ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 143 โครงกระดู้กของต่างเผ่า
ด้ินแด้นอุกกาบาตที่แขมงกระด้้างเยมนเยียบ โครงกระดู้ก โครงหนึ่งที่ไม่รู้ว่าเน่าเปื่อยมาแล้วกี่ปีวางนิ่งอยู่ตรงนั้น
โครงกระดู้กนั้นมีผิวเป็นสีเขียวเข้ม เหมนได้้ชัด้ว่าไม่ใช่เผ่า มนุษย์
ส่วนสะโพกของโครงกระดู้กมีหางยาวประมาณหนึ่งเมตร หางหนึ่ง สีเลือด้เนื้อของส่วนหางนั้นซีด้หายไปจนสิ้น หลงเหลือให้ เหมนเป็นเพียงท่อนกระดู้กสีขาวเผือด้
ส่วนปลายของท่อนกระดู้กโค้งงอดุ้จตะขอ ตะขอนั้นแทง ลึกลงไปในก้อนหิน ผ่านกาลเวลายาวนานนับสิบล้านปีกมยังส่อง ประกายแสงสีเขียวอ่อนจาง คล้ายว่าด้้านในยังมีพลังงานหลงเหลือ อยู่
“นี่คือ…” เนี่ยเทียนสังเกตอยู่ครู่ใหญ่ ขมวด้คิ้วน้อยๆ กล่าว “ร่างของต่างเผ่า?”
เจิ้งปินพยักหน้า พูด้เบาๆ “ข้าอยู่ในอาณาจักรหลีเทียนมา ตั้งแต่เด้มก ไม่เคยเหมนสิ่งมีชีวิตต่างเผ่ามาก่อน แต่เหมนได้้ชัด้ว่าเจ้า หมอนี่ไม่ใช่เผ่ามนุษย์เหมือนเรา แล้วกมไม่รู้ว่าเขาตายมาแล้วกี่ปี ทว่า หางนั้นยังคงมีคลื่นพลังงานหลงเหลืออยู่”
“แล้วเจ้าจะตื่นเต้นไปทำาไม?” เนี่ยเทียนพูด้ด้้วยความไม่ เข้าใจ
“พลังงานที่ซ่อนเร้นอยู่ในหางนั้นมีพลังชีวิตที่เข้มข้น พลัง ชีวิตนั่นไม่ธรรมด้าอย่างมาก” ขณะที่เจิ้งปินพูด้กมลอบประเมินไปรอบ ด้้านด้้วยคล้ายกังวลว่าจะถูกใครจับได้้ “ข้าอยากทด้ลองตัด้หางของ เขามา แต่กมกลัวเลมกน้อย…”
“กลัว? เขาตายมาแล้วไม่รู้กี่ปี เจ้ายังจะกลัวอะไรอีก?” เนี่ยเทียนกล่าวอย่างประหลาด้ใจ
“เมื่อครู่นี้ข้าทด้ลองแล้ว…” เจิ้งปินยิ้มเจื่อน “ทว่าอาวุธ วิเศษในมือข้าแม้แต่จะตัด้หางนั่นให้ขาด้กมยังทำาไม่ได้้ หางเส้นนั้น หลงเหลือแค่เพียงข้อต่อกระดู้กที่เรียงต่อกัน ทว่ากลับยังคงแขมงแกร่ง จนน่าหวาด้หวั่น”
“ไม่ใช่ว่าเจ้าอยากจะให้ข้าช่วยหรอกนะ?” เนี่ยเทียนอึ้งงัน พอตั้งตัวได้้กมส่ายหน้าทันที “ข้าเองกมไม่มีอาวุธที่แหลมคมขนาด้นั้น เหมือนกัน”
“เจ้าเป็นลูกศิษย์ของอูจี้ อาจารย์เจ้าจะไม่มอบอาวุธล้ำาค่า ระด้ับสูงอะไรให้เจ้าเชียวหรือ?” เจิ้งปินมองเขาตาปริบๆ
เนี่ยเทียนส่ายหัวอีกครั้งอย่างไม่ลังเล “ไม่มี”
ก่อนหน้าที่เขาจะเข้ามาในประตูสวรรค์ อูจี้ได้้มอบวัตถุคุ้ม กันกายให้เขามากมายกมจริง ทว่าในบรรด้าของเหล่านั้นไม่มีอาวุธที่ คมกริบอย่างที่เจิ้งปินต้องการจริงๆ
อูจี้แค่บอกกับเขาว่า ในเมื่อมีเกราะมังกรเพลิงที่เป็นวัตถุ ล้ำาค่าเชื่อมโยงวิญญาณแล้ว ขอแค่เขาอด้ทนค่อยๆ สร้างความ สัมพันธ์ที่ลึกล้ำากับวิญญาณวัตถุในเกราะมังกรเพลิง เกราะมังกร เพลิงกมจะช่วยให้เขาช่วงชิงทุกอย่างที่ต้องการมาได้้
มีเกราะมังกรเพลิง เขายังต้องการอาวุธวิเศษอย่างอื่นอีก หรือไร?
“อ้อ ไม่มีกมไม่เป็นไร” ใบหน้าเจิ้งปินเตมไปด้้วยความผิด้ หวัง
ในสายตาของเขา เหมนได้้ชัด้เจนว่าเนี่ยเทียนแค่หลบเลี่ยง ไม่ยินด้ีช่วยเหลือเขากมเท่านั้น
เขาเองกมรู้ว่าความสัมพันธ์ของเขากับเนี่ยเทียนไม่เรียกว่า สนิทสนมอะไรกันนัก อีกทั้งเขายังเคยทอด้ทิ้งเนี่ยเทียนครั้งแล้วครั้ง เล่าด้้วย
ตอนนั้นที่เขาและหันซินถูกกักตัวอยู่บนเทือกเขาชื่อเหยียน พอพวกเนี่ยเทียนโด้ยสารสัตว์เพลิงพิภพบินผ่านไป กมไม่ได้้หยุด้ชะงัก แม้แต่ครู่เด้ียว
เขารู้สึกว่าที่เนี่ยเทียนทำาเช่นนั้นกมสมเหตุสมผลแล้ว
หลังจากนั้นเจิ้งปินจึงไม่ได้้สนใจเนี่ยเทียนอีก แต่นั่งยองๆ ลงข้างโครงกระดู้กของสิ่งมีชีวิตต่างเผ่าที่มีหางนั่น แล้วหยิบเอา กระบี่แหลมคมออกมาหนึ่งเล่ม ยังคงทด้ลองอย่างไม่ยอมแพ้
เจิ้งปินฟันฉับลงไป
“เคร้ง!”
บนหางของโครงกระดู้กพลันมีจุด้แสงสีขาวและสีเขียวสาด้ กระเซมนออกมา
เนี่ยเทียนจ้องมองด้้วยความตั้งใจ พบว่าเมื่อกระบี่เล่มนั้น ของเจิ้งปินร่วงลงบนข้อต่อกระดู้กชิ้นหนึ่ง แสงสีเขียวอ่อนจางที่ เปล่งวาบอยู่บนข้อต่อกระดู้กกมจะเปลี่ยนมาเป็นสว่างจ้าทันที
พลังงานแปลกประหลาด้ที่เปี่ยมล้นไปด้้วยพลังชีวิตไหล ทะลักออกมาจากในข้อต่อกระดู้กนั้น คล้ายเพิ่มความแขมงแกร่งให้กับ ข้อต่อกระดู้กที่ถูกกระบี่ฟัน
ข้อต่อกระดู้กนั่นไม่มีรอยขีด้ข่วนแม้แต่นิด้ กลับกลายเป็น เจิ้งปินผู้ถือกระบี่เสียอีกที่ร่างโอนเอนน้อยๆ
เจิ้งปินยังไม่ยอมแพ้ ข้อต่อกระดู้กช่วงแรกไม่ได้้ผล เขากม หันไปลงมือกับข้อต่อกระดู้กช่วงอื่น
“เคร้งๆ! เคร้งๆ!”
ทว่าทุกครั้งที่กระบี่เขาฟันลงไปโด้นข้อต่อกระดู้กทุกชิ้น แสงสีเขียวกมจะสว่างจ้าขึ้นมา
แสงสีเขียวเหล่านั้นกำาจัด้พลังโจมตีจากกระบี่และคมกระบี่ ของเจิ้งปินเสียสิ้น
รอจนกระบี่เล่มนั้นฟันลงไป พลังวิญญาณบนกระบี่กมสลัว รางหายไปนานแล้ว ไร้ซึ่งความแหลมคมใด้ๆ อีก
“น่าสนใจ…”
เนี่ยเทียนเองกมถูกด้ึงดู้ด้ความสนใจ เขาหรี่ตาลง มอง ประเมินข้อต่อกระดู้กนั่นอย่างตั้งใจ กำาลังใคร่ครวญว่าควรจะใช้วิธี การใด้ถึงจะสามารถตีฝ่าการต้านทานของพลังชีวิตเข้มข้นในข้อต่อ กระดู้กนั่นได้้
กระแสจิตกลุ่มหนึ่งไหลเข้าไปในกำาไลเกมบของ ตามหาว่ามี วัตถุที่สามารถทำาลายการปองกันตัวของข้อต่อกระดู้กหรือไม่
น่าเสียด้าย นอกจากเกราะมังกรเพลิงแล้ว เขากมไม่มีอาวุธ วิเศษใด้ๆ ที่ให้เอามาใช้ได้้อีก
และตอนนี้เกราะมังกรเพลิงกมอยู่ในสภาวะหลับสนิท กำาลัง หลอมละลายพลังของเส้นผลึกเพลิงพิภพเพื่อซ่อมแซมอาการบาด้ เจมบของตัวเอง
เขาไม่สามารถปลุกเกราะมังกรเพลิงที่กำาลังหลับสนิทให้ ออกมาช่วยเจิ้งปินได้้
อีกอย่างเกราะมังกรเพลิงกมเป็นอาวุธล้ำาค่าระด้ับเชื่อมโยง วิญญาณ แถมยังมาจากอาณาจักรอั้นหมิงด้้วย
ไม่ว่าจะเป็นหัวมู่ หรืออูจี้อาจารย์ของเขาต่างกมเคยเตือน เขาว่า หากไม่ถึงช่วงเวลาคับขันเป็นตายจริงๆ พยายามอย่าใช้ เกราะมังกรเพลิงเด้มด้ขาด้ หลีกเลี่ยงไม่ให้ข่าวเลมด้รอด้ออกไปด้ึงดู้ด้ ความสนใจจากคนอาณาจักรอั้นหมิง
เขาที่หาวิธีใด้ไม่เจอจึงไม่พูด้อะไรมาก ทั้งยังคร้านจะสนใจ ความพยายามที่เสียเปล่าของเจิ้งปิน
“เจ้าทำาต่อไปนะ ข้าจะไปดู้รอบๆ เสียหน่อย”
หลังจากโยนประโยคนี้ทิ้งไว้ เขากมแยกกับเจิ้งปิน ได้้รับคำา เตือนจากเจิ้งปินก่อนหน้านี้แล้ว รอบนี้เขาจึงไม่กล้าบุ่มบ่ามพุ่งพรวด้ ขึ้นไปกลางอากาศอีก
เขาควบคุมร่างกายของตัวเองให้ปรับตัวเข้ากับแรงโน้ม ถ่วง เด้ินด้้วยฝีเท้าที่เรมวและเบาอยู่บนหินอุกกาบาตทรงปริซึมที่เขา และเจิ้งปินอยู่ด้้วยกัน
หินอุกกาบาตที่มีขนาด้แค่ห้าหกลี้จึงถูกเขาเด้ินวนครบหนึ่ง รอบอย่างรวด้เรมว ซึ่งเขาคอยใช้กระแสจิตรับสัมผัสบริเวณรอบด้้าน อยู่ตลอด้เวลา
เขามั่นใจว่าบนหินอุกกาบาตทรงปริซึมนี้ นอกจากเขาและ เจิ้งปินแล้ว กมไม่มีคนอื่นอยู่อีก
ไม่นานหลังจากนั้น เขากมาถึงตรงมุมแหลมของอุกกาบาต ทรงปริซึม
ตรงมุมนั้นมีทางหินที่เลมกแคบเส้นหนึ่งทอด้ยาวออกไป หลายร้อยเมตร แล้วทิ่มเข้าเชื่อมต่อกับหินอุกกาบาตอีกก้อนที่ใหญ่ ยิ่งกว่า
ทางหินเลมกยาวมีพื้นที่ให้วางเท้าลงไปได้้แค่ข้างเด้ียว เท่านั้น หากต้องการ เขาสามารถเด้ินผ่านทางหินนี้ไปยังหิน อุกกาบาตอีกก้อนที่อยู่ใกล้กับเขาได้้
ทว่าเขากลับไม่ได้้ทำาเช่นนั้น
ก่อนหน้านี้มีลมเยมนเยียบระลอกหนึ่งพัด้ผ่านมา เขาใช้พลัง วิญญาณในร่างไปต้านทานความเยมนจึงสูญเสียพลังงานไปไม่น้อย แล้ว
มีประสบการณ์จากโลกมายามรกต เขารู้ว่าเด้ิมทีเขากม ขอบเขตต่ำาต้อยอยู่แล้ว หากยังไม่สามารถรักษาสภาวะพรั่งพร้อมตื่น ตัวไว้ได้้ตลอด้เวลา เมื่อเจอกับคนแปลกหน้า เขาย่อมต้องเสียเปรียบ หนักแน่นอน
ด้ังนั้นเขาจึงนั่งลง หยิบเอาหินวิเศษที่อูจี้อาจารย์เขามอบ ให้ออกมา ใช้คาถาหลอมลมปราณมาฟื้นคืนพลังวิญญาณที่หายไป ก่อน
ขณะที่ทำาเช่นนี้ เขายังหยิบเอาปอายตัวตนออกมาจากใน กำาไลเกมบของด้้วย
รอจนพลังวิญญาณฟื้นคืนแล้ว กระแสจิตกลุ่มหนึ่งของเขา จึงแทรกซึมเข้าไปในปอายตัวตน ตรวจสอบคาถาวิเศษสามบทที่อูจี้ นาบตราประทับไว้ด้้านใน
ตามที่อูชี้กับมา เขาสามารถเลือกคาถาวิเศษหนึ่งในนั้น หรือทั้งสามบทมาฝึกบำาเพมญตบะได้้
เนื่องด้้วยเวลากระชั้นชิด้ ตอนที่เขาอยู่ในอาณาจักรหลี เทียนจึงทำาเพียงมองผ่านๆ แล้วกมไม่ได้้ให้ความสนใจอีก
ตอนนี้มาอยู่ในต่างแด้นที่เยมนยะเยือกแห่งนี้ เขายังถือว่า ปลอด้ภัยชั่วคราว จึงอยากฉวยโอกาสช่วงเวลาที่ไม่เลวนี้มาทำาความ เข้าใจกับคาถาวิเศษสักบทหนึ่งเพื่อเพิ่มพลังของตัวเองให้สูงขึ้น
“คาถาวิเศษเพลิงร้อน คาถาวิเศษจำาแลง คาถาน้ำาอ่อน นุ่ม…”
มาจนถึงตรงนี้ เขาเองกมยังไม่แน่ใจในธาตุการฝึกของตัว เอง ไม่รู้ว่าต่อไปควรฝึกฝนไปในทิศทางใด้
เขาเคยถามอูจี้ถึงเรื่องนี้เหมือนกัน
อูจี้บอกว่า คนที่ไม่มีธาตุเฉพาะในการฝึกฝน แท้จริงแล้วกม ใช่ว่าจะไม่มีข้อด้ีไปซะทีเด้ียว
คนที่ไม่มีธาตุสามารถเลือกคาถาวิเศษหลายชนิด้มาฝึก ไม่ ว่าจะเป็นคาถาวิเศษแบบใด้กมล้วนสามารถฝึกไปได้้อย่างต่อเนื่อง
นี่กมคือข้อได้้เปรียบของคนที่ไม่มีธาตุในการฝึก
ทว่าข้อเสียกมเด้่นชัด้มากเช่นเด้ียวกัน
เมื่อเทียบกับคนที่ธาตุของตัวเองสอด้คล้องกับคาถาวิเศษที่ ฝึกแล้ว หากคนที่ไม่มีธาตุคิด้จะฝึกคาถาวิเศษแบบใด้แบบหนึ่ง ความเรมวจะช้ากว่าเยอะมาก
ไม่เพียงเท่านี้ หากคิด้จะทำาความเข้าใจกับความมหัศจรรย์ ลึกล้ำาของคาถาวิเศษสักบทหนึ่งกมยังจำาเป็นต้องทุ่มเทพลังกายและ เวลามากกว่าคนอื่นเยอะมาก
อย่างอันซืออี๋ เนื่องจากธาตุที่ฝึกคือเปลวเพลิง หากนางฝึก คาวิเศษเพลิงร้อนกมจะก้าวหน้าพรวด้พราด้ ขณะที่ทำาความเข้าใจกับ คาถาวิเศษเพลิงร้อน นางกมจะยิ่งมีประสบการณ์และประจักษ์แจ้งได้้ ลึกล้ำายิ่งกว่า
เขาที่ไม่มีธาตุใด้ๆ ในการฝึกหากคิด้จะฝึกคาวิเศษเพลิง ร้อน เมื่อเทียบกับอันซืออี๋แล้ว ความก้าวหน้าจะช้ากว่าเยอะมาก หรืออาจถึงขั้นที่ว่าชีวิตนี้จะไม่มีหวังได้้ฝ่าทะลุถึงจุด้สูงสุด้ของเปลว เพลิงด้้วยซ้ำา
ทว่าอันซืออี๋ที่มีธาตุไฟ หากไม่ฝึกคาวิเศษเพลิงร้อน แต่ไป ฝึกคาถาน้ำาอ่อนนุ่ม กมจะยากลำาบากอย่างยิ่งยวด้
เมื่อเทียบกับคนที่ไม่มีธาตุอย่างเขา นางจะเสี่ยงอันตราย กว่าเยอะ หรืออาจจะตกอยู่ในสภาพลมปราณแตกซ่านเพราะการ ปะทะกันระหว่างธาตุกมเป็นได้้
ผู้ที่ไม่มีธาตุ แม้จะฝึกคาถาวิเศษได้้หลากหลาย ทว่าคาถา ทุกประเภทล้วนคืบหน้าเชื่องช้า ชีวิตหนึ่งอาจไม่มีทางเข้าใจความ ลึกลับที่แท้จริงของคาถาวิเศษชนิด้หนึ่งได้้เลย
อายุขัยของเผ่ามนุษย์มีจำากัด้ เมื่อไม่ได้้ประจักษ์แจ้งกับ ความมหัศจรรย์ของคาถาวิเศษอย่างสมบูรณ์แบบ ไม่ได้้ฝ่าทะลุสู่ ขอบเขตใหม่ นี่จึงเป็นเหตุให้ผู้ที่ไม่มีธาตุหมด้สิ้นอายุขัยและตายไป ก่อน
และกมด้้วยเหตุนี้ เวลาที่สำานักใหญ่ทั้งเจมด้ในอาณาจักรหลี เทียนคัด้เลือกลูกศิษย์จึงมักจะเลือกผู้ที่มีพรสวรรค์และมีธาตุติด้ตัว มาตั้งแต่กำาเนิด้
จากนั้นกมจะมอบคาถาวิเศษให้กับผู้มีพรสวรรค์แต่ละคนฝึก โด้ยเฉพาะ ให้พวกเขาฝ่าทะลุขั้นอย่างต่อเนื่องด้้วยความรวด้เรมว เพื่อช่วงชิงอายุขัยที่มากกว่าเด้ิม รักษาการบำาเพมญตบะให้สืบเนื่อง ต่อไป
“เกราะมังกรเพลิงต้องเป็นธาตุไฟแน่นอน ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ข้ากมต้องฝึกคาถาวิเศษเพลิงร้อนน่ะสิ”
เนี่ยเทียนคิด้อยู่ครู่หนึ่งกมเลือกทิศทางได้้อย่างรวด้เรมว เตรียมตัวฝึกคาถาวิเศษเพลิงร้อนเป็นคาถาแรกในชีวิต
เขาศึกษาคาถาวิเศษเพลิงร้อนอย่างละเอียด้ แล้วเริ่มลงมือ ฝึกบำาเพมญตบะ