ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 189 หนทางเบื้องหน้าอันตราย
สีหน้าของชิวเหิงเปลี่ยนมาเป็นมืด้คล้ำาน่าเกลียด้ทันใด้
“นังหญิงสารเลว! รอกลับสำานักเมื่อไหร่ ดู้สิว่าเจ้ายังจะกล้า อวด้ด้ีอยู่ไหม!”
ชิวเหิงใบหน้ามืด้ทะมึน มองอันซืออี๋ที่พูด้คุยยิ้มแย้มเด้ินเคียงคู่ ไปกับเนี่ยเทียนด้้วยด้วงตาเยมนชา ในใจเตมไปด้้วยไฟโทสะ
เวลานี้ประตูสวรรค์ที่ปรากฏอยู่กลางอากาศกมได้้ค่อยๆ สลาย หายไป
หลังคำาพูด้ประโยคนั้นของหงฉาน ลูกศิษย์จากเจมด้สำานักทุก คนที่กลับมาจากประตูสวรรค์กมติด้ตามเฟิงหลัวมุ่งหน้าไปยังสำานัก โลหิต
สถานที่แห่งนี้จึงเหลือแค่ชิวเหิงคนเด้ียว
ชิวเหิงสบถด้่าอยู่ในใจครู่หนึ่งกมเงยหน้ามองปราณ ปีศาจสีม่วงเข้มที่ไหลเชี่ยวกรากนั้น ในใจพลันบังเกิด้ความหวาด้ กลัว
ลำาพังเพียงแค่เขาคนเด้ียว หากคิด้จะกลับไปถึงหอหลิง เป่าอย่างปลอด้ภัยกมีเพียงว่าระหว่างทางไม่พบเจอกับเรื่องไม่คาด้ คิด้ใด้ๆ
ต่อให้เป็นเพียงแค่ภูตผีปีศาจตนเด้ียว ลำาพังขอบเขต ตบะของเขากมเกรงว่าคงยากจะหนีพ้น
ชิวเหิงลังเลอยู่ครู่หนึ่งกมได้้แต่ถอนหายใจด้้วยความจน ใจ จากนั้นจึงเพิ่มความเรมวมุ่งหน้าไปที่สำานักโลหิตเช่นกัน
“คนผู้นั้นคือใคร? ดู้เหมือนว่าเขาจะเล่นงานท่านทุก ระยะเลยนะ” ตอนที่เนี่ยเทียนและอันซืออี๋ติด้ตามพวกลี่ฝานเด้ินทาง ไปข้างหน้า เขากมถามขึ้นมาด้้วยความสงสัยเลมกน้อย “เขาไม่ใช่ผู้ อาวุโสของหอหลิงเป่าหรือ? ตามหลักแล้วเขาควรจะปกปองท่านทุก ก้าวย่างสิถึงจะถูก เหตุใด้แม้แต่เรื่องบีบให้ออกหน้า เขากมยังผลักมา ให้ท่านทำา?”
แน่นอนว่าเนี่ยเทียนไม่ใช่คนโง่ ตอนที่กลับมาจาก พระราชวังโบราณสะเกมด้ด้าวและร่วงลงบนค่ายกลนำาส่งโบราณ เขา กมองเหมนความไม่เป็นมิตรในสายตาชิวเหิงแล้ว
ภายหลังเขาลองสังเกตอย่างละเอียด้ พบว่าชิวเหิงผู้นั้น คัด้ค้านความเหมนของทุกคนอยู่หลายครั้ง เมื่อถึงช่วงเวลาคับขันกม เอาแต่คิด้จะรักษาตัวรอด้
คราวนี้ตอนที่ทุกคนตัด้สินใจจะมุ่งหน้าไปยังสำานัก โลหิต เหมนได้้ชัด้ว่าชิวเหิงไม่ต้องการเด้ินทางมาด้้วย ทว่าชิวเหิงกลับ ไม่พูด้ออกมาเอง แต่ส่งสายตาบอกเป็นนัยให้อันซืออี๋พูด้
ด้้วยฐานะของชิวเหิงแล้ว การกระทำาบังคับบงการที่ เขามีต่ออันซืออี๋จึงดู้ต่ำาช้าไม่น้อย
ในสายตาของเนี่ยเทียน ชิวเหิงผู้นั้นใจคอคับแคบ เกรง ว่าคงเข้ากับใครไม่ค่อยได้้เท่าไหร่นัก
“เขาน่ะหรือ?” อันซืออี๋ขมวด้คิ้วน้อยๆ พูด้เสียงแผ่ว เบา “เขาคิด้กับข้าเช่นเด้ียวกับกันคัง”
“กันคัง!” เนี่ยเทียนเข้าใจโด้ยพลัน “ที่แท้เรื่องกมเป็น แบบนี้นี่เอง!”
ตอนงานพินิจของวิเศษ เขากมเข้าใจความปรารถนาที่ กันคงมีต่ออันซืออี๋ผ่านการบอกเล่าจากอันอิ่งและพันเทา หากไม่เป็น เพราะเขาปรากฏตัวถูกเวลา เกรงว่าเจ้ากันคังผู้นั้นคงยังจะบีบบังคับ กด้ด้ันให้อันซืออี๋ต้องลำาบากยิ่งกว่านี้
ในเมื่อชิวเหิงเป็นเหมือนกันคัง แน่นอนว่าย่อมไม่หวังด้ี ต่ออันซืออี๋ แค่นี้กมทำาให้เนี่ยเทียนมั่นใจได้้แล้ว
เขาหันกลับไปมองอันซืออี๋อย่างลึกล้ำา
อันซืออี๋ผู้สวมอาภรณ์สีกุหลาบยาวแนบไปกับเรือนร่าง อรชร ทุกการกระทำาทุกรอยยิ้มของนางล้วนเปี่ยมไปด้้วยเสน่ห์เย้า ยวนใจ ด้วงตาใสกระจ่างที่ล่อลวงจิตวิญญาณคล้ายสามารถทำาให้ ผู้ชายทุกคนเคลิบเคลิ้มหลงใหลในตัวนางได้้
นางที่งามพิลาสประดุ้จบุปผาสวยงามที่ผลิบานเตมที่ ทำาให้คนมากมายต่างคิด้จะเด้มด้ด้ม
นางที่เป็นเช่นนี้ อีกทั้งเบื้องหลังและฐานะกมไม่สูงมาก พอ การที่อยู่ในหอหลิงเป่าแล้วมีคนคิด้ถึงคะนึงหาทุกเช้าค่ำากมถือว่า เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลแล้ว
เนี่ยเทียนได้้ยินมานานแล้วว่าในหอหลิงเป่า ไม่ว่าจะ เป็นสำานักหลิงหรือหอเป่าต่างกมีคนกระหายใคร่ในความงด้งามของ นาง ซึ่งคนเหล่านั้นล้วนมีฐานะสูงส่งและมีอำานาจมาก
“กันคังตายไปคนหนึ่ง นี่มามีชิวเหิงโผล่ขึ้นมาอีก” เนี่ย เทียนแค่นเสียงหนึ่งครั้ง “แต่ว่าชิวเหิงผู้นั้นดู้เหมือนว่าจะยังเทียบกับ กันคังไม่ได้้ หากเขายังกล้าทำาตัวต่ำาช้าอีก ข้าจะทำาให้เขาตายไปเห มือนกันคัง!”
“กันคังตายแล้วหรือ?” ริมฝีปากแด้งปลั่งของอันซืออี๋ เผยอออกน้อยๆ
นางรู้แค่ว่ากันคังทรยศหอหลิงเป่าแล้วหายตัวไปใน เทือกเขาชื่อเหยียน นางนึกว่าภายใต้การนำาพาของล่ายอี้ กันคังคง ออกจากอาณาจักรหลีเทียนไปอยู่อาณาจักรอั้นหมิงแล้ว
ขอแค่กันคังยังมีชีวิตอยู่ เขากมยังคงเป็นมหันตภัยร้าย สำาหรับนางไปตลอด้กาล
โด้ยเฉพาะอย่างยิ่งในเวลานี้
ตามคำาบอกของคนต่างอาณาจักรเหล่านั้น ผู้แขมงแกร่ง ของอีกหลายอาณาจักรที่เหลือต่างกมประสงค์ร้ายต่ออาณาจักรหลี เทียน คิด้จะฉวยโอกาสเข้ามารุกราน
ซึ่งรวมถึงอาณาจักรอั้นหมิงด้้วย
นางเป็นกังวลมาโด้ยตลอด้ กังวลว่ากันคังที่ไปจากหอ หลิงเป่าจะหวนคืนอาณาจักรหลีเทียนในสักวันหนึ่ง แล้วพาอำานาจ ของอาณาจักรอั้นหมิงมาบีบบังคับนาง
อยู่ๆ ได้้รู้จากปากเนี่ยเทียนว่ากันคังตายไปแล้ว นางจึง ทั้งตะลึงและทั้งด้ีใจ อยากจะได้้รับคำายืนยันให้แน่ใจจริงๆ
เนี่ยเทียนพยักหน้าเบาๆ กด้เสียงต่ำา “มีคนเอาหัวขอ งกันคังและล่ายอี้มาให้ข้า”
ด้วงตาคู่งามของอันซืออี๋เบิกกว้าง ใช้สายตาที่ตะลึง และแปลกใจถึงขีด้สุด้มองมายังเขา “ผู้อาวุโสอูหรือ?”
“ไม่ใช่” เนี่ยเทียนส่ายหัว ไม่ต้องการเล่าเรื่องเกี่ยวกับ หัวมู่มากนัก “สรุปคือท่านรู้แค่ว่ากันคังและล่ายอี้ตายแล้วกมพอแล้ว ล่ะ”
“ไม่ใช่ผู้อาวุโสอูหรอกหรือ…” ด้วงตากลมโตของอันซื ออี๋มีประกายแปลกประหลาด้วาบผ่าน พลันรู้สึกว่าเนี่ยเทียนในเวลา นี้เปลี่ยนมาเป็นลึกลับสุด้จะหยั่ง
นางพบว่านับวันนางกมยิ่งมองเนี่ยเทียนไม่ออก รู้สึกว่า บนตัวของเนี่ยเทียนมีความลึกลับซ่อนเอาไว้มากมาย
ตอนที่นางรู้จักเนี่ยเทียน นางมองเนี่ยเทียนเป็นแค่เด้มก คนหนึ่ง และเนี่ยเทียนในเวลานั้น…กมยังเด้มกมากจริงๆ
ทว่าเนี่ยเทียนในตอนนี้ หลังจากผ่านการขัด้เกลา ประสบการณ์จากโลกมายามรกตและประตูสวรรค์ เขาที่เด้ิมทีเรือน กายกมสูงใหญ่บึกบึนยิ่งกว่าคนรุ่นเด้ียวกันอยู่แล้ว ตอนนี้ส่วนสูงยัง เพิ่มมาอีกหนึ่งคืบ
นอกจากการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายของเนี่ยเทียน แล้ว บุคลิกลักษณะของเนี่ยเทียนกมยิ่งเหมือนแปรสภาพไปจากเด้ิม อย่างสิ้นเชิง
เมื่อเทียบกับก่อนหน้านี้ เนี่ยเทียนกลายมาเป็นคนที่มี ความมั่นใจในตัวเองมากขึ้น นิสัยกมเปลี่ยนมาเป็นมั่นคงเด้มด้เด้ี่ยว ใจ กล้าบ้าบิ่น ทั้งขอบเขตยังพัฒนาอย่างพรวด้พราด้ ศักยภาพ แขมงแกร่งมากขึ้นในทุกๆ วัน เขาเริ่มเผยให้เหมนถึงความกร้าวแกร่ง และห้าวหาญอย่างที่ชายหนุ่มเท่านั้นถึงจะมีได้้
ไม่รู้ว่าเหตุใด้ อันซืออี๋พลันรู้สึกว่าเนี่ยเทียนไม่ใช่เด้มกคน หนึ่งอีกต่อไปแล้ว แต่กลายมาเป็นผู้ชายคนหนึ่งอย่างแท้จริง
ผู้ชายคนนี้คอยปกปองนางครั้งแล้วครั้งเล่า ยืนอยู่ข้าง กายนางโด้ยไม่มุ่งหวังสิ่งใด้ ทำาให้นางสัมผัสถึงความรู้สึกปลอด้ภัย อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
“เอาะ เจ้าหมอนี่…”
อันซืออี๋กัด้ริมฝีปากล่างที่อิ่มเอิบของตัวเองเบาๆ เริ่ม คิด้เหลวไหลราวกับเป็นสาวน้อยคนหนึ่ง
และเวลานี้เอง พวกผู้ที่มุ่งหน้าไปยังสำานักโลหิตก่อน ใครพลันหยุด้ชะงัก
เนี่ยเทียนและพวกลี่ฝานต่างกมทยอยกันผ่อนฝีเท้าลงไปด้้วยจน มาหยุด้อยู่ในหุบเขาแห่งหนึ่ง
กลางหุบเขาที่เตมไปด้้วยเศษก้อนหินแห่งนั้น เฟิงหลัว และอวี๋ถงแห่งสำานักโลหิตสีหน้าเคร่งเครียด้ มองบ่อน้ำาหลายบ่อใน หุบเขาที่แห้งขอด้
บ่อน้ำาเหล่านั้นกระจายตัวกันอยู่ในหุบเขา เด้ิมทีในบ่อ ควรจะมีน้ำาเลือด้ที่สะสมมานานหลายปีเพื่อเตรียมไว้สำาหรับการฝึก บำาเพมญตบะของลูกศิษย์สำานักโลหิต
ทว่าตอนนี้ในบ่อน้ำาไม่เพียงแต่ว่างเปล่า ในหอเรือนหิน รอบหุบเขากมไม่มีลูกศิษย์สำานักโลหิตอยู่แม้แต่คนเด้ียว
นี่อยู่ไม่ไกลจากประตูสำานักโลหิตแล้ว ในเวลาปกติ สถานที่แห่งนี้จะต้องมีคนขอบเขตสามสวรรค์ของสำานักโลหิตมา ตรากตรำาฝึกบำาเพมญตบะ ใช้บ่อเลือด้ชุบหลอมร่างกายตัวเอง ดู้ด้ซับ เอาเลือด้ของสัตว์วิเศษในบ่อมาฝึกฝนเวทลับต่างๆ ของสำานักโลหิต
“พวกเจ้าตามมา ทำาให้ข้าแปลกใจเลมกน้อย” เฟิงหลัว ที่หยุด้ชะงักก่อนผู้ใด้มองเหมนว่าพวกลี่ฝานและกวานชิวกมเร่งรุด้เด้ิน ทางมาที่นี่ จึงแสด้งออกว่าแปลกใจและตะลึงเลมกน้อย “ไม่ว่าจะ อย่างไร ในเวลาเช่นนี้พวกเจ้ายังยินยอมมาที่สำานักโลหิตของพวกข้า ข้าเฟิงหลัวขอรับน้ำาใจครั้งนี้เอาไว้ หากสำานักโลหิตของพวกข้าก้าว ผ่านภัยครั้งนี้ไปได้้ ต่อให้สำานักไม่ยินยอม ตอนที่สำานักของพวกเจ้า ประสบภัย ข้าเฟิงหลัวกมตามไปช่วยเหลือให้จงได้้”
“ไม่ต้องเกรงใจ” ลี่ฝานยิ้ม แสร้งพูด้อย่างผ่อนคลาย “พวกเรารบเคียงบ่าเคียงไหล่กันในประตูสวรรค์ สังหารเจ้าพวกคน ต่างอาณาจักรจนเกลี้ยง ตามความเหมนข้า ไม่ว่าจะเป็นภูตผีปีศาจ
หรือผู้รุกรานจากต่างอาณาจักรกมล้วนไม่สามารถบุกทำาลาย อาณาจักรหลีเทียนของเราได้้อย่างเตมที่”
“ขอแค่เจมด้สำานักร่วมแรงร่วมใจกัน อาณาจักรหลีเทียน ต้องรอด้พ้นหายนะครั้งใหญ่นี้ไปได้้อย่างราบรื่นแน่นอน”
เฟิงหลัวพยักหน้า หัวคิ้วยังคงขมวด้แน่น “หวังว่าจะ เป็นเช่นนั้น”
“สำานักโลหิตถูกภูตผีปีศาจเข้ารุกรานสังหารอย่าง เหี้ยมโหด้ไปแล้ว” หงฉานแห่งวังยมบาลเองกมีสีหน้ามืด้คล้ำา เขา มองทิศทางที่ตั้งของสำานักโลหิตแล้วกล่าวว่า “ข้าสามารถสัมผัสได้้ ว่าตรงหน้าประตูสำานักโลหิตของพวกเจ้ามีปราณปีศาจสีม่วงที่เข้ม ข้นยิ่งกว่าตรงนี้ เพียงแต่ว่าขอบเขตของข้ายังไม่มากพอ ไม่สามารถ สัมผัสถึงตัวของภูตผีปีศาจท่ามกลางปราณปีศาจเหล่านั้นได้้”
“ข้าเองกมเหมือนกัน” เฟิงหลัวถอนหายใจหนึ่งครั้ง กล่าว “ต้องเกิด้เรื่องกับสำานักโลหิตแน่แล้ว แต่จะร้ายแรงเพียงใด้นั้น ข้าเองกมไม่กล้าคาด้เด้า ยุคสมัยที่ภูตผีปีศาจครอบครองอาณาจักรหลี เทียนอยู่ห่างไกลกับสมัยของพวกเรายิ่งนัก อันที่จริงแล้วข้าไม่รู้อะไร เกี่ยวกับภูตผีปีศาจเลยสักนิด้เด้ียว”
“ปราณปีศาจกำาลังค่อยๆ ทำาให้ปราณฟอาด้ินใน อาณาจักรหลีเทียนของเราสกปรกไปทีละนิด้ ข้าสามารถสัมผัสได้้”
หงฉานกล่าวด้้วยความกังวลใจ “รอจนปราณวิญญาณฟอาด้ินของ อาณาจักรหลีเทียนถูกปราณปีศาจทำาให้สกปรกอย่างสมบูรณ์แบบ ปราณวิญญาณฟอาด้ินทั้งหมด้กมจะกลายมาเป็นปราณปีศาจที่ช่วย เสริมให้ภูตผีปีศาจแขมงแกร่ง เมื่อถึงเวลานั้น เกรงว่าอาณาจักรหลี เทียนคงยากที่จะมีโอกาสฟื้นตัวได้้อีก”
“บัด้ซบ! ไอ้พวกคนต่างอาณาจักรทั้งๆ ที่รู้ว่าภูตผี ปีศาจจะมาปรากฏตัวในอาณาจักรหลีเทียน ไม่เพียงแต่ไม่มาช่วย เหลือ ยังคิด้จะฉวยโอกาสอีกด้้วย!” เจียงหลิงจูฮึด้ฮัด้ด้้วยความโกรธ เคือง
“พวกเขาไม่ได้้หมายตาอาณาจักรหลีเทียนมาแค่วัน สองวันแล้ว” หงฉานใบหน้าเยมนชา “วังยมบาลของข้าเป็นผู้ บัญชาการอาณาจักรหลีเทียนมาหลายปี รู้ความคิด้ของพวกเขามา โด้ยตลอด้ น่าเสียด้าย อาณาจักรหลีเทียนของพวกเราไม่แขมงแกร่ง มากพอจริงๆ อย่างน้อยกมไม่แขมงแกร่งจนสามารถทำาให้พวกเขาล้ม เลิกความคิด้ชั่วช้าไปได้้”
“ตึง!”
ทันใด้นั้น เสียงเบาๆ เสียงหนึ่งกมด้ังลอยมาจากใต้พื้น ด้ินของหุบเขา
พอเสียงนั้นด้ังขึ้น เฟิงหลัวและอวี๋ถงสบตากัน ต่างกม เผยให้เหมนถึงความแปลกใจ
ตอนที่เสียงนั้นด้ังออกมา หัวใจของเนี่ยเทียนกมสั่นไหว ผิด้ปกติไปด้้วย