ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 145 วิกฤตเข้ามาใกล้
ทางช้างเผือกที่เยมนเยียบ บนหินอุกกาบาตใหญ่ยักษ์รูปหก เหลี่ยมก้อนหนึ่ง ชายรูปร่างอ้วนท้วนของอาณาจักรคุนหลัวผู้นั้น แสยะปากหัวเราะชั่วร้าย
นิ้วปอมสั้นทั้งห้ามือของข้างซ้ายเขาถือกำาไลเกมบของสาม ชิ้นที่มีสีต่างกัน กำาลังย้ายวัตถุทุกชิ้นที่อยู่ในกำาไลเกมบของเข้ามาไว้ บนร่างของตัวเอง
ข้างกายเขามีร่างของผู้ฝึกลมปราณที่สวมชุด้สีเทาซึ่งเหมน ได้้ชัด้ว่าเป็นคนของหุบเขาเทานอนอยู่สามคน
สามคนนั้น สองคนคือกลางสวรรค์ช่วงท้าย อีกคนคือต้น สวรรค์ช่วงต้น
ผู้ฝึกลมปราณสามคนของหุบเขาเทาศีรษะหลุด้ออกจาก ร่าง แขนขาถูกฟันให้กระจัด้กระจายอยู่บนหินอุกกาบาตสีน้ำาตาล เพิ่งตายไปได้้ไม่นาน
“ฆ่าไปอีกสามคนแล้ว”
หลังจากที่ชายอ้วนของอาณาจักรคุนหลัวผู้มีนามว่าเจี่ย เผิงโยกย้ายวัตถุทุกชิ้นเข้าไปไว้ในกำาไลเกมบของของตัวเองแล้ว เขากม ส่ายหัว ในด้วงตาที่เลมกเท่าเมลมด้ถั่วเหลืองของเขามีประกายเยมนชา ดู้แคลนวาบผ่าน
“ไม่น่าเชื่อว่าหุบเขาเทากมได้้เป็นหนึ่งในเจมด้สำานักใหญ่ของ ผู้ฝึกลมปราณอาณาจักรหลีเทียนเหมือนกัน ช่างอ่อนด้้อยยิ่งนัก”
“สำานักแบบนี้เกรงว่าคงรอด้ชีวิตอยู่ได้้แค่ในอาณาจักรหลี เทียนเท่านั้น หากมาอยู่ในอาณาจักรคุนหลัวของข้าย่อมถูกด้ับสำานัก ไปนานแล้ว”
“เหมนๆ อยู่ว่าวังยมบาลสามารถยึด้ครองพลังอำานาจของ อาณาจักรหลีเทียนได้้ แต่กลับไม่ทำาเช่นนั้น ดู้ท่าคงมองอีกหกสำานัก ใหญ่ที่เหลือเป็นเพียงแค่แกะที่เลี้ยงไว้กับวัวเท่านั้น”
“ถ้าอย่างนั้นกมคงมีเพียงผู้ประลองของวังยมบาลเท่านั้นถึง จะทำาให้ข้าเกิด้ความสนใจขึ้นมาได้้”
“……”
เขาพึมพำาพลางปลด้ปล่อยกระแสจิตออกไปรับสัมผัส ความเคลื่อนไหวของสิ่งมีชีวิตรอบด้้านด้้วย
“ไม่มีแล้ว ทุกคนที่อยู่บนหินอุกกาบาตก้อนนี้ล้วนถูกข้า สังหารหมด้สิ้น คงต้องเปลี่ยนสถานที่แล้วล่ะ”
ระหว่างที่พูด้เช่นนี้ เรือนกายอ้วนใหญ่ที่เตมไปด้้วยไขมัน ด้ั่งลูกหนังกลมๆ ของเขากมลอยพรวด้ขึ้นกลางฟอา บินไปยังหิน อุกกาบาตที่อยู่ใกล้
เขามีความมั่นใจในฝีมือของตัวเองอย่างยิ่งยวด้ จึงไม่กลัว สักนิด้ว่าเมื่อบินขึ้นฟอาแล้วจะเป็นการเปิด้เผยตัวตน
ในสายตาของเขา มีเพียงไม่กี่คนที่มาจากต่างอาณาจักรซึ่ง เคยทำาความรู้จักพูด้คุยกับเขาเท่านั้นถึงจะพอต่อกรกับเขาได้้
และคนเหล่านั้น ก่อนหน้าที่เขาจะเหยียบย่างเข้ามาใน อาณาจักรหลีเทียนกมได้้มีการตกลงกันอย่างลับๆ แล้ว
ผู้อาวุโสในสำานักของพวกเขาได้้พูด้คุยกันเป็นการส่วนตัว ทุกคนต่างกมองอาณาจักรหลีเทียนเป็นเปอาหมาย รอเมื่อใด้ที่ภูตผี ปีศาจบุกเข้าโจมตี กมจะค่อยๆ เขมิบกลืนอาณาจักรหลีเทียนไปอย่าง ช้าๆ
แม้แต่เรื่องการแบ่งพื้นที่ในอาณาจักรหลีเทียน พวกผู้ อาวุโสของพวกเขากมยังมีการวางแผนอย่างละเอียด้รอบคอบแล้ว
และกมด้้วยเหตุนี้ เมื่อภูตผีปีศาจเหล่านั้นสลัด้หลุด้พ้นจาก “ค่ายกลเผาโลกันตร์กักปีศาจ” ก่อนหน้าที่จะเข้ามาในประตูสวรรค์ พวกเขาถึงได้้กล้าเปิด้เผยเปอาหมายที่แท้จริงออกมาอย่างกำาเริบเสิบ สาน
ในสายตาของพวกเขา วันที่อาณาจักรหลีเทียนมีประตู สวรรค์เปิด้ขึ้น กมคือวันที่เจมด้สำานักใหญ่ในอาณาจักรหลีเทียนถึง จุด้จบ
…….
บนหินอุกกาบาตทรงปริซึม
ได้้ยินคำาอธิบายของเจิ้งปิน เนี่ยเทียนที่สีหน้าเคร่งขรึมมอง ไปยังหินอุกกาบาตก้อนใหญ่ยักษ์มากมายที่ห่างไกลออกไป
หินอุกกาบาตทรงหกเหลี่ยมที่ใหญ่ยิ่งกว่าก้อนที่พวกเขา ยืนอยู่ตอนนี้กมอยู่ในขอบเขตระยะเส้นสายตาของเขาด้้วย
ตรงจุด้นั้นมีเงาร่างพร่าเลือนที่มองเหมนหน้าตาไม่ชัด้ แต่ กลับรู้ว่าเป็นร่างของคนคนหนึ่งลอยพรวด้ขึ้นสู่ท้องฟอาที่เตมไปด้้วย หมู่ด้าว
เงาร่างนั้นกมคือเจี่ยเผิงที่อยู่ห่างไกลกับพวกเขามาก!
“ตรงนั้น!” เนี่ยเทียนหน้าเปลี่ยนสีน้อยๆ “มีคนหนึ่งพุ่งขึ้น ไปบนท้องฟอา เขากล้าหาญชาญชัยถึงเพียงนี้ ไม่กลัวว่าผู้ที่ซุกซ่อน ตัวอยู่จะสังเกตเหมน ชัด้เจนว่าเขาไร้ซึ่งความเกรงกลัวใด้ หากข้าเด้า ไม่ผิด้ล่ะกม เจ้าหมอนั่น…น่าจะเป็นหนึ่งในคนของต่างอาณาจักร”
“อยู่ตรงไหน? ข้ามองไม่เหมนเลย” เจิ้งปินสีหน้างุนงง
“ก้อนนั้น หินอุกกาบาตทรงหกเหลี่ยมนั่นไง ทำาไมเจ้าถึง มองไม่เหมน?” เนี่ยเทียนชี้ทิศทางอย่างละเอียด้ อธิบายให้เจิ้งปินฟัง
“ข้ามองเหมนแค่ลักษณะของหินอุกกาบาตได้้เลือนๆ มอง ไม่เหมนสักนิด้ว่ามีคนบินขึ้นฟอา” เจิ้งปินส่ายหัว แล้วอยู่ๆ กมคล้าย ตระหนักได้้ถึงอะไรบางอย่าง จึงกล่าวว่า “เจ้า…ขอบเขตที่เส้น สายตาของเจ้ามองเหมน ไม่น่าจะใช่สิ่งที่ข้าเทียบเคียงได้้”
ประโยคนี้ด้ังออกมา เนี่ยเทียนกมแอบตะลึงอยู่กับตัวเอง พลันเข้าใจขึ้นมาทันที
เขาเคยผ่านการชุบหลอมร่างกายจากหัวมู่ บวกกับความ พิเศษของตัวเอง ด้ังนั้นไม่ว่าจะเป็นความสามารถในการรับสัมผัส การมองเหมน หรือการได้้ยินกมน่าจะเหนือกว่าเจิ้งปินไม่น้อย
สิ่งที่เขาสามารถสัมผัส ได้้ยิน มองเหมน ใช่ว่าเจิ้งปินจะ ทำาได้้แบบเด้ียวกัน
“เจ้าหมอนั้นล่องลอยไปทั่วด้้าน น่าจะกำาลังตามหาคน อย่างพวกเรา” เนี่ยเทียนจด้จ้อง หน้าค่อยๆ เปลี่ยนสีน้อยๆ “รอจน เขาไม่พบเจอผู้คนในจุด้ที่ตามหา ไม่ช้ากมเรมวเขาต้องมาถึงที่นี่”
“ผู้ประลองทุกคนที่มาจากต่างอาณาจักรล้วนมีตบะอยู่ใน ขอบเขตต้นสวรรค์ ขอแค่เขาปลด้ปล่อยกระแสจิตออกมา ไม่ว่าพวก เราจะซ่อนตัวเช่นไรกมล้วนหลบเลี่ยงไม่พ้น”
“วินาทีที่เขามาถึงที่นี่ พวกเรากมจะถูกค้นพบในทันที แล้ว เรากมจะไม่มีทางให้ถอยหนีอีกแล้ว”
เนี่ยเทียนกล่าวด้้วยเสียงทุ้มหนัก
เจิ้งปินลนลาน หันขวับไปมองด้้านหลัง ที่นั่นกมีหิน อุกกาบาตบางส่วนลอยตัวอยู่บนท้องฟอา “พวกเราหนีไปทางนั้นด้ี ไหม? ทว่าเมื่อครู่ข้าไปตรวจสอบทางฝั่งนั้นมาแล้ว บนหินอุกกาบาต นั่นกมีคนตายเยอะมากเหมือนกัน”
เนี่ยเทียนส่ายหัว กล่าว “ไม่มีที่ใด้ที่สามารถรับประกัน ความปลอด้ภัยได้้ตลอด้กาล หากผู้แขมงแกร่งขอบเขตต้นสวรรค์ สังหารพวกผู้ที่อ่อนแอกว่าในบริเวณใกล้เคียงพวกเขาจนหมด้สิ้น แล้ว พวกเขากมจะไล่เขมือบกลืนไปทีละแห่ง”
“หากพวกเราไปยังจุด้ที่เจ้าว่า เป็นไปได้้มากว่าจะเจอกับผู้ แขมงแกร่งต้นสวรรค์จากต่างอาณาจักรคนอื่น”
“ต่อให้ไม่เจอ คนผู้นั้นที่เข้ามาใกล้พวกเราด้้วยความเรมว มากถึงเพียงนั้นกมจะไล่ตามพวกเราทันอยู่วันยังค่ำา”
“ถ้าจะให้เป็นเช่นนี้กมสู้รออยู่ที่เด้ิม รอจนเขามาถึงแล้วสู้กัน ดู้สักตั้งด้ีกว่า!” สีหน้าเนี่ยเทียนเด้มด้เด้ี่ยว
“แต่…” เจิ้งปินหน้าม่อยคอตก “เจ้ากับข้ากมแค่ตบะท้าย สวรรค์ช่วงต้นเท่านั้น ด้้วยความสามารถของพวกเราสองคนย่อม ไม่มีความเป็นไปได้้ที่จะหนีรอด้จากเงื้อมมือของผู้แขมงแกร่งขอบเขต ต้นสวรรค์แน่นอน”
“มีเพียงพวกเราไปรวมตัวอยู่กับผู้แขมงแกร่งต้นสวรรค์ของ สำานักอื่นในอาณาจักรหลีเทียนเท่านั้นถึงจะมีหวังรอด้ชีวิต”
“แต่ข้ากมไม่รู้ว่าคนอื่นๆ อยู่ที่ไหนกันบ้าง”
เนี่ยเทียนขมวด้คิ้ว กล่าว “เจ้าตัด้สินใจอย่างไรข้าไม่สน แล้ว อย่างไรซะข้ากมจะอยู่ต่อ เพื่อรอรับมือกับเหตุการณ์ที่จะเกิด้ ขึ้น!”
กล่าวจบเขากมไม่สนใจเจิ้งปินอีกจริงๆ แต่เริ่มมองคนผู้นั้น ที่เข้ามาใกล้เรื่อยๆ แล้ววางแผนการอยู่เงียบๆ
หนึ่งเค่อต่อมา
เนื่องด้้วยระยะทางที่เขยิบเข้ามาใกล้ เงาร่างที่พร่าเลือน ก่อนหน้านั้นจึงเริ่มชัด้เจนมากขึ้น
“เป็นเจ้าอ้วนนั่น” เนี่ยเทียนหรี่ตา สูด้ลมหายใจหนึ่งครั้ง กล่าว “มาจากอาณาจักรคุนหลัว ก่อนหน้าที่เขาจะเข้ามาในประตู สวรรค์ได้้กล่าวว่าทุกคนของอาณาจักรหลีเทียนเราจะต้องตายอยู่ใน นี้ ใครกมอย่าหวังว่าจะรอด้ชีวิตออกไปได้้”
เมื่อเข้ามาใกล้ เจิ้งปินเองกมองเหมนเงาร่างกลมด้ิกราวกับ ลูกกระสุนปืนใหญ่ร่างหนึ่งที่พุ่งทะยานขึ้นสู่ฟากฟอาห้อตะบึงมาข้าง หน้าอย่างต่อเนื่อง
เขาเหมนเพียงรูปร่าง แต่ไม่เหมนใบหน้า ไม่สามารถแยกแยะ ตัวตนของคนผู้นั้นได้้
ตอนที่เนี่ยเทียนบอกว่าคนผู้นั้นกมคือเจ้าอ้วนที่ทิ้งคำาพูด้ โอหังเอาไว้ก่อนเข้ามาในประตูสวรรค์ เจิ้งปินกมแตกตื่นทันที “ดู้ เหมือนว่าเจ้าหมอนั่นจะอยู่ขอบเขตต้นสวรรค์ช่วงกลาง!”
เนี่ยเทียนมองเขาอย่างไม่เข้าใจ
“พวกเรามาถึงเรมวจึงได้้สืบข่าวมาบ้างเลมกน้อย เจ้าอ้วน นั่นชื่อเจี่ยเผิง มาจากอาณาจักรคุนหลัว ตบะต้นสวรรค์ช่วงกลาง ภูมิ หลังน่าหวาด้หวั่นอย่างมาก” เจิ้งปินอธิบายอย่างรวด้เรมว
“ต้นสวรรค์ช่วงกลาง…” เนี่ยเทียนพึมพำาหนึ่งประโยค พยักหน้าแล้วพูด้ว่า “เจ้าไม่ต้องสนใจข้า สามารถจากไปได้้เลย ข้า จะไม่โทษเจ้า”
หลังจากทิ้งประโยคนี้ไว้เขากมแอบคำานวณเวลาที่เจี่ยเผิงผู้ นั้นจะมาถึง แล้วเริ่มวางแผน
ก่อนอื่นเขานึกถึงสนามแม่เหลมกบิด้เบือนยุ่งเหยิงที่เขาได้้ ฝึกมาจากด้ินแด้นลึกลับ
สนามแม่เหลมกนั้นจะมีสรรพคุณอย่างไร เนื่องจากตัวเขาไม่ ได้้รับผลกระทบ จนถึงตอนนี้เขากมยังไม่รู้
แต่เขากลับสัมผัสได้้เลือนรางว่าสนามแม่เหลมกยุ่งเหยิงที่ จำาเป็นต้องสูญเสียพลังจิต พลังวิญญาณ รวมไปถึงพลังเลือด้เนื้อ จำานวนมากถึงจะสร้างขึ้นมาได้้ ย่อมต้องมีความพิเศษของมัน แน่นอน
เจิ้งปินมองเนี่ยเทียนที่เตรียมตัวจะเฝอาอยู่ที่นี่ สีหน้าเขา ลังเล ในใจกำาลังตีกันวุ่น
ตอนอยู่ในโลกมายามรกต ตอนอยู่ที่เทือกเขาชื่อเหยียน เขาเคยทอด้ทิ้งเนี่ยเทียนไป
ตอนนั้นเขาล้วนรู้สึกว่าเนี่ยเทียนต้องตายอย่างแน่นอน ไม่มีความหวังได้้รอด้ชีวิต
ทว่าสุด้ท้ายเนี่ยเทียนกมยังรอด้ชีวิตมาได้้ อีกทั้งยังมีชีวิตที่ อยู่ด้ีมีสุขมากด้้วย
คราวนี้เขาต้องเผชิญหน้ากับการเลือกอีกครั้ง ไปจากเนี่ย เทียน ไม่สนใจว่าเนี่ยเทียนจะเป็นหรือตาย? หรือว่าเคียงบ่าเคียงไหล่ กันต่อสู้?
เขามองเนี่ยเทียนด้้วยสายตาลึกล้ำา
บนใบหน้าของเนี่ยเทียนไม่มีความลนลานและหวาด้กลัว ให้เขาเหมนแม้แต่นิด้ มีเพียงความสุขุมและเยือกเยมน
เนี่ยเทียนค่อยๆ ปรับลมหายใจ นัยน์ตาของเขาคล้าย จะ…มีความตื่นเต้นและรอคอย
การมาถึงของเจี่ยผิงผู้นั้นไม่เพียงแต่ไม่ทำาลายความมั่นใจ ของเนี่ยเทียน ดู้เหมือนว่ายังไปกระตุ้นความฮึกเหิมในการต่อสู้ของ เขาขึ้นมาด้้วย!
นัยน์ตาเจิ้งปินฉายแสงประหลาด้ใจ พลันพูด้ขึ้นมาว่า “ข้า จะร่วมต่อสู้กับเจ้า!”
เมื่อต้องเลือกอีกครั้ง เจิ้งปินที่เคยทอด้ทิ้งเนี่ยเทียนไปสอง ครั้ง สุด้ท้ายกมเลือกตัด้สินใจแตกต่างไปจากเด้ิม
“กมด้ี เจ้าออกห่างข้าสักหน่อย ข้าจำาเป็นต้องวางค่ายกล” เนี่ยเทียนตอบรับลวกๆ หนึ่งประโยคเสรมจกมหันฝ่ามือสองข้างเข้าหา กัน ยกขึ้นสูง โคจรพลังจิต พลังวิญญาณ และพลังเลือด้เนื้อ
เขาเริ่มสร้างสนามแม่เหลมกบิด้เบือนยุ่งเหยิงที่แปลก ประหลาด้นั้นขึ้นมา