ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 190 โครงกระดู้กปีศาจเลือด้!
“เสียงอะไรน่ะ?”
ลี่ฝานตะลึง ก้มหน้าลงมองพื้นด้ินใต้ฝ่าเท้า ปล่อยกระแส จิตออกไปตรวจสอบโด้ยอัตโนมัติ
ทว่ากระแสจิตของเขาเพิ่งจะแทรกลงไปใต้ด้ินได้้แค่สิบจั้ง กลับถูกสกัด้กั้นด้้วยเยื่อสีเลือด้ชั้นหนึ่ง มิอาจแทรกซึมลงลึกได้้อีก
คนอื่นๆ พอได้้ยินเสียงประหลาด้ที่ด้ังมาจากใต้ด้ินกมพากัน ปลด้ปล่อยกระแสจิตไปรับสัมผัสอย่างระแวด้ระวังเช่นเด้ียวกัน
ทว่าพวกเขาต่างกมเป็นเหมือนลี่ฝานที่พอปล่อยกระแสจิต ออกไปกลับถูกกั้นขวางด้้วยเยื่อโลหิตหนึ่งชั้น มิอาจตรวจสอบได้้ว่า ใต้ด้ินมีความประหลาด้อะไรซ่อนอยู่กันแน่
“ไม่ต้องตรวจสอบแล้ว” เฟิงหลัวแห่งสำานักโลหิตเอ่ย อธิบาย “เยื่อโลหิตชั้นนั้น เจ้าสำานักของข้าเป็นผู้สร้างขึ้นมาเอง ด้้วย ตบะของพวกเจ้า ไม่สามารถใช้กระแสจิตแทรกซึมผ่านเยื่อโลหิตนั่น ไปได้้หรอก”
“ตึง!”
และเวลานี้กมีเสียงประหลาด้ด้ังลอยมาจากใต้ด้ินอีกครั้ง
สีหน้าของเฟิงหลัวและอวี๋ถงแห่งสำานักโลหิตยิ่งเปลี่ยนมา เป็นแปลกประหลาด้ คล้ายว่าพวกเขาเองกมตกตะลึงเหมือนกัน
“เป็นอย่างนี้ไปได้้ยังไง? เสียงหัวใจเต้นครั้งเด้ียวยังพอ ถือว่าเกิด้ขึ้นเป็นปกติ เสียงหัวใจเต้นสองครั้งติด้ๆ กันแบบนี้ ก่อน หน้านี้ไม่เคยเกิด้ขึ้นมาก่อน” เฟิงหลัวลูบปลายคาง ลืมว่าสำานัก โลหิตกำาลังเผชิญกับภัยอันตรายไปชั่วคราว เอาแต่จ้องเขมมงไปที่พื้น ด้ินใต้ฝ่าเท้า พึมพำากับตัวเอง “ไม่ควรจะเป็นแบบนี้นี่นา ผ่านไปตั้ง หลายปีแล้ว มันไม่เคยผิด้ปกติแบบนี้มาก่อนเลย”
“นอกจากเสียงหัวใจที่นานๆ จะเต้นขึ้นมาสักครั้ง มันกมไม่ เคยมีความเคลื่อนไหวอย่างอื่นอีก แล้วกมไม่มีท่าทีว่าจะมีพลังชีวิต เกิด้ขึ้นมาใหม่ด้้วย”
“แม้แต่พวกคนในสำานักยังถอด้ใจกับมันไปแล้ว ยืนยันว่า มันเป็นวัตถุที่ล้มเหลว”
อวี๋ถงลังเลอยู่ครู่หนึ่งจึงพูด้ขึ้นมาเบาๆ “ท่านลุงเฟิง การ เปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของอาณาจักรหลีเทียนจะไปกระตุ้นมันเข้าหรือ เปล่า?”
“ข้าเคยได้้ยินคนบอกว่าสถานที่ที่มีประตูสวรรค์เปิด้ขึ้นจะ ชักนำาให้ฟอาด้ินเกิด้การเปลี่ยนแปลง จนมีเหตุการณ์แปลกประหลาด้ เกิด้ขึ้นมากมาย” เนี่ยเทียนกล่าวขึ้นกะทันหัน
“ผู้อาวุโสอูบอกหรือ?” เฟิงหลัวถามอย่างแคลงใจ
เนี่ยเทียนไม่สามารถพูด้ถึงหัวมู่ได้้จึงพยักหน้าตอบรับ กล่าว “ใช่แล้ว”
“หรือว่าการเปลี่ยนแปลงฟอาด้ินชักนำาให้มันเป็นอย่างนี้ จริงๆ?” เฟิงหลัวอึ้งไปครู่ พลันเหลือบมองมาที่อวี๋ถง แล้วพูด้ว่า “ไข่มุกเลือด้วิเศษของอาจารย์เจ้ายังอยู่ในมือเจ้าหรือไม่?”
“อาจารย์กังวลว่าข้าเข้าไปในประตูสวรรค์แล้วจะสู้คนอื่น ไม่ได้้ จึงมอบไข่มุกเลือด้วิเศษไว้ให้กับข้าตั้งแต่ก่อนที่จะเข้าไปใน ประตูสวรรค์แล้ว” อวี๋ถงตอบ
“ของสิ่งนั้นมีอาจารย์เจ้าคอยปกปองมาโด้ยตลอด้ ตอนที่ หลอมสิ่งนั้น อาจารย์ของเจ้ากมเป็นผู้ร่ายคาถาหลัก ไข่มุกเลือด้วิเศษ คือสิ่งสำาคัญที่สามารถทำาให้เจ้าสิ่งนี้โผล่ออกมาจากใต้ด้ินใด้้” เฟิง หลัวใคร่ครวญอยู่ชั่วครู่กมสูด้ลมหายใจเข้าลึกหนึ่งครั้ง กล่าวว่า “เสี่ยวถง เจ้าเป็นคนร่ายเวท ข้าอยากจะดู้มันสักหน่อย”
“หา!” อวี๋ถงตกตะลึง “เอาจริงหรือ? หากมันเป็นวัตถุที่ล้ม เหลวกมยังพอว่า แต่หากมันตื่นขึ้นมา ข้ากลัวว่า…”
“ไม่ต้องกังวล ไข่มุกเลือด้วิเศษน่าจะควบคุมมันได้้” เฟิง หลัวเกลี้ยกล่อมอวี๋ถง “สำานักของเราย่อมเผชิญกับภัยพิบัติใหญ่ หลวงแน่แล้ว ซึ่งตอนนี้สำานักอาจจะกำาลังถูกภูตผีปีศาจโจมตีอยู่กม
เป็นได้้ เวลาเช่นนี้ ต่อให้มันฟื้นตื่นขึ้นมาจริงๆ สถานการณ์ของ สำานักกมคงไม่แย่ไปมากกว่านี้ได้้อีกแล้ว”
“และหากเจ้าสามารถใช้ไข่มุกเลือด้วิเศษควบคุมมันได้้ บางทีการด้ำารงอยู่ของมัน…กมอาจช่วยเปลี่ยนสถานการณ์ในตอนนี้ ได้้!”
ด้วงตาทั้งคู่ของเฟิงหลัวเปล่งประกาย
“เฟิงหลัว เจ้าหมายถึงเจ้านั่นหรือ? เจ้านั่นที่พวกเจ้าแลก มาจากต่างอาณาจักรโด้ยผ่านทางวังยมบาลของพวกข้า?” หงฉาน กล่าวอย่างตะลึงพรึงเพริด้
เฟิงหลัวพยักหน้า “มันนั่นแหละ!”
หงฉานอึ้งตะลึง “พวกเจ้าบอกไว้แต่แรกแล้วไม่ใช่หรือว่า มันคือวัตถุที่ล้มเหลว เพราะไม่สามารถแก้ปัญหาเรื่องที่พลังชีวิตแห้ง เหือด้ได้้ มันจึงไม่มีทางฟื้นตื่นได้้อีกตลอด้กาล?”
“เป็นแบบนั้นจริงๆ นะ” เฟิงหลัวกล่าว
“แล้วตอนนี้มันเรื่องอะไรกัน?” หงฉานถาม
“ใครจะไปรู้เล่าว่าเกิด้อะไรขึ้น” เฟิงหลัวเองกมฉงนสนเท่ห์ ไม่ต่างกัน
“พวกเขาพูด้เรื่องอะไรกันอยู่หรือ?” เนี่ยเทียนถามลี่ฝาน ด้้วยความแปลกใจ
ลี่ฝานส่ายหัวบอกให้รู้ว่าเขาเองกมไม่เข้าใจเหมือนกัน
กลับเป็นอันซืออี๋ที่อยู่ข้างกันเสียอีกที่พูด้โพล่งขึ้นมาว่า “สำานักโลหิต นอกจากเวทลับหลายชนิด้แล้ว ยังมีความสามารถที่ พิเศษอีกอย่างหนึ่ง พวกเขาสามารถใช้เรือนกายมาหลอมเป็นปีศาจ เลือด้ได้้ เรือนกายที่ว่านั้นจะเป็นคน หรือเป็นสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ต่างเผ่า กมได้้ ขอแค่ยังไม่ตายอย่างสมบูรณ์แบบ หากใช้เวทลับของสำานัก โลหิตกมจะสามารถหลอมร่างของมันให้กลายเป็นปีศาจเลือด้เพื่อให้ อยู่ในบังคับบัญชาของพวกเขา”
“ข้าเด้าว่าเจ้านั่นที่อยู่ใต้ด้ินกมน่าจะเป็นปีศาจเลือด้ตนหนึ่ง ของสำานักโลหิต”
“เพียงแต่ ดู้เหมือนว่าปีศาจเลือด้ตัวนั้น…จะไม่ได้้ถูกหลอม อย่างสมบูรณ์แบบ มิฉะนั้นปีศาจเลือด้จะเชื่อฟังคำาสั่งของสำานัก โลหิต สามารถนำามาใช้ต่อกรกับภูตผีปีศาจได้้”
“น่าจะเป็นแบบนี้แหละ” ลี่ฝานกล่าว
เขาใช้สายตาชื่นชมมองไปยังอันซืออี๋ พลันกล่าวขึ้นมาว่า “เฮอๆ หากหอหลิงเป่าไม่มีที่สำาหรับเจ้า เจ้าสามารถมาที่สำานักหลิ งอวิ๋นของเรา สำานักหลิงอวิ๋นของเราไม่ได้้ซับซ้อนเหมือนพวกเจ้า
เจ้ามาอยู่ที่สำานักหลิงอวิ๋นกมไม่ต้องกังวลว่าจะถูกเจ้าพวกคนใจคด้ แอบจับจ้องตาเป็นมันอีก”
ระหว่างที่พูด้ลี่ฝานยังเหลือบไปมองชิวเหิงซึ่งตามมาถึง เป็นคนสุด้ท้ายด้้วยท่าทางเหมือนตั้งใจและเหมือนไม่ตั้งใจ
ชิวเหิงที่อยู่ท้ายสุด้ไม่ได้้ยินบทสนทนาอื่นๆ ได้้ยินเพียง ประโยคสุด้ท้ายนั่น
ชิวเหิงที่เด้ิมทีอารมณ์ไม่ด้ีอยู่แล้วจึงแค่นเสียงหนึ่งครั้ง ทว่าไม่ได้้พูด้อะไรมากความ
เขารู้ว่าเนื่องจากการกระทำามากมายที่ไม่สอด้คล้องกับคน ทั้งกลุ่มของเขา ทำาให้ทุกคนที่อยู่ที่นี่ไม่ยินด้ีต้อนรับเขาเท่าใด้นัก
หากตอนนี้เขายังกล้าจะปะทะกับลี่ฝานอีก คงถูกทุกคนรุม ประณามทันที
เขาจึงทำาได้้เพียงทนรับคำาเสียด้สีของลี่ฝาน
“ขอบคุณมาก” อันซืออี้ค้อมตัวลงน้อยๆ อย่างสง่างาม กล่าวด้้วยความจริงใจ “หากวันหนึ่งข้าอยู่ในหอหลิงเป่าด้้วยความ ยากลำาบากจนแทบกระด้ิกตัวทำาอะไรไม่ได้้จริงๆ ข้าจะไปที่สำานักหลิ งอวิ๋น”
“ทรยศสำานักมีโทษมหันต์!” ชิวเหิงกล่าวด้้วยเสียงเยมน เยียบ
“ข้าจะขอให้ท่านอาจารย์ของข้าแจ้งผู้อาวุโสฝางฮุย เหมน แก่หน้าท่านอาจารย์ของข้า ผู้อาวุโสฝางฮุยย่อมไม่ปฏิเสธอยู่แล้ว” เนี่ยเทียนเอ่ยแทรก
คำาพูด้นี้ด้ังออกมา ใบหน้าของชิวเหิงกมเปลี่ยนมาเป็นแขมง ตึงอีกครั้ง
ใครกมรู้ด้ีว่าอูจี้และฝางฮุยสนิทสนมกันมาก อีกทั้งตำาแหน่ง ฐานะของฝางฮุยในหอหลิงเป่ากมสูงยิ่งกว่าเจ้าสำานักหลิงหนึ่งระด้ับ ด้้วย
หากอูจี้เอ่ยปากขอตัวคน ฝางฮุยย่อมไม่มีทางปฏิเสธ ถ้า เช่นนั้นอันซืออี๋กมจะย้ายจากหอหลิงเป่ามาอยู่สำานักหลิงอวิ๋นได้้อย่าง ราบรื่น ไม่ติด้ขัด้อุปสรรคใด้ๆ
“ถ้าอย่างนั้น…ข้าจะลองดู้กมแล้วกันนะ”
เวลานี้ อวี๋ถงที่ถูกเฟิงหลัวเกลี้ยกล่อมสำาเรมจจึงหยิบเอา ไข่มุกเลือด้วิเศษออกมาจากในกำาไลเกมบของด้้วยท่าทางตื่นเต้นน้อยๆ
เมื่อไข่มุกเลือด้วิเศษปรากฏตัวขึ้นมา แสงสีเลือด้กมสาด้ส่อง ไปทั่วจนดู้เหมือนว่าหุบเขาถูกอาบเคลือบด้้วยเลือด้สีสด้หนึ่งชั้น
ในไข่มุกเลือด้วิเศษนั้นสามารถมองเหมนเงาโลหิตมากมาย ได้้อย่างเลือนราง เงาโลหิตเปลี่ยนตำาแหน่งอย่างต่อเนื่องคล้ายกำาลัง ปรับเปลี่ยนแกนกลางอะไรสักอย่าง
อวี๋ถงนั่งลงเงียบๆ มือทั้งคู่ประคองไข่มุกเลือด้วิเศษ ใช้ พลังจิตไปสื่อสารกับมัน
ครู่หนึ่งหลังจากนั้น แสงสีเลือด้มากมายกมบินพรวด้ออกมา จากในไข่มุกเลือด้วิเศษแล้วจมหายเข้าไปยังจุด้ลึกใต้ด้ินในพริบตา เด้ียว
ใต้ด้ินของหุบเขาที่เงียบสงัด้มีเสียงสนั่นหวั่นไหวด้ังลอยมา เป็นระลอก บ่อเลือด้ที่แห้งขอด้เหล่านั้นพลันเปลี่ยนตำาแหน่งกันอย่าง รวด้เรมว
“ครืน ครืน!”
บ่อเลือด้เปลี่ยนตำาแหน่ง ก้อนหินขนาด้ใหญ่ยักษ์หลาย ก้อนได้้รับการชักนำาจากพลังงานบางอย่างใต้ด้ินจึงพากันบินขึ้นจาก พื้นด้ิน
ไม่นานตรงกลางของหุบเขาแห่งนั้นกมีหลุมหินขนาด้กว้าง ขวางอย่างถึงที่สุด้ปรากฏขึ้นมา
เมื่อหลุมหินปรากฏกมีกลิ่นคาวเลือด้เข้มข้นแสบจมูกลอย อบอวล
เฟิงหลัวและอวี๋ถงที่มาจากสำานักโลหิต พอได้้กลิ่นเลือด้ เหล่านั้นสีหน้ากมเคลิบเคลิ้มเปี่ยมสุข คล้ายได้้รับพลังงานบางอย่าง จากมัน
ทว่าคนอื่นๆ ที่พอได้้กลิ่นคาวเลือด้ฉุนกึกกลับขมวด้คิ้วมุ่น ปรับตัวไม่ทันเท่าไหร่นัก
มีเพียงเนี่ยเทียนเท่านั้นที่เมื่อกลิ่นคาวเลือด้ลอยมาปะทะ จมูกกมยังคงมีท่าทีเป็นปกติ
ตอนที่เขาอยู่ในโลกมายามรกต เคยด้ึงเอาเส้นเลือด้ที่อวี๋ถง สร้างขึ้นหลอมรวมเข้ามาในร่างกาย เพิ่มความแขมงแกร่งให้กับเลือด้ ลมของตัวเอง
บางทีอาจเป็นเพราะเหตุนี้ ภายหลังที่เขาต่อสู้กับอวี๋ถงจึง ไม่ได้้รับผลกระทบใด้ๆ จากปราณเลือด้ และกระแสเลือด้กมไม่ไหล ย้อนกลับเพราะเวทลับของสำานักโลหิตด้้วย
“เป็นมันจริงด้้วย!”
หงฉานแห่งวังยมบาลเขยิบเข้าไปใกล้หลุมลึก แค่มองหนึ่ง ครั้งกมร้องอุทานเสียงด้ังทันที
คนอื่นๆ จึงพากันเข้าไปหยุด้ยืนอยู่ขอบหลุม มองไปด้้าน ล่างด้้วยความสงสัยใคร่รู้
ในหลุมลึก โครงกระดู้กร่างหนึ่งที่น่าจะสูงเกินสามสิบเมตร นอนนิ่งอยู่ตรงนั้น
โครงกระดู้กนั้นไม่มีเนื้อแม้แต่ชิ้นเด้ียว บนร่างมีแต่โครง กระดู้กสีเทา ในกระดู้กสีเทากลับยังคงมีหลอด้เลือด้เรียงตัวกันหนา แน่น และเหมือนมีเลือด้สด้ไหลวนอยู่ข้างในตลอด้เวลา
ตรงบริเวณหน้าอกของโครงกระดู้ก ในข้อต่อกระดู้กที่ตัด้ สลับกันไปมาได้้โอบอุ้มหัวใจสีน้ำาตาลซีด้เอาไว้หนึ่งด้วง
เสียงประหลาด้ที่ได้้ยินก่อนหน้านี้น่าจะมาจากหัวใจยักษ์สี น้ำาตาลซีด้ด้วงนี้
นอกจากเรือนกายที่ค่อนข้างใหญ่แล้ว โครงกระดู้กนี้กมไม่ ค่อยต่างไปจากเผ่ามนุษย์เท่าใด้นัก เพียงแต่ว่าตรงแผ่นหลังคล้ายจะ มีกระดู้กแหลมคมที่แทงลึกลงไปใต้ด้ิน
“โครงกระดู้กยักษ์!”
สื่อหังแห่งอารามเสวียนอู้หน้าเผือด้สี เอ่ยถามรัวเรมว “ก่อนหน้าที่สำานักโลหิตของพวกเจ้าจะได้้เผ่าโครงกระดู้กนี้มา มันอยู่ ในระด้ับใด้มาก่อน?”
“สายเลือด้ระด้ับแปด้” เฟิงหลัวกล่าว
“สวรรค์! พวกเจ้ากล้าเอามันมาหลอมเป็นปีศาจเลือด้ได้้ อย่างไร?” สื่อหังตะลึงลาน
โครงกระดู้กยักษ์ที่มีสายเลือด้ระด้ับแปด้มีศักยภาพพอๆ กับผู้ฝึกลมปราณเผ่ามนุษย์ตบะเขตวิญญาณ และตลอด้ทั้ง อาณาจักรหลีเทียน ผู้แขมงแกร่งที่อยู่ระด้ับสูงสุด้กมีตบะแค่เขตลี้ลับ เท่านั้น
สำานักโลหิตหลอมโครงกระดู้กยักษ์ที่มีสายเลือด้ระด้ับแปด้ ตนหนึ่งให้เป็นปีศาจเลือด้ หากควบคุมไม่ได้้ ถ้าเช่นนั้นยักษ์ที่กลาย ร่างมาเป็นโครงกระดู้กปีศาจเลือด้กมอาจจะทำาลายทั้งอาณาจักรหลี เทียนให้วอด้วายได้้เลย!