ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 188 ปราณปีศาจอบอวล
“ทำาไมถึงมาปรากฏตัวอยู่ที่นี่?”
เฟิงหลัวแห่งสำานักโลหิตมองไปรอบด้้านด้้วยใบหน้าฉงน สนเท่ห์ “ไม่ใช่ว่าควรจะอยู่ที่วังยมบาลของพวกเจ้าหรอกหรือ?” เขา มองไปทางหงฉาน
หงฉานขมวด้คิ้ว ส่ายหัวกล่าวว่า “ประตูสวรรค์ไม่เคยเปิด้ ที่อาณาจักรหลีเทียนมาก่อน พวกเราทุกคนต่างกมไม่รู้อะไรเกี่ยวกับ ประตูสวรรค์ แล้วกมไม่เคยมีบันทึกใด้ๆ ที่กล่าวถึงความมหัศจรรย์ ของประตูสวรรค์ด้้วย”
“ไม่รู้ว่าสถานการณ์ของอาณาจักรหลีเทียนจะเป็นอย่างไร บ้างแล้ว” เฟิงหลัวถอนหายใจหนึ่งครั้ง มองไปยังทิศทางที่ตั้งของ สำานักโลหิต ในใจเตมไปด้้วยความกังวล
หากว่ากันตามเหตุผลแล้ว ในเมื่อประตูสวรรค์เปิด้ขึ้นที่นี่ ผู้คนและลูกศิษย์ในสำานักโลหิตย่อมไม่มีทางที่จะสัมผัสไม่ถึงแม้แต่นิด้ เช่นนี้
เฟิงหลัวแอบคาด้เด้าว่าประตูสวรรค์น่าจะเปิด้ขึ้นช่วงเวลา หนึ่งแล้ว ตอนที่ม่านแสงเจมด้สีสาด้ส่องไปที่ค่ายกลนำาส่งโบราณและ ก่อตัวขึ้นมาเป็นประตูแสง ประตูสวรรค์ของที่แห่งนี้กมน่าจะปรากฏ ขึ้นแล้ว
พวกเขาอยู่ข้างๆ ค่ายกลนานมากเท่าไหร่ ประตูสวรรค์กม น่าจะด้ำารงอยู่นานเท่านั้น
เวลายาวนานขนาด้นี้กลับไม่มีคนของสำานักโลหิตมาตา มหา จุด้นี้ไม่สมเหตุสมผล
ขณะที่เขาพูด้กับหงฉาน ทุกคนที่เนื่องจากภาพประตู สวรรค์หายไปกมพากันสงบสติลงมาได้้
ลี่ฝานเหล่มองเนี่ยเทียนหนึ่งครั้ง เมื่อสังเกตเหมนว่าแม้แต่ ภาพประตูสวรรค์บนหลังมือของเนี่ยเทียนกมยังหายไป เขาจึงรู้สึก สงสัยเลมกน้อย
ทว่าเขากลับไม่ได้้เอ่ยถาม
เนี่ยเทียนที่รู้สึกได้้ว่าตราประทับด้าวหกแฉกสองด้วงย้าย มาอยู่ที่หน้าอก แน่นอนว่าย่อมไม่บอกเรื่องนี้ให้คนอื่นรับรู้
เมื่อเขาแอบรู้สึกได้้ว่าของล้ำาค่าที่สุด้ที่เขาได้้รับมาในการ ประลองของพระราชวังโบราณสะเกมด้ด้าวล้วนนาบประทับอยู่ในด้าว หกแฉกสองด้วงบนหน้าอกเขาแล้ว
ด้าวหกแฉกอีกด้วงหนึ่งที่บันทึกคาถาสะเกมด้ด้าวบทท้าย เอาไว้กมย่อมอยู่ในการครอบครองของหนิงยางเช่นกัน
เขาไม่ได้้บอกเรื่องนี้กับใคร แต่แสร้งทำาเป็นบ่นพึมพำาด้้วย ความอารมณ์เสียเพราะภาพประตูสวรรค์หายไปพร้อมกับคนอื่นๆ รอจนไม่มีใครจับสังเกตเขา เขาถึงได้้วางใจในที่สุด้
คาถาสะเกมด้ด้าวบทต้นและบทกลางเป็นสิ่งที่สำาคัญอย่าง ใหญ่หลวง หากเปิด้เผยออกไป เขาไม่กล้ายืนยันว่าพวกหงฉาน เฟิง หลัวและโจวอี้จะยังคงปฏิบัติกับเขาเฉกเช่นตอนนี้หรือไม่
เขารู้ว่าเขาจำาเป็นต้องรักษาความลับนี้ให้แน่นสนิทที่สุด้
“ตอนนี้จะเอายังไงต่อ?” โจวอี้แห่งสำานักภูตผีกล่าวด้้วย สีหน้าเคร่งขรึม “กระจายตัวกันออกไป ต่างคนต่างไป หรือว่าไปสืบ ข่าวที่สำานักโลหิตก่อนด้ี?”
“ไปสอบถามสถานการณ์จากสำานักโลหิตก่อนเถอะ ข้ารู้สึก ทะแม่งๆ ยังไงกมไม่รู้” หงฉานกล่าว
“กมด้ี” ทุกคนพากันแสด้งออกว่าเหมนด้้วย
ก่อนหน้าที่ยังไม่รู้สถานการณ์ของอาณาจักรหลีเทียน พวก เขาเองกมไม่อยากบุ่มบ่ามแยกตัวกันกลับไปสำานักใครสำานักมัน
ใครกมไม่รู้ว่าระหว่างทางจะต้องพบเจอกับอะไรบ้าง
บางทีอาจเป็นภูตผีปีศาจที่โจมตีอาณาจักรหลีเทียนอย่าง กำาเริบเสิบสาน หรืออาจจะเป็นผู้รุกรานจากต่างอาณาจักร ไม่ว่าจะ พบเจอฝ่ายไหน การแยกตัวของพวกเขากมล้วนไม่เป็นเรื่องด้ี
“ดู้บนฟอาสิ!”
เวลานี้โจวอี้แห่งสำานักภูตผีพลันตะโกนขึ้นมาด้้วยความ หวาด้กลัว
ทุกคนเงยหน้าขึ้นมองท้องฟอาทันที แล้วจึงพบว่ามีควันสี ม่วงเข้มเส้นหนึ่งไหลกรากอยู่กลางท้องฟอาคล้ายธารน้ำาหนึ่งเส้น
ควันสีม่วงเข้มนั้นพวกเขาเคยเหมนมาก่อนที่วังยมบาลก่อน หน้าจะเข้าไปในประตูสวรรค์
ตอนนั้นในรอยปริแตกของห้วงมิติที่ตัด้สลับกันของประตู สวรรค์กมีควันสีม่วงเข้มข้นเช่นนี้ไหลทะลักทลายออกมา พอพวก ภูตผีปีศาจที่ถูกกักขังอยู่ในวังยมบาลดู้ด้ซับเอาควันสีม่วงเข้มเหล่า นั้นเข้าไปกมีพลังเพิ่มขึ้นมหาศาล มันช่วยให้ภูตผีปีศาจหลุด้พ้นไป จาก “ค่ายกลเผาโลกันตร์กักปีศาจ” ทำาให้ภูตผีปีศาจหนีไปได้้
“ปราณปีศาจ!”
หงฉานที่มาจากวังยมบาลหน้าเปลี่ยนสีในบัด้ด้ล รีบ อธิบายให้ทุกคนฟัง “ก่อนหน้านี้อาณาจักรหลีเทียนมีปราณปีศาจ แบบนี้อบอวลอยู่เตมไปหมด้ แม้ว่าปราณปีศาจจะมีต้นกำาเนิด้
เด้ียวกันกับปราณวิญญาณฟอาด้ิน ทว่าแท้จริงแล้วมันได้้ถูกทำาให้ สกปรกมาก่อน ผู้ฝึกลมปราณเผ่ามนุษย์อย่างพวกเราไม่สามารถ อาศัยปราณปีศาจมาฝึกบำาเพมญตบะได้้ หากฝืนไปกลั่นหลอมปราณ ปีศาจเหล่านั้น มีแต่จะทำาให้ผู้ฝึกลมปราณเผ่ามนุษย์กลายมาเป็นหุ่น เชิด้ของภูตผีปีศาจ”
“เมื่อหลายปีก่อน หลังจากที่พวกผู้ฝึกลมปราณที่ แขมงแกร่งสังหารหรือไม่กมขับไล่ภูตผีปีศาจออกไปจากอาณาจักรหลี เทียนได้้สำาเรมจกมใช้วิธีการมากมายมากลั่นหลอมปราณปีศาจให้ สะอาด้ เปลี่ยนให้เป็นปราณวิญญาณฟอาด้ินที่ผู้ฝึกลมปราณเผ่า มนุษย์อย่างพวกเราสามารถดู้ด้ซับเอามาใช้ได้้”
“ภูตผีปีศาจจะไม่สามารถดู้ด้ซับพลังงานจากปราณ วิญญาณฟอาด้ินที่ถูกกลั่นหลอมจนสะอาด้แล้วได้้”
“และกมด้้วยเหตุนี้ ค่ายกลเผาโลกันตร์กักปีศาจของพวกเรา จึงไม่กลัวว่าภูตผีปีศาจเหล่านั้นจะหนีไป เพราะไม่มีปราณปีศาจ ภูตผีปีศาจกมไม่ได้้รับพลังงานใหม่ แถมพลังเลือด้เนื้อของพวกเขายัง ถูกค่ายกลเผาโลกันตร์กักปีศาจด้ึงดู้ด้เอามาใช้เป็นม่านกำาบังที่ใหญ่ ที่สุด้ในการต้านทานการรุกรานจากศัตรูภายนอกของวังยมบาลเรา”
“ตอนที่พวกเราเข้าไปในประตูสวรรค์มีเพียงที่วังยมบาล ของข้าเท่านั้นที่มีปราณปีศาจปรากฏ ทว่าตอนนี้สำานักโลหิตเองกมี ปราณปีศาจอบอวลด้้วย”
“นี่หมายความว่า…”
หงฉานมองเฟิงหลัวที่มีสีหน้านิ่งขรึมครั้งหนึ่งแล้วกล่าวว่า “สำานักโลหิตกมน่าจะถูกภูตผีปีศาจรุกรานแล้ว บางทีตอนนี้ประตู สำานักสำานักโลหิตของพวกเจ้ากมอาจจะมีภูตผีปีศาจหลายตนโอบล้อม เอาไว้!”
เฟิงหลัวหน้ามืด้คล้ำา ไม่ได้้ตอบรับ ทว่าการวิเคราะห์ในใจ เขากลับไม่ต่างไปจากหงฉาน
วินาทีที่ปราณปีศาจสีม่วงเข้มซึ่งเหมือนแม่น้ำาสายยาวนั้น ปรากฏขึ้นเหนือท้องฟอา เขากมรู้แล้วว่าสำานักโลหิตไม่มีทางอยู่อย่าง สงบสุขแน่นอน
“สำานักโลหิตถูกภูตผีปีศาจรุกรานแล้ว พวกเรา…ยังจะไป สำานักโลหิตอีกไหม?” ชิวเหิงแห่งหอหลิงเป่าหน้าจ๋อยกล่าวขึ้นมา เบาๆ “สำานักโลหิตและสำานักภูตผีอยู่ไม่ห่างกันเท่าไหร่นัก หรือไม่ พวกเราไปที่สำานักภูตผีก่อนด้ีไหม?”
เมื่อรู้ว่าสำานักโลหิตถูกภูตผีปีศาจโอบล้อม เขากมอยากแต่ จะหนีห่างไปให้ไกล เขาไม่อยากพุ่งเข้าไปต่อสู้จนตัวตายกับพวกภูตผี ปีศาจทั้งๆ ที่เพิ่งจะกลับมาถึงอาณาจักรหลีเทียน
“พวกเจ้าตัด้สินใจกันเอาเอง!” เฟิงหลัวแค่นเสียงเยมน กล่าว “ข้าเป็นคนของสำานักโลหิต เมื่อสำานักเผชิญอันตราย ข้ากมจะ ร่วมเป็นร่วมตายไปกับสำานัก!” กล่าวจบเฟิงหลัวกมไม่สนใจคนอื่นอีก พุ่งตัวไปยังตำาแหน่งที่ตั้งของสำานักโลหิตเป็นคนแรก
เมื่อเขาขยับ อวี๋ถงที่มาจากสำานักโลหิตเช่นเด้ียวกันจึงตาม ไปทันที
เวลานี้ เนี่ยเทียนสังเกตเหมนว่าทุกคนยังอยู่ที่เด้ิม ไม่มีใคร ขยับตัวตาม
คนเหล่านั้นต่างกมไม่ใช่คนของสำานักโลหิต ไม่มีความ จำาเป็นต้องเอาตัวไปตายเพราะสำานักโลหิต
โด้ยเฉพาะหอหลิงเป่าที่ก่อนหน้านี้เพิ่งเปิด้สงครามนอง เลือด้กับสำานักโลหิตและสำานักภูตผีไป ชิวเหิงหน้าเปลี่ยนสี ส่งสายตา ให้กับอันซืออี๋ บอกเป็นนัยให้นางเป็นคนเอ่ยปาก
เขาหวังว่าอันซืออี๋จะเป็นคนเอ่ยเองว่าไม่ไปสำานักโลหิต
ทว่าในใจของอันซืออี๋เตมไปด้้วยความดู้หมิ่นเขา เมื่อเหมน สายตาที่เขาส่งมาจึงแสร้งทำาเป็นมองไม่เหมน
ชิวเหิงด้่ากราด้อยู่ในใจ แต่กลับทำาอะไรไม่ได้้ ทำาได้้เพียง จด้จำาแค้นที่มีต่ออันซืออี๋ไว้
“วังยมบาลและสำานักโลหิตห่างกันค่อนข้างไกล ระหว่าง ทางต้องเผชิญกับอะไรบ้าง ผีเท่านั้นถึงจะรู้” หงฉานลังเลเลมกน้อยกม ตัด้สินใจได้้อย่างเฉียบขาด้ “วังยมบาลของข้าจะไปสำานักโลหิต!”
กล่าวจบหงฉานกมนำาผู้รอด้ชีวิตของวังยมบาลตามเฟิงหลัว ไปทันที
โจวอี้แห่งสำานักภูตผีเมื่อเหมนว่าหงฉานตัด้สินใจได้้แล้วจึง เอ่ยแสด้งเจตจำานงเช่นกัน “แต่ไหนแต่ไรมาสำานักโลหิตและสำานัก ภูตผีกมรบเคียงบ่าเคียงไหล่กันมาตลอด้ ตอนที่อาณาจักรหลีเทียนเผ ชิญกับภยันอันตรายใหญ่หลวงกมยิ่งควรต้องทำาเช่นนี้! พี่หง รอพวก เราด้้วย นับรวมสำานักภูตผีของพวกเราไปด้้วย!”
เขาเองกมนำาคนของสำานักภูตผีมุ่งหน้าไปยังที่ตั้งของสำานัก โลหิตเช่นกัน
ก่อนหน้านี้วังยมบาล สำานักภูตผีและสำานักโลหิตคือ พันธมิตรเด้ียวกัน เมื่อรู้ว่าสำานักโลหิตเผชิญอันตราย วังยมบาลและ สำานักภูตผีต่างกมไม่คิด้ตีตัวออกห่าง
ทว่าก่อนหน้านี้หอหลิงเป่า สำานักหลิงอวิ๋น หุบเขาเทาและ อารามเสวียนอู้ต่างกมเป็นศัตรูกับสามฝ่ายนั้น
เวลานี้พวกเขาจะเลือกเช่นไร เนี่ยเทียนจึงมองไม่ค่อยออก เท่าไหร่นัก
“พวกเจ้าว่าอย่างไร?” ลี่ฝานเอ่ยด้้วยเสียงทุ้มหนัก
กวานชิวแห่งหุบเขาเทาลังเลอยู่ครู่หนึ่งจึงกล่าวว่า “ไม่มี พวกหงฉาน ศักยภาพของพวกเรากมอ่อนด้้อยลงมาเยอะมาก จากที่นี่ เด้ินทางไปยังสำานักของพวกเราทั้งสี่ หนทางยาวไกลยิ่งนัก บางที พวกเราควรไปดู้สถานการณ์ที่สำานักโลหิตเช่นเด้ียวกับพวกหงฉาน”
“ข้ากมคิด้อย่างนี้เหมือนกัน” ลี่ฝานกล่าว
ผู้แขมงแกร่งขอบเขตต้นสวรรค์ช่วงต้นนามว่าสื่อหังของ อารามเสวียนอู้กมพยักหน้าช้าๆ “เหมนด้้วย”
“เจ้าล่ะ?” ลี่ฝานหันมามองยังชิวเหิงที่ไม่เอ่ยอะไร
“เอ่อ…” ชิวเหิงยิ้มเจื่อน
“หอหลิงเป่าของพวกเจ้าคิด้เอาเองกมแล้วกัน” ลี่ฝานไม่รอ ให้เขาตอบกมกล่าวกับเนี่ยเทียนและเจียงหลิงจู “พวกเราไปกันเถอะ”
“ข้าไปกับพวกเจ้าด้้วย” อันซืออี๋พูด้ขึ้นกะทันหันแล้วจึง รีบเด้ินเข้าไปหาเนี่ยเทียน แสด้งออกถึงท่าทีของตัวเอง