ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 174 เปิด้ฉากการต่อสู้นองเลือด้
มือข้างนั้นของอู๋หลิ่งถูกเนี่ยเทียนต่อยจนไม่เหลือแม้แต่ ซากกระดู้ก แสงสวรรค์สิบแปด้จุด้ที่เป็นของอู๋หลิ่งพลันบินออกมา ผสานรวมเข้ากับภาพประตูสวรรค์บนหลังมือของเนี่ยเทียนในพริบ ตา
วินาทีที่แสงสวรรค์เหล่านั้นร่วงลงบนภาพประตูสวรรค์ ของเขา เนี่ยเทียนกวาด้กระแสจิตมองไปหนึ่งครั้งกมพบว่าท่ามกลาง แสงสวรรค์ของอู๋หลิ่งกมีอักขระบรรพกาลมากมายด้ำารงอยู่
“อู๋หลิ่ง…”
เนี่ยเทียนมองไปรอบด้้าน ทว่ากลับไม่เหมนแม้แต่เงาของอู๋ หลิ่ง อีกทั้งกระแสจิตของเขากมยังมิอาจสัมผัสได้้
“ไปแล้วรึ?”
เขาตรวจสอบอยู่พักหนึ่งจนแน่ใจแล้วว่าอู๋หลิ่งหายไป จริงๆ จึงรู้สึกตะลึงระคนแปลกใจกับตัวเอง
เหมนได้้ชัด้ว่าอู๋หลิ่งผู้นั้นรู้เรื่องราวมหัศจรรย์มากมายใน พระราชวังโบราณสะเกมด้ด้าว เมื่อเขาแน่ใจว่ามิอาจต้านทานหมัด้ พิโรธของเนี่ยเทียนได้้ และรู้ว่าตนต้องตายเพราะหมัด้นั้นแน่นอน เขาจึงตัด้มือของตัวเองออกอย่างเฉียบขาด้
วินาทีที่มือหลุด้ออกจากกาย ร่างของเขากมคล้ายถูกโยน ออกไปจากพระราชวังโบราณสะเกมด้ด้าวทันที
“สมกับเป็นคนเก่ง!”
หลังจากที่เนี่ยเทียนเข้าใจต้นสายปลายเหตุแล้วกมอด้ที่จะ เกิด้ความนับถืออู๋หลิ่งแห่งอาณาจักรต้าฮวางไม่ได้้
ช่วงเวลาแห่งความเป็นความตาย ผู้ที่สามารถตัด้สินใจได้้ อย่างเด้มด้เด้ี่ยวจนถึงขนาด้ยอมตัด้มือของตัวเองเช่นอู๋หลิ่ง เกรงว่าคง มีไม่มากนัก
คนส่วนใหญ่แล้วล้วนคาด้หวังว่าตัวเองจะโชคด้ี ต่างกมไม่ ยินด้ีที่จะปฏิบัติกับตัวเองอย่างโหด้ร้ายเช่นนี้
การตัด้มือตัวเองของอู๋หลิ่ง ทำาให้เนี่ยเทียนมองออกถึง ความโหด้ร้ายและอำามหิตของเขา คนที่กล้าลงมือกับตัวเองอย่างโหด้ เหี้ยมเช่นนี้ ขอแค่ไม่ตาย ย่อมประสบความสำาเรมจบนเส้นทางแห่ง การบำาเพมญตบะนี้อย่างแน่นอน
ต่อให้ตัด้มือหนึ่งข้าง เนี่ยเทียนกมยังมองเขาเป็นศัตรูตัว ฉกาจคนหนึ่ง ทั้งยังแอบเตือนตัวเองว่า ต่อไปหากเจออู๋หลิ่งอีกครั้ง จะต้องพยายามอย่างสุด้ความสามารถเพื่อสังหารเขาให้ได้้ จะไม่มี ทางมอบโอกาสให้เขารอด้ชีวิตเด้มด้ขาด้!
“อู้!”
เนี่ยเทีนตัด้ความคิด้ที่ทำาให้จิตใจวุ่นวายทั้งหมด้ออกไป สูด้ ลมหายใจลึกๆ หนึ่งครั้งแล้วรีบนั่งลงที่เด้ิม
หมัด้พิโรธนั้นเผาผลาญพลังงานมากมายของเขา เขา จำาเป็นต้องฟื้นตัวให้ได้้โด้ยเรมวที่สุด้
อู๋หลิ่งมีมีด้ปีศาจอยู่ในมือ เกราะวิเศษบนร่างกมร้ายกาจ อย่างถึงที่สุด้ ต่อให้อยู่ในสนามแม่เหลมกยุ่งเหยิง หากเนี่ยเทียนคิด้จะ สังหารเขา การโจมตีที่ทรงพลังที่สุด้ที่เขานึกออกกมีเพียงหมัด้พิโรธที่ บรรลุจากด้ินแด้นลึกลับนั่น
เขารู้ว่าหากกระตุ้นหมัด้พิโรธ ในช่วงระยะเวลาสั้นๆ เขา จะไม่มีเรี่ยวแรงหลงเหลือให้นำามาใช้อีก เพราะพลังจิต พลังเลือด้ เนื้อและพลังวิญญาณของเขาต่างกมหายไปเป็นจำานวนมาก
หากอยู่ในพื้นที่อื่น เขาย่อมไม่มีทางกล้าใช้หมัด้พิโรธนั่น ง่ายๆ แน่นอน แต่ที่นี่คือพระราชวังโบราณสะเกมด้ด้าว!
เมื่อเทียบกับด้ินแด้นลึกลับแล้ว ที่นี่มีปราณวิญญาณที่เข้ม ข้นมากกว่าไม่รู้กี่เท่า เมื่อได้้สร้างลูกกลมปราณวิญญาณ เขาจะ สามารถฟื้นฟูพลังงานได้้อย่างรวด้เรมว
พลังประหลาด้ที่อยู่ท่ามกลางลูกกลมปราณวิญญาณนั้นยัง สามารถบำารุงพลังจิตของเขาได้้ด้้วย
และเพราะว่าที่นี่คือพระราชวังโบราณสะเกมด้ด้าว เขาถึงได้้ กล้าใช้หมัด้พิโรธ เพราะเขารู้สึกว่าเขาสามารถฟื้นตัวได้้อย่างรวด้เรมว
หลังจากนั่งลงเงียบๆ ข้างกายเขากมยังคงมีสนามแม่เหลมก ยุ่งเหยิงด้ำารงอยู่
นั่งอยู่ในสนามแม่เหลมกยุ่งเหยิง เขาหยิบเอาเนื้อสัตว์วิเศษ หลายชิ้นออกมาจากในกำาไลเกมบของ กัด้กินคำาใหญ่แล้วกลืนมัน ลงท้อง
หลังจากที่กินเนื้อหลายสิบจินจนหมด้ในช่วงระยะเวลา สั้นๆ เขากมเริ่มสร้างลูกกลมปราณวิญญาณต่อทันที ดู้ด้ซับเอาพลัง วิญญาณและพลังจิตที่มีน้อยนิด้จากในนั้นมา
สนามแม่เหลมกยุ่งเหยิงที่โอบล้อมรอบกายเขาค่อยๆ หด้ เลมกลง รอจนเหลือประมาณหนึ่งเมตร เขากมฟื้นคืนพลังในการสู้รบมา ได้้ไม่น้อยแล้ว
ไม่สนใจการต่อสู้ระหว่างซูหลินและชายชุด้ขาวจากอาณา จักรปิงเฟิง เขายังคงสร้างลูกกลมปราณวิญญาณอย่างบ้าคลั่ง กลืน กินพลังวิญญาณต่อเนื่อง
เวลาค่อยๆ ผ่านไปโด้ยไม่รู้ตัว
ไม่นานลูกกลมปราณวิญญาณกมทำาให้พลังวิญญาณที่เนี่ย เทียนใช้ไปกลับมาเปี่ยมล้นอีกครั้ง
หลังจากนั้นเขากมสร้างลูกกลมปราณวิญญาณติด้ต่อกันอีก เก้าลูก ด้ึงเอาพลังประหลาด้ด้้านในออกมา พลังจิตของเขาจึงค่อยๆ ฟื้นตัวมาเกินครึ่ง
ผ่านไปอีกครู่หนึ่ง ในกระเพาะอาหารของเขากมีกระแส อบอุ่นเกิด้ขึ้นมา และนั่นกมเป็นการชด้เชยพลังเลือด้เนื้อที่เสียหายไป
พลังงานต่างๆ ที่ถูกเผาผลาญไปเพราะกระตุ้นใช้หมัด้ พิโรธ เมื่อเขาใช้วิธีการพิเศษมากมายจึงกลับคืนมาสู่สภาพเด้ิมอย่าง รวด้เรมว
เวลานี้เขาถึงได้้แบ่งสมาธิไปสังเกตการณ์ต่อสู้ระหว่างซู หลินและชายชุด้ขาว
ชายชุด้ขาวที่มาจากอาณาจักรปิงเฟิงเชี่ยวชาญคาถา ความเยมนสุด้ขั้ว พื้นที่การเคลื่อนไหวของเขาล้วนมีหิมะขาวโพลน ล่องลอย
เกลมด้หิมะแต่ละเกลมด้โปร่งใสแวววาว ทั้งยังมีรูปร่างคล้าย ผลึกที่มหัศจรรย์อย่างหนึ่งด้้วย
ในเกลมด้หิมะ พลังความเยมนบาด้ลึกถึงกระดู้กทำาให้ปราณ วิญญาณในพื้นที่นั้นจับตัวเป็นน้ำาแขมง แม้แต่อากาศกมยังมีเสียง “เปรีกยะๆ” ด้ังลอยมา
ใต้ฝ่าเท้าของชายหนุ่มชุด้ขาวมีน้ำาแขมงหนึ่งชั้นหนาพอ หนึ่งเมตร เขาถือกระบี่ยาวลักษณะโบราณเรียบง่ายคล้ายแท่งน้ำาแขมง ที่แหลมคมหนึ่งแท่ง ทุกครั้งที่โบกสะบัด้จะต้องมีแสงน้ำาแขมงหลายสิบ เส้นพุ่งกระจายออกมา
“โพลาะๆ!”
เกลมด้น้ำาแขมงรูปผลึกใสจำานวนนับไม่ถ้วนที่อยู่ตรงกลาง ระหว่างชายชุด้ขาวและซูหลินแห่งวิมานสวรรค์ระเบิด้ออกอย่างต่อ เนื่อง
ขอบเขตนั้นไม่ใหญ่มากนัก กระบี่ยาวเล่มนั้นของชายหนุ่ม ชุด้ขาวกมไม่ได้้ตวัด้ออกมาเป็นแสงน้ำาแขมงทิ่มแทงเข้าไปด้้านใน ทว่า ตรงนั้นกลับมีคลื่นพลังงานแปลกประหลาด้อย่างถึงที่สุด้ด้ำารงอยู่
เนี่ยเทียนรู้สึกสงสัยจึงใช้กระแสจิตออกไปรับสัมผัส แล้ว หน้าเขากมพลันเปลี่ยนสี
วินาทีที่กระแสจิตของเขาเข้าไปในพื้นที่นั้นกมถูกพลังจิตที่ เยมนอย่างถึงที่สุด้ระลอกหนึ่งแทรกซึมเข้ามา ทำาให้จิตวิญญาณของ เขาเกิด้ความรู้สึกหนาวเหนมบ
ยังไม่ทันที่เขาจะตั้งตัวได้้กมีแสงเยมนสบายตาเหมือน แสงจันทร์สาด้เข้าใส่กะทันหัน
แค่โด้นแสงเยมนนั้นสาด้มากระทบกระแสจิตของเขากมสลาย หายวับไปในบัด้ด้ล
“การต่อสู้ทางพลังจิต!” เนี่ยเทียนตะลึงพรึงเพริด้
ในที่สุด้เขากมเข้าใจแล้วว่าเกิด้อะไรขึ้น
การต่อสู้ของซูหลินและชายหนุ่มชุด้ขาวคือการใช้พลัง วิญญาณและพลังจิตไปพร้อมๆ กัน!
เมื่อซูหลินผู้นั้นยกมือขึ้น พระจันทร์เสี้ยวด้วงหนึ่งกมปรากฏ ตัวแล้วพุ่งเข้าต้านทานแสงน้ำาแขมงของชายหนุ่มชุด้ขาว
ทว่าการต่อสู้ทางพลังจิตดู้เหมือนจะไม่อันตรายเท่าใด้นัก พวกเขาสองคนจึงต่อสู้กันอย่างสบายๆ
ที่อันตรายอย่างแท้จริงกมคือการปะทะกันของเวทลับทาง พลังจิตของพวกเขา!
พลังจิตของคนทั้งสองต่างกมบินออกมาจากในสมองแล้ว ประมือกันอย่างบ้าคลั่งอยู่ในขอบเขตเลมกๆ ตรงกลางระหว่างพวก เขา
พลังจิตของชายหนุ่มชุด้ขาวคล้ายแท่งน้ำาแขมงที่มองไม่เหมน แฝงเร้นไว้ด้้วยสัจธรรมแห่งพลังความเยมนสุด้ขั้ว
เวทลับพลังจิตของซูหลินเหมือนว่าซุกซ่อนไว้ด้้วยแก่นแท้ ของพระจันทร์ที่ลอยสูงกลางนภากาศ และกมีเจตจำานงของความ เยมนสบายที่มากด้้วยความลึกลับมหัศจรรย์
การต่อสู้ทางพลังจิตของคนทั้งสองทำาให้เกลมด้น้ำาแขมงผลึก ใสในพื้นที่นั้นแตกสลายไปทีละเกลมด้
“ขอบเขตท้ายสวรรค์ การต่อสู้ทางพลังจิต อีกทั้งยังเป็น พลังจิตที่หลุด้ออกจากมหาสมุทรจิตวิญญาณออกมาสู้กันข้างนอก อย่างแท้จริง…”
มุมปากของเนี่ยเทียนยกยิ้มขมขื่น มาถึงตอนนี้เขาได้้รู้จักซู หลินและชายหนุ่มชุด้ขาวจากอาณาจักรปิงเฟิงใหม่อีกขั้นแล้ว
จากที่อูจี้อาจารย์ของเขาเคยบอกเอาไว้ มีเพียงผู้ที่เหยียบ อย่างเข้าสู่กลางสวรรค์ช่วงท้ายซึ่งสะสมพลังจิตได้้ในระด้ับที่เพียงพอ เท่านั้นถึงจะสามารถกระตุ้นพลังจิตให้ออกมาต่อสู้นอกเรือนกายได้้
ผู้ที่มีขอบเขตต่ำาต้อย หากคิด้ต่อสู้กันทางพลังจิตจะทำาได้้ แค่เพียงในสมองของตัวเอง หรือไม่กมสมองของอีกฝ่ายเท่านั้น
เมื่อผู้ฝึกลมปราณมีขอบเขตต่ำาต้อย พลังจิตต้องอยู่ใน มหาสมุทรจิตวิญญาณเท่านั้นถึงจะควบคุมได้้ด้ังใจและสร้างเวทลับ ทางพลังจิตออกมาได้้
ทั้งๆ ที่ซูหลินและชายหนุ่มชุด้ขาวผู้นั้นมีขอบเขตท้าย สวรรค์ขั้นสูงสุด้ แต่กลับสามารถใช้พลังจิตมาต่อสู้กันนอกมหาสมุทร จิตวิญญาณได้้
“เจ้าพวกคนโรคจิต”
เนี่ยเทียนส่ายหัว รู้สึกนับถือและกริ่งเกรงในตัวซูหลิน ชาย หนุ่มชุด้ขาว และอู๋หลิงที่ตัด้มือจากไปผู้นั้นไม่น้อย
และเขากมเข้าใจทันทีว่าหากไม่มียันต์วิเศษชิ้นนั้นที่อาจารย์ ของเขามอบให้ หากไม่เป็นเพราะยันต์วิเศษช่วยต้านทานพลังชั่วร้าย ของตาปีศาจบนมีด้ยาวของอู๋หลิ่ง เกรงว่าแค่เผชิญหน้ากันอู๋หลิ่งกมคง สังหารเขาได้้แล้ว
“พลังจิตของข้ากมไม่อ่อนด้้อย ข้าจำาเป็นต้องฝึกเวทลับทาง พลังจิต มิฉะนั้นเวลาไปต่อสู้กับพวกศิษย์ผู้ทรงเกียรติของต่าง อาณาจักรกมจะไม่มีทางเอาชนะได้้เลย!”
เนี่ยเทียนตัด้สินใจเด้มด้เด้ี่ยวว่าหลังออกไปจากประตูสวรรค์ แล้วจะขออูจี้ให้ช่วยสอนคาถาเวทลับทางพลังจิต
เขาเหมนว่าการต่อสู้ของซูหลินและชายหนุ่มชุด้ขาวคงจะไม่ สิ้นสุด้ในช่วงระยะเวลาสั้นๆ
สองคนนั้นสู้กันทั้งทางพลังวิญญาณและพลังจิตไปพร้อม กัน คล้ายว่าได้้ทุ่มเทพลังทั้งหมด้จนไม่มีเวลาเหลือมาสนใจเขา
เขายังถึงขั้นรู้สึกด้้วยว่าตอนที่เขาบีบให้อู๋หลิ่งต้องตัด้มือ ตัวเอง สองคนนั้นกมคงไม่รับรู้แม้แต่นิด้เด้ียว
“คาถาสะเกมด้ด้าวมีบทต้น บทกลางและบทท้าย”
เนี่ยเทียนย้ายเส้นสายตาของตัวเองออกจากร่างของซูหลิน และชายหนุ่มชุด้ขาว หันไปมองยังพื้นที่ใกล้เคียง ตรงขอบเขตกลาง สวรรค์ที่กำาลังต่อสู้กันดุ้เด้ือด้อุตลุด้
เด้ิมทีผู้แขมงแกร่งกลางสวรรค์มีทั้งหมด้หกคน ตอนนี้เหลือ แค่สามคนเท่านั้น ทว่าบนพื้นของพื้นที่นั้นกลับมีศพเพียงแค่ศพเด้ียว
นี่หมายความว่าอีกสองคนที่เหลือน่าจะเป็นเหมือนอู๋หลิ่งที่ เมื่อรู้ว่าตอนต้องตายแน่ๆ จึงสละแสงสวรรค์ทิ้งไป
ผู้แขมงแกร่งขอบเขตกลางสวรรค์อีกสามคนที่เหลืออยู่น่าจะ อยู่ในช่วงกลางสวรรค์ขั้นสูงสุด้ พวกเขาสามคนโรมรันพันตูกัน อาวุธวิเศษมีเท่าไหร่กมเอาออกมาใช้หมด้
สายฟอา แสงสีทองและเปลวเพลิงแทบจะกลบพื้นที่ตรงนั้น ไว้มิด้ บนร่างของคนทั้งสามเตมไปด้้วยเลือด้ สีหน้าดุ้ด้ัน ต่างกมตกอยู่ ในความบ้าคลั่ง
มองเหมนพวกเขาสามคน เนี่ยเทียนเชื่อว่าคนสุด้ท้ายที่คว้า ชัยชนะมาได้้คงต้องเจมบหนักอย่างแน่นอน
เขาจ้องอยู่ครู่หนึ่งแล้วสายตากมข้ามผ่านพื้นที่นั้นมองไปยัง จุด้ของพวกผู้แขมงแกร่งขอบเขตต้นสวรรค์
ตรงพื้นที่นั้นกำาลังช่วงชิงบทท้ายของคาถาสะเกมด้ด้าวกัน อยู่ ถังหยางและโหมวเฉินที่เขาเคยเจอมาก่อนอยู่ในบรรด้าคนกลุ่ม นั้นด้้วย
ตอนที่อยู่ในเมืองคูน้ำา โหมวเฉินใช้พลังของตัวเองคนเด้ียว ต่อกรกับคนขอบเขตต้นสวรรค์มากมายซึ่งมีทั้งหลิวเหยี่ยนและลี่ฝาน รวมอยู่ด้้วย เขากมยังเป็นฝ่ายได้้เปรียบ
เขาที่พลังวิญญาณแฝงเร้นไว้ด้้วยพิษร้ายทำาให้ทุกคนของ เจมด้สำานักในอาณาจักรหลีเทียนต่างหวาด้กลัว
ทว่าเวลานี้ตรงหน้าอกของโหมวเฉินผู้นั้นมีกระบี่หักเล่ม หนึ่งเสียบคาอยู่ เหมือนว่าจะสิ้นใจตายไปแล้ว
แม้แต่ถังหยางเองที่แม้จะบ้าคลั่งดุ้จปีศาจร้าย ทั่วกายมี เปลวไฟลุกโชติช่วง ทว่าดู้จากท่าทางแล้วกมเหมือนว่าเขาจะตกอยู่ใน สภาวะที่ไม่ด้ีเท่าไหร่นัก
พื้นที่ตรงนั้น ผู้แขมงแกร่งของวิมานสวรรค์ที่ซูหลินเรียกว่า อาจารย์อา เวลานี้โด้นผู้แขมงแกร่งขอบเขตต้นสวรรค์สามคนซึ่งมีถัง หยางเป็นผู้นำาโอบล้อม สีหน้าของเขาไร้อารมณ์ เหมนได้้ชัด้ว่าไม่ หวาด้กลัวไม่ลนลาน คล้ายมั่นใจมากว่าต้องคว้าชัยชนะมาได้้ แน่นอน
“อาณาจักเสวียนเทียน วิมานสวรรค์!”