ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 150 เจอกับอวี๋ถงอีกครั้ง
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหน
เนี่ยเทียนฟื้นตื่นขึ้นมาจากการบำาเพมญตบะ กองหินผลึก อัคคีที่วางอยู่ตรงหน้าเขามีหินเจมด้แปด้ก้อนที่ถูกด้ึงเอาพลังเปลว เพลิงออกไปจนกลายมาเป็นหินธรรมด้าที่แตกออกเป็นเสี่ยงๆ
ในมหาสมุทรวิญญาณ น้ำาวนที่ก่อตัวขึ้นจากพลังเปลว เพลิง เมื่อผ่านการฝึกฝนหนึ่งครั้งจึงขยายขนาด้ใหญ่ขึ้นอีกไม่น้อย
พลังเปลวเพลิงที่แฝงเร้นอยู่ในนั้นกมเข้มข้นบริสุทธิ์ยิ่งกว่า ก่อนหน้านี้ที่เขาต่อสู้กับเจี่ยเผิงมากมายนัก
ก่อนจะเข้าฌาน เส้นเอมนเส้นชีพจรและเลือด้เนื้อของเขามี ส่วนหนึ่งที่เกิด้ความเสียหายเพราะถูกโจมตีจากพลังแผ่นด้ินของเจี่ย เผิง
ก่อนหน้าที่เขาจะฝึกบำาเพมญตบะยังตั้งใจกินเนื้อสัตว์วิเศษ ปริมาณมากเข้าไปด้้วย พลังเลือด้เนื้อบริสุทธิ์ที่มาจากในเนื้อสัตว์ วิเศษได้้ค่อยๆ กระจายตัวกันออกไป ท่ามกลางความไม่รู้ตัว บาด้แผลในร่างของเขากมหายเป็นปลิด้ทิ้ง
“เจ้าตื่นแล้วหรือ?”
เจิ้งปินที่ห่างจากเขาไปประมาณสิบเมตรสวมอาภรณ์สี ขาว ใบหน้าหล่อเหลา เอ่ยถามด้้วยรอยยิ้มอบอุ่น
เนี่ยเทียนลุกขึ้นยืน พยักหน้าแล้วกล่าวว่า “ผ่านไปนาน แค่ไหนแล้ว?”
เขาไม่มีวัตถุที่ใช้จับเวลา แต่เขากลับรู้ว่าตอนที่อยู่ในโลก มายามรกต เจิ้งปินมีวัตถุที่สามารถจับเวลาได้้ในต่างแด้น
“สองวัน” เจิ้งปินตอบ
เนี่ยเทียนลูบจมูก หัวเราะแหะๆ แล้วพูด้ว่า “โชคด้ีไม่น้อย ทีเด้ียว สองวันนี้ถึงได้้ไม่มีคนตามหาเราเจอ”
“ฮ่าๆ” เจิ้งปินเองกมหัวเราะเหมือนกัน “ไม่รู้ว่าทำาไม หลัง จากที่พวกเราร่วมมือกันสังหารเจี่ยเผิง อยู่ๆ ข้ากมไม่รู้สึกหวาด้กลัว เหมือนก่อนหน้านี้อีกแล้ว แน่นอนว่าเจ้าคือเหตุผลที่สำาคัญที่สุด้ การ ที่เจ้าไร้ซึ่งความหวาด้กลัวตอนเผชิญหน้ากับเจี่ยเผิง ความรู้สึกนั้น คล้ายติด้ต่อมายังข้าด้้วย ทำาให้ข้าเองกมรู้สึกว่าการประลองในประตู สวรรค์ครั้งนี้ ขอแค่ข้ามีชีวิตรอด้ออกไปได้้กมจะได้้รับผลประโยชน์ไป ชั่วชีวิต!”
“อ้อ งั้นหรือ?” เนี่ยเทียนประหลาด้ใจ
“อืม ข้ารู้สึกว่าเจ้าคล้ายจะไม่รู้เลยว่าอะไรคือความหวาด้ กลัว แน่นอนว่าอาจเป็นเพราะในมือเจ้ามีไพ่ตายที่ร้ายกาจมากพอ ด้ังนั้นเจ้าถึงได้้มีความมั่นใจเช่นนี้” เจิ้งปินลุกขึ้นยืน มองไปยังหิน
อุกกาบาตก้อนหนึ่งที่ลอยอยู่กลางท้องฟอามากหมู่ด้าว กล่าวว่า “บางทีพวกเราอาจลองไปดู้ที่จุด้อื่นกันบ้างได้้แล้ว”
เขาถึงกับเสนอให้ไปจากที่แห่งนี้ด้้วยตัวเอง
หากมีเพียงเขาคนเด้ียว เขาไม่มีความมั่นใจและความกล้า มากพอที่จะเร่งรัด้ให้เนี่ยเทียนเด้ินออกไปจากสถานที่ที่ถือว่าพอ ปลอด้ภัยแห่งนี้
ตอนที่เนี่ยเทียนสังหารเจี่ยเผิง วิธีการแปลกประหลาด้มาก มายที่เนี่ยเทียนเลือกใช้ ทำาให้เขารู้สึกว่าขอแค่อยู่กับเนี่ยเทียน ระด้ับ ความปลอด้ภัยของเขากมจะเพิ่มขึ้นมาอีกเยอะมาก
เขาแอบตัด้สินใจแล้วว่า ขณะที่อยู่ในประตูสวรรค์ เขาจะ พยายามผูกติด้ตัวเองกับเนี่ยเทียนให้ได้้มากที่สุด้
“กมด้ี” เนี่ยเทียนคล้อยตาม
หลังจากได้้บำาเพมญตบะไปสองวันที่ผ่านมา คาถาวิเศษ เพลิงร้อนของเขากมถือว่าเริ่มเข้าที่เข้าทางในระยะต้นแล้ว บาด้แผล บนร่างกมหายด้ีทั้งหมด้
เขาในเวลานี้อยู่ในสภาวะพรั่งพร้อมสูงสุด้ ส่วนอานุภาพ ของสนามแม่เหลมกยุ่งเหยิงนั้นเขากมีความมั่นใจอย่างยิ่งยวด้
เขาเองกมคิด้ว่าสามารถลองเด้ินทางไปที่อื่นได้้แล้ว
หลังจากที่คนทั้งสองเหมนพ้องต้องกันจึงเริ่มเขยิบเข้าไปใกล้ หินอุกกาบาตที่อยู่ติด้กับหินก้อนเด้ิมซึ่งตลอด้เวลาพวกเขาได้้แต่อยู่ นิ่งๆ ไม่กล้าจากไปไหน
ในทางเชือกเผือกอันหนาวเหนมบ พวกเขาเด้ินไล่ค้นหาไป ตามหินอุกกาบาตก้อนหนึ่ง หลังจากพบว่าไม่มีความเคลื่อนไหวของ สิ่งมีชีวิตจึงเด้ินไปยังหินอุกกาบาตก้อนต่อไปที่อยู่ใกล้กัน
เวลาผันผ่าน พริบตาเด้ียวกมผ่านไปแล้วสามวัน
สามวันมานี้พวกเขาได้้เด้ินห่างจากหินอุกกาบาตก้อนแรก ที่พวกเขาร่วงลงมาไกลมากแล้ว แต่กลับไม่พบร่องรอยของสิ่งมีชีวิต ใด้ๆ
ที่พวกเขาพบมีเพียงซากศพเยมนชืด้มากมาย ซากศพเหล่า นั้นมีทั้งคนของอารามเสวียนอู้ และกมีทั้งคนของสำานักภูตผี สำานัก โลหิต ซึ่งต่างกมถูกสังหารอย่างโหด้ร้าย
เนี่ยเทียนที่รู้ตั้งแต่แรกว่าในประตูสวรรค์นองเลือด้และ ทารุณมากแค่ไหนจึงรู้สึกเฉยๆ ไม่ได้้รับผลกระทบใด้ๆ ทั้งสิ้น
ส่วนเจิ้งปินเนื่องจากรู้ว่าเจี่ยเผิงสังหารศิษย์พี่ในสำานักของ เขา ด้ังนั้นตอนที่เหมนศพพวกนั้น อารมณ์จึงถือว่ามั่นคงไม่น้อย
คนทั้งสองฝึกบำาเพมญตบะพลางเด้ินไปตามหินอุกกาบาต อย่างระมัด้ระวัง พวกเขาเคลื่อนไหวไปทั่วอย่างไร้จุด้หมาย
วันนี้
เนี่ยเทียนที่ปลด้ปล่อยกระแสจิตออกไปรับสัมผัสกับความ ผิด้ปกติรอบด้้านพลันสัมผัสได้้ถึงกลิ่นคาวเลือด้เข้มข้นระลอกหนึ่งที่ ลอยมาจากด้้านหน้า
เขาหรี่ตาลง กระแสจิตของเขาคล้ายหนวด้สัมผัสของจิต วิญญาณที่มองไม่เหมนซึ่งกำาลังรับสัมผัสอย่างละเอียด้
เขาค่อยๆ ค้นพบว่าในพื้นแผ่นด้ินด้้านหน้ามีเส้นตาข่าย เลือด้ซุกซ่อนอยู่
“ตาข่ายปฐพี…”
เนี่ยเทียนหยุด้ชะงักฝีเท้า ขมวด้คิ้วมองไปยังพื้นด้ินเยมน เฉียบด้้านหน้าที่มีก้อนหินกระจัด้กระจายอยู่มากมาย บอกเป็นนัยให้ เจิ้งปินหยุด้ตามไปด้้วย
“คนของสำานักโลหิต?” เจิ้งปินหน้าเปลี่ยนสีน้อยๆ
เนี่ยเทียนพยักหน้า ชี้ไปยังก้อนหินระเกะระกะด้้านหน้า กล่าว “ใต้ด้ินมีเส้นสีเลือด้ซ่อนไว้”
ตบะท้ายสวรรค์ช่วงต้นเหมือนกัน กระแสจิตของเจิ้งปินไม่ เกาะตัวกันมากพอ จึงไม่สามารถสัมผัสได้้ถึงความผิด้ปกติของใต้ด้ิน ด้้านหน้าเฉกเช่นเนี่ยเทียน
ทว่าจากประโยคนั้นของเนี่ยเทียนกมทำาให้เขารู้ว่าโลกมายา มรกตในปีนั้น เนี่ยเทียนเป็นคนที่สังเกตเหมนความเคลื่อนไหวใต้ด้ิน จริงๆ รู้ว่านางมารสำานักโลหิตผู้นั้นแอบร่ายเวทอย่างลับๆ
เขาที่มองเนี่ยเทียนในมุมใหม่นานแล้ว เงียบงันไปครู่กมถาม ขึ้นมาว่า “ถ้าอย่างนั้นควรทำาเช่นไร พวกเรา…ควรถอยออกไปหรือ ไม่?”
ในบริเวณใกล้เคียงพวกเขายังมีหินอุกกาบาตขนาด้ยักษ์ อีกมากมาย พวกเขาสามารถหลบเลี่ยงผู้ประลองของสำานักโลหิต และไปค้นหาที่หินอุกกาบาตก้อนอื่นต่อได้้
“สำานักโลหิต…” เนี่ยเทียนแอบใคร่ครวญ เหมนได้้ชัด้ว่าเขา เองกมลังเลเช่นกัน
ทว่าเวลานี้เอง กระแสจิตที่เขาปลด้ปล่อยออกไปทั่วด้้าน พลันสัมผัสได้้ว่ามีคนกำาลังเข้ามาใกล้อย่างรวด้เรมว
คนผู้นั้น เขาคุ้นเคยอย่างยิ่งยวด้
“อวี๋ถง!” มุมปากเขายกยิ้มเจื่อน
เขารู้แน่ชัด้ด้ีว่านางมารผู้นั้นเกลียด้แค้นเขามากแค่ไหน ขอแค่เจอหน้ากัน นางย่อมลงมือทันทีโด้ยที่ไม่เสียเวลาเอ่ยถามสักคำา แน่นอน
“พวกเราไปกันเถอะ” เขาหันกลับหมายจะจากไป
พอได้้ยินว่าเป็นอวี๋ถงแห่งสำานักโลหิต เจิ้งปินกมรู้สึกปวด้หัว เหมือนกัน เขาเองกมรู้ถึงความร้ายกายของผู้หญิงคนนั้น ด้ังนั้นเขาจึง รีบตามติด้เนี่ยเทียนหวังจะไปจากที่แห่งนี้โด้ยเรมวที่สุด้
“ฟิ้ว!”
แสงสีเลือด้แด้งฉานเส้นหนึ่งพลันพุ่งแหวกอากาศเข้ามาหา ทว่าแสงสีเลือด้นั้นกลับถูกสกัด้กั้นให้อยู่ในขอบเขตที่ตาข่ายปฐพี จำากัด้เอาไว้
และผู้ที่มากมคืออวี๋ถงจริงๆ
อวี๋ถงสวมอาภรณ์สีเลือด้ยืนอยู่ริมขอบของตาข่ายปฐพี เหมนได้้ชัด้ว่าระวังตัวเป็นอย่างมาก
ราวกับว่า…นางเองกมไม่กล้าบุ่มบ่ามออกมาจากเขตที่ ตาข่ายปฐพีปกคลุมเช่นกัน
“เนี่ยเทียน!”
อวี๋ถงชะงักกึก เมื่อพบว่าผู้ที่กำาลังจะจากไปคือเนี่ยเทียน นางกมพลันเด้ือด้ด้าลขึ้นมาทันที
ด้วงตาของนางเตมไปด้้วยสีเลือด้ในบัด้ด้ล มองแล้วงด้งาม แปลกตาอย่างมาก
“เนี่ยเทียน…”
ทว่าเวลานี้เอง เฟิงหลัวแห่งสำานักโลหิตกมพลันปรากฏตัว ขึ้นมา
“เสี่ยวถง อย่าวู่วาม!” เมื่อเหมนว่าอวี๋ถงพบว่าเป็นเนี่ย เทียนแล้วเด้ือด้ด้าลขึ้นมาทันที เขากมรีบเอ่ยห้ามปราม “สถานการณ์ เปลี่ยนไปแล้ว! ที่นี่ไม่ใช่อาณาจักรหลีเทียน และอาณาจักรหลีเทียน ของพวกเรากมกำาลังจะเผชิญกับภัยพิบัติครั้งใหญ่ด้้วย! นับแต่นี้ไป เจมด้สำานักใหญ่ของอาณาจักรหลีเทียนต้องร่วมทุกข์กัน ความแค้น ระหว่างเจ้าและเนี่ยควรวางลงไว้ก่อนชั่วคราว!”
หลังจากเฟิงหลิวที่มีตบะต้นสวรรค์ช่วงต้นโผล่ออกมา เหมน ได้้ชัด้ว่าสีหน้าเขาซีด้ขาวเลมกน้อย คล้ายว่าสูญเสียพละกำาลังมากเกิน ไป
“ท่านลุงหลัว ข้า…ข้าโมโหไม่หาย!” อวี๋ถงกัด้ฟันพูด้
“ข้าเข้าใจ” เฟิงหลัวยิ้มเจื่อน แล้วกมถลึงตามองเนี่ยเทียน อย่างดุ้ด้ันหนึ่งครั้ง นึกถึงเรื่องต่ำาช้าที่เขากระทำาต่ออวี๋ถงตอนที่อยู่ เทือกเขาชื่อเหยียน “เจ้าเด้มกนี่น่ารังเกียจกมจริง รอจนอาณาจักรหลี เทียนผ่านภัยครั้งนี้ไปได้้แล้ว ข้าจะจัด้การให้เจ้ากับเขาได้้ต่อสู้กัน อย่างเปิด้เผย แต่ตอนนี้…พวกเราพยายามอย่าไปจากที่นี่ และทางที่
ด้ีที่สุด้กมอย่าสิ้นเปลืองพลังไปกับเนี่ยเทียนโด้ยที่ไม่จำาเป็น ต่อให้นั่น จะเป็นพลังแค่เสี้ยวเด้ียวกมตาม!”
ด้วงตาสีเลือด้สวยประหลาด้ของอวี๋ถงจ้องเขมมงไปที่เนี่ย เทียน แต่เมื่อได้้ยินคำาพูด้เกลี้ยกล่อมจากเฟิงหลัวกมค่อยๆ สงบลงมา ได้้
ส่วนเนี่ยเทียนที่ถอยออกมาแล้วพอได้้ยินคำาพูด้ประโยคนั้น ของเฟิงหลัวกลับหยุด้ชะงักกะทันหัน
“เจ้าหยุด้ทำาไม?” เจิ้งปินกล่าวร้อนรน
แค่อวี๋ถงคนเด้ียวกมทำาให้เขาปวด้หัวมากพอแล้ว นี่มามีเฟิง หลัวที่ตบะต้นสวรรค์ช่วงต้นเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งคน เขากมคิด้แต่อยาก จะหนีไปไกลให้ได้้มากที่สุด้
หากเป็นเมื่อก่อน เหมนเนี่ยเทียนทำาตัวเหลวไหลขนาด้นี้ เขาต้องทิ้งเนี่ยเทียนไว้แล้วจากไปเพียงลำาพังอย่างแน่นอน
ทว่าตอนนี้แม้ว่าเขาจะยังไม่เข้าใจสถานการณ์ แต่กมยังคง เลือกจะอยู่ต่อกับเนี่ยเทียน
“ผู้อาวุโสเฟิงหลัวกล่าวถูกแล้ว” เนี่ยเทียนหันตัวกลับมา พูด้กับเฟิงหลัวและอวี๋ถงด้้วยเสียงอันด้ัง “ก่อนหน้านี้สำานักทั้งเจมด้ เป็นด้ั่งน้ำากับไฟที่ไม่ถูกกัน เจอหน้ากันเมื่อใด้กมต้องเข่นฆ่ากันเมื่อนั้น แต่ตอนนี้ไม่เหมือนเด้ิมอีกแล้ว อาณาจักรหลีเทียนจะถูกภูตผีปีศาจ
รุกราน รอจนพวกเรากลับไปแล้ว อาณาจักรหลีเทียนกมอาจจะกลาย เป็นด้ินแด้นสุขาวด้ีของภูตผีปีศาจไปแล้วกมเป็นได้้”
“ต่อให้เจมด้สำานักรวมพลังกันขับไล่ภูตผีปีศาจออกไปได้้ เกรงว่ากมคงเสียหายอย่างหนัก และจะตามมาด้้วยการถูกโจมตีจาก พวกต่างอาณาจักรที่มีใจทะเยอทะยานเหล่านั้น”
“นี่ยังเป็นที่อาณาจักรหลีเทียน”
“ในประตูสวรรค์ ตอนนี้ยังมีพวกต่างอาณาจักรอย่างเจี่ย เผิงกำาลังไล่ฆ่าพวกเราไปทั่ว”
“พวกเราเจมด้สำานักถูกปฏิบัติด้้วยกิริยาเช่นนี้ หากยังมัวขัด้ แย้งกันเอง จะไม่เป็นที่น่าหัวเราะเยาะในสายตาคนอื่นหรอกหรือ?”
ระหว่างที่พูด้ ร่างที่หยุด้ชะงักของเขากมค่อยๆ เด้ินไปทาง เฟิงหลัวและอวี๋ถง
เจิ้งปินทำาท่าครุ่นคิด้ หลังจากใคร่ครวญด้ีแล้วกมเด้ินตาม เนี่ยเทียนเข้าไปหาเฟิงหลัว
เฟิงหลัวผู้นั้นฮึด้ฮัด้หนึ่งเสียง มองมายังเนี่ยเทียนด้้วย สายตาเยมนชา “แม้ว่าเจ้าจะทำาให้ข้ารังเกียจ แต่อย่างน้อยกมรู้อะไร ควรไม่ควร ทว่าพวกเจ้าอ่อนด้้อยเกินไป ไม่มีคุณสมบัติมาอยู่กับพวก เรา ข้าเหมนแก่ที่ทุกคนล้วนเป็นคนของเจมด้สำานักในอาณาจักรหลี
เทียน จะปล่อยพวกเจ้าไปสักครั้ง จงไปตามยถากรรมของพวกเจ้า เถอะ”
เขาโบกมือไล่ให้เนี่ยเทียนและเจิ้งปินจากไป
“ผู้อาวุโสเฟิงหลัว พวกเราสองคนเป็นคนสังหารเจี่ยเผิง แห่งอาณาจักรคุนหลัว!!” เจิ้งปินตะโกนก้อง “พวกเราที่ฆ่าเจี่ยเผิง มี คุณสมบัติอยู่กับพวกท่านหรือไม่?”
“สังหารเจี่ยเผิง?” เฟิงหลัวยิ้มดู้แคลน “เจ้าฝัน อยู่หรือไร?”
เจิ้งปินยกมือขึ้นสูง แสด้งให้เฟิงหลัวเหมนจุด้แสงทั้งเจมด้บน หลังมือ “ท่านดู้เอาเองกมแล้วกัน!”
เฟิงหลัวหรี่ตาประเมินอย่างละเอียด้ แล้วกมถูกด้ึงดู้ด้ความ สนใจในที่สุด้ “พวกเจ้าฆ่าเจี่ยเผิงจริงๆ รึ?”
“จริงแท้แน่นอน!” เจิ้งปินกล่าว
เฟิงหลัวลังเลเลมกน้อย เอ่ยเกลี้ยกล่อมอวี๋ถงเบาๆ ก่อนจะ กวักมือแล้วกล่าวว่า “มานี่สิ ข้าต้องการฟังคำาอธิบายที่สมเหตุสมผล จากพวกเจ้า ข้าอยากจะรู้นักว่าลำาพังแค่เด้มกน้อยอย่างพวกเจ้าสอง คนจะสังหารเจี่ยเผิงที่มีตบะต้นสวรรค์ช่วงกลางได้้อย่างไร!”
“ตกลง!” เจิ้งปินตอบรับ
เนี่ยเทียนเองกมเด้ินเข้าไปหา