ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 2 งานเลี้ยงจับฉลาก
วันต่อมา
โถงรับรองใหญ่ของตระกูลเนี่ยมีเสียงผู้คนพูด้คุยจอแจ ครึกครื้นผิด้ปกติ
คนหนุ่มคนแก่ตระกูลเนี่ยกลุ่มหนึ่งรวมตัวกันอยู่ข้างกายของ หลิวเหยี่ยนผู้ที่มาจากสำานักหลิงอวิ๋น ถามไถ่สารทุกข์สุขด้ิบ หวังว่า จะได้้รับความรู้สึกอันด้ีจากหลิวเหยี่ยนเพื่อช่วงชิงโอกาสให้กับลูก หลานตนเองได้้เข้าไปอยู่ในสำานักหลิงอวิ๋นภายภาคหน้า
หลิวเหยี่ยนผู้สวมชุด้คลุมยาวสีเทานั่งอยู่ตรงตำาแหน่งประธาน มุมปากยกยิ้ม พูด้คุยกับคนตระกูลเนี่ยที่พยายามหาเรื่องมาคุยด้้วย นัยน์ตาฉายแววรำาคาญเลมกน้อย
ตั้งแต่ต้นจนจบ หลิวเหยี่ยนนั่งนิ่งไม่เคยลุกขึ้นยืน ส่วนกลุ่มคน ของตระกูลเนี่ยที่ยืนอยู่ข้างกายเขาต้องก้มตัวโค้งต่ำา แสด้งท่าที อ่อนน้อมถ่อมตน
ตรงประตูของห้องโถง คนตระกูลเนี่ยพาเด้มกเลมกที่อายุ ประมาณหนึ่งขวบปีทยอยกันเด้ินเข้ามาด้้านใน
ทุกคนที่เข้ามาล้วนพาลูกหลานของตัวเองไปพบหน้าหลิวเหยี่ ยนก่อน หลังจากแนะนำากับหลิวเหยี่ยนด้้วยใบหน้าแย้มยิ้มแล้วถึงจะ ทักทายผู้อาวุโสทั้งสามของตระกูลเนี่ยที่นั่งอยู่ข้างกายหลิวเหยี่ยน
เนี่ยตงไห่และน้องชายคนรอง เนี่ยเป่ยชวน น้องชายคนที่สาม เนี่ยหนันซาน วางตัวตามฐานะของตัวเอง ไม่ได้้ทำาท่าประจบเอาใจ หลิวเหยี่ยน เพียงแต่ว่าเมื่อใด้ที่สบตากับหลิวเหยี่ยนกมจะต้องส่งยิ้ม พร่างพรายมาให้ทุกครั้ง
แตกต่างไปจากเมื่อวาน วันนี้ใบหน้าของเนี่ยตงไห่แด้งปลั่งไป ด้้วยเลือด้ฝาด้ กระปรี้กระเปร่ามีชีวิตชีวา มองไม่ออกว่ามีอาการบาด้ เจมบอยู่เลยสักนิด้เด้ียว
“เนี่ยเฉี่ยน? เจ้าพาเนี่ยเทียนมาทำาไม?” เวลานี้เอง น้ำาเสียงที่ ไม่ถูกกาลเทศะพลันด้ังขึ้นมา เนี่ยหลันที่เมื่อครู่เพิ่งแนะนำาลูกของตัว เองกับหลิวเหยี่ยนด้้วยรอยยิ้มเตมใบหน้า มาบัด้นี้หัวคิ้วขมวด้มุ่น หันหน้าไปทางประตูห้องโถงด้้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์
เนี่ยหลันคือลูกชายของผู้อาวุโสคนรอง เนี่ยเป่ยชวน อายุมาก ที่สุด้ในบรรด้าคนรุ่นที่สองของตระกูลเนี่ย แต่ไร้พรสวรรค์ในการฝึก บำาเพมญตบะ ทุกวันนี้ตบะอยู่แค่หลอมลมปราณขั้นเก้าเท่านั้น ไม่ สามารถฝ่าทะลุจุด้สูงสุด้เหยียบย่างเข้าสู่ขั้นท้ายสวรรค์ได้้
และกมด้้วยเหตุนี้ ตัวเขาเองจึงยอมแพ้ที่จะฝึกบำาเพมญตบะไป นานแล้ว ทว่ากลับเอาความหวังทั้งหมด้ฝากไว้ที่ตัวของลูกชายทั้ง สามแทน
ตอนนี้ลูกชายคนโตของเขาอายุสิบเอมด้ปี ได้้เข้าสู่หลอม ลมปราณขั้นเจมด้แล้ว ขอแค่ในสี่ปีสามารถเหยียบย่างเข้าสู่ขั้นที่เก้ากม จะได้้รับความโปรด้ปราน กลายเป็นลูกศิษย์ของสำานักหลิงอวิ๋น และ เมื่ออยู่ภายใต้การช่วยเหลือของสำานักหลิงอวิ๋นกมย่อมสามารถเลื่อน ขั้นสู่ท้ายสวรรค์ได้้อย่างราบรื่น อนาคตสด้ใสก้าวกระโด้ด้
ลูกชายคนที่สองของเขาอายุหกขวบ ตอนนี้ฝึกบำาเพมญตบะได้้ ถึงหลอมลมปราณขั้นสี่แล้ว เป็นเด้มกที่มีพรสวรรค์ในการบำาเพมญตบะ ที่ไม่ธรรมด้าเช่นกัน ภายภาคหน้าคู่ควรแก่การคาด้หวัง
วันนี้ที่เขาพามาด้้วยคือลูกชายคนเลมกที่เพิ่งจะอายุขวบเตมไป เมื่อไม่นานมานี้ เนี่ยหง
การเกิด้ของลูกชายทั้งสามคนของเขาล้วนผ่านการคิด้คำานวณ มาอย่างรอบคอบ ทุกคนอายุประมาณขวบปีเมื่อใด้กมล้วนทันงาน เลี้ยงจับฉลากที่จัด้ขึ้นห้าปีครั้งอย่างพอด้ิบพอด้ี อีกทั้งสองคนก่อน หน้านี้กมได้้รับผลพวงไม่ธรรมด้า
ครั้งนี้ถึงคราวของเนี่ยหงบ้างแล้ว
หลังเสียงตวาด้เบาๆ ของเนี่ยหลัน สายตาของทั้งคนหนุ่มและ คนแก่ตระกูลเนี่ยทุกคนที่อยู่ในห้องโถงล้วนมารวมกันอยู่บนตัวของ เนี่ยเฉี่ยนและเนี่ยเที่ยนที่เพิ่งเด้ินเข้าประตูมาอย่างพร้อมเพรียง
“พี่ใหญ่ ข้าพาเนี่ยเทียนมาร่วมงานจับฉลากด้้วย” เนี่ยเฉี่ยน ตอบด้้วยเสียงอันด้ัง
เนี่ยเทียนที่อยู่ข้างกายของนาง ตัวใหญ่สมบูรณ์ อายุประมาณ หนึ่งขวบเช่นกัน เนี่ยเทียนไม่เพียงแต่สูงกว่าเด้มกเจมด้แปด้คนที่มาร่วม งานจับฉลากอยู่เลมกน้อย แต่ยังแขมงแรงล่ำาสันกว่ามากอย่างเหมนได้้ชัด้ ภายใต้การจับตามองของทุกคน แม้ว่าเนี่ยเฉี่ยนจะพูด้เสียงด้ังมาก แต่สีหน้ากลับกระวนกระวายอยู่ไม่น้อย
กลับเป็นเนี่ยเทียนเสียอีกที่อ้าปากหัวเราะเอิกอาก ไม่รู้สักนิด้ เลยว่าสายตาแต่ละคู่ที่สาด้มาหามีความไม่เป็นมิตรอยู่มากเพียงใด้ คล้ายว่าเขากำาลังด้ื่มด้่ำากับความรู้สึกถูกคนจับจ้องจึงไร้ซึ่งความประ หม่าใด้ๆ
“เนี่ยเทียน?” เนี่ยหลันแค่นเสียงเบาหนึ่งครั้ง สีหน้าด้ำาคล้ำา “แม้ว่าเขาจะแซ่เนี่ย ทว่านั่นเป็นเพราะพวกเราไม่รู้ว่า บิด้าแท้ๆ ของเขาคือใคร จึงจำาต้องให้เขาใช้แซ่เนี่ย ในความเป็นจริง แล้ว เขาไม่ถือว่าเป็นคนของตระกูลเนี่ย ตามกฎของตระกูล ลูก หลานฝั่งตาไม่มีสิทธิ์เข้าร่วมงานเลี้ยงจับฉลาก เจ้าอย่าสร้างความ วุ่นวาย รีบพาเนี่ยเทียนออกไปซะ อย่าให้ท่านหลิวและทุกคนต้อง เสียเวลา”
“ท่านพ่อ!” เนี่ยเฉี่ยนพลันหันไปหาเนี่ยตงไห่
“ไม่ว่าลูกเขยของข้าคนนั้นจะเป็นใคร ก่อนที่จิ่นเอ๋อร์จะจาก ไป เคยบอกไว้ว่าบิด้าของเนี่ยเทียนยินด้ีแต่งเข้าตระกูลเนี่ยของเรา ด้ังนั้นเนี่ยเทียนจึงถือว่าเป็นหลานตระกูลเนี่ย” เนี่ยตงไห่พูด้ด้้วย ท่าทางมีอำานาจ
“พี่ใหญ่ เท่าที่ข้ารู้มา ท่านแทบอยากจะเขมือบเจ้าคนไม่รู้ชื่อ แซ่นั้นทั้งเป็น ช่วงที่ผ่านมาเหมนท่านเอาแต่พร่ำาพูด้ว่าจะหาตัวเขาให้ เจอ ไม่ว่าต้องเสียค่าตอบแทนเท่าไหร่กมต้องฆ่าเสียให้ได้้ไม่ใช่รึ” ผู้ อาวุโสคนที่สามของตระกูลเนี่ย เนี่ยหนันซานกล่าวขึ้นพร้อมเสียง หัวเราะ “ทำาไมอยู่ๆ ท่านถึงได้้เปลี่ยนท่าที ยอมรับว่าเขาคือลูกเขย เสียแล้วเล่า? อีกอย่าง แต่งเข้าตระกูล…กมต้องทำาตามกฎมิใช่หรือ? ข้าไม่เหมนจำาได้้ว่าคนคนนั้นเคยเอ่ยคำาสาบานต่อหน้าโถงบรรพบุรุษ ตระกูลเนี่ยมาก่อน”
“นั่นสิๆ ไม่ได้้เอ่ยคำาสาบานต่อหน้าโถงบรรพบุรุษ ไม่ได้้ทำาพิธี ให้เสรมจสมบูรณ์กมไม่ถือว่าเป็นเขยที่แต่งเข้าตระกูลเนี่ย”
“ท่านประมุข แค่เพื่อให้เนี่ยเทียนได้้เข้าร่วม งานเลี้ยงจับสลาก ท่านอย่าถึงขนาด้ยอมรับคนที่มีความแค้นลึกล้ำา ต่อกันเป็นลูกเขยอย่างส่งเด้ชเลย ท่านอย่าลืมสิว่าเขาเป็นคนทำาร้าย เนี่ยจิ่น!”
“ต่อให้ท่านจะเป็นประมุขตระกูลกมไม่ควรมองข้ามกฎของ ตระกูล กระทำาการบุ่มบ่ามตามใจตนกระมัง?”
“…”
ในห้องโถง คนตระกูลเนี่ยทั้งที่เป็นญาติสายตรงและญาติสาย อ้อมซึ่งพาลูกหลานมาร่วมงานต่างพากันส่งเสียงเซมงแซ่ด้้วยความไม่ พอใจ ตำาหนิการกระทำาซี้ซั้วของเนี่ยตงไห่
มีเด้มกเพิ่มเข้ามาในงานเลี้ยงจับฉลากหนึ่งคน นั่นหมายความ ว่าลูกหลานของพวกเขาอาจจะเสียโอกาสไปหนึ่งส่วน แน่นอนว่า พวกเขาย่อมไม่ยินด้ี
หากเปลี่ยนเป็นเมื่อก่อน เนี่ยตงไห่ไม่ได้้รับบาด้เจมบหนัก บารมี และอำานาจยังคงอยู่ บางทีพวกเขาอาจไม่กล้าถึงเพียงนี้
แต่ตอนนี้พวกเขาล้วนรู้สถานการณ์ของเนี่ยตงไห่เป็นอย่างด้ี และกมรู้ด้้วยว่าอีกไม่นานนัก เนื่องจากพลังของเนี่ยตงไห่ที่ลด้ลงอย่าง ต่อเนื่อง เขากมจะต้องถูกบีบให้ลงจากตำาแหน่งประมุขของตระกูล จึง ไม่จำาเป็นต้องไว้หน้ากันอีกต่อไป
ผู้อาวุโสคนที่สองของตระกูลเนี่ย เนี่ยเป่ยชวนนั่งฟังเสียงด้ัง เอมด้อึงในห้องโถงนิ่งๆ แต่กลับไม่คิด้จะห้ามปราม
ขณะที่เสียงถกเถียงยิ่งดุ้เด้ือด้ขึ้นเรื่อยๆ นั้นเอง หลิวเหยี่ยน จากสำานักหลิงอวิ๋นพลันกระแอมไอออกมาเบาๆ หนึ่งครั้ง
เสียงวุ่นวายทั้งหมด้หยุด้ชะงักลงในบัด้ด้ล
แม้แต่ผู้อาวุโสคนที่สามของตระกูลอย่างเนี่ยหนันซานซึ่งกำาลัง จะเอ่ยถามให้ลำาบากใจอีกครั้งกมยังรีบหุบปาก มองหลิวเหยี่ยนด้้วย สีหน้าประด้ักประเด้ิด้
หลิวเหยี่ยนที่มีใบหน้าอ่อนโยนดุ้จหยกมณี ยามนี้สีหน้ากระตุ กน้อยๆ มองเนี่ยเทียนที่ยืนอยู่ข้างเนี่ยเฉี่ยนอย่างจริงจัง “เขา คือ…ลูกชายของศิษย์น้องหญิงเลมกหรือ?” ขณะที่พูด้ นัยน์ตาของหลิวเหยี่ยนมีประกายความเจมบปวด้ที่ยากจะจับสังเกต วาบผ่าน
คำาพูด้นี้เมื่อเปล่งออกไป ทุกคนของตระกูลเนี่ยถึงนึกขึ้นได้้ อย่างกะทันหันว่า เนี่ยจิ่นผู้มีพรสวรรค์น่าตะลึงที่สุด้ในบรรด้าคนรุ่น ที่สองของตระกูล ตอนอายุสิบขวบกมสามารถฝึกหลอมลมปราณได้้ถึง ขั้นเก้า นับแต่นั้นจึงถูกสำานักหลิงอวิ๋นรับเข้าเป็นลูกศิษย์ก่อนกำาหนด้
และหลิวเหยี่ยนกมคือศิษย์พี่ใหญ่ของเนี่ยจิ่น
“เรียนนายท่าน เนี่ยเทียนกมคือลูกชายที่น้องสาวผู้น่าสงสาร ของข้าทิ้งเอาไว้” เนี่ยเฉี่ยนตอบอย่างสลด้
หลิวเหยี่ยนพยักหน้าเบาๆ มองเนี่ยเทียนอย่างลึกล้ำาด้้วย สีหน้าซับซ้อน พูด้ด้้วยน้ำาเสียงอ่อนโยน: “รอบนี้ เด้ิมทีข้าคิด้จะเอา ของเล่นออกมาห้าอย่าง แต่ข้ากับศิษย์น้องหญิงเลมกของข้าสนิทสนม
กัน เพื่อเนี่ยเทียน ข้าจึงตัด้สินใจโด้ยพลการ เอาของวิเศษอีกสอง อย่างที่ข้าเกมบไว้ออกมาพร้อมกัน พวกเจ้าเหมนว่าอย่างไร?”
เขาหันหน้าไปมองเนี่ยเป่ยชวนและเนี่ยหนันซานที่อยู่ด้้านข้าง
“ในเมื่อท่านหลิวเอ่ยปากแล้ว พวกเราย่อมทำาตามประสงค์” เนี่ยเป่ยชวนรีบพูด้
เนี่ยหนันซานเองกมรีบพยักหน้าด้้วยสีหน้าปลื้มปิติ รีบกล่าวว่า: “ทั้งหมด้ทำาตามที่ท่านหลิวต้องการ”
ทุกคนที่เหลือจึงไม่มีใครคัด้ค้านอีก
“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ถ้าเช่นนั้นกมเริ่มงานเลี้ยงจับฉลากตระกูล เนี่ยครั้งนี้เลยเถอะ” หลิวเหยี่ยนเองกมไม่พูด้มากความ โบกมือหนึ่ง ครั้ง ในปลายแขนเสื้อข้างซ้ายพลันมีลำาแสงเจมด้เส้นลอยออกมา
ลำาแสงเจมด้เส้นนั้นสีสันแตกต่างกันออกไป พริบตาเด้ียวกมสาด้ ส่องให้ห้องโถงใหญ่ของตระกูลเนี่ยเป็นประกายระยิบระยับ
ลำาแสงตกกระทบลงบนพื้นหินชนวนกลางโถงใหญ่ กลายร่าง ออกมาเป็นอาวุธวิเศษส่องประกายเจมด้ชิ้น แบ่งออกเป็นกระบี่หนึ่ง เล่ม มีด้หนึ่งเล่ม พัด้หนึ่งด้้าม ถุงมือหนึ่งข้าง ไม้เท้าหนึ่งแท่ง ไข่มุก หนึ่งเมมด้ กระดู้กสัตว์หนึ่งชิ้น
วินาทีที่อาวุธวิเศษเจมด้อย่างตกลงบนพื้น ทุกคนของตระกูล เนี่ยต่างพากันขยับออกเพื่อเว้นที่ว่างไว้ตรงกลางห้องโถง จากนั้นกม ล้อมวงโอบล้อมอาวุธเจมด้ชิ้นเอาไว้ทันที
พริบตานั้น สายตาของทุกคนพลันไปรวมตัวกันอยู่บนอาวุธ วิเศษงด้งามเจมด้ชิ้น ไม่มีใครมองเนี่ยเทียนอีก
แม้แต่สามพี่น้องเนี่ยตงไห่ยามนี้กมยังลุกขึ้นยืนโด้ยไม่รู้ตัว ใน ร่างของแต่ละคนแผ่คลื่นพลังวิญญาณออกมาหนึ่งระลอก เพื่อสัมผัส ให้รู้ถึงธาตุและระด้ับของอาวุธทั้งเจมด้ชิ้น
ด้วงตาทุกคู่ของคนตระกูลเนี่ยเปล่งประกาย ใช้พลังวิญญาณ ในร่างออกมาสัมผัสเช่นกัน
เขียว ม่วง แด้ง ฟอา ปราณของลำาแสงวิเศษที่มีสีสันแตกต่าง กันออกไป ภายใต้การรับสัมผัสจากพลังผู้ฝึกลมปราณของตระกูล เนี่ย ต่างกมพากันกะพริบวาบอยู่บนอาวุธวิเศษทั้งเจมด้ชิ้น
“ขั้นต่ำาระด้ับห้า!”
เนี่ยหลันเบิกตากว้าง จ้องเขมมงไปยังไข่มุกสีเขียวที่หลิวเหยี่ยน เอาออกมาเป็นชิ้นสุด้ท้ายเมมด้นั้น ลมหายใจถี่กระชั้นขึ้นเลมกน้อย
“สวรรค์ ระด้ับห้าจริงหรือนี่?”
“ตามธรรมเนียมที่ผ่านมา อาวุธวิเศษทุกชิ้นควรจะเป็นขั้นต่ำา ระด้ับสามทั้งหมด้มิใช่หรือ? อาวุธวิเศษระด้ับห้า ต่อให้เป็นขั้นต่ำา มูลค่ากมไม่ธรรมด้า ทั้งเป็นสิ่งที่สำานักหลิงอวิ๋นจะมอบให้กับลูกศิษย์ ตัวจริงแล้วเท่านั้น ครั้งนี้…”
“ท่านหลิวช่างใจกว้างยิ่งนัก!”
ไข่มุกสีเขียว ภายใต้การรับสัมผัสจากพลังวิญญาณของทุกคน ด้้านในของมันคล้ายจะมีสายฟอาเป็นเส้นๆ แลบแปลบปลาบ ยิ่งทำาให้ ดู้ไม่ธรรมด้า และกมทำาให้คนตระกูลเนี่ยด้วงตาลุกเรือง
ผู้อาวุโสคนรองตระกูลเนี่ย เนี่ยเป่ยชวนจ้องเขมมงไปที่ไข่มุก เมมด้นั้น นัยน์ตามีประกายแสงแปลกประหลาด้วาบผ่าน
เนี่ยหลันคือลูกชายของเขา แน่นอนว่าเนี่ยหงย่อมเป็นหลาน ชายของเขา หลังจากที่เนี่ยหงเกิด้มาได้้ไม่นาน เขากมใช้วิชาลับแอบ ประเมินพรสวรรค์ของเนี่ยหงเอาไว้แล้ว
เนื่องจากขอบเขตพลังของเขามีจำากัด้ จึงต้องใช้ยาที่ไม่ ธรรมด้าเกินไปหนึ่งเมมด้ ถึงมั่นใจได้้ถึงเจมด้ส่วนว่าในร่างของเนี่ยหงมี ธาตุสายฟอาแฝงเร้นอยู่
และไข่มุกสีเขียวขั้นต่ำาระด้ับห้าเมมด้นั้นกมเหมนได้้ชัด้ว่าเป็นอาวุธ วิเศษที่มีพลังสายฟอา สอด้คล้องกับธาตุในการบำาเพมญตบะของเนี่ย หงอย่างเหมาะเหมมง
ใจของเนี่ยเป่ยชวนกระตุกน้อยๆ รีบหันไปมองหลิวเหยี่ยน โค้งกายกล่าวขอบคุณ: “ขอบพระคุณท่านหลิวที่เมตตา”
หลังจากที่เนี่ยเป่ยชวนกล่าวจบ ทุกคนที่คืนสติกลับมาต่างกม พากันหันไปขอบคุณความใจป้ำาของหลิวเหยี่ยน
หลิวเหยี่ยนโบกมือ ส่งสัญญาณให้ทุกคนเงียบเสียง จากนั้นกม กล่าวว่า: “นับแต่นี้ไป ทุกคนห้ามใช้การรับสัมผัสของพลังวิญญาณ ในร่างกายอีก ห้ามทำาให้บรรยากาศวุ่นวาย ตอนนี้ มอบให้เป็นหน้าที่ ของเด้มกทั้งแปด้คน ต้องดู้ที่โชควาสนาของตัวพวกเขาเองแล้ว”
“ให้เด้มกทั้งแปด้คนลงสนาม!” เนี่ยตงไห่กล่าวเสียงทุ้ม
“ไปเถอะ!” เนี่ยเฉี่ยนแอบผ่อนลมหายใจ ปล่อยมือเนี่ยเทียน ในที่สุด้
วินาทีที่อาวุธวิเศษทั้งเจมด้ชิ้นนั้นตกลงบนพื้น เนี่ยเทียนที่อยู่ ข้างกายนางกมด้วงตาเป็นประกาย ทำาท่าอยากจะพุ่งเข้าไปในวงทันที ทันใด้ หากไม่เพราะนางจับแขนของเนี่ยเทียนเอาไว้แน่น เกรงว่าไม่ ต้องรอให้ทุกคนพูด้จบ เนี่ยเทียนกมคงพุ่งเข้าใส่นานแล้ว
ยามนี้ นางเพิ่งจะปล่อยมือ เนี่ยเทียนกมอ้าแขนทั้งสองออก กว้าง ตั้งท่าราวต้องการโอบกอด้ฟอาด้ิน วิ่งทะยานเข้าใส่เสียงด้ัง “ตึง ตึง ตึง”