ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 16 กระดู้กสัตว์เขมือบกลืนเปลวเพลิง
กระดู้กสัตว์ชิ้นนั้นเขาได้้รับมาจากงานฉลองจับฉลากเมื่อ ตอนอายุหนึ่งขวบ
นับตั้งแต่ที่เขาหยิบกระดู้กสัตว์ชิ้นนี้ขึ้นมา ท่านตาและปอา ใหญ่ของเขากมรอคอยว่าสักวันหนึ่งพลังวิญญาณของเขากับกระดู้ก ชิ้นนั้นจะเกิด้การตอบรับต่อกัน
น่าเสียด้ายที่จนถึงทุกวันนี้เขากมยังไม่สามารถทำาให้กระดู้ก สัตว์เกิด้การเปลี่ยนแปลงใด้ๆ ได้้ และตัวเขาเองกมล้มเลิกความตั้งใจ ไปนานแล้ว
กระดู้กสัตว์ชิ้นนั้นเขาเอาติด้ตัวไว้ตลอด้เวลา กลางด้ึกไร้ เสียงผู้คนกมักจะหยิบเอาออกมาเล่น ปรารถนาว่าจะสัมผัสได้้ถึง ความมหัศจรรย์ของมัน
แต่หลายปีมานี้ กระดู้กสัตว์ไม่เคยเกิด้ความผิด้ปกติมาก่อน
ทว่าวันนี้กลับต่างไปจากทุกวันอย่างเหมนได้้ชัด้
เขาจ้องมองมันอย่างละเอียด้จึงเหมนว่าบนกระดู้กสัตว์ คล้ายจะมีประกายแสงสีแด้งปะทุออกมา
ความรู้สึกร้อนแผด้เผาที่ยิ่งมีมากขึ้นเรื่อยๆ ค่อยๆ แผ่ กระจายออกมาจากในกระดู้กตามประกายแสงสีแด้ง ทำาให้ตรงเอว เขาที่พกกระดู้กชิ้นนี้ไว้แสบร้อนจนทนไม่ไหว
“แปลกจัง…”
เนี่ยเทียนมีสีหน้าแปลกใจ หยิบกระดู้กชิ้นนี้มาวางไว้กลาง ฝ่ามือ ทด้ลองใช้พลังวิญญาณในร่างรับสัมผัส
ใช้จิตมองสำารวจ เขาเหมือนมองเหมนแสงสีแด้งระยิบระยับ มากยิ่งกว่าเด้ิมในกระดู้กสัตว์ แสงเหล่านั้นปล่อยเปลวไฟสีแด้งอม ส้มคล้ายกำาลังลุกไหม้
“เปลวเพลิงสีแด้งอมส้ม ก่อนหน้านี้ตอนที่ต่อสู้กับอวิ๋นซง ลูกไฟของอวิ๋นซงกมเป็นสีนี้ไม่ใช่หรือ?” ความคิด้เขากระตุกน้อยๆ
ยามนี้ เขาด้ึงเอาความสนใจกลับคืนมาจากกระดู้กสัตว์ กลับไปครุ่นคิด้ถึงรายละเอียด้ตอนที่ต่อสู้กับอวิ๋นซง
อยู่ๆ เขากมนึกขึ้นมาได้้ว่า ตอนที่เขาฝ่าออกมาจากในกลุ่ม ลูกไฟสีแด้งอมส้มเหล่านั้น ประกายไฟที่อยู่ในลูกไฟมากมายล้วน แตกปะทุออกมาด้้านนอก
ทว่าดู้เหมือนมีสะเกมด้ไฟบางส่วนพุ่งกระเด้มนเข้าหา ตำาแหน่งที่เขาเกมบกระดู้กสัตว์เอาไว้ ไม่ได้้กระเด้มนออกไป
ราวกับว่า มีประกายไฟบางส่วนที่ต้องหลงค้างอยู่ในนั้นไป ตลอด้กาล…
“หรือว่า เปลวไฟสีแด้งอมส้มเหล่านั้น ตกไปอยู่ในกระดู้ก สัตว์?” เนี่ยเทียนค่อยๆ กำามือแน่น
ขณะที่เขากำาลังไตร่ตรอง กระดู้กสัตว์กมยิ่งร้อนลวกมือมาก ขึ้น กระดู้กสัตว์ที่เด้ิมทีเป็นสีน้ำาตาลแก่ ตอนนี้ราวเหลมกที่ถูกเผา ตลอด้ทั้งชิ้นเปลี่ยนสภาพกลายเป็นสีแด้งสว่างโร่
อุณหภูมิที่สูงผิด้ปกติ ทำาให้กลางฝ่ามือของเขาสัมผัสได้้ถึง ความเจมบปวด้ เขาจำาต้องลุกขึ้นยืนเอากระดู้กสัตว์ชิ้นนั้นวางไว้บน โตาะหิน
เมื่อเขาเบิกตากว้างมองไปกมพบว่ากระดู้กสัตว์ชิ้นนั้นคล้าย ถูกเปลวเพลิงหลอมไหม้ มีประกายไฟเปล่งวาบออกมาอยู่ตลอด้เวลา
ลักษณะที่ผิด้แผกไปจากเด้ิมของกระดู้กสัตว์ไม่ได้้ด้ำารงอยู่ นานนัก ผ่านไปครู่หนึ่งกระดู้กสัตว์ชิ้นนั้นกมืด้ด้ับแสงลง ราวกับว่า ประกายไฟที่อวิ๋นซงทิ้งไว้ด้้านในถูกเผามอด้ไหม้ไปหมด้แล้ว
หลังจากอุณหภูมิลด้ลง เนี่ยเทียนถึงได้้ยื่นมือออกไปอีกครั้ง เอาท้องนิ้วกด้ลงบนกระดู้กสัตว์
เขาหลับตาลง เมื่อใช้ปลายนิ้วสัมผัสอย่างละเอียด้กมอง เหมนสะเกมด้ไฟที่ราวกับด้วงด้าวมากมายกะพริบพราวอยู่ด้้านใน กระดู้กสัตว์
ผ่านไปอีกครู่หนึ่ง สะเกมด้ไฟด้้านในนั้นกมสลายหายไป กระดู้กสัตว์กลับคืนสู่สีเด้ิม มองไม่ออกถึงความพิเศษใด้ๆ อีก
เนี่ยเทียนเอามันขึ้นมาเล่นอยู่อีกครู่หนึ่ง พยายามค้นหา ความมหัศจรรย์ของมัน ทว่ากลับไม่พบอะไร
ผ่านไปพักใหญ่ กระดู้กสัตว์ชิ้นนั้นยังคงไม่มีการ เปลี่ยนแปลงใหม่เกิด้ขึ้น เขาจึงทำาได้้เพียงยอมแพ้อย่างจนใจ เกมบ กระดู้กชิ้นนั้นไว้ที่เด้ิมอีกครั้ง
ทว่าเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงแปลกประหลาด้ครั้งนี้เกิด้ขึ้น แล้ว ทำาให้เขายิ่งสังเกตกระดู้กสัตว์ชิ้นนี้เพิ่มขึ้นเป็นพิเศษ
ช่วงเวลาหลังจากนั้น เนี่ยเทียนถูกกักบริเวณไม่ให้ออกไป ข้างนอก เพียงแต่เนี่ยตงไห่พบว่ามีผู้ฝึกลมปราณที่ไม่รู้ที่มาที่ไป หลายคนคอยด้้อมๆ มองๆ อยู่รอบจวนตระกูลเนี่ย
เนี่ยตงไห่รู้ชัด้ด้ีว่าผู้ฝึกลมปราณแปลกหน้าเหล่านั้นย่อม เป็นคนของตระกูลอวิ๋น หรือไม่กมขุนนางต่างรัฐตระกูลหยวนที่รับคำา สั่งมาจากหยวนชิวอิ๋งแน่นอน
แต่ไม่ว่าจะเป็นตระกูลอวิ๋นหรือตระกูลหยวน อยู่ในเมืองเฮ ยอวิ๋น พวกเขากมล้วนไม่กล้าลงมือโหด้เหี้ยมกับตระกูลเนี่ยอย่าง โจ่งแจ้ง
สิ่งเด้ียวที่พวกเขาทำาได้้กมคือหาคนแปลกหน้ามา เมื่อทำา สำาเรมจกมตัด้ความสัมพันธ์กับคนเหล่านั้น ให้คนพวกนั้นไปจากเมืองเฮ ยอวิ๋นตลอด้กาล
เพื่อปองกันไม่ให้เนี่ยเทียนถูกทำาร้าย เนี่ยเฉี่ยนจึงคอย จับตามองเขาตลอด้เวลา ไม่ยอมให้เขาออกจากจวนตระกูลเนี่ย แม้แต่ก้าวเด้ียว
และด้้วยเหตุนี้ ตลอด้ระยะเวลาสามเด้ือน เนี่ยเทียนจึงใช้ เวลาหมด้ไปกับการฝึกบำาเพมญตบะอย่างยากลำาบาก คาด้หวังว่าจะ ก้าวหน้าไปอีกขั้นภายในเวลาอันสั้น
สามเด้ือนต่อมา พวกคนต่างถิ่นเหล่านั้นเหมนว่ายังไงกมไม่มี โอกาสได้้ลงมือ ถึงได้้ค่อยๆ ถอยห่างออกจากจวนตระกูลเนี่ย
“เหนื่อยชะมัด้” ใบหน้าเนี่ยเฉี่ยนเตมไปด้้วยความเหนื่อย ล้า เด้ินส่งเสียงเอะอะเข้ามาในห้องของเนี่ยเทียน วางถุงผ้าใบหนึ่งลง บนโตาะส่งๆ “ยุ่งมาสามวันกว่าจะตรวจสอบหินเมฆอัคคีที่ขุด้มา หลายเด้ือนนี้เสรมจ เอาส่วนใหญ่ส่งไปเป็นบรรณาการให้กับสำานักหลิ
งอวิ๋น หินเมฆอัคคีส่วนที่เหลือกมเอาเข้าห้องสมบัติของตระกูล เหลือ มาถึงมือข้าได้้กมีแค่นี้แล้ว”
แสงอรุณสาด้ส่องเข้ามาที่หน้าประตู เนี่ยเทียนตื่นขึ้นจาก การฝึกบำาเพมญตบะ
“นั่นกมคือหินเมฆอัคคีหรือ?” เนี่ยเทียนมองไปยัง หินหลายก้อนที่กลิ้งออกมาจากถุงผ้าบนโตาะด้้วยความใคร่รู้
“อืม นี่กมคือหินเมฆอัคคี วัตถุวิเศษขั้นต่ำาระด้ับสี่” เนี่ย เฉี่ยนหยิบหินเมฆอัคคีขนาด้เท่ากำาปั้นก้อนหนึ่งขึ้นมา โยนไปทางเนี่ย เทียน “วัตถุวิเศษคือวัตถุพิเศษที่ใช้ในการหลอมอาวุธวิเศษและสร้าง ค่ายกลวิเศษ ผู้ฝึกลมปราณทุกคนเมื่อบำาเพมญตบะได้้ถึงขอบเขตทั้ง สามสวรรค์[1]กมล้วนต้องเริ่มสัมผัสกับมัน เจ้าลองดู้สิ”
เนี่ยเทียนยกมือขึ้นรับหินเมฆอัคคีก้อนนั้นเอาไว้อย่าง แม่นยำา ก้มหน้าสังเกตดู้อย่างละเอียด้
หินเมฆอัคคีขนาด้เท่ากำาปั้นมีสีแด้งเข้ม ด้้านใน คล้ายมีกลุ่มเมฆสีแด้งอยู่ ในกลุ่มเมฆสีแด้งเหล่านั้นแฝงเร้นไว้ด้้วย พลังเปลวเพลิง
เนี่ยเทียนมองอยู่ครู่หนึ่งความคิด้กมฉุกวาบ หยิบเอากระดู้ก สัตว์บนร่างออกมา
วางหินเมฆอัคคีก้อนนั้นแนบชิด้เข้ากับกระดู้กสัตว์เบาๆ ต่อหน้าเนี่ยเฉี่ยน ทด้ลองใช้พลังเปลวเพลิงในหินเมฆอัคคีกระตุ้น กระดู้กสัตว์
คราวก่อนที่ต่อสู้กับอวิ๋นซง ลูกไฟจากอวิ๋นซงเหลือค้างอยู่ ในกระดู้กสัตว์ ทำาให้กระดู้กสัตว์เกิด้การเปลี่ยนแปลง จึงทำาให้เขา ระมัด้ระวังเป็นพิเศษ
เขาอยากดู้ว่ากระดู้กสัตว์ชิ้นนี้จะยังดู้ด้รับเอาพลังเปลว เพลิงได้้เหมือนคราวก่อนหรือไม่
“ฟู่ว ฟู่ว!”
สะเกมด้ไฟเลมกๆ แตกปะทุออกมาจากจุด้ที่กระดู้กสัตว์และ หินเมฆอัคคีสัมผัสกัน กระดู้กสัตว์ที่เป็นสีน้ำาตาลแก่ พลันกลายมามีสี เด้ียวกับหินเมฆอัคคี
เนี่ยเทียนเบิกตากว้าง นิ้วของเขาที่กด้ลงบนหินเมฆอัคคี และกระดู้กสัตว์สัมผัสได้้อย่างชัด้เจนว่ามีพลังเปลวเพลิงหลายเส้น ไหลทะลักจากหินเมฆอัคคีเข้าไปสู่กระดู้กสัตว์
ก้อนเมฆกลุ่มเลมกๆ ในหินเมฆอัคคี เหมนได้้ชัด้ว่ากำาลังหาย จางหายไปอย่างรวด้เรมว
“เอาะ!”
เนี่ยเฉี่ยนเองกมสังเกตเหมนความผิด้ปกติเช่นกัน รีบเด้ิน เข้าไปใกล้ สังเกตกระดู้กสัตว์ชิ้นนั้นด้้วยความอยากรู้อยากเหมนพร้อม กับเนี่ยเทียน
นางมองเหมนว่าก้อนเมฆสีแด้งที่อยู่ในหินเมฆอัคคีสลายไป หมด้ภายในระยะเวลาสั้น
นางรู้แน่ชัด้ด้ีว่าวัตถุที่รูปร่างเหมือนก้อนเมฆสีแด้งนั้นกมคือ พลังเปลวเพลิงที่ซุกซ่อนอยู่ในหินเมฆอัคคี
“เปรีกยะๆ!”
หลังจากก้อนเมฆสีแด้งที่อยู่ในหินเมฆอัคคีขนาด้เท่ากำาปั้น หายไปหมด้ มันกมพลันแตกออกเป็นเสี่ยงๆ
หินเมฆอัคคีที่แตกออกเป็นชิ้นเลมกๆ ไม่ใช่สีแด้งเข้มอีกต่อ ไป แต่กลายมาเป็นหินสีเทาขาวธรรมด้าที่ไม่มีประกายแสงใด้ๆ อีก
ทว่ากระดู้กสัตว์สีน้ำาตาลแก่นั้นกลับค่อยๆ สว่างแด้งโร่ ราวกับเหลมกที่ถูกไฟหลอม ร้อนจนเนี่ยเทียนต้องรีบคลายมือออก
“เสี่ยวเทียน เจ้า…” เนี่ยเฉี่ยนด้ีใจล้นพ้น ด้วงตา เปล่งประกายตื่นเต้น “หรือว่า พลังวิญญาณของเจ้ากับกระดู้กสัตว์ ชิ้นนี้เริ่มมีการตอบสนองต่อกันแล้ว? ธาตุในการฝึกบำาเพมญตบะของ เจ้า คือเปลวไฟ?”
เรื่องที่นางพะวงอยู่ในใจมาตลอด้กมคือเนี่ยเทียนยังไม่มีธาตุ ในการฝึกบำาเพมญตบะเฉพาะตัว ไม่มีการขานรับกับกระดู้กสัตว์
ตอนนี้มองเหมนว่ากระดู้กสัตว์ชิ้นนั้นกลายเป็นสีแด้งทั้งชิ้น นางกมเข้าใจไปว่าเนี่ยเทียนเป็นผู้กระตุ้นมัน จึงปิติยินด้ีและมีหวัง
“ไม่เกี่ยวกับข้า” เนี่ยเทียนยิ้มเจื่อนส่ายหัว “หากข้า กระตุ้นให้กระดู้กสัตว์เกิด้การเปลี่ยนแปลง ธาตุในร่างคือพลังเปลว ไฟ ข้ากมต้องจับมันได้้โด้ยไม่ต้องปล่อยมือออก”
“แล้ว…” เนี่ยเฉี่ยนผิด้หวัง อด้ถามขึ้นมาไม่ได้้: “แล้วนี่มัน เรื่องอะไรกัน?”
“หินเมฆอัคคีทำาให้กระดู้กสัตว์ชิ้นนี้เกิด้การเปลี่ยนแปลง” เนี่ยเทียนอธิบายความผิด้ปกติที่เกิด้ขึ้นกับกระดู้กสัตว์ในคืนนั้นหลัง จากที่เขาต่อสู้กับอวิ๋นซงอย่างละเอียด้หนึ่งรอบ จากนั้นถึงได้้พูด้ว่า: “ดู้เหมือนว่ากระดู้กสัตว์ชิ้นนี้จะสามารถดู้ด้ซับพลังเปลวเพลิงเอาไว้ ได้้ ก่อนหน้านี้ข้าเองกมไม่ค่อยแน่ใจนัก คราวนี้พลังเปลวเพลิงในหิน เมฆอัคคีถูกกระดู้กสัตว์ดู้ด้ด้ึงเอาไป ข้าถึงได้้กล้ายืนยัน”
ขณะที่คนทั้งสองพูด้คุยกัน กระดู้กสัตว์ที่ส่องแสงจัด้จ้ากม ค่อยๆ กลับมาเป็นสีน้ำาตาลแก่อีกครั้ง ไม่เกิด้การเปลี่ยนแปลงอีก
“ทำาไมถึงกลับไปเป็นเหมือนเด้ิมอีกแล้วล่ะ?” เนี่ยเฉี่ยนก ล่าวอย่างแปลกใจ
“ดู้ด้เอาพลังเปลวเพลิงไปเสรมจ มันกมกลับคืนสู่สภาพปกติ ถ้าจะให้มีการเปลี่ยนแปลงอีกครั้งกมต้องให้มันดู้ด้ซับพลังเปลวเพลิง อีกครั้ง” เนี่ยเทียนกล่าว
“ไหนข้าลองดู้สิ” เนี่ยเฉี่ยนเกิด้ความสนใจ
นางหยิบเอาถุงผ้าที่บรรจุหินเมฆอัคคีขึ้นมา หยิบหินเมฆ อัคคีก้อนที่ใหญ่กว่าเด้ิมส่งให้กับเนี่ยเทียน: “ลองดู้อีกครั้ง”
“ได้้” เนี่ยเทียนลองอีกครั้งตามสั่ง
“ฟู่ว ฟู่ว!”
จุด้ที่กระดู้กสัตว์และหินเมฆอัคคีสัมผัสกัน มีประกายไฟ แตกปะทุออกมาใหม่ กระดู้กสัตว์เปลี่ยนมาเป็นสีแด้งจ้าอีกครั้ง
ภายใต้การจับตามองของเนี่ยเทียนและเนี่ยเฉี่ยน หินเมฆ อัคคีก้อนใหญ่กว่าเด้ิมก้อนนั้นถูกกระดู้กสัตว์ด้ึงพลังเปลวเพลิงไป อย่างรวด้เรมว ไม่นานกมแตกออกเป็นเสี่ยงๆ
ส่วนสะเกมด้ไฟในกระดู้กสัตว์กมราวกับด้าวด้วงเลมกด้วงน้อย สีแด้งมากมายที่เปล่งแสงกะพริบพราวออกมา
เนี่ยเฉี่ยนที่เตรียมตัวรออยู่นานแล้วยื่นมือออกไปช้าๆ ใช้ ปลายเลมบบางใสแตะลงบนกระดู้กสัตว์เบาๆ คิด้จะตรวจสอบความ มหัศจรรย์ของมัน
“ว้าย!”
เพิ่งจะสัมผัสโด้นกระดู้กสัตว์ เนี่ยเฉี่ยนกมกรีด้ร้องเสียง แหลม ด้ึงมือกลับมาเรมวราวสายฟอาแลบ
ท้องนิ้วของนางถูกเผาไหม้จนเป็นแผลในพริบตาเด้ียว
ขณะที่นางรวบรวมพลังวิญญาณซึ่งแฝงเร้นไว้ด้้วยธาตุน้ำา คิด้จะทด้ลองดู้อีกครั้ง แต่กระดู้กสัตว์ชิ้นนั้นด้ันกลับคืนสู่สภาพเด้ิม เสียแล้ว
“อีกรอบ!” ความห้าวหาญของนางถูก ปลุกเร้าขึ้นมา จึงหยิบหินเมฆอัคคีออกมาอีกหนึ่งก้อน พอวางลงบน กระดู้กสัตว์ กระดู้กสัตว์กมกลายเป็นสีแด้งราวกับไฟ
คราวนี้นางรวบรวมพลังวิญญาณธาตุน้ำาไว้ที่ปลายนิ้วแล้ว จึงยื่นมือออกไปอีกรอบ
“ฟู่ว ฟู่ว!”
ไอน้ำาเป็นเส้นๆ พลันระเหยออกมาจากจุด้ที่ปลายนิ้วของ นางและกระดู้กสัตว์สัมผัสกัน ทว่าค้างไว้ได้้เพียงสามวินาที นางกมทน ความร้อนแผด้เผาบนกระดู้กสัตว์ไม่ไหว จำาต้องปล่อยมือออก
“อีกรอบ!”
เนี่ยเฉี่ยนทด้ลองครั้งแล้วครั้งเล่า หินเมฆอัคคีแต่ละก้อน พอถูกกระดู้กสัตว์ดู้ด้เอาพลังเปลวไฟไปหมด้กมแตกกระจาย
ทุกครั้งที่นางแตะนิ้วลงไปบนกระดู้กสัตว์ล้วนไม่สามารถ ค้างไว้ได้้นาน พอพลังวิญญาณของนางเพิ่งจะแทรกซึมเข้าไปใน กระดู้กสัตว์ นางกมทนไม่ไหวจนต้องด้ึงมือออก
ผ่านไปครู่ใหญ่ หินเมฆอัคคีทุกก้อนที่นางมีอยู่ล้วนกลาย เป็นเศษหินสีเทาขาว
บนหน้าผากเนี่ยเฉี่ยนมีเหงื่อผุด้ซึม มองกระดู้กสัตว์ชิ้นนั้น ด้้วยจิตใจห่อเหี่ยว ส่ายหัว ถอนหายใจ: “ของชิ้นนี้ ออกจะ ประหลาด้ไปหน่อยนะ”
บางทีอาจเป็นเพราะดู้ด้ซับเอาพลังเปลวเพลิงไปมากมาย ภายในระยะเวลาอันสั้น หลังจากที่หินเมฆอัคคีก้อนสุด้ท้ายแตกออก กระดู้กสัตว์จึงไม่ได้้กลับคืนสู่สภาพปกติทันทีทันใด้ ยังคงเป็นสีแด้งโร่ ราวกับเหลมกที่ถูกหลอมไฟ
“ข้าขอลองบ้าง” เนี่ยเทียนกด้นิ้วลงไปบนกระดู้กสัตว์ อย่างแรง
“อย่า! มันร้อนมาก เด้ี๋ยวเจ้าจะบาด้เจมบเอาได้้!” เนี่ยเฉี่ยน เอ่ยห้ามเสียงด้ัง
นางทด้ลองมาหลายครั้งจนแน่ใจแล้วว่า ยิ่งกระดู้กสัตว์ดู้ด้ เอาพลังเปลวเพลิงมามากเท่าไหร่กมจะยิ่งร้อนแผด้เผามากเท่านั้น ด้ัง นั้นต่อให้ตอนหลังปลายนิ้วของนางจะรวบรวมพลังวิญญาณธาตุน้ำา ไว้เป็นจำานวนมาก ทว่ากมยังไม่สามารถทนได้้
ตอนนี้ หลังจากที่กระดู้กสัตว์ชิ้นนั้นดู้ด้เอาพลังเปลวเพลิง จากหินเมฆอัคคีทั้งหมด้ไปแล้ว จึงเป็นช่วงเวลาที่มันร้อนระอุมาก ที่สุด้ หากเนี่ยเทียนเอามือวางลงไปจึงเท่ากับหาเรื่องให้ตัวเองเจมบตัว
ทว่าเสียงห้ามปรามของนางไม่ทันความเรมวของมือเนี่ย เทียน
เสียงนางเพิ่งด้ังขึ้น ปลายนิ้วของเนี่ยเทียนกมกด้ลงบน กระดู้กสัตว์แล้ว
“รีบปล่อยมือเรมวเข้า!” นางตะโกนเสียงด้ังร้อนรน
แต่เนี่ยเทียนกลับไม่ได้้รีบชักมือออกพร้อมร้องโหยหวน อย่างที่นางนึกเอาไว้
ที่น่าแปลกกมคือ นิ้วมือของเนี่ยเทียนที่กด้ลงบนกระดู้กสัตว์ ไม่เพียงแต่ไม่รู้สึกถึงความเจมบปวด้แม้แต่นิด้ ด้วงตาของกลับยังเปล่ง ประกายวาววับราวกับค้นพบเรื่องที่น่าตกตะลึงมากด้้วย