ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 200 พลังระด้ับสูงยิ่งกว่า!
“ใช่ คือเนี่ยเทียนนี่แหละ!”
เสิ่นซิ่วเองกมเตมไปด้้วยความคลางแคลงใจ “เสี่ยวถงบอก ว่าเขาได้้กินผลไม้แห่งชีวิตลูกหนึ่งในประตูสวรรค์ ในเลือด้ของเขามี พลังแห่งชีวิตแฝงเร้นอยู่ และเขากมใช้เลือด้ของเขามาปลุกโครง
กระดู้กปีศาจเลือด้ให้ตื่น อีกทั้งยังทำาให้โครงกระดู้กปีศาจเลือด้ฟังแต่ คำาสั่งของเขาด้้วย”
“โครงกระดู้กปีศาจเลือด้นั่นไม่ได้้มีไข่มุกเลือด้วิเศษของ เจ้าคอยกำาราบจิตวิญญาณที่หลงเหลืออยู่หรอกหรือ?” หลีจิ้งเจ้า สำานักโลหิตเอ่ยถาม
“วิญญาณที่เหลืออยู่ของโครงกระดู้กปีศาจเลือด้หลุด้ออก มาจากไข่มุกเลือด้วิเศษแล้วหลอมรวมเข้าในตัวของมันเอง” เสิ่นซิ่ว ยิ้มขื่น “เสี่ยวถงขอบเขตต่ำาต้อยเกินไป ความเข้าใจในเวทควบคุม ปีศาจกมีน้อยนิด้ หากตอนนั้นข้าอยู่ที่นั่นด้้วย ข้าย่อมสามารถ ควบคุมวิญญาณที่เหลืออยู่ของโครงกระดู้กปีศาจเลือด้ ทำาให้มันอยู่ ในการควบคุมของข้าได้้แน่นอน”
“เป็นแบบนี้เองหรือ” หลีจิ้งที่ถูกแสงสีเลือด้เป็นชั้นๆ ล้อม วนลังเลอยู่ครู่หนึ่งกมกล่าวว่า “หากเปลี่ยนเป็นในอด้ีต โครงกระดู้ก ปีศาจเลือด้ที่พวกเราหลอมมาอย่างยากลำาบากถูกคนนอกสำานัก ควบคุม ข้าย่อมไม่อนุญาตแน่นอน ทว่าตอนนี้กลับไม่เหมือนเด้ิม แล้ว…”
เส้นสายตาของหลีจิ้งเปลี่ยนจากตัวของเสิ่นซิ่วมาหยุด้อยู่ ที่ตัวของเก๋อหลู่เท่อและซาลา
“ตามความเหมนข้า นี่ถือเป็นเรื่องด้ี เจ้าบอกกับอวี๋ถงว่าให้ ลูกศิษย์ของอูจี้ผู้นั้นรีบพาโครงกระดู้กปีศาจเลือด้มาที่นี่”
“โครงกระดู้กปีศาจเลือด้สายเลือด้ระด้ับแปด้ ต่อให้ ศักยภาพไม่บรรลุถึงระด้ับสูงสุด้กมากพอจะทำาให้ปีศาจหญิงนามว่า ซาลาผู้นั้นปวด้หัว”
“มีโครงกระดู้กปีศาจเลือด้ บวกกับข้า สถานการณ์อับจน ของสำานักโลหิตกมสามารถแก้ไขได้้!”
เสิ่นซิ่วสีหน้าฮึกเหิม “ข้าเข้าใจแล้ว!”
กล่าวจบนางกมแอบร่ายเวทลับติด้ต่อกับอวี๋ถงผ่านไข่มุก เลือด้วิเศษอีกครั้ง และบอกกล่าวความต้องการของหลีจิ้งออกไป
……
จุด้ที่ปราณปีศาจถอยห่างออกไป
พวกเฟิงหลัว หงฉานล้วนโอบล้อมอยู่รอบกายเนี่ย เทียน รอให้เขาหลอมละลายยาคืนพลังจิตและฟื้นฟูพลังจิตกลับมา
ในมืออวี๋ถงกำาไข่มุกเลือด้วิเศษ ใบหน้างด้งาม เปลี่ยนแปลงมิอาจคาด้เด้า นางกำาลังติด้ต่ออย่างลับๆ กับเสิ่นซิ่วอา จารย์ของนาง
ครู่ใหญ่หลังจากนั้นนางถึงได้้เกมบไข่มุกเลือด้วิเศษลงไป และพลันกล่าวว่า “สถานการณ์ของสำานักไม่ค่อยด้ีเท่าไหร่นัก!”
“เจ้าติด้ต่อกับอาจารย์ของเจ้าแล้วหรือ?” เฟิงหลัวเผย ความยินด้ีออกมาทางด้วงตา
พวกหงฉานกมแสด้งความสนใจ เส้นสายตาของพวกเขา พากันย้ายจากร่างของเนี่ยเทียนมาจับจ้องอวี๋ถง
พวกเขาเองกมพอจะรู้ว่าเด้ิมทีไข่มุกเลือด้วิเศษคืออาวุธ วิเศษของเสิ่นซิ่ว ซึ่งเมื่ออยู่ในขอบเขตที่แน่นอน เสิ่นซิ่วสามารถรับ สัมผัสได้้ถึงไข่มุกเลือด้วิเศษและสื่อสารกับอวี๋ถงผ่านมัน
มาถึงเวลานี้พวกเขากมยังไม่รู้ว่าสถานการณ์ของสำานัก โลหิตเป็นอย่างไรกันแน่
การที่เข้าใจสถานการณ์ของทางฝั่งนั้นอย่างแน่ชัด้ ถือ เป็นเรื่องที่สำาคัญอย่างยิ่งต่อพวกเขา
เมื่อเผชิญกับการสอบถามของเฟิงหลัว อวี๋ถงไร้ซึ่งการ ปิด้บังใด้ นางเล่าสถานการณ์เกี่ยวกับความลำาบากของสำานักโลหิต การเผาผลาญเลือด้สัตว์วิเศษอย่างมหาศาล และการด้ำารงอยู่ของ ภูตผีปีศาจระด้ับสูงอีกหลายตนออกมาอย่างไม่มีปิด้บัง
ความคาด้หวังที่หลีจิ้งมีต่อพวกเขา อวี๋ถงเองกมบอก กล่าวออกมาอย่างชัด้เจน บอกกับพวกเขาว่าทางฝ่ายของสำานัก
โลหิตคาด้หวังให้เนี่ยเทียนนำาโครงกระดู้กปีศาจเลือด้ไปช่วยสู้รบให้ เรมวที่สุด้
ทุกคนฟังคำาอธิบายของอวี๋ถงกมแอบผ่อนลมหายใจกัน หนึ่งครั้ง
สถานการณ์ของสำานักโลหิตด้ีกว่าที่พวกเขาคิด้ไว้เลมก น้อย ตอนนี้ผู้แขมงแกร่งส่วนใหญ่ของสำานักโลหิตล้วนยังมีชีวิตอยู่ แต่ เป็นเพราะค่ายกลใหญ่โลหิตหลอมถูกตีแตกจึงได้้แต่ติด้แหงมกอยู่ที่ เด้ิม
“ขอแค่เนี่ยเทียนพาโครงกระดู้กปีศาจเลือด้ไปถึงได้้ทัน กมสามารถแก้ไขสถานการณ์ที่ชะงักงันได้้แล้ว?” หงฉานกล่าวเบาๆ
อวี๋ถงพยักหน้า “เจ้าสำานักกล่าวเช่นนี้”
“ด้ี!” หงฉานสูด้ลมหายใจเข้าลึกหนึ่งครั้ง มองมายัง เนี่ยเทียนใหม่อีกครั้งแล้วจึงกล่าวว่า “รอให้เนี่ยเทียนฟื้นขึ้นมา พวก เรากมจะพิทักษ์เขาไปส่งที่สำานักโลหิตทันที!”
“เวลากระชั้นชิด้ พวกเราต้องเด้ินทางให้เรมวที่สุด้” อ วี๋ถงเหมนว่านานแล้วเนี่ยเทียนยังไม่ฟื้นเสียทีจึงร้อนรนเลมกน้อย “ตาม คำาบอกของอาจารย์ข้า เลือด้ของสัตว์วิเศษในสำานักเหลืออีกไม่มาก รอจนเลือด้ของสัตว์วิเศษถูกใช้จนหมด้ เงาโลหิตนั่นกมไม่สามารถ
ปกปองพวกเขาได้้อีก ถึงเวลานั้นภูตผีปีศาจระด้ับต่ำากมจะกระโจนเข้า ใส่ ทำาให้พวกเขาบาด้เจมบและล้มตายกันไปมาก”
เฟิงหลัวได้้ยินนางพูด้เช่นนี้กมคิด้จะปลุกให้เนี่ยเทียนตื่น
เวลานี้ลี่ฝานแห่งสำานักหลิงอวิ๋นจึงขมวด้คิ้วมุ่น กล่าว ว่า “เขากินยาคืนพลังจิตมากเกินไป ทางที่ด้ีที่สุด้คือควรให้เขาตื่นขึ้น มาเองโด้ยธรรมชาติ เวลานี้เขากำาลังหลอมละลายฤทธิ์ยาอย่างยาก ลำาบาก หากต้องตื่นขึ้นมาเพราะความวู่วามของเจ้าจะทำาให้พลังจิต ของเขายุ่งเหยิง เจ้ารับผิด้ชอบไหวหรือ? ไม่คิด้เพื่อเนี่ยเทียนกมควร คิด้เพื่อสำานักโลหิตของพวกเจ้าบ้าง!”
คำาพูด้เช่นนี้ด้ังออกมา เสียงที่เฟิงหลัวกำาลังจะตะโกน ออกมาจึงหยุด้ชะงักอยู่แค่ในลำาคอ
เขาเองกมรู้ว่าคำาพูด้ของลี่ฝานมีเหตุผล เนี่ยเทียน ขอบเขตต่ำาต้อย ทั้งยังฝืนหลอมยาคืนพลังจิตมากเกินไป เขาเองกม กังวลว่าความบุ่มบ่ามของเขาจะนำามาสู่ผลลัพธ์ในทางกลับกัน
ลังเลอยู่เลมกน้อยเฟิงหลัวกมนั่งลงไปอย่างห่อเหี่ยว กล่าว ด้้วยความจนใจว่า “ถ้าอย่างนั้นกมรอเถอะ หวังว่าเขาจะฟื้นตื่นโด้ย เรมวที่สุด้ ตอนนี้สำานักโลหิตของข้าต้องการเขายิ่งนัก ทุกคนในสำานัก โลหิตล้วนฝากความหวังไว้ที่เขา”
เนี่ยเทียนที่นั่งนิ่งอยู่นานจมจ่อมอยู่ในมหาสมุทรจิต วิญญาณของตัวเอง เขามองสะเกมด้ด้าวเจมด้ด้วงที่ค่อยๆ ขยายใหญ่ ขึ้นทีละนิด้เพราะสรรพคุณของยาคืนพลังจิต ปลด้ปล่อยแสงด้าวที่ เจิด้จ้ายิ่งกว่าเด้ิม จิตใจของเขาจึงเบิกบานอย่างมาก
แสงด้าวที่มาจากสะเกมด้ด้าวปะปนอยู่ในกระแสจิต ทำาให้กระแสจิตของเขาเกิด้การแปรสภาพกลายมาเป็นแสงระยิบ ระยับที่มหัศจรรย์ดุ้จด้ั่ง “ทิพย์จักษุ”
แสงสว่างนั้นทำาให้เขาสามารถมองเหมนความ เคลื่อนไหวของเลือด้เนื้อสิ่งมีชีวิตที่อยู่รอบด้้าน ทำาให้เขาพอจะ วิเคราะห์ได้้ถึงตบะและขอบเขตที่แท้จริงของอีกฝ่าย
ก่อนหน้านี้พลังจิตของเขาได้้เพียงรับสัมผัสเท่านั้น แต่ กลับมองไม่เหมนความเป็นจริง
ทว่าหลังจากที่มีแสงสะเกมด้ด้าวปะปนมา พลังในการ รับสัมผัส พลังการสังเกตของกระแสจิตเขาต่างกมเกิด้การแปรสภาพที่ น่าตะลึง
นี่ทำาให้เขาตระหนักได้้ว่าสะเกมด้ด้าวเจมด้ด้วงกับพลังจิต ในมหาสมุทรจิตวิญญาณของเขาคือพลังสองประเภทที่แตกต่างกัน อย่างสิ้นเชิง
เขายังถึงขั้นรู้สึกด้้วยว่าพลังที่ด้ำารงอยู่ในสะเกมด้ด้าวเจมด้ ด้วงเด้ิมทีกมคือพลังจิตวิญญาณ ไม่ใช่พลังจิต!
พลังจิตวิญญาณมีเพียงผู้ฝึกลมปราณที่เหยียบย่างเข้า สู่ขอบเขตสามัญเท่านั้น มหาสมุทรจิตวิญญาณถึงจะแปรสภาพ ซึ่ง พลังจิตจะรวมตัวกันขึ้นมาเป็นพลังงานระด้ับสูงยิ่งกว่าเด้ิม
ทว่าเขามีขอบเขตแค่ท้ายสวรรค์ หากพลังที่แฝงเร้นอยู่ ในสะเกมด้ด้าวทั้งเจมด้ด้วงนั้นคือพลังจิตวิญญาณจริงๆ เขากมจะพลิก ล้มการรับรู้ของผู้ฝึกลมปราณอาณาจักรหลีเทียนทั้งหมด้โด้ยสิ้นเชิง!
คาถาสะเกมด้ด้าวมาจากพระราชวังโบราณสะเกมด้ด้าวที่ ลึกลับ นั่นคืออาวุธล้ำาค่าสูงสุด้ของในประตูสวรรค์!
เขาเชื่อว่าคาถาสะเกมด้ด้าวที่มหัศจรรย์มากเช่นนี้อาจ จะเปลี่ยนแปลงตัวเขาได้้จริงๆ ทำาให้เขาที่อยู่เพียงขอบเขตท้าย สวรรค์สามารถมีพลังจิตวิญญาณส่วนหนึ่งล่วงหน้าได้้
เขามองเส้นใยที่ถูกปลด้ปล่อยออกมาจากในยาคืน พลังจิตซึ่งไหลเข้าสู่สะเกมด้ด้าวทีละเส้นด้้วยความตื่นเต้นและฮึกเหิม
เนิ่นนานหลังจากนั้น เมื่อเขาสัมผัสไม่ได้้ว่ามีเส้นใย พลังจิตก่อเกิด้ขึ้นมาในร่างอีกแล้ว เขาถึงได้้ค่อยๆ ลืมตาขึ้น
พอลืมตาเขากมพบว่าทุกคนล้วนจ้องมองมาที่เขาด้้วย สีหน้าร้อนใจ
“มีอะไรหรือ?” เขาเอ่ยถามด้้วยความตกใจ
“พลังจิตของเจ้าฟื้นตัวหรือยัง?” เฟิงหลัวเอ่ยถามด้้วย ความร้อนรน
เขาพยักหน้าเบาๆ
“งั้นกมด้ี!” เฟิงหลัวไม่คิด้จะล่าช้าแม้แต่นาทีเด้ียว “ตอนนี้พวกเราควรมุ่งหน้าไปที่สำานักโลหิตทันที สำานักโลหิตของข้า ต้องการเจ้า ต้องการให้เจ้าควบคุมโครงกระดู้กปีศาจเลือด้!”
“ทำาไมอยู่ๆ ถึงได้้ร้อนใจเช่นนี้?” เนี่ยเทียนไม่เข้าใจ
“เด้ินไปพูด้ไป!” เฟิงหลัวเอ่ยเสียงด้ัง
“ตกลง” เนี่ยเทียนลุกขึ้นยืน เด้ินตามทุกคนมุ่งหน้า เข้าไปในจุด้ที่มีปราณปีศาจไหลกรากอย่างรวด้เรมว
ก่อนหน้าที่จะเข้าไปในปราณปีศาจ พวกเขายังร่ายม่าน แสงพลังวิญญาณหลากสีออกมาเพื่อปองกันตลอด้ทั้งร่างเอาไว้อย่าง แน่นหนา หลีกเลี่ยงไม่ให้ปราณปีศาจแทรกซึมเข้ามาและกลายมา เป็นทาสของภูตผีปีศาจ
เนี่ยเทียนใจกระตุกน้อยๆ ด้ึงเอาพลังวิญญาณออกมา จากในมหาสมุทรวิญญาณจุด้ตันเถียนให้กลายร่างมาเป็นม่านแสง เบาบางสีขาวสะอาด้หนึ่งชั้นห่อหุ้มไว้รอบกาย
ทุกคนอยู่ในปราณปีศาจค่อยๆ เคลื่อนไปข้างหน้าทีละ น้อยภายใต้การนำาทางของเฟิงหลัว
ระหว่างทางพวกเขาต่างกมเผาผลาญพลังวิญญาณไป อย่างต่อเนื่อง และยิ่งเข้าไปลึกด้้านในกมยิ่งพบว่าปราณปีศาจเริ่มเข้ม ข้นขึ้น นี่ทำาให้ความเรมวในการเผาผลาญพลังวิญญาณของพวกเขา ค่อยๆ รุนแรงมากขึ้นด้้วย
หนึ่งเค่อหลังจากนั้น
เจิ้งปินแห่งอารามเสวียนอู้ เจียงหลิงจูจากสำานักหลิงอ วิ๋นรู้สึกไม่สบายตัวก่อนใคร จำาต้องหยุด้ลงด้้วยสีหน้าไม่น่ามอง
พลังวิญญาณในร่างของพวกเขาไหลหายไปเกินครึ่ง จำาเป็นต้องใช้หินวิเศษมาชด้เชยถึงจะเขยิบเข้าไปลึกต่อได้้
บนใบหน้าของอวี๋ถงเองกมีสีแด้งที่เกิด้จากอาการไม่ สบายตัวปรากฏขึ้นเช่นกัน ม่านแสงสีเลือด้ที่ปกคลุมไปรอบด้้านกมเริ่ม ส่ายไหวไม่มั่นคง
“ลืมไปว่าพวกเขาขอบเขตต่ำาเกิน” เฟิงหลัวขมวด้คิ้ว มุ่นแล้วกล่าวว่า “เสี่ยวถง เจ้าเอาไข่มุกเลือด้วิเศษมาให้ข้า หยุด้อยู่ ตรงนี้ชั่วคราวก่อน หากรู้สึกว่าอยู่ที่นี่แล้วยังคงเผาผลาญพลังมาก เช่นเด้ิมกมจงเด้ินทางกลับไปยังทางเด้ิม แล้วไปรออยู่ตรงขอบเขตที่ ไม่มีปราณปีศาจปกคลุม”
หงฉานลูบคลำาปลายคาง ยื่นมือมาชี้อันซืออี๋และ ขอบเขตกลางสวรรค์อีกหลายคน พลางเอ่ยสั่งความ “ขอบเขตของ พวกเจ้ากมไม่มากพอเหมือนกัน เกรงว่าคงไม่สามารถประคองตัวไปได้้ ถึงประตูสำานักโลหิต พวกเจ้าเองกมจงทำาเช่นอวี๋ถง หากไม่รออยู่ตรงนี้ กมกลับไปที่เด้ิม”
เขาเองกมคิด้ไม่ถึงว่ายิ่งเข้ามาลึกเรื่อยๆ ปราณปีศาจกม ยิ่งเข้มข้น เป็นเหตุให้พลังของหลายคนถูกเผาผลาญอย่างรวด้เรมว
“ตกลง” อวี๋ถงส่งไข่มุกเลือด้วิเศษให้กับเฟิงหลัวอย่าง ว่าง่าย แล้วจึงกล่าวว่า “ท่านลุงเฟิง เจ้าเนี่ยเทียนผู้นั้นกมขอบเขตไม่ พอเหมือนกัน ข้ากังวลว่าเขา…”
“พวกเราจะปกปองเขาโด้ยการแบ่งพลังของตัวเอง ออกมา ไม่ให้เขาถูกปราณปีศาจรุกรานทำาร้าย” เฟิงหลัวรับไข่มุก เลือด้วิเศษมาแล้วเอ่ยตอบรับ
“เจ้าต้องยืนหยัด้ให้ถึงสำานักโลหิตของข้าด้้วย!” อวี๋ถง ถลึงตาพูด้กับเนี่ยเทียน
“แน่นอน” เนี่ยเทียนตอบรับยืนยัน
คนอื่นๆ ต่างกมไม่มีความเหมนต่าง รวมถึงอันซืออี๋ที่กังวล เรื่องความปลอด้ภัยของเนี่ยเทียนกมรู้ว่านางที่ยังไม่เหยียบย่างเข้าสู่ ต้นสวรรค์อาจจะไม่สามารถประคองตัวไปได้้ถึงท้ายที่สุด้
นางเองรออยู่ที่เด้ิมกมพอแล้ว
หลังจากนั้น ภายใต้การปกปองของผู้แขมงแกร่ง ขอบเขตต้นสวรรค์หลายคน เนี่ยเทียนกมุ่งหน้าไปยังสำานักโลหิต อย่างต่อเนื่อง
“เนี่ยเทียน เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง? ต้องการให้พวกเรา ช่วยหรือไม่?”
“ตอนนี้ยังไม่ต้อง”
ผ่านไปอีกครู่หนึ่ง
“เนี่ยเทียน ไม่ต้องฝืนนะ หากไม่ไหวกมบอกมา”
“ไม่ต้องจริงๆ”
และผ่านไปอีกครู่ใหญ่
“เนี่ยเทียน เจ้าไหวหรือไม่เนี่ย? เจ้าอย่ากัด้ฟันฝืนตัว เอง พอไปถึงตรงนั้นกมล้มตึงลงไปล่ะ!”
“ข้ายังยืนหยัด้ได้้อีกพักหนึ่ง”