ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 186 พัฒนาไปอีกหนึ่งขั้น!
ตอนที่ชิวเหิงพูด้ประโยคนี้ออกมา ทุกคนต่างกมหันมา มองเขาโด้ยอัตโนมัติ ซึ่งทุกคนล้วนมองเหมนความกระวนกระวานจาก ในสายตาของเขา
หลังจากหอหลิงเป่าถูกสำานักโลหิตและสำานักภูตผีเข้า รุกราน ศักยภาพจึงอ่อนด้้อยมากที่สุด้ แทบจะเรียกได้้ว่าสูญเสีย ต้นทุนในการต้านทานกับอีกหกสำานักที่เหลือทีเด้ียว
ส่วนสัตว์เพลิงพิภพตัวนั้น หลังจากหลุด้พ้นไปจากเทือก เขาชื่อเหยียนกมทำาให้ตลอด้ทั้งเทือกเขาชื่อเหยียนเกิด้การ เปลี่ยนแปลงพลิกฟอาพลิกด้ิน และค่ายกลใหญ่ “เพลิงพิภพเผานภา” ที่หอหลิงเป่าอาศัยพึ่งพากมถูกสัตว์เพลิงพิภพทำาลายลงจนหมด้สิ้น ประสิทธิผล
และกมด้้วยเหตุนี้ ลูกศิษย์ของหอหลิงเป่าทุกคนจึงหวาด้ กลัวไม่เป็นสุข
ก่อนหน้าที่ชิวเหิงจะเข้ามาในประตูสวรรค์กมรู้แล้วว่าภูตผี ปีศาจจะรุกรานอาณาจักรหลีเทียน เขาจึงคิด้ว่าหลังจากที่หอหลิง เป่าสูญเสียค่ายกลใหญ่เพลิงพิภพเผานภาไปกมคงไม่มีพลังเหลือพอ ต้านทานไม่ให้ภูตผีปีศาจเหล่านั้นทำาลายเทือกเขาชื่อเหยียนได้้อีก
เขาไม่อยากรีบกลับไปที่อาณาจักรหลีเทียนเพราะกังวลว่าพอกลับไป แล้วอาจจะถูกภูตผีปีศาจฆ่าตายทันที
เขาหวาด้กลัวจริงๆ
แม้ว่าคนอื่นๆ จะรู้สึกเหยียด้หยันชิวเหิง ทว่าในบรรด้าคน เหล่านั้นกมีคนส่วนหนึ่งที่เงียบงันไปเพราะคำาพูด้ของชิวเหิง
พวกเขาต่างกมรู้สึกว่าอาณาจักรหลีเทียนตอนนี้ตกอยู่ใน สภาวะยากลำาบาก หากคิด้ในแง่ร้าย อาณาจักรหลีเทียน…อาจจะถูก รุกรานและยึด้ครองโด้ยภูตผีปีศาจไปหมด้แล้ว ซึ่งนี่กมใช่ว่าจะเป็นไป ไม่ได้้เสียเลย
และหากเป็นเช่นนั้นจริงๆ การที่พวกเขากลับอาณาจักร หลีเทียนไปในเวลานี้ กมเท่ากับพาตัวไปตายชัด้ๆ!
“ทำาไม?” หงฉานแห่งวังยมบาลขมวด้คิ้ว มองไปยังทุกคน ที่เงียบงันลง กล่าว “พวกเจ้ากมเหมนด้้วยกับคำาพูด้ชิวเหิงงั้นหรือ?”
เฟิงหลัวแห่งสำานักโลหิตแค่นเสียงเยมนหนึ่งครั้ง กล่าว “ตอนที่อาณาจักรหลีเทียนต้องการความช่วยเหลือมากที่สุด้ พวกเรา ควรจะรีบกลับไปโด้ยเรมว! ไม่มีอาณาจักรหลีเทียน พวกเรากมเป็นได้้ แค่ผีเร่ร่อนกลุ่มหนึ่ง ทุกคนต่างกมาจากอาณาจักรหลีเทียน ได้้รับ ความเมตตาปราณีจากสำานัก เมื่อสำานักเผชิญกับเภทภัย เรากมควร ร่วมเป็นร่วมตายกับสำานัก!”
ลี่ฝานแห่งสำานักหลิงอวิ๋นพยักหน้าเบาๆ แสด้งว่าเหมนด้้วย
ทว่าโจวอี้แห่งสำานักภูตผีและพวกกวานชิวแห่งหุบเขาเทา กลับยังคงเงียบงันดุ้จเด้ิม
ผ่านไปครู่หนึ่งโจวอี้กมพลันพูด้ขึ้นมาว่า “ในบรรด้าพวกเรา บางคนอยู่ในสภาพที่พร้อมจะฝ่าทะลุได้้ทุกเมื่อ เวลานี้พวกเราควร พัฒนาศักยภาพให้ได้้สูงสุด้เท่าที่จะทำาได้้ มิฉะนั้นรอจนกลับ อาณาจักรหลีเทียนไปแล้วเรากมจะไม่มีเวลาว่างมาฝึกบำาเพมญตบะเพื่อ ให้ตัวเองฝ่าทะลุขั้นได้้อีก พวกเราสามารถรอไปอีกนิด้ รอจนกว่าจะ เป็นช่วงเวลาสุด้ท้ายก่อนที่คลื่นพลังงานในค่ายกลนำาส่งโบราณจะ หายไปจริงๆ แล้วค่อยเด้ินทางกลับอาณาจักรหลีเทียน”
“ทุกคนสามารถอาศัยช่วงเวลาสั้นๆ นี้มาทำาความเข้าใจ กับประสบการณ์ที่ตัวเองพบเจอจากที่แห่งนี้ ค้นหาหนทางในการนำา โชควาสนาที่พวกเราได้้รับมาใช้”
“สามารถกลับไปด้้วยพละกำาลังที่แขมงแกร่งที่สุด้ บางทีอาจ เป็นทางเลือกที่ด้ีสำาหรับสถานการณ์ของอาณาจักรหลีเทียนในตอน นี้”
“พวกเจ้าคิด้ว่าอย่างไร?”
โจวอี้เอ่ยถามทุกคน
กวานชิวและชิวเหิงแห่งหอหลิงเป่า และยังมีคนของ อารามเสวียนอู้อีกหลายคนต่างกมพยักหน้าแสด้งว่าเหมนด้้วย
หงฉานมองพวกเขาด้้วยสายตาลึกล้ำา ใคร่ครวญอยู่ครู่หนึ่ง กมพยักหน้าแล้วกล่าวว่า “กมด้ี ถ้าเช่นนั้นทุกคนจงจัด้การตัวเองกันต่อ ไป ข้าจะคอยสังเกตการณ์เปลี่ยนแปลงของค่ายกลนำาส่งโบราณนั่น และจะเตือนทุกคนก่อนที่คลื่นพลังงานจะหายไปอย่างสมบูรณ์แบบ เพื่อที่ทุกคนจะได้้เด้ินทางกลับไปได้้”
“ถ้าอย่างนั้นกมเอาตามนี้” เฟิงหลัวกมเหมนด้้วย
หลังจากนั้นทุกคนกมนั่งเงียบๆ อยู่ด้้านข้างค่ายกลนำาส่ง โบราณ คนทั้งเจมด้สำานักกระจายตัวกันออกไป ต่างฝ่ายต่างทำาความ เข้าใจกับโชควาสนาที่ตัวเองได้้รับมาในประตูสวรรค์
เนี่ยเทียนนั่งอยู่กับลี่ฝานและเจียงหลิงจู เขาทำาสมาธิ หรี่ ตาลงใช้กระแสจิตมาตรวจสอบมหาสมุทรวิญญาณจุด้ตันเถียน
ในมหาสมุทรวิญญาณ น้ำาวนพลังงานสองลูก ลูกหนึ่ง น้ำาวนเปลวเพลิง ลูกหนึ่งน้ำาวนพืชหญ้าต่างกมเคลื่อนโคจรช้าๆ
ปราณวิญญาณขาวโพลนหลังจากถูกกลั่นหลอมครั้งแล้ว ครั้งเล่ากมคล้ายจะไต่ไปถึงขีด้สุด้ ก่อนหน้าที่มหาสมุทรวิญญาณของ เขายังไม่มีการเปลี่ยนแปลงที่ผิด้ปกติกมดู้เหมือนว่ายากที่มันจะกลั่น หลอมต่อไปได้้อีก
เขาเข้าใจด้ีว่าตัวเองมาถึงริมขอบของการฝ่าทะลุอีกครั้ง แล้ว แค่ต้องการโอกาสครั้งหนึ่ง เขากมอาจจะพัฒนาไปได้้อีกขั้น
และขณะที่เขาใช้พลังจิตสังเกตการเปลี่ยนแปลงของ มหาสมุทรวิญญาณอยู่เงียบๆ ซึ่งบางครั้งกมจะหยิบหินวิเศษออกมา หนึ่งก้อนเพื่อดู้ด้ซับพลังวิญญาณที่อยู่ด้้านใน เขาพลันเกิด้ความรู้สึก ผิด้ปกติบางอย่าง
เขาหันขวับไปมองภาพประตูสวรรค์บนหลังมือ
ในภาพประตูสวรรค์ ตราประทับรูปด้าวหกแฉกสองด้วงได้้ ปลด้ปล่อยแสงด้าวจางๆ ออกมาอย่างเงียบเชียบตามการบำาเพมญ ตบะของเขา
เมื่อแสงด้าวปรากฏ เขาจึงลืมตาโพลง เงยหน้ามอง ท้องฟอา
นอกอาณาจักรที่มืด้มิด้เยมนเยียบ ด้วงด้าวจำานวนนับไม่ ถ้วนที่อยู่ในทางช้างเผือกมีบางด้วงเปล่งประกายวิบวับ บางด้วงกลับ มืด้ด้ับไร้แสง
ด้าวบางด้วงอยู่ห่างจากเขาไปไกลแสนไกล เลมกกระจิด้ริ ด้ราวเมลมด้ข้าวสาร และกมีด้าวบางด้วงที่เขาเหมนว่าใหญ่ยักษ์พอๆ กับฐานแท่นโม่
ตอนที่เขาใช้พลังจิตตรวจสอบมหาสมุทรวิญญาณ ด้วงด้าวเหล่านั้นกมคล้ายว่าได้้รับการชักนำาจากด้าวหกแฉก
เขารวบรวมสมาธิไปรับสัมผัส พลันรู้สึกว่าแสงด้าวที่สาด้ ส่องลงมาจากด้วงด้าราเหล่านั้นได้้มารวมตัวกันอยู่ที่เขา
เด้ิมทีเขาคิด้ว่าแสงด้าวเหล่านั้นที่ส่องมาสามารถนำามา หลอมละลายเข้าสู่มหาสมุทรจิตวิญญาณได้้
ทว่าพอเขาร่ายเวทกลับไม่พบการเปลี่ยนแปลงใด้ๆ ใน มหาสมุทรจิตวิญญาณของตัวเอง
กลับกลายเป็นมหาสมุทรวิญญาณจุด้ตันเถียนที่เกิด้จาก การรวมตัวกันของปราณวิญญาณต่างหากที่มีด้าวด้วงหนึ่งเปล่งแสง วาบขึ้นมา
“เอาะ!”
เขาตะลึงระคนแปลกใจเลมกน้อย จากนั้นจึงไม่สนใจ มหาสมุทรจิตวิญญาณอีก แต่รวมสมาธิทั้งหมด้มาไว้ที่มหาสมุทร พลังวิญญาณในจุด้ตันเถียน
เวลานี้ เขากมค้นพบอีกว่าตราประทับด้าวหกแฉก สองด้วงบนหลังมือยิ่งเปลี่ยนมาเป็นสว่างไสว
เนื่องจากการด้ำารงอยู่ของตราประทับด้าวหกแฉกสองด้วง แสงด้าวที่สาด้ส่องลงมาจากทางช้างเผือกอันหนาวเหนมบจึงสาด้ส่อง ลงมาที่เขาเพียงผู้เด้ียว
แสงด้าวค่อยๆ แทรกซึมเข้าสู่ร่างกายเขาทีละนิด้ตามการ โคจรของคาถาหลอมลมปราณ
ไม่นานหลังจากนั้น แสงด้าวหนึ่งด้วงในมหาสมุทร วิญญาณจุด้ตันเถียนด้วงนั้นกมยิ่งสว่างเจิด้จ้า
เนี่ยเทียนที่เกิด้ความฮึกเหิมคอยสังเกตการเปลี่ยนแปลงใน มหาสมุทรวิญญาณตลอด้เวลา เขาเหมนว่าเมื่อแสงด้าวด้วงนั้นเปล่ง ประกายระยิบระยับกมีแสงด้าวอีกด้วงค่อยๆ ก่อตัวขึ้นมา
จากนั้นมหาสมุทรวิญญาณจุด้ตันเถียนของเขาที่นิ่งสงบกม พลันเกิด้เป็นคลื่นลูกยักษ์น่าตกใจเพราะการด้ำารงอยู่ของด้าวสอง ด้วง
ปราณวิญญาณขาวโพลนในมหาสมุทรวิญญาณปั่นป่วน ไหลกรากอย่างบ้าคลั่ง น้ำาวนพลังวิญญาณสองลูกหมุนคว้างด้้วย ความเรมวผิด้ปกติแล้วเริ่มรับเอาพลังวิญญาณบริสุทธิ์เข้าไปใหม่อีก ครั้ง
“เปรีกยะ!”
หินวิเศษก้อนหนึ่งที่เนี่ยเทียนกำาเอาไว้ในมือพลันแตก กระจายออกเป็นเสี่ยงๆ
ดู้เหมือนว่าปราณวิญญาณที่แฝงเร้นอยู่ในหินวิเศษก้อน นั้นได้้ถูกเขาดู้ด้เอาไปจนเกลี้ยงในช่วงระยะเวลาที่สั้นมาก
เนี่ยเทียนไม่พูด้คำาใด้ เขารีบหยิบเอาหินวิเศษอีกหกก้อน ออกมาจากในกำาไลเกมบของ มือแต่ละข้างของเขาต่างกมกำาหินวิเศษ เอาไว้สามก้อนเพื่อดู้ด้ซับพลังวิญญาณที่แฝงเร้นอยู่ภายใน
สถานที่แห่งนี้ไม่ใช่พระราชวังโบราณสะเกมด้ด้าว ไม่มี ปราณวิญญาณฟอาด้ินให้ใช้แม้แต่เส้นเด้ียว หากเขาต้องการให้ มหาสมุทรวิญญาณแปรสภาพกมจำาเป็นต้องอาศัยหินวิเศษ
วินาทีที่หินวิเศษหกก้อนปรากฏอยู่กลางฝ่ามือของเขา ลี่ ฝานที่หลับตาทำาความเข้าใจกับพลังงานลึกลับซึ่งนั่งอยู่ข้างกันพลัน ลืมตาโพลง
เจียงหลิงจูที่อยู่ใกล้เขากมลืมตาขึ้นด้้วยใบหน้าฉงนฉงาย ใช้ สายตาตะลึงระคนแปลกใจมองมายังเขา
เจียงหลิงจูเป็นเหมือนลี่ฝานที่ต่างกมพบว่าอยู่ๆ บนร่างของ เขากมีคลื่นพลังงานแขมงแกร่งไหลกราก ค้นพบความผิด้ปกติของเขา
ด้วงตาพยัคฆ์ของลี่ฝานโชนแสงคมกล้า ใช้กระแสจิตของ ตัวเองรับสัมผัสความเคลื่อนไหวของพลังวิญญาณนั้นเลมกน้อย แล้ว จึงยิ้มยิงฟัน กล่าว “เจ้าเด้มกนี่ไม่ธรรมด้าจริงๆ ด้้วย”
เขามองออกว่าตอนนี้เนี่ยเทียนอยู่ในช่วงสำาคัญของการ เลื่อนขั้น
“เขาจะเลื่อนไปสู่ท้ายสวรรค์ช่วงท้ายแล้วรึ?” เจียงหลิงจู ตะลึง
ลี่ฝานพยักหน้า กด้เสียงให้เบาลง “ผลพวงที่เขาได้้รับที่นี่ อาจจะเหนือล้ำาเกินกว่าที่พวกเราคาด้การณ์ไว้ สามเด้ือนนั้นที่เขา หายตัวไป ทำาให้บุคลิกลักษณะของเขาแปรเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ข้า ไม่รู้ว่าเกิด้อะไรขึ้นกับเขากันแน่ แต่ข้าเชื่อว่าสามเด้ือนนั้นอาจก่อให้ เกิด้อิทธิพลที่สำาคัญต่อทั้งชีวิตของเขา!”
“ข้าถึงขั้นรู้สึกได้้ว่าการประลองของประตูสวรรค์ในครั้งนี้ โชควาสนาที่ยิ่งใหญ่มากที่สุด้ได้้ถูกเขาช่วงชิงมาเรียบร้อยแล้ว!”
เจียงหลิงจูยิ่งตะลึงเข้าไปใหญ่ นางไม่กล้าพูด้อะไรมาก แต่ มองประเมินไปรอบด้้านอย่างระมัด้ระวัง คล้ายกลัวว่าคนอื่นจะได้้ยิน บทสนทนาระหว่างนางและลี่ฝาน
“พวกเราต้องเป็นผู้พิทักษ์ให้กับเขาหรือไม่?” ในที่สุด้นาง กมเอ่ยถามเบาๆ
ลี่ฝานส่ายหน้าพร้อมรอยยิ้ม “หากเป็นเมื่อก่อน พวกเรา ย่อมต้องระวังตัวให้มาก ทว่าตอนนี้ไม่จำาเป็นอีกแล้ว ในขณะที่ อาณาจักรหลีเทียนกำาลังเผชิญกับหายนะครั้งใหญ่เพราะการรุกราน ของภูตผีปีศาจ ทั้งเจมด้สำานักต้องกลมเกลียวกันไว้ อีกทั้งเจ้าเด้มกนั่น ยังได้้รับการยอมรับจากพวกหงฉาน เฟิงหลัวและโจวอี้ พวกเขามีแต่ อยากจะเหมนเนี่ยเทียนแขมงแกร่งยิ่งกว่าเด้ิม ไม่มีทางขัด้ขวางการเติบ โตของเนี่ยเทียนแน่นอน”
“ความเรมวในการฝ่าทะลุขอบเขตของเขาช่างเรมวจนน่า เหลือเชื่อ” เจียงหลิงจูรู้สึกหด้หู่เลมกน้อย “ตอนที่พวกเรารู้จักเขา เขา กมแค่หลอมลมปราณขั้นสี่เท่านั้น ไม่นึกว่าเวลาสั้นๆ เพียงแค่นี้ เขาจะ ล้ำาหน้าข้าไปแล้ว”
“คนที่อาจารย์ปู่หมายตัว แน่นอนว่าย่อมไม่ ธรรมด้าอยู่แล้ว” ลี่ฝานยิ้มน้อยๆ
และเวลานี้เอง ในมหาสมุทรวิญญาณจุด้ตันเถียนที่พลุ่ง พล่านไม่หยุด้ของเนี่ยเทียน น้ำาวนพลังวิญญาณลูกที่สาม และน้ำาวน เลมกๆ อีกลูกที่เกิด้จากการรวมตัวกันของแสงด้าวกมปรากฏขึ้นมาแทบ จะในเวลาเด้ียวกัน!
ชั่วขณะนั้น มหาสมุทรวิญญาณที่กระเพื่อมไหวต่อเนื่อง ของเนี่ยเทียนพลันเปลี่ยนมาเป็นนิ่งสงบ
เขาจึงเข้าใจทันทีว่า เขาได้้ฝ่าทะลุขอบเขตสำาเรมจอีกครั้ง หนึ่ง เหยียบย่างเข้าสู่ท้ายสวรรค์ช่วงท้ายแล้ว!