ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 164 ใจตระหนักรู้!
“ของสิ่งนี้ข้าไม่สนใจ พวกเจ้าเอาไปเถอะ”
โจวอี้แห่งสำานักภูตผีโยนกำาไลเกมบของส่งๆ ไปให้กวานชิว แห่งหุบเขาเทา เหมนได้้ชัด้ว่าไม่เหมนค่าของสิ่งที่อยู่ในนั้น
กวานชิวแห่งหุบเขาเทารับเอากำาไลเกมบของนั้นมาด้้วย ใบหน้ายินด้ี
เขาไม่เหมือนกับโจวอี้ เขาเกิด้มายากจน อีกทั้งอยู่ใน หุบเขาเทากมไม่มีที่พึ่งที่แขมงแกร่ง นี่ทำาให้ก่อนหน้าที่เขาจะเข้ามาใน ประตูสวรรค์จึงไม่มีอะไรเตรียมพร้อมนัก
สำาหรับเขาแล้ว ต่อให้เป็นเพียงแต่หินวิเศษและยาบาง ส่วนกมทำาให้เขาด้ีใจได้้แล้ว
เนี่ยเทียนที่อยู่ด้้านล่างทำามือคารวะให้แก่โจวอี้ กล่าว “ขอบคุณมาก ภายหน้าหากได้้รับผลประโยชน์ ข้าจะไม่แย่งชิงกับ พวกท่านแน่นอน”
โจวอี้พยักหน้า ไม่พูด้อะไรมากอีก เขาเหลือบตามองอยู่ครู่ หนึ่งกมเลือกคนต่างอาณาจักรคนใหม่แล้วพุ่งเข้าหา
สองคนนั้นจากหุบเขาเทา หลังจากที่ค่านซิ่งหมิงตายไป แล้วกมไม่ได้้สนใจเนี่ยเทียนอีก เลือกเปอาหมายใหม่โด้ยการตรงเข้าไป โอบล้อมคนต่างอาณาจักรอีกสองคนเช่นกัน
“ไม่ตายหรอกรึ?”
ลี่ฝานที่ถูกเปลวเพลิงสีเขียวโอบล้อมแบ่งสมาธิมองไป เหมนว่าเนี่ยเทียนปลอด้ภัย กลับกลายเป็นค่านซิ่งหมิงเสียอีกที่ตายอยู่ ด้้านหน้าเนี่ยเทียน เขากมแสด้งความแปลกใจออกมาอย่างเหมนได้้ชัด้
“เจ้าเด้มกนั่นกลับไม่เป็นอะไร!”
หลิวเหยี่ยนเองตะลึงงันไปเช่นกัน สองคนหลบเลี่ยงการ รุกรานของเปลวเพลิงสีเขียวอยู่ในพื้นที่แคบๆ อย่างต่อเนื่อง พยายามมองหาสลัด้ตัวให้หลุด้พ้น
“ว่าแล้วเชียวว่าเจ้าเด้มกนั่นต้องไม่ตายง่ายๆ” เฟิงหลัว พึมพำาหนึ่งประโยค
ทุกคนที่อยู่ในสนามกมีเพียงเขาคนเด้ียวเท่านั้นที่เชื่อว่า เนี่ยเทียนต้องสามารถรอด้พ้นจากน้ำามือของค่านซิ่งหมิงมาได้้ เพราะตอนที่เนี่ยเทียนและเจิ้งปินร่วมมือกันกมยังสามารถสังหารเจี่ย เผิงได้้ อีกทั้งตอนที่รับมือกับจ้าวโม่กมเคยใช้วิธีการแปลกประหลาด้ ทำาให้จ้าวโม่หนีไปด้้วยความหวาด้กลัว
เนี่ยเทียนที่ครอบครองวัตถุล้ำาค่าเชื่อมโยงวิญญาณหนึ่งชิ้น ทั้งยังเอาอาวุธแขมงแกร่งมากมายที่อูจี้มอบให้ติด้ตัวมา แถมบนร่าง ยังมีเวทลึกลับ เขาจึงเลิกมองเนี่ยเทียนเฉกเช่นที่มองคนทั่วไปนาน แล้ว
“อู้ๆๆ!”
เมืองที่ล่องลอยไม่อยู่นิ่งค่อยๆ เปลี่ยนทิศทาง แผ่คลื่น พลังงานแปลกประหลาด้ออกมา
เนี่ยเทียนที่อยู่ใกล้เมืองแห่งนั้นมากที่สุด้ ใช้จุด้แสงสีแด้ง สิบห้าจุด้บนหลังมือของตัวเองไปรับอักขระลึกลับที่มากกว่าเด้ิม
จุด้แสงสีแด้งเหล่านั้นเปลี่ยนมาเป็นร้อนลวก คล้ายมีด้วง ด้าวพริบพราวอยู่ในรูปประตูสวรรค์ ซึ่งกำาลังเคลื่อนโคจรตามรูป แบบที่ถูกกำาหนด้มา
เขาแบ่งสมาธิไปมอง พบว่าหลังจากที่ได้้รับจุด้แสงสีแด้ง ของตู้ฮวางและค่านซิ่งหมิงแล้ว เขาจึงเป็นคนหนึ่งที่มีจุด้แสงสีแด้ง มากที่สุด้
หากนับคนต่างอาณาจักรสามคนซึ่งรวมโหมวเฉินด้้วยแล้ว จุด้แสงที่พวกเขาได้้รับกมยังไม่มากเท่าเขา
เขาแอบมีความรู้สึกอย่างหนึ่งว่า เพราะจุด้แสงสีแด้งบน หลังมือเขามีมากที่สุด้ ด้ังนั้นพลังงานแปลกประหลาด้ที่กระเพื่อม ออกมาจึงคล้ายจะ…มารวมอยู่ที่ตัวเขาคนเด้ียว
อักขระลึกลับที่เขาได้้รับผ่านจุด้แสงเหล่านั้นกมน่าจะมาก ที่สุด้ในบรรด้าคนทั้งหมด้
“มันซุกซ่อนความลับอะไรอยู่กันแน่นะ?” เขาแอบครุ่นคิด้
ขณะที่เขากำาลังใคร่ครวญอยู่นั้น มือข้างที่กด้ลงบนเกราะ วิเศษตำาแหน่งหน้าอกของค่านซิ่งหมิงกมยังคงดู้ด้ซับเอาปราณบริสุทธิ์ เข้มข้นของพืชหญ้ามาอย่างบ้าคลั่ง
ผ่านไปไม่นานเท่าไหร่นัก เกราะวิเศษที่คุ้มกันกายค่านซิ่งห มิงเอาไว้กมเปลี่ยนมาเป็นสีน้ำาตาลเข้ม ไม่มีประกายแสงสีเขียวเปล่งวิ บวับอีก
เมื่อเขาสัมผัสไม่ได้้ถึงปราณบริสุทธิ์ของพืชหญ้าจากใน เกราะวิเศษ หัวใจที่เต้นผิด้ปกติของเขากมค่อยๆ กลับคืนสู่สภาพปกติ
ม่านแสงสีเขียวอ่อนจางถูกปลด้ปล่อยออกมาจากในผิว เนื้อของเขา จิงชี่เสิน[1]ของเขาบรรลุถึงระด้ับเปี่ยมล้นอย่างที่ไม่เคย มีมาก่อน
เขารู้สึกว่าในเลือด้เนื้อของเขาแฝงเร้นพลังชีวิตที่เข้มข้น อย่างมากเอาไว้ พลังชีวิตเหล่านั้นคล้ายจะมีความมหัศจรรย์อยู่ มากมาย เพียงแต่ว่าเขายังไม่เข้าใจมันกมเท่านั้น
เขาหรี่ตาลงมองไปรอบด้้าน จึงค้นพบทันทีว่าเขาสามารถ มองเหมนได้้ไกลยิ่งกว่าเด้ิม ได้้ยินไกลยิ่งกว่าเด้ิม ขอบเขตการรับ สัมผัสของพลังจิตกมเพิ่มมากขึ้นด้้วย
การเปลี่ยนแปลงเช่นนี้ทำาให้เขาเข้าใจทันทีว่าปราณ บริสุทธิ์ของพืชหญ้าที่มาจากเกราะวิเศษนั้นลมีประโยชน์กับเขา มหาศาลอย่างที่คิด้ไว้จริงๆ
“หืม?”
เวลานี้เขายังค้นพบอย่างกะหันด้้วยว่าปราณบริสุทธิ์ของ พืชหญ้าส่วนหนึ่งที่ถูกเขาดู้ด้เข้ามาในร่างกาย ค่อยๆ ไหลเข้าไปใน มหาสมุทรวิญญาณของเขา
ปราณบริสุทธิ์ของพืชหญ้าเหล่านั้นโคจรช้าๆ อยู่ใน มหาสมุทรวิญญาณของเขา แล้วก่อตัวกันขึ้นเป็นน้ำาวนพลังวิญญาณ อีกลูกหนึ่งอย่างรวด้เรมว
ในน้ำาวนนั้นมีแสงสีเขียวอ่อนจางไหลเชี่ยวกราก แฝงเร้น ไว้ด้้วยพลังชีวิตเข้มข้น
พลังชีวิตที่มหัศจรรย์คล้ายสามารถบำารุงมหาสมุทร วิญญาณของเขาได้้ ทำาให้น้ำาวนพลังวิญญาณและน้ำาวนเปลวเพลิง ในมหาสมุทรวิญญาณของเขากลั่นหลอมและโคจรเรมวขึ้น
เขารับสัมผัสอย่างละเอียด้จึงรู้สึกได้้ทันทีว่าขอบเขตของ เขาใกล้จะฝ่าทะลุจากท้ายสวรรค์ช่วงต้นเข้าสู่ช่วงกลางแล้ว!
เขารู้สึกว่าสภาพจิตใจของเขา ความเข้าใจที่มีต่อคาถา วิเศษเพลิงร้อน ความเชี่ยวชาญที่มีต่อพลังวิญญาณต่างกมอยู่ใน ขอบเขตที่ใกล้จะฝ่าทะลุเตมที
เขาแทบไม่จำาเป็นต้องทำาอะไร และกมไม่ต้องนั่งฝึกบำาเพมญ ตบะเงียบๆ กมสามารถฝ่าทะลุจากท้ายสวรรค์ช่วงต้นเข้าสู่ช่วงกลาง ได้้เลย
ทั้งหมด้นี้ง่ายด้ายเหมือนนำาที่ไหลลงสู่คลอง ไม่ทำาให้เขา เกิด้ความไม่สบายตัวใด้ๆ
“อู้!”
พลังงานแปลกประหลาด้ที่กระเพื่อมไหวแผ่ออกมาข้าง นอกอีกครู่หนึ่งกมค่อยๆ หด้กลับเข้าไปอีกครั้ง
หลังจากที่จุด้แสงสีแด้งบนหลังมือเนี่ยเทียนรับเอาอักขระ ลึกลับมาบางส่วนจึงเปลี่ยนจากร้อนลวกมากเป็นอุ่นร้อน
ภาพโบราณซับซ้อนมากมายที่สลักเอาไว้บนกำาแพงเมืองผุ พัง มาถึงเวลานี้กมเริ่มลด้น้อยลงไปเรื่อยๆ
“ฟิ้วๆๆ!”
แสงเจมด้สีที่สาด้ส่องออกมากมถูกด้ึงกลับเข้าไปในเมือง และ เวลานี้เอง แรงด้ึงดู้ด้มหาศาลระลอกหนึ่งพลันลอยออกมาจากใน เมืองแห่งนั้น
เมืองคูน้ำาที่ล่องลอยกลับแน่นิ่งประดุ้จเขาไท่ซาน ไม่มีการ เคลื่อนไหวใด้ๆ เกิด้ขึ้นอีก
เมืองคูน้ำาที่เด้ิมทีไม่มีประตู มีเสียง “คึ่กๆ” ด้ังลอยมาจาก สี่ทิศทาง แล้วประตูหินหนาหนักสี่บานกมปริแตกออก
เมื่อประตูหินเปิด้ออกกมีเส้นทางสี่เส้นที่เกิด้จากแสงเจมด้สี ปูทางตรงด้ิ่งเข้าไปในเมือง
ทุกคนที่กำาลังต่อสู้กันล้วนสังเกตเหมนการเปลี่ยนแปลงของ เมืองคูน้ำาได้้ในเวลาเด้ียวกัน พวกเขาต่างกมหันมามองเมืองคูน้ำาโด้ย อัตโนมัติ หยุด้การต่อสู้ลงชั่วคราว
ทุกคนต่างกมสัมผัสได้้ถึงแรงด้ึงดู้ด้ระลอกหนึ่งที่มาจากใน เมืองแห่งนั้น
เมืองแห่งนั้นคล้ายกำาลังส่งเสียงเรียกขานลึกลับให้กับคนที่ มีภาพประตูสวรรค์ ผู้ที่มีจุด้แสงสีแด้งในภาพประตูสวรรค์มากเท่า ไหร่กมยิ่งรู้สึกถึงแรงด้ึงดู้ด้และการเรียกขานรุนแรงมากเท่านั้น
เนี่ยเทียนเหม่อมองประตูหินบานหนึ่งที่อยู่ใกล้กับเขามาก ที่สุด้ แล้วกมพบทันทีว่าเขามิอาจต้านทานแรงด้ึงดู้ด้ที่ถูกส่งออกมาได้้ ทำาได้้เพียงตรงเข้าไปหาประตูหินทีละก้าว
คนที่เหลือเด้ิมทีกมีใจละโมบต่อเมืองคูน้ำานั่นอยู่แล้ว พอ สัมผัสได้้ถึงแรงด้ึงดู้ด้จากมัน พวกเขาจึงหมด้สิ้นซึ่งความอด้ทนใด้ๆ อีก
“ฟิ้วๆๆ!”
คนเหล่านั้นต่างกมพุ่งเข้าไปข้างในรวด้เรมวประดุ้จสายฟอา แลบ
ความเรมวของพวกเขาเรมวยิ่งกว่าเนี่ยเทียนที่เคลื่อนหน้าไป ทีละก้าวอยู่หลายเท่าตัว
“ตูม!”
โจวอี้แห่งสำานักภูตผีล้มเลิกการโจมตีคนของต่างอาณาจักร นานแล้ว ตอนที่กำาลังจะเข้าไปในประตูเมือง ร่างของเขากมพลันสั่น เยือก มุมปากมีเลือด้ไหลซึมออกมากะทันหัน
เขาหยุด้ชะงักทันใด้
“ตูมๆๆ!”
คนอื่นๆ ตอนที่จะเข้าไปในประตูเมืองกมถูกพลังงานเชี่ยว กรากระลอกหนึ่งผลักด้ันออกมาเช่นกัน พวกเขาต่างกมถูกโจมตีใส่ อย่างรุนแรง
ผู้ที่ร้อนรนอยากเข้าไปใกล้มากที่สุด้ต่างกมถูกสกัด้กั้นให้อยู่ แค่หน้าประตูเมือง ถูกพลังงานกลุ่มนั้นผลักด้ัน มิอาจเหยียบอย่าง เข้าไปได้้
ผู้ที่มีจุด้แสงสีแด้งมากที่สุด้จะยิ่งได้้รับแรงผลักด้ันน้อย นี่ ทำาให้ถึงแม้พวกโหมวเฉินจะได้้รับแรงผลักด้ันเหมือนกัน ทว่ากมยังคง เคลื่อนเข้าไปข้างหน้าได้้ช้าๆ
พวกลี่ฝาน เฟิงหลัวและหลิวเหยี่ยน เนื่องด้้วยมาจาก อาณาจักรหลีเทียน ไม่ได้้สังหารลูกศิษย์ของอีกเจมด้สำานัก ด้ังนั้นพวก เขาจึงไม่ได้้รับจุด้แสงสีแด้งมากนัก
ทำาให้การเข้าไปในประตูเมืองของพวกเขาลำาบากทุกย่าง ก้าว แต่ละก้าวล้วนจำาเป็นต้องสิ้นเปลืองพลังงานมหาศาล
กลับกลายเป็นเนี่ยเทียนเสียอีกที่ถึงแม้จะขอบเขตต่ำาสุด้ ทว่าเนี่ยเทียนมีจุด้แสงสีแด้งมากสุด้ เมื่อเขาเด้ินมาหยุด้อยู่ข้างกาย โจวอี้แห่งสำานักภูตผี จึงสามารถเด้ินผ่านโจวอี้แล้วเคลื่อนไปด้้าน หน้าได้้อย่างต่อเนื่อง
โจวอี้เหมนกับตาว่าเนี่ยเทียนผ่านข้างกายตัวเองไป สีหน้า จึงเปลี่ยนมาเป็นเด้ี๋ยวด้ีเด้ี๋ยวร้าย
ในสายตาของเขาบางครั้งกมีความดุ้ด้ันวาบผ่าน บางครั้งกม เปลี่ยนมาเป็นปกติอย่างรวด้เรมว
“โจวอี้ เจ้าอย่าได้้ทำาอะไรเหลวไหลเด้มด้ขาด้เชียว!”
ลี่ฝานตวาด้เสียงด้ัง บินมาพร้อมกับหลิวเหยี่ยน ยืนขนาบ โจวอี้ซ้ายขวา กลัวว่าเขาจะทนไม่ไหวจนลงมือกับเนี่ยเทียน
แม้แต่เฟิงหลัวแห่งสำานักโลหิตเองกมยังละทิ้งประตูอีกสาม บานมาหยุด้ยืนอยู่ข้างกายโจวอี้ กล่าวด้้วยเสียงทุ้มหนัก “เจ้าเด้มก เนี่ยเทียนนั่นโชคด้ี เขาได้้รับจุด้แสงมากที่สุด้คือโชควาสนาของเขา หากเจ้าคิด้จะแย่งชิงโชควาสนาของเขาจะก่อให้เกิด้ความวุ่นวาย ภายในเจมด้สำานัก ตัวเจ้าควรตรองดู้ให้ด้ี!”
ลี่ฝาน หลิวเหยี่ยนกมองโจวอี้ด้้วยสายตาเยมนชาเช่นกัน คอยขัด้ขวางเผื่อว่าเขาจะสะกด้กลั้นความล่อลวงในใจตัวเองไม่อยู่
“กมได้้ๆ”
โจวอี้ที่ตีกับตัวเองอยู่ในใจครู่หนึ่ง มองเนี่ยเทียนเด้ินไปข้าง หน้าทีละก้าว มองเหมนสายตาถมึงทึงของลี่ฝาน หลิวเหยี่ยนและเฟิง หลัว สุด้ท้ายเขากมเลือกถอด้ใจ
“ไอ้หนู! จำาเอาไว้ เจ้าติด้ค้างข้าอีกครั้งแล้ว!”