนื้อและกระดู้กกมยังประสานไปกับ สภาพจิตใจของเขา ค่อยๆ ปรับเปลี่ยนตัวเองเพื่อต้อนรับพลังอำานาจ และท่ามือของเขา
เขาสามารถสัมผัสได้้อย่างชัด้เจนว่าพลังวิญญาณที่มาจาก เลือด้เนื้อและจิตวิญญาณกำาลังไหลรินอยู่ในกระแสเลือด้และเส้น ชีพจรอย่างรวด้เรมว
พลังอำานาจของเขาจากที่เลมกน้อยจนสัมผัสไม่ถึง กลับ ค่อยๆ ไต่ระด้ับสูงขึ้น
เขาจ้องไปที่มือยักษ์ข้างนั้นเขมมง ใช้จิตวิญญาณไป ทำาความเข้าใจ ปรับปรุงมหาสมุทรวิญญาณและเลือด้เนื้ออย่างต่อ เนื่อง พยายามให้จิตวิญญาณของตัวเองจมจ่อมอยู่กับมัน
เนิ่นนานหลังจากนั้น
“อู้ๆๆ!”
ปราณวิญญาณฟอาด้ินเข้มข้นที่มีอยู่ทั่วทุกหนแห่งในด้ิน แด้นลึกลับมุ่งหน้ามารวมตัวกันในจุด้ที่เนี่ยเทียนอยู่อย่างกะทันหัน ราวกับถูกสนามแม่เหลมกบางอย่างชักนำา
ปราณวิญญาณสีขาวโพลนบีบอัด้รวมตัวเข้าด้้วยกันอย่าง ต่อเนื่องจนกลายมาเป็นก้อนเมฆหลายกลุ่ม
เมฆปราณวิญญาณเหล่านั้น…ต่างกมารวมกันอยู่บนมือ ข้างที่คว้าท้องฟอาของเนี่ยเทียน
มือข้างนั้นของเนี่ยเทียนเกิด้พลังด้ึงดู้ด้รุนแรงประหนึ่ง กลายมาเป็นจุด้ศูนย์กลางของสนามแม่เหลมก ดู้ด้ซับให้เมฆพลัง วิญญาณมารวมตัวกันไม่ขาด้สาย
และฝ่ามือของเขาข้างนั้นกมค่อยๆ มีลูกแสงที่เกิด้จากการ ก่อตัวกันของปราณวิญญาณบริสุทธิ์เกิด้ขึ้นหนึ่งลูก
ลูกกลมปราณวิญญาณที่อยู่ในรูปแบบของกลุ่มหมอกยังคง ด้ึงเอาปราณวิญญาณมาอย่างต่อเนื่อง ไม่นานด้้านในลูกกลมกลุ่ม หมอกกมีปราณวิญญาณที่เป็นของเหลวเกิด้ขึ้น
“ปุอง!”
ชายแขนเสื้อของมือข้างนั้นพลันกลายเป็นเศษผ้าปลิวว่อน คลื่นพลังวิญญาณที่รุนแรงอย่างถึงที่สุด้ระลอกหนึ่งถูกส่งออกมาจาก ในลูกกลมปราณวิญญาณนั้น
มือของเขาที่ยกขึ้นฟอาพลันรู้สึกหนักอึ้ง เหมนๆ อยู่ว่าลูก กลมปราณวิญญาณอยู่ในสภาวะกึ่งเสมือนจริง แต่มันกลับเปลี่ยนมา เป็นหนักอึ้งดุ้จขุนเขา
เขาจึงขว้างมันลงพื้นโด้ยอัตโนมัติ
ลูกกลมปราณวิญญาณคล้ายกลุ่มแสงสีขาวที่ส่องประกาย ระยิบระยับอยู่ในฝ่ามือของเขาถูกขว้างลงไปกระแทกบนพื้นด้ินของ แท่นบูชาอย่างแรง
“ตูม!”
หลังจากเสียงด้ังกัมปนาทระเบิด้ออก พื้นหินบนแท่น บูชา…กลับไม่มีร่องรอยว่าจะปริแตกเลยแม้แต่นิด้เด้ียว
“เอาะ!”
เนี่ยเทียนผ่อนสมาธิ พลังอำานาจนั้นจึงไม่สามารถด้ำาเนิน ต่อไปได้้อีก พลังงานที่ก่อเกิด้ขึ้นในมหาสมุทรวิญญาณและเลือด้เนื้อ ของเขากมกลับมาเป็นปกติในพริบตาเด้ียว
ไม่สนใจว่าพละกำาลังอาจจะหมด้ลง เขาลุกขึ้นเด้ินอย่าง เชื่องช้าไปหยุด้อยู่ตรงจุด้ที่ลูกปราณวิญญาณกระแทกใส่ แล้วนั่ง ยองๆ ลงตรวจสอบ
เป็นเหมือนอย่างที่เขาเหมน พื้นกระด้านหินของแท่นบูชา เพียงแค่ถูกปัด้ฝุ่นที่เกาะอยู่ออกไปเท่านั้น พื้นหินกมเปลี่ยนมาเป็นมัน วาวอย่างถึงที่สุด้ แต่กลับไม่มีรอยแตกแม้แต่เส้นเด้ียว
“ไม่ถูกสิ พลังวิญญาณที่แฝงเร้นอยู่ในลูกปราณวิญญาณ บริสุทธิ์และเผด้มจการมากขนาด้นั้น ตามหลักแล้วต่อให้เป็นหินยักษ์ ของเขาหลิงอวิ๋นเองกมน่าจะแตกกระจายตามเสียงที่ได้้ยินสิ”
“คำาอธิบายเด้ียวกมคือก้อนหินที่เอามาสร้างแท่นบูชาแห่งนี้ แขมงแกร่งทนทานมากกว่าที่ข้าคิด้เยอะมาก”
เนี่ยเทียนหรี่ตาลง ครุ่นคิด้อยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นกมเริ่มตรวจ สอบสภาพร่างกายของตัวเองอย่างจริงจัง
ต่างไปจากตอนร่ายหมัด้พิโรธรูปแบบที่หนึ่ง วิธีการแปลก ประหลาด้ในการรวบรวมลูกปราณวิญญาณนี้ดู้เหมือนจะ…ไม่ได้้เผา ผลาญพลังวิญญาณของเขาไปเท่าใด้นัก
ไม่เพียงเท่านี้ หลังจากที่เขารับสัมผัสอย่างละเอียด้แล้ว พลันพบว่าพลังวิญญาณในมหาสมุทรวิญญาณของเขาเพิ่มขึ้นมาอีก เลมกน้อยด้้วย
“กระบวนท่านี้ดู้เหมือนจะไม่ค่อยมีประโยชน์เท่าไหร่เลย นะ จำาเป็นต้องใช้เวลามากถึงจะรวบรวมลูกกลมปราณวิญญาณออก มาได้้ลูกหนึ่ง ตอนต่อสู้ไม่มีให้ใครเวลาข้าเตรียมพร้อมมากขนาด้นั้น หรอก”
“อีกอย่าง มันมีข้อเรียกร้องที่สูงมากต่อปราณวิญญาณฟอา ด้ินรอบด้้าน สถานที่ที่ปราณวิญญาณไม่เข้มข้นมากพอ น่าจะไม่ สามารถสำาแด้งอานุภาพที่แท้จริงของกระบวนท่านี้ออกมาได้้”
“ไม่ควรจะเป็นแบบนี้สิ”
ขบคิด้อยู่เนิ่นนาน ด้้วยความฉลาด้หลักแหลมของเขาจึง ทำาให้เขาไพล่นึกไปอีกทิศทางหนึ่ง
ลูกกลมปราณวิญญาณที่รวบรวมขึ้นมาร่วงตกลงไปบนพื้น ในท้ายที่สุด้ แต่เขาไม่เพียงแต่ไม่สูญเสียพละกำาลัง กลับมีพลัง วิญญาณเพิ่มขึ้นมาหลายเส้นด้้วย
ถ้าหากเอาลูกปราณวิญญาณที่ร่วงลงบนพื้นเข้าไปอยู่ใน มหาสมุทรวิญญาณแทน เป็นไปได้้ไหมที่จะ…?
พอคิด้แบบนี้ สีหน้าเขากมเผยความตื่นเต้น แล้วเริ่มทำาท่า เลียนแบบอีกครั้ง เขายกมือขึ้น กางนิ้วออก จากนั้นกมทำาท่าหมายจะ คว้านภากาศ
ผ่านไปครู่ใหญ่ เขากมรู้สึกได้้ถึงพลังอำานาจเผด้มจการราวจะ ยึด้ครองแม่น้ำาและเทือกเขาจากมือยักษ์ข้างนั้นอีกครั้ง
มหาสมุทรวิญญาณและเลือด้เนื้อของเขากมกำาลังปรับ เปลี่ยนช้าๆ เพื่อให้เขาสามารถปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงนี้ได้้
“อู้!”
หลังจากนั้นไม่นานกมีปราณวิญญาณกลุ่มใหม่ค่อยๆ มา รวมตัวกันอยู่กลางฝ่ามือเขา
เขารอไปอีกครู่หนึ่ง รอจนปราณวิญญาณลูกใหม่ ก่อตัวขึ้นกลางฝ่ามือ พอรู้สึกเมื่อยล้าจนไม่สามารถยกลูกปราณ วิญญาณนั้นได้้อีกต่อไป เขากมโคจรคาถาหลอมลมปราณทันที
เขาพยายามชักนำาลูกปราณวิญญาณให้ตรงไปที่มหาสมุทร วิญญาณของตัวเอง!
เมื่อเขาใช้คาถาหลอมลมปราณมาชักนำา ลูกปราณ วิญญาณขนาด้เท่ากำาปั้นกมพลันหด้ตัวเลมกลง!
เขาสัมผัสได้้อย่างชัด้เจนว่าปราณวิญญาณมากมายหลาย เส้นคล้ายกระแสธารได้้แทรกซึมเข้าไปในฝ่ามือของเขา จากนั้นกมไหล ไปตามเส้นชีพจร ตรงด้ิ่งเข้าหามหาสมุทรวิญญาณจุด้ตันเถียนของ เขา
ในมหาสมุทรวิญญาณของเขา อยู่ๆ น้ำาวนพลังวิญญาณกม หมุนโคจรด้้วยความเรมวที่น่าตะลึง กลั่นหลอมปราณวิญญาณให้ บริสุทธิ์และหนาแน่นอย่างรวด้เรมว
ความเรมวนี้เรมวยิ่งกว่าตอนที่เขาใช้หินวิเศษช่วยในการ ฝึกฝนหลายเท่าตัว!
ด้วงตาเขาพลันเปล่งประกายสด้ใส