ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 199 ในนอกติด้ต่อ
ขณะที่เนี่ยเทียนกำาลังหลอมยาคืนพลังจิตอยู่นั้น สถานที่ตั้ง ของสำานักโลหิตได้้เปิด้ฉากสังหารกันอย่างดุ้เด้ือด้แล้ว
สำานักโลหิตที่อยู่ห่างจากพวกเนี่ยเทียนอีกหลายลี้ถูกปราณ ปีศาจที่เข้มข้นยิ่งกว่ากลบทับจนมิด้
ภูตผีปีศาจขนาด้ใหญ่ยักษ์หลายตัวอาละวาด้บุกทำาลายอยู่ ในปราณปีศาจไหลเชี่ยว พวกมันร้องคำารามเสียงแหบแห้งพลางใช้ อาวุธวิเศษของเผ่าปีศาจจำานวนมากโจมตีคนของสำานักโลหิต
ภูตผีปีศาจที่ล่องลอยอยู่ในปราณปีศาจไม่ได้้รับผลกระทบ จากปราณปีศาจเข้มข้นนั่นแม้แต่นิด้เด้ียว ด้วงตาสามารถมองเหมน สภาพโด้ยรอบได้้อย่างชัด้เจน
ไม่เพียงเท่านี้ พลังการต่อสู้ของภูตผีปีศาจที่เคลื่อนไหวอยู่ ในบริเวณนี้ยังเพิ่มมากอีกหลายระด้ับ เพราะพวกมันใช้การดู้ด้ซับ ปราณปีศาจมาฟื้นฟูพลังสู้รบของตัวเอง
ภูตผีปีศาจระด้ับสูงมีพลังจิตวิญญาณ เมื่อพลังจิต วิญญาณของมันแผ่ขยายออกมาจึงสามารถรับสัมผัสรอบด้้านได้้ อย่างเด้่นชัด้
หอเรือนหินมากมายของสำานักโลหิตที่เด้ิมทีใหญ่โต มโหฬารล้วนถูกทำาลายจนพังถล่ม
ข้างหอเรือนหินที่แตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ มีเลือด้สด้ไหล นองพื้น แต่กลับมองไม่เหมนศพของคนสำานักโลหิต
กลับกลายเป็นในมือ ในปากของภูตผีปีศาจระด้ับต่ำาเสียอีก ที่สามารถเหมนเศษชิ้นส่วนของร่างกายคนสำานักโลหิตได้้มากมาย…
ภูตผีปีศาจระด้ับต่ำาต่างกมีความกระหายใคร่ในเลือด้เนื้อ ของเผ่ามนุษย์
ความแตกต่างที่มากที่สุด้ระหว่างพวกมันและภูตผีปีศาจ ระด้ับสูงกมคือสติปัญญาที่ไม่มากพอ ซึ่งนี่ไม่ต่างไปจากสัตว์วิเศษ ระด้ับต่ำาที่ได้้แต่กินคนของเผ่ามนุษย์เท่านั้น
จุด้ศูนย์กลางของสำานักโลหิต บนลานกว้างที่ใหญ่ยักษ์แห่ง หนึ่ง หลีจิ้งเจ้าสำานักนั่งนิ่งอยู่บนฐานด้อกบัวแห่งหนึ่งที่มีสีเลือด้เปล่ง ประกายระยิบระยับ
หลีจิ้งถูกแสงสีเลือด้เข้มข้นโอบล้อมไว้รอบร่าง เหนือศีรษะ มีเงาโลหิตขนาด้ใหญ่ยักษ์ตนหนึ่งลอยอยู่ เงาโลหิตนั้นปลด้ปล่อย พละกำาลังที่ไหลเชี่ยวออกมา ก่อกลายเป็นม่านแสงสีแด้งสด้หนึ่งชั้น ปกคลุมคนในสำานักมากมายที่อยู่เบื้องใต้เอาไว้
บริเวณโด้ยรอบลานกว้างมีบ่อเลือด้ขนาด้ใหญ่ยักษ์อยู่ มากมาย น้ำาในบ่อเลือด้คล้ายน้ำาตกที่ไหลทวนจากเบื้องล่างสู่เบื้อง บน เมื่อหลีจิ้งใช้เวทลับกระตุ้นมันกมไหลรินเข้าหาเงาโลหิตอย่างบ้า คลั่ง
เงาโลหิตที่ใหญ่ราวขุนเขาค่อยๆ ขยายใหญ่อย่างต่อเนื่อง ปลด้ปล่อยบารมีดุ้ร้ายที่ทำาให้คนหายใจลำาบาก
เสิ่นซิ่วอาจารย์ของอวี๋ถง และยังมีผู้แขมงแกร่งอีกหลายคน ของสำานักโลหิตต่างกมรวมตัวกันอยู่ข้างกายหลีจิ้ง แต่ละคนมีความ กังวลเตมหัวใจ ต่างคนกมต่างเตรียมตัวให้พร้อมรับมือ
พวกเขาล้วนรู้ด้ีว่าเงาโลหิตใหญ่ยักษ์นั่นจำาเป็นต้องมีเลือด้ คอยบำารุงไม่ขาด้ระยะถึงจะรักษาพลังเอาไว้ได้้อย่างต่อเนื่อง
ทว่าเลือด้ของสัตว์วิเศษที่สำานักโลหิตเกมบสะสมเอาไว้กลับ มิใช่ว่าจะไม่มีที่สิ้นสุด้ และก่อนหน้านี้กมได้้เผาผลาญไปเกินครึ่งเพราะ เปิด้ใช้ค่ายกลใหญ่หลอมโลหิต
หากเลือด้สัตว์วิเศษถูกใช้จนหมด้สิ้น เส้นปองกันชั้น สุด้ท้ายที่ก่อตัวขึ้นจากเงาโลหิตนั่นกมจะพังทลายลงอย่างสิ้นเชิง
ถึงเวลานั้น ภูตผีปีศาจกมจะพุ่งเข้ามาเปิด้ฉากสังหารในลาน กว้างได้้ในพริบตาเด้ียว
ม่านแสงสีแด้งสด้ในบริเวณรอบด้้านมีภูตผีปีศาจระด้ับต่ำา หลายตนโฉบเฉี่ยวไปมาต่อเนื่อง ภูตผีปีศาจระด้ับต่ำาเหล่านั้นคอยฉีก ทึ้งซากศพของคนสำานักโลหิตที่ไม่ทันเหยียบย่างเข้าไปในม่านแสง แด้งสด้ พลางพุ่งชนม่านแสงสีแด้งอย่างบ้าคลั่ง
ท่ามกลางภูตผีปีศาจระด้ับต่ำามากมายมีภูตผีปีศาจระด้ับสูง ห้าตนที่รูปร่างคล้ายเผ่ามนุษย์แต่กลับมีเส้นผมสีม่วงด้วงตาสีม่วง ปะปนอยู่
ภูตผีปีศาจระด้ับสูงห้าตนยืนอยู่ด้้วยกัน สื่อสารกันด้้วย ภาษาภูตผีปีศาจ คอยชี้มายังหลีจิ้งเจ้าสำานักโลหิตเป็นระยะด้้วย สีหน้าผ่อนคลายอย่างมาก
ดู้เหมือนพวกเขาจะไร้ซึ่งความหวาด้เกรงใด้ คิด้จะใช้ภูตผี ปีศาจระด้ับต่ำามากมายไปทำาลายม่านแสงสีแด้งสด้ เพื่อกำาจัด้พลัง ของหลีจิ้งก่อน
รอจนม่านแสงสีแด้งสด้ถูกภูตผีปีศาจระด้ับต่ำาฝ่าทลายได้้ แล้ว พวกเขาถึงจะรวบรวมพลังไปสังหารหลีจิ้งเจ้าสำานักโลหิต
ภูตผีปีศาจระด้ับสูงห้าตนสวมอาภรณ์พิถีพิถัน เรือนกาย สูงโปร่ง ชายหน้าตาหล่อเหลา หญิงหน้าตางด้งาม พูด้คุยกันด้้วย ภาษาภูตผีปีศาจด้้วยท่าทางแย้มยิ้มสบายอารมณ์
และเวลานี้เอง
ภูตผีปีศาจระด้ับสูงตนนั้นที่ถูกโครงกระดู้กปีศาจเลือด้บีบ ให้จำาต้องถอยร่นกลับมาจากนอกสำานักโลหิต พลันเยื้องกรายมาถึงที่ แห่งนี้
การมาของเขาทำาให้การสนทนาของภูตผีปีศาจระด้ับสูงห้า ตนนั้นหยุด้ชะงักทันที
ภูตผีปีศาจระด้ับสูงห้าตนโค้งตัวให้เขาน้อยๆ ใช้ ธรรมเนียมของภูตผีปีศาจมาทำาความเคารพกัน ภูตผีปีศาจเพศหญิง
ตนหนึ่งที่หน้าตางด้งามและเป็นผู้นำากมยิ่งใช้คำาพูด้ของภูตผีปีศาจเอ่ย ถามด้้วยความตะลึงระคนแปลกใจ “ฝ่าบาทเก๋อหลู่เท่อ ท่านควรจะ อยู่ด้้านนอก ในนี้ไม่ปลอด้ภัย”
“ฝ่าบาท เจ้าพวกคนที่ปกปองท่านเล่า?” ภูตผีปีศาจเพศ ชายอีกตนหนึ่งเอ่ยถาม
เหมนได้้ชัด้ว่าภูตผีปีศาจระด้ับสูงที่ถูกเรียกว่าเก๋อหลู่เท่อมี ความสามารถด้้อยกว่าเมื่อเทียบกับภูตผีปีศาจระด้ับสูงทั้งห้าตน
ทว่าตำาแหน่งและฐานะของเขากลับสูงกว่า ด้ังนั้นภูตผี ปีศาจทั้งห้าตนจึงรักษาท่าทีอ่อนน้อมและเคารพยำาเกรงอยู่ตลอด้ เวลา
และกมเพราะตัวตนของเขาสูงส่ง ทว่ายังไม่เติบโตถึงระด้ับที่ มากพอ ด้ังนั้นจึงถูกภูตผีปีศาจทั้งห้าตนจัด้ตัวไว้ให้อยู่ข้างนอก
ในสายตาของคนทั้งห้า ความปลอด้ภัยของเก๋อหลู่เท่อ สำาคัญพอๆ กับการด้ับทำาลายสำานักโลหิต
“เจอปัญหาเลมกน้อย” เก๋อหลู่เท่อขมวด้คิ้วกล่าว “มีผู้ฝึก ลมปราณเผ่ามนุษย์กลุ่มหนึ่งไม่รู้ว่ามาจากไหน เจ้าคนพวกนั้นฝีมือ ธรรมด้ามาก ข้าคนเด้ียวกมสามารถสังหารพวกเขาได้้ แต่พวกเขา ควบคุมโครงกระดู้กปีศาจเลือด้ตนหนึ่ง ปีศาจเลือด้ตนนั้นน่าจะเกิด้
จากการที่เผ่ามนุษย์หลอมเผ่าโครงกระดู้กสายเลือด้ระด้ับแปด้ตน หนึ่งขึ้นมา”
“และโครงกระดู้กปีศาจเลือด้ตนนั้นกมเป็นผู้สังหารพวกที่ ปกปองข้า บีบให้ข้าจำาต้องกลับมาหาพวกเจ้า”
เก๋อหลู่เท่ออธิบาย
“เผ่าโครงกระดู้กสายเลือด้ระด้ับแปด้!” ภูตผีปีศาจเพศ หญิงที่โฉมงามเพริศพริ้งซึ่งเรือนกายเย้ายวนด้ึงดู้ด้ใจส่วนใหญ่ล้วน เปิด้เปลือย มีเพียงส่วนหน้าอกและหน้าท้องเท่านั้นที่ถูกเกราะสีม่วง ปกคลุมเอาไว้ นางขมวด้คิ้วกล่าว “ในเมื่อคนเผ่าโครงกระดู้กถูก ควบคุม ขอแค่สังหารคนที่ควบคุมได้้กมน่าจะแก้ไขปัญหาได้้แล้วไม่ใช่ หรือ?”
“ซาลา ที่เจ้าพูด้นั้นข้าย่อมรู้ ข้าเองกมทด้ลองทำามาก่อน แล้ว” เก๋อหลู่เท่อพูด้ด้้วยความหด้หู่เลมกน้อย “ในสายตาของข้า ผู้ ควบคุมเป็นเพียงแค่แมลงเลมกๆ ตัวหนึ่งเท่านั้น ทว่าคนเหล่านั้นล้วน ยอมปกปองเขาจนตัวตาย เด้ิมทีข้าคิด้ว่าข้าสามารถหลีกเลี่ยง พลังจิตของเขา และสามารถสังหารเขาได้้ก่อนที่เขาจะควบคุมโครง กระดู้กปีศาจเลือด้”
“ทว่าที่แปลกกมคือ ทั้งๆ ที่ฝีมือของเขาต่ำาต้อย แต่ไม่รู้ว่า ใช้วิธีการใด้ถึงใช้พลังจิตมาเลมงตัวข้าได้้”
“เมื่อเขาเลมงตัวข้าได้้จึงทำาให้โครงกระดู้กปีศาจเลือด้ตนนั้น หมายหัวข้าแล้วไล่ตามข้ามา ไม่ให้โอกาสให้ข้าได้้เข้าใกล้เขาแม้แต่ นิด้เด้ียว”
“ยังด้ีที่การเลมงตัวข้าด้้วยวิธีนั้นมีขอบเขตที่จำากัด้ เมื่อข้า หนีพ้นจากขอบเขตที่เขาควบคุมแล้ว โครงกระดู้กปีศาจเลือด้ตนนั้น จึงมองไม่เหมนการเคลื่อนไหวของข้า เลยไม่ได้้ไล่ตามมา”
“ขอโทษเจ้าค่ะ ข้าน้อยไม่ควรสงสัยในสติปัญญาของฝ่า บาท” ปีศาจหญิงนามว่าซาลาค้อมตัวลงขออภัยก่อนจะกล่าวว่า “หรือไม่เราควรฉวยโอกาสที่คนของสำานักโลหิตยังติด้แหงมกอยู่ที่ ให้ ข้าไปสังหารพวกเขาก่อน? หลังจากคนเผ่าโครงกระดู้กที่มีสายเลือด้ ระด้ับแปด้ถูกหลอมเป็นปีศาจเลือด้แล้ว ความสามารถน่าจะเทียบข้า ไม่ได้้”
“ต่อให้ถูกควบคุม ด้้วยพลังของข้ากมน่าจะสังหารพวกเขา ได้้หมด้”
เก๋อหลู่เท่อครุ่นคิด้เลมกน้อยจึงส่ายหัวกล่าวว่า “ยังไม่ต้อง รีบร้อน ซาลา คู่ต่อสู้ของเขาน่าจะเป็นหญิงสาวนามว่าหลีจิ้งผู้นั้น นางคือเจ้าสำานักโลหิต อีกทั้งยังฉลาด้มาก นางมองออกตั้งแต่แรก แล้วว่ามีเพียงเจ้าที่คุกคามนางได้้ หากเจ้าจากไปแล้ว หญิงสาวเผ่า
มนุษย์ผู้นั้นกมไม่มีทางอยู่เฉยอีก นางจะต้องนำาคนของสำานักโลหิต กระโจนเข้าใส่พวกเราแน่นอน”
“ไม่มีเจ้า ลำาพังเพียงเจ้าพวกระด้ับต่ำาเหล่านั้นย่อมไม่มี ทางสกัด้กั้นความร้ายกาจของนางได้้แน่”
“ข้าต้องการให้เจ้าบัญชาการอยู่ที่นี่”
ซาลาไม่กล้าขัด้ขืนคำาสั่งของเขา ได้้ยินคำาพูด้เช่นนั้นจึงได้้ แต่พยักหน้ากล่าวว่า “ข้าเชื่อฝ่าบาท”
“อืม เอาตามนี้ไปก่อน” เก๋อหลู่เท่อใจเยมนอย่างมาก “ตาม ความเหมนข้า น้ำาเลือด้ที่สำานักโลหิตสะสมเอาไว้ใกล้จะหมด้สิ้นเข้าไป ทุกทีแล้ว และเงาโลหิตนั่นกมจะไร้ซึ่งพลังใด้เหลืออีก ถึงเวลานั้นม่าน แสงแด้งสด้ที่ปกปองพวกเขาไว้กมจะพังทลายลง พวกเราสามารถฆ่า คนเหล่านั้นของสำานักโลหิตจนเกลี้ยงได้้ที่นี่ จากนั้นค่อยไปแก้ไข ปัญหาเรื่องโครงกระดู้กปีศาจเลือด้”
“จากที่นั่นมาตรงนี้ยังมีระยะทางอีกช่วงหนึ่ง ยิ่งเข้าใกล้ พวกเรา ปราณปีศาจกมยิ่งไหลเชี่ยว”
“เจ้าคนที่ควบคุมโครงกระดู้กปีศาจเลือด้นั้นฝีมือต่ำาต้อย เขาย่อมไม่มีความสามารถมากพอที่จะฝ่าการกัด้กินของปราณปีศาจ ที่ไหลกรากและตามมาถึงในระยะเวลาอันสั้นนี้แน่นอน”
“เขาไม่มา โครงกระดู้กปีศาจเลือด้กมย่อมมาไม่ถึง พวกเรา มีเวลามากพอที่จะแก้ไขปัญหาที่อยู่ตรงหน้านี้ได้้”
“ข้าเชื่อในการวิเคราะห์ของฝ่าบาท!” ซาลาปีศาจสาวเอ่ย อย่างเคารพนบน้อม
และเวลานี้เอง
เสิ่นซิ่วอาจารย์ของอวี๋ถงหน้าเปลี่ยนสี พลันกล่าวว่า “เสี่ยวถงอยู่ใกล้ๆ นี้ ข้าสัมผัสได้้ถึงปราณของไข่มุกเลือด้วิเศษ!”
หลีจิ้งที่มีแสงสีเลือด้ล้อมวนรอบกาย เรือนกายของนาง พร่าเลือน เมื่อได้้ยินคำาพูด้ประโยคนี้ของเสิ่นซิ่ว นางไม่ยินด้ีกลับตก ตะลึง กล่าวด้้วยน้ำาเสียงที่อ่อนโยนทว่าแฝงไว้ด้้วยความกระวนกระ วายน้อยๆ “นางกลับมาจากประตูสวรรค์แล้วรึ? เจ้ารีบใช้เวทลับ ติด้ต่อกับไข่มุกเลือด้วิเศษเด้ี๋ยวนี้ บอกนางว่าไม่ต้องกลับมา หนีไปได้้ ไกลเท่าไหร่กมจงไปให้ไกลเท่านั้น อย่ากลับสำานักมาเด้มด้ขาด้ จงรักษา เมลมด้พันธ์สุด้ท้ายแห่งความหวังของสำานักเอาไว้!”
“ตกลง!” ด้วงตาของเสิ่นซิ่วเผยความเจมบปวด้แต่กลับติด้ ต่ออวี๋ถงทันทีตามคำาบอก
ครู่ใหญ่หลังจากนั้น บนใบหน้าที่เตมไปด้้วยริ้วรอยของเสิ่น ซิ่วพลันฉายแววแปลกประหลาด้ เอ่ยด้้วยเสียงอันด้ัง “เจ้าสำานัก! พวกเสี่ยวถงนางปลุกโครงกระดู้กปีศาจเลือด้ได้้สำาเรมจแล้ว!”
“ว่าไงนะ?” หลีจิ้งพลันตะลึงงัน “จะเป็นไปได้้อย่างไร? พวกเราใช้พลังของทั้งสำานักกมยังไม่สามารถปลุกให้โครงกระดู้กปีศาจ เลือด้ตื่นได้้เพราะขาด้พลังแห่งชีวิต พวกเขาจะปลุกโครงกระดู้ก ปีศาจเลือด้ได้้อย่างไร?”
“เนี่ยเทียนลูกศิษย์อูจี้เป็นคนปลุกมันได้้!” เสิ่นซิ่วกล่าว
“เนี่ยเทียน?”