ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 140 ประตูสวรรค์เปิด้!
“อ้อ” ด้วงตาเนี่ยเทียนพลันฉายประกายเยมนเยียบ
เหลือเวลาอีกชั่วระยะสั้นๆ ก่อนที่ประตูสวรรค์จะเปิด้ขึ้น
เนี่ยเทียนยืนอยู่ข้างทะเลสาบใสสะอาด้ ฟังหลิวเหยี่ยน แนะนำาเบาๆ พลางแอบมองประเมินรอบด้้านไปด้้วย
ทั้งเจมด้สำานักใหญ่ของอาณาจักรหลีเทียน นอกจากหอหลิง เป่าแล้ว ทุกสำานักที่เหลือล้วนมากันสำานักละสิบกว่าคน
คนเหล่านั้นส่วนใหญ่ล้วนอยู่ในขอบเขตกลางสวรรค์และ ต้นสวรรค์ มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่อยู่ในขอบเขตท้ายสวรรค์เช่นเขา
ส่วนพวกคนที่มาจากต่างอาณาจักร มองจากความรู้สึก ของเนี่ยเทียนแล้ว ทุกคนกมน่าจะมีขอบเขตอยู่ในขั้นต้นสวรรค์
ไม่นานก่อนหน้านี้ อิทธิพลใหญ่ทั้งเจมด้ในอาณาจักรหลี เทียนเพิ่งจะเข่นฆ่ารบรากันเอง
ทว่าตอนนี้ผู้ที่ได้้รับกุญแจประตูสวรรค์ของเจมด้สำานักใหญ่ กลับมารวมตัวกันอยู่ที่นี่อย่างพร้อมเพรียง ทั้งยังไม่มีข้อพิพาทใด้ๆ ระเบิด้ขึ้นมาด้้วย
เขาไม่รู้ว่าที่เป็นอย่างนี้กมล้วนเป็นเพราะการควบคุมอย่าง ลับๆ ของวังยมบาล
ทางฝ่ายของหอหลิงเป่า อันซืออี๋หันมามองเขาบ่อยๆ นัยน์ตาเตมไปด้้วยแววห่วงใยและถามไถ่ แต่กลับไม่ได้้เด้ินมาพูด้คุย ด้้วย คล้ายกังวลอะไรบางอย่าง
เผชิญหน้ากับสายตาจับจ้องของอันซืออี๋ เขาเองกมทำาได้้ เพียงส่งรอยยิ้มน้อยๆ ไปตอบรับ
ผ่านไปอีกครู่หนึ่ง
“เปรีกยะๆ!”
ท้องฟอาเหนือทะเลสาบพลันมีเสียงประหลาด้ด้ังลอยมา ความว่างเปล่าคล้ายกลายมาเป็นกระจกขนาด้ยักษ์ที่ค่อยๆ ปริแตก ออก
“มาแล้ว!”
ทุกคนที่ครอบครองกุญแจสวรรค์ รวมไปถึงผู้แขมงแกร่ง มากมายที่อยู่บนเมืองใหญ่มหึมาของวังยมบาลต่างกมีสีหน้าตื่นเต้น
บัด้นี้เนี่ยเทียนเองกมพลันรู้สึกได้้ว่ากุญแจประตูสวรรค์ที่ นาบประทับอยู่บนหลังมือเขาคล้ายกลายมาเป็นกองไฟหนึ่งกองที่ ร้อนแผด้เผาผิวเนื้อของเขา
เนี่ยเทียนหันขวับไปมองเมืองยักษ์ที่อยู่ข้างหลัง
ไม่รู้ว่าทำาไมปราณน่าหวาด้กลัวที่ผสมปนเปกันระหว่าง ความพลุ่งพล่าน บ้าคลั่ง กระหายเลือด้ ด้ับทำาลายถึงได้้ถูกปลด้ ปล่อยออกมาจากในเมืองยักษ์ด้้านหลังเขา
เพียงแค่หันหน้าไปมองปราด้เด้ียว เขากมหน้าถอด้สีทันใด้ กล่าว “เมืองแห่งนั้น?!”
บนกำาแพงเมือง ภูตผีปีศาจมากมายที่ถูกแกะสลักไว้บน ผนังเปลี่ยนมาเป็นมีชีวิตชีวาประหนึ่งได้้รับจิตวิญญาณและพลังชีวิต
อยู่ๆ ลำาตัวด้้านข้างของปีศาจตัวหนึ่งที่ยาวหลายสิบเมตร ตลอด้ทั้งร่างเตมไปด้้วยเกลมด้สีเขียวแก่ บนศีรษะมีเขาหงิกงอหนึ่ง แท่งกมสลัด้หลุด้ออกมาจากในกำาแพง
“ครืด้ๆๆ!”
โซ่ตรวนเส้นหนายาวหลายเส้นซึ่งมีอักขระตัวเลมกๆ จำานวนนับไม่ถ้วนกระจัด้กระจายสอด้แทรกไปทั่วพุ่งพรวด้เข้ามารัด้ พันมันเอาไว้
โซ่ตรวนเหล่านั้นลอด้ทะลุเข้าไปในร่างของปีศาจร้าย ด้ึง กระชากมันกลับไปด้้านหลังอย่างต่อเนื่อง หมายจะรั้งตัวมันให้กลับ เข้าไปอยู่ในผนังอีกครั้ง
ปีศาจตัวนั้นตบมือฟาด้เข้าใส่โซ่ตรวจ เงยหน้าคำารามไร้ เสียง พยายามด้ิ้นรนอย่างสุด้ความสามารถ
ภูตผีปีศาจอีกหลายตัวคล้ายสัมผัสได้้ว่าฟอาด้ินจะเกิด้การ เปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ต่างกมร้องโหยหวนไร้เสียง ปรารถนาจะหลบ หนีออกไป
ทว่าในผนังหินที่หนาและทนทานแห่งนั้นกลับมีโซ่ตรวน หนายาวหลายพันเส้นที่สอด้แทรกไปด้้วยอักขระจำานวนนับไม่ถ้วน โผล่ออกมาระโยงระยาง โซ่ตรวนทุกเส้นล้วนแทรกซึมเข้าในร่างของ ภูตผีปีศาจ กระชากรั้งพวกมันให้กลับไปอยู่ที่เด้ิมอย่างต่อเนื่อง
เมืองยักษ์ตั้งตระหง่านแน่นิ่งดุ้จเด้ิม ราวกับว่าไม่ได้้รับผลก ระทบใด้ๆ จากการด้ิ้นรนของภูตผีปีศาจเหล่านั้นแม้แต่นิด้เด้ียว
บนกำาแพง ผู้แขมงแกร่งของวังยมบาลหลายร้อยคนสีหน้า เยมนชา สายตาที่มองมายังภูตผีเหล่านั้นแฝงไว้ด้้วยความเย้ยหยัน
เหมือนพวกเขารู้สึกว่าการต่อต้านและด้ิ้นรนของปีศาจ พวกนั้นเป็นเรื่องที่เปล่าประโยชน์
“ค่ายกลเผาโลกันตร์กักปีศาจ!” ลี่ฝานหน้าเปลี่ยนสีน้อยๆ หันไปมองที่เมืองยักษ์ด้้วยความตื่นตะลึงไม่ต่างกัน กล่าว “ไม่นึกเลย ว่าภูตผีปีศาจเหล่านั้นที่ไม่รู้ว่าถูกกักขังมานานกี่ปีจะสัมผัสได้้เหมือน กันว่าฟอาด้ินเกิด้การเปลี่ยนแปลง เลยคิด้จะออกมาสร้างความ วุ่นวาย!”
“ท่านอาลี่ วังยมบาล…กมคือคุกแห่งหนึ่งที่มีไว้กักขังภูตผี ปีศาจอย่างนั้นหรือ?” เนี่ยเทียนกล่าวอย่างตะลึงพรึงเพริด้
เขาเคยได้้ยินว่าวังยมบาลกมคือคุกขนาด้ใหญ่มโหฬารแห่ง หนึ่งที่จะปิด้ผนึกภูตผีปีศาจมากมายซึ่งเคยก่อกรรมทำาเขมญ ผล่า พลาญชีวิตไปทั่วเอาไว้
แต่เขาเข้าใจว่าคุกแห่งนั้น…คงจะอยู่ลึกใต้ด้ิน
“เจ้าเด้าถูกแล้ว” ลี่ฝานพยักหน้าอย่างเคร่งขรึม อธิบาย ให้เขาฟังว่า “เมืองยักษ์แห่งนั้นกมคือคุกที่ใหญ่ที่สุด้! และภูตผีปีศาจที่ เจ้าได้้เจอในวันนี้ เท่าที่ข้ารู้มา…พวกมันกมคือประชากรด้ั้งเด้ิมที่เคย อาศัยอยู่ในอาณาจักรหลีเทียนก่อนหน้านั้น”
“ประชากรด้ั้งเด้ิม?” เจียงหลิงจูเองกมหน้าเปลี่ยนสีน้อยๆ
ลี่ฝานยิ้มขื่น “ถูกต้อง เด้ิมทีอาณาจักรหลีเทียนเป็นของ พวกมัน กมไม่รู้ว่าเมื่อกี่ปีก่อนหน้านี้ที่ผู้ฝึกลมปราณแขมงแกร่งได้้ข้าม ทางช้างเผือกจนมาเจอที่นี่”
“หลังจากที่พวกเขามาถึงกมเปิด้ฉากสงครามนองเลือด้ที่ ยาวนานติด้ต่อกันหลายสิบปีกับภูตผีปีศาจเหล่านั้นของอาณาจักรหลี เทียน”
“ปีศาจที่แขมงแกร่งที่สุด้ถูกสังหารไปทีละตน ผู้ฝึกลมปราณ หลายคนที่สามารถข้ามอาณาจักรมาได้้กมถูกปีศาจฉีกกระชากเลือด้ เนื้อและกลืนกิน”
“ทว่าสุด้ท้ายผู้ที่ชนะกมคือผู้ฝึกลมปราณเผ่ามนุษย์ของ เรา!”
“อาณาจักรหลีเทียนได้้ผ่านเหตุการณ์การเปลี่ยนแปลงมา มากมายหลายปี ถึงได้้ถูกเจมด้สำานักใหญ่ควบคุมดู้แลอย่างทุกวันนี้”
“ค่ายกลเผาโลกันตร์กักปีศาจ!”
พอพวกผู้ฝึกลมปราณขอบเขตต้นสวรรค์ที่มาจากต่าง อาณาจักรมองเหมนปีศาจมากมายที่อยู่บนเมืองยักษ์สูงเสียด้ฟอา พยายามจะหลบหนีออกมาต่างกมหน้าเปลี่ยนสีน้อยๆ
“วังยมบาลของอาณาจักรหลีเทียนมีรากฐานที่น่าตะลึง จริงเสียด้้วย หากไม่เป็นเพราะวังยมบาลสถาปนาขึ้นที่นี่ อาณาจักร หลีเทียน…กมคงถูกรุกรานไปนานแล้ว”
“สามารถกักขังภูตผีปีศาจมากมายขนาด้นี้ได้้ ไม่เพียงแต่ ทำาให้พวกมันไม่สามารถหลบหนีออกไป ยังด้ึงเอาพละกำาลังของมัน มาอย่างต่อเนื่อง วังยมบาลช่างร้ายกาจอย่างแท้จริง”
“แต่ทำาไมปีศาจพวกนั้นถึงพลุ่งพล่านเพราะการเปิด้ของ ประตูสวรรค์ล่ะ?”
“ใครจะไปรู้เล่า”
ขณะที่พวกเขาพูด้คุยกันเบาๆ เสียงปริแตกจากที่ว่างบน ทะเลสาบกมยิ่งด้ังกังวาน
สมาธิทั้งหมด้ของเนี่ยเทียนถูกท้องฟอาด้ึงดู้ด้ไป จึงต้องเงย หน้าขึ้นมองอย่างอด้ไม่ได้้
“เปรีกยะๆ!”
รอยปริแตกของมิติสองเส้นที่แคบยาวและใหญ่มหึมาคล้าย ถูกมีด้แหลมคมที่น่าหวาด้กลัวกรีด้ผ่าค่อยๆ เผยขึ้นมาท่ามกลาง ความว่างเปล่า
รอยปริแตกของมิติทั้งสองเส้นนั้นตัด้สลับกัน ตรงจุด้ตัด้ พลันมีแสงเจิด้จ้าบาด้ตาระเบิด้ออกมา
แสงนั้นค่อยๆ เกาะตัวเข้าหากันเป็นกลุ่มแสงขนาด้ยักษ์ กลุ่มหนึ่ง แล้วกมค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไปช้าๆ อีกครั้ง ดู้เหมือนว่าจะ กลายมาเป็นรูปประตูแบบเด้ียวกับที่อยู่บนหลังมือของพวกเนี่ยเทียน
“อู้ๆๆ!”
ปราณวิญญาณในรัศมีพันลี้ของอาณาจักรหลีเทียนได้้รับ อิทธิพลจากความเปลี่ยนแปลงของห้วงมิติจึงไหลทะลักเข้ามารวม กันอย่างบ้าคลั่ง
เนี่ยเทียนแอบสัมผัสได้้ว่าปราณวิญญาณทั้งหมด้ที่มารวม ตัวกัน ต่างกมุ่งหน้าไปที่ประตูสวรรค์ซึ่งกำาลังจะก่อตัวสำาเรมจบานนั้น
“ผู้ที่ได้้ครอบครองกุญแจประตูสวรรค์จงเตรียมตัวให้ พร้อม เมื่อประตูสวรรค์ก่อตัวสำาเรมจ พวกเจ้าจะถูกพลังจากในประตู ด้ึงให้เข้าไปด้้านในโด้ยตรง!”
เฉียวหยางเจ้าวังยมบาลไม่ได้้สนใจความพลุ่งพล่านของ ภูตผีปีศาจด้้านล่างเมืองยักษ์ เขาเอาแต่มองไปที่ประตูสวรรค์ซึ่ง กำาลังก่อตัว แล้วพูด้ขึ้นมาด้้วยเสียงอันด้ัง
“โฮก! โฮก…”
และเวลานี้เอง เสียงคำารามสะท้านฟอาสะเทือนด้ินฟังไม่ได้้ ศัพท์กมด้ังออกมาจากในรอยแยกห้วงมิติที่ตัด้สลับกันนั้น
หมอกควักสีม่วงเข้มไหลทะลักออกมาจากในรอยแยกห้วง มิติ พริบตาเด้ียวกมปกคลุมไปทั่วท้องฟอาของวังยมบาล
“นั่นอะไร?!”
ผู้แขมงแกร่งทุกคนของวังยมบาล รวมไปถึงเฉียวหยางเอง ล้วนหน้าถอด้สีฉับพลัน
พวกผู้ฝึกลมปราณที่มาจากต่างอาณาจักร พอมองเหมนว่า ในรอยแยกแคบยาวริมขอบประตูสวรรค์ที่กำาลังก่อตัวขึ้นมีหมอก ควันสีม่วงเข้มทะลักทลายออกมากมหวาด้กลัวกระวนกระวาย
“เปรีกยะๆ!”
บนเมืองใหญ่ โซ่ตรวนหนายาวเส้นหนึ่งพลันแตกกระจาย ออก
อักขระจำานวนนับไม่ถ้วนที่เปล่งประกายแสงดุ้จด้วงด้าว ลอยออกมาจากในโซ่ตรวนที่แตกออก พยายามจะสกัด้กั้นปีศาจที่ แขมงแกร่งที่สุด้ตัวนั้นเอาไว้
ทว่าปีศาจตัวนั้นกลับด้ิ้นรนอย่างบ้าคลั่ง คล้ายถูกเรียกหา จากต้าจวิน[1]ในเผ่าของตัวเอง พุ่งพรวด้เข้าไปในรอยแยกห้วงมิติ โด้ยไม่สนใจสิ่งใด้
“แย่แล้ว!” เฉียวหยางหน้าถอด้สีในที่สุด้ “ขัด้ขวางพวก มัน!”
หลังจากปีศาจตัวแรกพุ่งออกไปกมีปีศาจตัวใหม่สะบัด้ร่าง ด้ิ้นรนอย่างบ้าคลั่งคล้ายได้้รับพละพลังเพิ่มขึ้นมาอย่างฉับพลัน เนี่ยเทียนจ้องมองนิ่ง พบว่าควันสีม่วงเข้มที่ไหลออกมาจากในรอย แยกห้วงมิติกลายร่างมาเป็นกระแสธารที่ไหลรินเข้าไปในร่างกายของ ภูตผีปีศาจที่ถูกขังไว้ในเมืองยักษ์
ภูตผีปีศาจที่ได้้รับควันสีม่วงเข้มเข้าไปกมพลันเปลี่ยนมา เป็นมีพละกำาลังมหาศาล แม้แต่โซ่ตรวนที่แทรกทะลุเข้าไปในร่างของ พวกมันกมยังมิอาจกักกันพวกมันเอาไว้ได้้
ภูตผีปีศาจตนแล้วตนเล่าฉีกกระชากโซ่ตรวนออกอย่าง ฮึกเหิม ทยอยกันสลัด้พ้นจากการพันธนาการของเมืองใหญ่ ต่างกมุด้ ลอด้เข้าไปในรอยปริแตกของห้วงมิติ
ส่วนผู้ฝึกลมปราณของวังยมบาลเหล่านั้น หลังจากสัมผัส ได้้ว่าท่าไม่ด้ี ต่างกมเริ่มเอาอาวุธวิเศษออกมาใช้หมายจะขัด้ขวาง
พริบตาเด้ียวบนท้องฟอาของวังยมบาลกมเตมไปด้้วยแสงเจิด้ จ้าจากของวิเศษ อาวุธวิเศษแปลกประหลาด้หายากมากมายล้วนบิน คำารามออกมา
ขณะเด้ียวกัน ตรงจุด้ตัด้ของรอยแยกห้วงมิติขนาด้ยักษ์ สองเส้นนั้น ประตูสวรรค์กมก่อตัวสำาเรมจในที่สุด้
แรงด้ึงดู้ด้กลุ่มหนึ่งพลันระเบิด้ออกมาจากด้้านใน
ทุกคนที่ครอบครองกุญแจประตูสวรรค์ล้วนถูกภาพประตู สวรรค์บนหลังมือด้ึงรั้งให้ลอยขึ้นกลางอากาศ บินตรงไปยังประตู สวรรค์