ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 152 ร่วมมือกัน
ไม่ได้้ใช้เวลานานนัก พละกำาลังที่เนี่ยเทียนสูญเสียไปกับ การสร้างสนามแม่เหลมกยุ่งเหยิงกมฟื้นคืนกลับมาอย่างเตมที่
ลืมตาขึ้น เขาเหมนเฟิงหลัวจากสำานักโลหิตกำาลังมอง ประเมินเขาอยู่เงียบๆ
เหมนว่าเขาตื่นแล้ว เฟิงหลัวจึงพยักหน้าให้เขาน้อยๆ กล่าว “หากคนผู้นั้นมา เจ้าสร้างสนามแม่เหลมกขึ้นมาก่อน ต้องได้้เปรียบ มากแน่นอน”
“ตกลง” เนี่ยเทียนตอบรับ
“ส่วนไข่มุกน้ำาแขมงระเบิด้…” เฟิงหลัวคิด้อยู่ครู่กมพูด้ว่า “เกรงว่าคงไม่มีประโยชน์เท่าใด้นัก”
“หมายความว่าอย่างไร?” เนี่ยเทียนถามด้้วยความแปลก ใจ
เฟิงหลัวยิ้มเจื่อน กล่าว “เมื่อครู่ลืมบอกเจ้าไป พลัง วิญญาณที่คนผู้นั้นฝึกกมคือคาถาวิเศษน้ำาแขมง ธาตุของเขาคือพลัง ความเยมนสุด้ขั้ว”
“เขาที่เป็นเช่นนี้ย่อมไม่กลัวแท่งน้ำาแขมงและมีด้น้ำาแขมงจาก ไข่มุกน้ำาแขมงระเบิด้”
“อีกอย่างพลังความเยมนที่เกิด้จากไข่มุกน้ำาแขมงระเบิด้จะยัง ช่วยให้เขานำามาใช้ต่อกรกับพวกเราได้้ด้้วย”
พอได้้ยินว่าคนผู้นั้นฝึกพลังความเยมน เนี่ยเทียนกมยกเลิก ความคิด้ที่จะใช้ไข่มุกน้ำาแขมงระเบิด้อีกครั้งทันที “ข้าเข้าใจแล้ว ข้า จะไม่ใช้ไข่มุกน้ำาแขมงระเบิด้”
“ก่อนหน้านี้ตอนที่ต่อสู้กับเขา ข้าได้้รับบาด้เจมบไม่น้อย ซึ่ง ยังไม่อาจฟื้นตัวได้้ในช่วงระยะเวลาสั้นๆ นี้” เฟิงหลัวรู้สึก กระอักกระอ่วนเลมกน้อย “แน่นอนว่าเมื่อเขามา ข้าต้องช่วยเหลือ อย่างเตมที่ ทว่า…ข้าไม่แน่ใจว่าจะทำาร้ายเขาได้้จริงหรือไม่”
“นางล่ะ?” เนี่ยเทียนมองไปทางอวี๋ถง
อวี๋ถงนั่งเงียบอยู่บนก้อนหินก้อนหนึ่ง บนร่างมีปราณเลือด้ เข้มข้นลอยอบอวล “เสี่ยวถงไม่ได้้บาด้เจมบเท่าไหร่นัก หลังจากที่ผ่านประสบการณ์ในเทือกเขาชื่อเหยียน ตอนนี้นางเลื่อนสู่ ท้ายสวรรค์ช่วงกลางสำาเรมจแล้ว ทว่าต่อให้เป็นเช่นนี้กมยังอยู่แค่ท้าย สวรรค์เท่านั้น จะฆ่าขอบเขตต้นสวรรค์ได้้อย่างไร?”
พูด้มาถึงตรงนี้ สายตาที่เฟิงหลัวใช้มองเนี่ยเทียนกมฉาย ประกายแปลกประหลาด้อย่างเหมนได้้ชัด้
เนี่ยเทียนและเจิ้งปินล้วนมีตบะอยู่ท้ายสวรรค์ช่วงต้น ทั้ง สองคนรวมพลังกันสามารถกำาจัด้เจี่ยเผิงได้้ ในสายตาของเขา นี่ช่าง เป็นเรื่องที่ไม่น่าเป็นไปได้้อย่างยิ่ง
“อูจี้…”
เขาโยนความมหัศจรรย์ทั้งหมด้บนตัวเนี่ยเทียนให้เป็น ความด้ีความชอบของอูจี้ จึงยิ่งเลื่อมใสนับถืออูจี้มากขึ้น
“ท้ายสวรรค์ช่วงกลาง” เนี่ยเทียนเหลือบตามองอวี๋ถงหนึ่ง ครั้ง
เขานึกไม่ถึงว่านางมารนั่นจะฝ่าทะลุไปอีกขั้นในช่วงระยะ เวลาสั้นๆ เพียงเท่านี้
ถึงแม้เขาเองกมได้้พบกับเรื่องอัศจรรย์หลายครั้ง ทว่าก่อนที่ จะไปจากเทือกเขาชื่อเหยียนกมยังไม่สามารถเลื่อนจากท้ายสวรรค์ช่วง ต้นเข้าสู่ช่วงกลางได้้
เขาจึงรู้สึกทึ่งกับพรสวรรค์ในการฝึกบำาเพมญตนของนาง มารผู้นั้นอย่างยิ่ง
อวี๋ถงที่สวมอาภรณ์สีเลือด้ แม้จะนั่งอยู่เฉยๆ แต่กมยังมี เสน่ห์เย้ายวนชวนมองไม่น้อย
เวลานี้คล้ายสัมผัสได้้ถึงสายตาของเนี่ยเทียน นางจึงหัน หน้ากลับมาถลึงตาดุ้ด้ันใส่เนี่ยเทียนหนึ่งครั้ง แค่นเสียงกล่าว “มอง อะไรของเจ้า?”
เนี่ยเทียนยิ้มประด้ักประเด้ิด้ “ไม่…ไม่มีอะไร”
ตอนนี้ทั้งสองคนต้องร่วมมือกันชั่วคราว เขาไม่อยากจะมี เรื่องกับนางในเวลานี้ จึงย้ายสายตามามองที่เจิ้งปินแล้วส่งยิ้มไปให้
เจิ้งปินเองกมยิ้มกลับมาให้เขา “ข้าคิด้ว่าคราวนี้พวกเรากม ต้องเป็นฝ่ายชนะอีกแน่”
มีประสบการณ์สังหารเจี่ยเผิง เหมนได้้ชัด้ว่าเจิ้งปินมีความ มั่นใจเพิ่มขึ้นมาเยอะมาก อีกทั้งตอนนี้พวกเขายังมีเฟิงหลัวและอ วี๋ถงเพิ่มมาด้้วย เขารู้สึกว่าหากต้องเผชิญหน้ากับผู้แขมงแกร่งต้น สวรรค์ช่วงกลาง กมคงไม่น่ากลัวเท่าใด้นัก
เขายังถึงขั้นคิด้ไปแล้วว่าหากอีกครู่สังหารคนผู้นั้นได้้ เขา…จะได้้วัตถุวิเศษเป็นส่วนแบ่งเท่าไหร่?
“อู้ๆ!”
และเวลานี้เอง มีลมเยมนเสียด้แทงกระดู้กระลอกหนึ่งพัด้ โชยมาเงียบๆ
ท่ามกลางสายลมนั้นแฝงเร้นไว้ด้้วยพลังความเยมนที่ทำาให้ กระดู้กจับตัวน้ำาเป็นน้ำาแขมง ซึ่งช่วงที่ผ่านมาเนี่ยเทียนเคยเจอกับลม เยมนแบบนี้มาแล้วหลายครั้ง
พอลมเยมนพัด้มา เขาไม่คิด้อะไรมากกมหยิบเอาหินวิเศษ ก้อนหนึ่งออกมาจากในกำาไลเกมบของ เริ่มดู้ด้ซับพลังวิญญาณของมัน
ม่านแสงพลังวิญญาณที่อ่อนจางชั้นหนึ่งค่อยๆ กระเพื่อม ขึ้นมาปกคลุมบนร่างของเขา เขากำาลังโคจรพลังงานไปต้านทานกับ ความหนาวเหนมบรอบกาย
เจิ้งปิน อวี๋ถงและเฟิงหลัวต่างกมรู้ถึงความโหด้ร้ายของลม เยมนนั้น ทุกคนขมวด้คิ้วมุ่น พยายามต้านทานพลังความเยมน
เลือด้ลมในร่างเฟิงหลัวซึ่งมีขอบเขตต้นสวรรค์ช่วงต้น พลันกระตุก คล้ายรู้สึกระแวด้ระวัง
“ผิด้ปกติ ลมเยมนระลอกนี้พัด้มาบังเอิญเกินไป ข้าสงสัย ว่า…น่าจะเป็นแผนการลับๆ ของเจ้าหมอนั่น” เฟิงหลัวพูด้เบาๆ
เนี่ยเทียนตะลึง “เขาสามารถเรียกใช้ลมเยมนที่พัด้อยู่ในต่าง แด้นได้้อย่างนั้นรึ?”
“ข้าไม่แน่ใจ” เฟิงหลัวครุ่นคิด้อยู่ชั่วครู่กมกล่าวว่า “แต่เขา ฝึกวิชาความเยมนสุด้ขั้ว การมาเยือนของลมเยมนระลอกนี้ เขาไม่เพียง แต่ไม่จำาเป็นต้องทำาการปองกันใด้ๆ ยังได้้รับผลประโยชน์จากวิธีนี้ ด้้วย!”
“พลังงานของคนผู้นั้นน่าจะเพิ่มมากขึ้นในระด้ับหนึ่งด้้วย ลมเยมนระลอกนี้!”
“ทุกคนระวังตัวกันให้ด้ี!”
“ไม่ว่าลมเยมนระลอกนี้จะมาจากเขาหรือไม่ แต่หากเป็นข้า ข้าย่อมไม่ปล่อยโอกาสนี้ไปแน่นอน!”
สีหน้าเนี่ยเทียนเองกมเปลี่ยนมาเป็นเคร่งขรึมอย่างยิ่ง ทั้งยัง แอบแผ่พลังจิตออกไปรับสัมผัสการกับเปลี่ยนแปลงของพลังความ เยมนรอบด้้านอย่างละเอียด้
พอพลังจิตของเขาลอยออกไปจากร่างกมสัมผัสได้้ทันทีว่าใน ลมเยมนระลอกนั้นยังปะปนไปด้้วยพลังจิตวิญญาณที่แฝงเร้นไว้ด้้วย กลิ่นคาวเลือด้ด้้วย
และพลังวิญญาณเหล่านั้นได้้ปกคลุมไปทั่วบริเวณตาข่าย ปฐพีแล้ว
ซึ่งเวลานี้ พลังจิตของเขากมแค่แผ่ออกไปด้้านนอกสิบกว่า เมตรเท่านั้น
เขาใช้สายตาตกตะลึงมองไปที่เฟิงหลัว
เฟิงหลัวพยักหน้าน้อยๆ สายตาที่มองมายังเขาเผยแวว ชื่นชมเลมกน้อย กล่าว “ที่เสี่ยวถงพ่ายแพ้ด้้วยน้ำามือเจ้าหลายต่อ หลายครั้ง ดู้ท่าคงไม่ใช่เพราะเจ้าบังเอิญโชคด้ี”
เส้นเลือด้ที่กระจายออกไปรอบด้้านนั้นมาจากเฟิงหลัว เมื่อ กระแสจิตของเนี่ยเทียนแผ่ออกมา เขาจึงสัมผัสได้้ทันที
ในความรู้สึกของเขา พลังจิตที่เนี่ยเทียนแผ่ออกมาเพียง เลมกน้อยทั้งบริสุทธิ์และเข้มข้นมากยิ่งกว่าของอวี๋ถงเสียอีก
ทั้งๆ ที่อวี๋ถงกมเหยียบย่างเข้าสู่ท้ายสวรรค์ช่วงกลางแล้ว!
ยิ่งพลังจิตแขมงแกร่งกมหมายความว่าการบำาเพมญตบะในวัน หน้าจะยิ่งมีการพัฒนาด้้านจิตวิญญาณเป็นพิเศษ
เมื่อพลังจิตรวมตัวกันได้้ระด้ับหนึ่งจะแปรสภาพกลายมา เป็นพลังจิตวิญญาณ พลังจิตวิญญาณคือวิธีการที่มีเฉพาะในผู้ฝึก
ลมปราณระด้ับสูงเท่านั้น ซึ่งจะแฝงเร้นไว้ด้้วยความอัศจรรย์ มากมาย
ความแขมงแกร่งของพลังจิตเนี่ยเทียน เมื่อเขาแอบรับ สัมผัสอยู่อีกครู่กมยิ่งตกตะลึง
“อูจี้…” เขาพึมพำากับตัวเองอยู่ในใจ ยิ่งเคารพเลื่อมใสตา เฒ่าผู้นั้นของสำานักหลิงอวิ๋นมากขึ้น
“ท่านลุงเฟิง! ตาข่ายปฐพีมีการเปลี่ยนแปลง!” ทันใด้นั้นอ วี๋ถงกมร้องขึ้นมาเสียงแหลม
ระหว่างที่นางพูด้ เฟิงหลัวและเนี่ยเทียนสัมผัสได้้พร้อมกัน ว่าไอเยมนที่พัด้มากำาลังแทรกซึมลงไปใต้ด้ินช้าๆ
ในพื้นใต้ด้ินที่เยมนฉียบซุกซ่อนเส้นเลือด้ตาข่ายปฐพีเอาไว้ มากมาย เมื่อได้้รับผลกระทบจากพลังความเยมนสุด้ขั้ว เส้นเลือด้จึง เริ่มจับตัวเป็นน้ำาแขมง
เส้นเลือด้ตาข่ายปฐพีแขมงตัว นี่หมายความว่าหากอวี๋ถงคิด้ จะร่ายใช้เวทลับตาข่ายปฐพี นางจำาเป็นต้องจ่ายค่าตอบแทนที่สาหัส มากกว่าเด้ิม
อีกทั้งกมใช่ว่านางจะสามารถชักนำาเส้นเลือด้ตาข่ายปฐพีที่ แขมงตัวออกมาได้้ทั้งหมด้
ลมเยมนที่มาเยือนกะทันหันทำาให้ตาข่ายปฐพีแขมงตัว เวท ลับสำานักโลหิตที่นางร่ายขึ้นมาอย่างยากลำาบากจึงเสียประสิทธิภาพ ไปในพริบตา
ด้วงตาสีเลือด้งามชวนพิศของนางเตมไปด้้วยความร้อนรน
และเวลานี้เอง เงาร่างผอมสูงร่างหนึ่งกมพลันลอยขึ้นบน ท้องฟอาจุด้ที่ห่างออกไปไกล
ร่างของคนผู้นั้นคล้ายลอยไปมาตามลมเยมนเยียบ และถูก ลมหนาวเหนมบพัด้ให้เข้ามาใกล้อย่างรวด้เรมว กระแสความ เยมนระลอกหนึ่งที่มองเหมนได้้ด้้วยตาเปล่ากระเพื่อมไหวอยู่บนร่างของ คนผู้นั้น คล้ายว่าเขาเองที่เป็นผู้ก่อกวนทิศทางลม
“เป็นฝีมือเขาจริงๆ ด้้วย!”
วินาทีที่มองเหมนเขา เฟิงหลัวกมเข้าใจทันทีว่าเกิด้อะไรขึ้น รู้ทันใด้ว่าเหตุใด้อยู่ๆ ถึงมีลมเยมนพัด้โชยมา
“เอาะ! มีผีน้อยเพิ่มมาอีกสองคนด้้วย!” ผู้ที่มาเยือนมอง ไกลๆ มาเหมนกมพลันหัวเราะฮ่าๆ เสียงด้ัง “ด้ีเลยๆ จะได้้สะสมกุญแจ ประตูสวรรค์เพิ่มขึ้นอีกสองด้อก!”
เพียงแค่มองปราด้เด้ียวเขากมรู้ทันทีว่าเนี่ยเทียนและเจิ้งปิ นมีตบะท้ายสวรรค์
ในสายตาของเขา ความสามารถเช่นนี้เด้ิมทีกมเป็นแค่แกะ น้อยที่จงใจนำาตัวมาให้เชือด้ เพื่อให้เขาได้้ครอบครองกุญแจประตู สวรรค์โด้ยแท้