ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 137 สนามแม่เหลมกบิด้เบือน
หลังจากพลังวิญญาณในลูกปราณวิญญาณถูกชักจูงเข้าไป ในน้ำาวนพลังวิญญาณแล้ว ความเรมวในการโคจรของน้ำาวนพลัง วิญญาณพลันเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัว
อีกทั้งนี่ยังอยู่ในสภาวะที่ไม่ได้้ยืมใช้หินวิเศษฝึกบำาเพมญ ตบะด้้วย!
พลังวิญญาณทั้งหมด้ในลูกปราณวิญญาณถูกรับเข้าไปไว้ ในมหาสมุทรวิญญาณทีละส่วน หลังจากได้้รับการกลั่นหลอมแล้ว เนี่ยเทียนใช้จิตตรวจสอบจึงพบทันทีว่ามหาสมุทรปราณวิญญาณชั้น นอกสุด้เปลี่ยนมาเป็นบริสุทธิ์และหนาแน่น
การฝึกบำาเพมญตบะครั้งนี้เทียบเท่ากับการที่เขาใช้หินวิเศษ ช่วยฝึกทั้งวันทั้งคืนติด้กันหลายวัน
หากเขาได้้อยู่ในด้ินแด้นลึกลับแห่งนี้ตลอด้เวลา รวบรวม ลูกปราณวิญญาณฟอาด้ินอย่างต่อเนื่อง นำาพลังของมันหลอมรวม เข้าไปในมหาสมุทรปราณวิญญาณ เขาเชื่อว่าความเรมวในการฝ่า ทะลุขอบเขตท้ายสวรรค์ของเขาจะเพิ่มขึ้นอีกเจมด้แปด้เท่า!
ทว่า เขาต้องอยู่ที่นี่เท่านั้น
หากเขาออกไปจากที่นี่ กลับไปยังสำานักหลิงอวิ๋น ใช้ปราณ วิญญาณฟอาด้ินของที่นั่นมาฝึกบำาเพมญตบะ เกรงว่าเขาคงไม่พัฒนา มากเท่าไหร่นัก
เนื่องจากปราณวิญญาณของที่แห่งนี้หนาแน่นและเข้มข้น อย่างมาก
“หรือว่า…นี่เป็นเพียงวิชาหนึ่งที่ต้องใช้ฝึกที่นี่เท่านั้น? ไม่ใช่กระบวนท่าที่แขมงแกร่งเหมือนหมัด้พิโรธ?” สติของเนี่ยเทียน เริ่มกลับมาอยู่กับตัว ครุ่นคิด้เงียบๆ
ช่วงเวลาต่อมาเขากมยืมใช้ลูกปราณวิญญาณที่รวบรวมขึ้น ใหม่หลายต่อหลายครั้งมากลั่นหลอมมหาสมุทรวิญญาณของตัวเอง
เมื่อใช้วิธีนี้ มหาสมุทรวิญญาณของเขาจึงได้้กลั่นกรอง และชุบหลอมด้้วยความเรมวที่น่าตะลึง
เขาสัมผัสได้้ว่าผ่านไปประมาณสามห้าวัน มหาสมุทร วิญญาณของเขา…กมผ่านการกลั่นหลอมอย่างสมบูรณ์แบบไปแล้ว หนึ่งรอบ
มหาสมุทรวิญญาณที่เตมไปด้้วยหมอกขาวโพลนแห่งนั้น ปราณวิญญาณที่เด้ิมทีบางเบาอยู่กระจัด้กระจาย เมื่อผ่านการกลั่น หลอมหนึ่งรอบจึงเปลี่ยนมาเป็นหนาแน่นเข้มข้น
แต่ตอนนี้เขากลับไม่รู้สึกว่าได้้บรรลุถึงช่วงปลายของท้าย สวรรค์ขั้นต้น ไม่รู้สึกเหมือนตอนไต่ไปถึงจุด้สูงสุด้ของหลอมรวม ลมปราณขั้นเก้าที่ยากจะขยายมหาสมุทรวิญญาณออกไปได้้อีกจน จำาเป็นต้องไต่สู่ขอบเขตที่สูงขึ้นอย่างเร่งด้่วนถึงจะเปลี่ยนมาเป็น แขมงแกร่งอย่างต่อเนื่อง
ด้ังนั้นเขาจึงตระหนักได้้ว่าการกลั่นหลอมมหาสมุทร วิญญาณของเขาอาจจะยังจำาเป็นต้องทำาซ้ำาต่อไปอีก
บางทีอาจต้องผ่านการกลั่นหลอมมหาสมุทรวิญญาณอีก ครั้งสองครั้งจึงจะบรรลุถึงปากขวด้ของการฝ่าทะลุขั้น จากนั้นกมยืม ใช้ความรู้และความเข้าใจที่เขามีต่อพลังวิญญาณมาบุกทะลวงไปถึง เขตท้ายสวรรค์ช่วงกลาง
หลังจากสังเกตได้้ถึงจุด้นี้ เขากมหยุด้การกลั่นหลอม มหาสมุทรวิญญาณชั่วคราว และหยุด้ทำาความเข้าใจกับวิชาลับการ รวบรวมลูกปราณวิญญาณนั้นด้้วย
เพราะเขารู้สึกว่า ช่วงเวลาที่ผ่านมาซึ่งเขาได้้รวบรวมลูก ปราณวิญญาณอย่างต่อเนื่อง ทำาให้เขาเข้าใจเคลมด้ลับที่มหัศจรรย์นี้ แล้ว
หลังจากนั้น เขาจึงมองไปยังแขนยักษ์ที่ชี้ขึ้นฟอาแขนที่สาม และแขนที่สี่
แขนยักษ์ราวภูเขาสองข้างนั้นอาจมาจากยักษ์ค้ำาฟอาตัว เด้ียวกันที่ถูกฝังอยู่ลึกใต้ด้ิน ฝ่ามือสองข้างนั้นคล้ายคลึงกัน นิ้วมือทั้ง ห้าหงิกงอ ทำาท่าเหมือนจะสร้างตราผนึกลึกลับบางอย่าง
สนามแม่เหลมกตรงกลางระหว่างมือยักษ์คู่นั้นยุ่งเหยิง บิด้เบือนทิศทางการไหลรินที่เป็นธรรมชาติของปราณวิญญาณฟอาด้ิน ก่อให้เกิด้เป็นท่ามุทราปิด้ผนึกบางอย่าง
สังเกตอยู่ครู่หนึ่ง เขากมทด้ลองทำาตามช้าๆ ยื่นมือทั้งสอง ข้างออกมา ประกบฝ่ามือเข้าหากัน นิ้วมือทั้งห้าของสองนิ้วหงิกงอ ลงน้อยๆ เพื่อสร้างเป็นตราผนึกฝ่ามือ
หลังจากวางท่าเสรมจแล้ว เขากมรวบรวมสมาธิ จ้องไปที่มือ สองข้างนั้นเขมมง
ความประจักษ์แจ้งเกี่ยวกับตราผนึกบางอย่างพลันไหล ทะลักเข้ามาในใจ เขาใช้ใจของตัวเองทำาความเข้าใจกับมัน
นาทีถัด้มา มหาสมุทรวิญญาณของเขา พลังเลือด้เนื้อ รวม ไปถึงพลังจิตของเขาอยู่ๆ กมไหลเชี่ยวกรากฉับพลัน พลังสามระลอก ที่ต่างกันมารวมตัวกันที่มือทั้งสองข้างของเขาในพริบตาเด้ียว
สนามแม่เหลมกบิด้เบือนที่อยู่กลางฝ่ามือทั้งสองข้างของเขา ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นทีละนิด้
“พลังจิต…”
เขาสัมผัสได้้อย่างชัด้เจนว่าพลังจิตของเขาไหลออกไป มากกว่าพลังกล้ามเนื้อและพลังวิญญาณหลายเท่า!
พลังจิตเป็นกลุ่มก้อนที่มาจากตัวเขาลอด้ผ่านปลายนิ้วของ เขาเข้าไปอยู่ในสนามแม่เหลมกบูด้เบี้ยวกลางฝ่ามือทั้งสองข้าง
ชั่วขณะนั้นเขาพลันรู้สึกว่ารอบๆ สนามแม่เหลมกที่มีเขา เป็นจุด้ศูนย์กลางบิด้เบือนและยุ่งเหยิงขึ้นมาทันใด้!
ปราณวิญญาณฟอาด้ินทั้งหมด้ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงต่างกม ไหลทะลักอย่างไม่มีระเบียบ แม้แต่ความว่างเปล่า…กมยังเกิด้คลื่นผิด้ ปกติที่คล้ายยุบตัวลง
เขาที่เป็นคนร่ายคาถามองเมินสนามแม่เหลมกที่วุ่นวายไร้ ระเบียบนั่น แต่เขากลับสัมผัสได้้รำาไรว่านอกจากเขาแล้ว สิ่งมีชีวิตใด้ กมตามที่เหยียบย่างเข้ามาจะได้้รับอิทธิพลจากสนามแม่เหลมกบิด้เบือน แปลกประหลาด้นั้นทันที
เพราะไม่มีคนนอกอยู่ด้้วย เขาจึงไม่แน่ใจว่ามันมีอานุภาพ มากน้อยแค่ไหน
แต่เขากลับรู้ว่าการก่อตัวของสนามแม่เหลมกกำาลังเผา ผลาญพลังจิตปริมาณมากของเขาไป และยังเผาผลาญพลังวิญญาณ และพลังเลือด้เนื้อของเขาไปส่วนหนึ่งด้้วย
เขาสัมผัสได้้ว่าหลังจากที่พลังจิตของเขาแทรกซึมและไหล หายไป สนามแม่เหลมกที่มีเขาเป็นจุด้ศูนย์กลางกมค่อยๆ แผ่ขยายออก ไปทีละนิด้
“สามเมตร สี่เมตร ห้าเมตร…”
เขาทำาความเข้าใจอย่างละเอียด้ แล้วกมพบว่าหากเขาหยุด้ รวบรวมพลังจิตเมื่อไหร่ สนามแม่เหลมกที่ค่อยๆ ยืด้ขยายออกไปข้าง นอกกมจะหยุด้ชะงักกะทันหัน
แต่หากเขาเพิ่มพลังจิตต่อไป สนามแม่เหลมกที่บิด้เบือนนั้น กมจะแผ่ออกไปอย่างต่อเนื่อง
“สิบเมตร!”
เมื่อสนามแม่เหลมกที่มีเขาเป็นจุด้ศูนย์กลางขยายออกไป ประมาณสิบเมตร เขากมรู้สึกเวียนหัว จึงรู้ทันทีว่าด้ึงเอาพลังจิตออก มาใช้เกินตัว
เขาจึงล้มเลิกอย่างเด้มด้เด้ี่ยว
หลังจากไม่ได้้เพิ่มพลังจิตอีก สนามแม่เหลมกบูด้เบี้ยว ยุ่งเหยิงซึ่งขยายออกไปสิบเมตรนั้นจึงหยุด้ชะงักตามไปด้้วย
เวลานี้ พลังวิญญาณและพลังเลือด้เนื้อที่มาจากในร่างกาย ของเขายังคงไหลหายไปอย่างเชื่องช้า เหมือนกำาลังประคับประคอง ควบคุมให้สนามแม่เหลมกยุ่งเหยิงนั่นด้ำารงอยู่ต่อ
มองเหมนว่าปราณวิญญาณฟอาด้ินรอบด้้านไหลทะลักเข้ามา อย่างบ้าคลั่งไร้ระเบียบ แม้แต่ความว่างเปล่ากมยังถูกบีบอัด้จนเกิด้ เป็นสนามแม่เหลมกที่ยุบตัวลง เขากมแอบตะลึงระคนประหลาด้ใจ
“เวทคาถาเช่นนี้จำาเป็นต้องใช้เวลาในการกระตุ้น อีกทั้งยัง เผาผลาญพลังจิตไปเยอะมาก ทว่าหากก่อตัวขึ้นเมื่อใด้ แค่ใช้พลัง วิญญาณและพลังเลือด้เนื้อส่วนหนึ่งกมประคับประคองเอาไว้ได้้แล้ว”
“เพียงแต่ว่า เนื่องจากไม่มีคนเข้ามาด้้วย อีกทั้งข้ากมไม่ได้้ รับผลกระทบ จึงไม่รู้ว่าอานุภาพที่แท้จริงของมันเป็นเช่นไร”
“ดู้ท่าคงต้องเอาออกไปปฏิบัติข้างนอกแล้วล่ะ ทว่าก่อน หน้าที่จะออกไปต้องทำาความเข้าใจกับความลึกลับของมันให้ด้ี เพื่อ รับประกันว่าตอนอยู่ข้างนอกจะยังร่ายมันออกมาใช้ได้้”
คิด้อยู่ครู่หนึ่ง เขาที่รู้สึกอ่อนล้าเลมกน้อยกมถือโอกาสยุติการ สร้างผนึกมือนั้น
เมื่อท่ามุทราของเขาถูกปล่อยออก พลังวิญญาณและพลัง เลือด้เนื้อที่รักษาสนามแม่เหลมกเอาไว้จึงไม่ไหลออกไปข้างนอกอีก
ทว่าสนามแม่เหลมกบิด้เบือนน่าพิศวงกลับไม่ได้้หายไป เพราะเหตุนี้ ยังคงอยู่ดุ้จเด้ิม
เพียงแต่ว่าเนื่องจากไม่มีการกระตุ้นจากพละกำาลัง สนาม แม่เหลมกประหลาด้นั้นจึงค่อยๆ หด้ตัวเข้ามาหาเขา ซึ่งดู้ท่าทางแล้ว สามารถหายไปได้้ตลอด้เวลา
“หนึ่ง สอง…”
เขาจับเวลาอยู่ในใจเงียบๆ จากนั้นกมพบว่าผ่านไป ประมาณสามนาที สนามแม่เหลมกบิด้เบือนที่ก่อตัวขึ้นมากมหายวับไป อย่างสมบูรณ์แบบ
สนามแม่เหลมกหายไป ทุกอย่างกลับคืนสู่สภาพปกติ ทว่า พลังจิต พลังวิญญาณ และพลังเลือด้เนื้อของเขาที่หายไปกลับไม่ได้้ หวนคืนมา
พลังจิตที่สูญเสียไปมหาศาล ทำาให้เนี่ยเทียนนอนแผ่อยู่บน พื้น สายตาเผยแววเลื่อนลอยเลมกน้อย
เขามองท้องฟอาสีเทาขมุกขมัว พลันรู้สึกเหนื่อยล้าถึงขีด้สุด้ คิด้อยากแต่จะหลับให้สนิท
พลังวิญญาณที่สูญเสียไป สามารถใช้หินวิเศษและการฝึก บำาเพมญตบะมาชด้เชย ปราณวิญญาณฟอาด้ินที่เข้มข้นของที่แห่งนี้กม ยิ่งเป็นสารบำารุงปราณวิญญาณที่ยอด้เยี่ยมที่สุด้สำาหรับเขา
พลังเลือด้เนื้อที่สูญเสียไปกมสามารถใช้การกินเลือด้เนื้อของ สัตว์วิเศษมาฟื้นตัวอย่างรวด้เรมว
มีเพียงการสูญเสียพลังจิตเท่านั้นที่ดู้เหมือนว่าจะไม่มีวิธีด้ีๆ มาฟื้นบำารุงมันได้้ในชั่วระยะเวลาสั้นๆ
จนถึงตอนนี้ คงมีเพียงการหลับสนิทอย่างเด้ียวเท่านั้นถึง จะพอทำาให้พลังจิตฟื้นคืนกลับมาได้้ทีละนิด้
เขาที่เด้ิมทีกมรู้สึกง่วงงุนถึงขีด้สุด้อยู่แล้ว อีกทั้งยังไม่มีวิธี การที่ด้ีกว่านี้ จึงทำาได้้เพียงหลับสนิทลงไป
ไม่รู้ว่าหลับไปนานแค่ไหน พอเขาลืมตาขึ้นมาอีกครั้งกมรู้สึก ว่าทันทีว่าตัวเองกลับมามีชีวิตชีวา จิตใจกระปรี้กระเปร่าอีกครั้ง
หลังจากนั้นเขากมทด้ลองทำาความเข้าใจกับท่ามุทรา มหัศจรรย์ที่มาจากมือยักษ์คู่นั้นครั้งแล้วครั้งเล่า ใช้พลังจิต พลัง วิญญาณและพลังเลือด้เนื้อของตัวเองมาสร้างสนามแม่เหลมกบิด้ เบี้ยวยุ่งเหยิง พยายามฝึกให้ชำานาญที่สุด้ก่อนที่จะไปจากโลกแห่งนี้
……
อาณาจักรหลีเทียน
เนี่ยเทียนจากไปนานถึงครึ่งเด้ือนแล้ว ครึ่งเด้ือนมานี้ การ ต่อสู้ระหว่างเจมด้สำานักใหญ่ได้้สงบลงไปนานแล้ว
สัตว์เพลิงพิภพที่หลุด้ออกมาจากใต้ด้ินเทือกเขาชื่อเหยียน สร้างความวุ่นวายให้กับหอหลิงเป่าพักใหญ่ หลังจากที่ฝางฮุยและผู้ แขมงแกร่งขอบเขตลี้ลับอีกสองคนของสำานักโลหิต สำานักภูตผีร่วมมือ กันสกัด้ขวาง มันกมฝืนบินขึ้นไปยังทางช้างเผือก จากนั้นกมหายตัวไป
สำานักโลหิต สำานักภูตผี และหอหลิงเป่าที่เด้ิมทีกำาลังต่อสู้ กันอย่างดุ้เด้ือด้ เนื่องจากสัตว์เพลิงพิภพหลุด้ออกมาระรานอย่าง กำาเริบเสิบสาน รวมถึงลาวาที่ไหลทะลักออกมาจากใต้ด้ิน สงครามจึง จำาต้องยุติลงกลางคัน
หลังจากนั้นด้าวตกเปลวเพลิงมากมายกมตกลงมาจากฟอา แยกกันไปตามขอบเขตอิทธิพลและที่ตั้งของสำานักใหญ่ทั้งเจมด้
หินอุกกาบาตเหล่านั้นพกพาเอากุญแจประตูสวรรค์มาด้้วย บวกกับคำาสั่งห้ามปรามที่วังยมบาลมีต่อสำานักโลหิต สำานักภูตผี จึง ทำาให้สำานักโลหิตและสำานักภูตผีต้องละทิ้งความคิด้ฆ่าล้างหอหลิง เป่า
สงครามนองเลือด้ที่ระเบิด้ขึ้นบนเทือกเขาชื่อเหยียนจึงยุติ ลงในบัด้ด้ล สำานักภูตผีและสำานักโลหิตรีบร้อนเด้ินทางกลับสำานัก ของตัวเองเพื่อไปช่วงชิงกุญแจประตูสวรรค์
หอหลิงเป่าสูญเสียอย่างใหญ่หลวง แต่ยังอยู่ห่างจากระด้ับ ที่เรียกว่าสำานักพินาศล่มสลายไกลโขนัก ขณะที่หอหลิงเป่าซ่อมแซม สำานักขึ้นมาใหม่กมได้้เริ่มเกมบรวบรวมกุญแจประตูสวรรค์ที่ประทับอยู่ บนหินอุกกาบาตจากนอกโลกด้้วย
อารามเสวียนอู้และหุบเขาเทาที่บุกไปยังวังยมบาล แรก เริ่มยังรู้สึกว่าเป็นเรื่องง่าย ทว่าหลังจากที่ฉางเซินและข่งอวิ๋นเด้ิน ทางกลับมาจึงถูกจัด้การอย่างเหี้ยมโหด้
หากไม่เป็นเพราะการห้ามปรามของฉางเซิน เกรงว่าผู้ แขมงแกร่งของอารามเสวียนอู้และหุบเขาเทาที่บุกมายังวังยมบาลคง บาด้เจมบและล้มตายกันไปเกินครึ่ง
ผู้ฝึกลมปราณของอารามเสวียนอู้และหุบเขาเทาเด้ินทาง กลับด้้วยใบหน้าหด้หู่ได้้ไม่นาน ทางฝ่ายวังยมบาลกมป่าวประกาศให้ ทุกสำานักทราบว่า ประตูสวรรค์…จะเปิด้ขึ้นในอีกเจมด้วันให้หลัง
ไม่ว่าใช้วิธีการใด้ ไม่ว่ามาจากสำานักไหน ขอแค่เป็นผู้ที่ ครอบครองกุญแจประตูสวรรค์ ล้วนสามารถเหยียบย่างเข้าไปด้้านใน ได้้ทุกคน
ผู้ที่ครอบครองกุญแจประตูสวรรค์ของเจมด้สำานักใหญ่ต่างกม พากันฮึกเหิมคึกคัก ล้วนเตรียมตัวพร้อมรับมือกับการประลองที่จะ มาถึง
ผู้แขมงแกร่งในสำานักของพวกเขาเองกมได้้เตรียมแผนการที่ด้ี ที่สุด้ให้กับพวกเขา สะสมพละกำาลังที่มากพอให้กับพวกเขา หวังว่า พวกเขาจะได้้รับผลพวงกลับมาจากในประตูสวรรค์
ทว่าเวลานี้ หลังจากที่เนี่ยเทียนหายตัวไป อูจี้ที่หายตัวไป เงียบๆ นานแล้วเช่นกันกมได้้เด้ินทางกลับมาที่ภูเขาด้้านหลัง
“ยังมีเวลาอีกเจมด้วัน เจ้าเด้มกนั่นทำาไมถึงยังไม่ออกมาอีก?”
หลังจากกลับมาแล้วไม่เหมนแม้แต่เงาของเนี่ยเทียน อูจี้กม แอบขมวด้คิ้วมุ่น