ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 209 แย่งศิษย์
“ทำาไมจะไม่ได้้ล่ะ?”
ในที่สุด้หลีจิ้งกมหันหน้ากลับมา ใช้สายตาแสด้งความสนใจมอง มายังลี่ฝาน เม้มปากยิ้มแล้วเอ่ยขึ้นด้้วยน้ำาเสียงอ่อนโยน “ข้าสัมผัส ไม่ได้้ถึงปราณใด้ๆ ของสำานักหลิงอวิ๋นบนตัวเนี่ยเทียน ตาแก่อูนั่นกม
น่าจะไม่ได้้ถ่ายทอด้คาถาวิเศษของสำานักหลิงอวิ๋นให้กับเนี่ยเทียน เหมือนกัน”
หยุด้ชะงักไปครู่นางกมยิ้มขึ้นมาแล้วพูด้ด้้วยสีหน้าเบิกบาน “กลับกลายเป็นปราณของสำานักโลหิตข้าเสียอีกที่แผ่ซ่านออกมาจาก ร่างเขา ข้ามั่นใจมากว่าเขามีความสัมพันธ์ลึกล้ำากับสำานักโลหิตของ ข้า”
ปีนั้นตอนที่อยู่ในโลกมายามรกต อวี๋ถงได้้ใช้เวทลับ “ตาข่าย ปฐพี” นำาเส้นเลือด้นับหมื่นนับพันแทงทะลุเข้าไปในร่างของเนี่ย เทียน
และเนี่ยเทียนกมใช้ความประหลาด้ของร่างกายตัวเอง ดู้ด้ด้ึงเส้นเลือด้เหล่านั้นให้เข้ามาหลอมละลายอยู่ในร่าง
บนร่างของเนี่ยเทียนจึงยังมีกลิ่นคาวเลือด้ของสำานัก โลหิตหลงเหลืออยู่ ในฐานะที่หลีจิ้งเป็นเจ้าสำานักจึงเชี่ยวชาญในเวท ลับทุกชนิด้ของสำานักโลหิต และแน่นอนว่าย่อมมีการรับสัมผัสที่เฉียบ ไว
นางเชื่อมั่นว่าที่เนี่ยเทียนสามารถปลุกโครงกระดู้ก ปีศาจเลือด้ให้ฟื้นตื่นได้้ นอกจากการมอบพลังแห่งชีวิตแล้ว ยัง เกี่ยวข้องกับปราณสำานักโลหิตในร่างของเนี่ยเทียนด้้วย
“เนี่ยเทียนไหว้เข้าเป็นศิษย์ของอาจารย์ปู่ข้าแล้ว” รอยยิ้มของลี่ฝานเหมนได้้ชัด้ว่าฝืนใจ “อีกอย่างทุกคนในสำานักหลิงอวิ๋ นของข้ากมล้วนรู้เรื่องนี้ด้ี”
“แล้วเกี่ยวอะไรกันเล่า?” หลีจิ้งไม่สนใจแม้แต่นิด้ “ขอ แค่ตาแก่อูยอมปล่อยมือกมพอ ลูกศิษย์สองคนที่เขารับไว้กมยิ่งใหญ่มาก พอแล้ว อีกทั้งอายุขัยของเขากำาลังจะหมด้ลง เกรงว่าคงไม่มีเวลา เหลือมาปกปองดู้แลให้เนี่ยเทียนเติบโตได้้อีก สิ่งที่เขาไม่สามารถมอบ ให้เนี่ยเทียนได้้ สำานักโลหิตของพวกเราและข้าหลีจิ้ง สามารถหามา ให้เขาได้้!”
ไม่รอให้ลี่ฝานโต้ตอบ หลีจิ้งกมแค่นเสียงเยมนหนึ่งครั้ง กล่าวต่อไปว่า “โครงกระดู้กปีศาจเลือด้ตนนั้นสำานักโลหิตของข้าต้อง ทุ่มเทแรงกายแรงใจจนแทบล้มประด้าตาย กว่าจะหลอมออกมาได้้กม ต้องใช้ความสามารถเกือบทั้งหมด้ที่มี ศักยภาพของโครงกระดู้ก ปีศาจเลือด้เจ้าเองกมได้้เหมนแล้ว! ตอนนี้โครงกระดู้กปีศาจเลือด้ฟังคำา สั่งจากเขาอย่างเด้ียว แล้วมีหรือที่ข้าจะยอมให้โครงกระดู้กปีศาจ เลือด้กลับไปยังสำานักหลิงอวิ๋นของพวกเจ้า?”
“ข้าหลีจิ้งจะยอมส่งมอบอาวุธสังหารที่แขมงแกร่งที่สุด้ ของสำานักโลหิตข้าให้กับมือสำานักหลิงอวิ๋นของพวกเจ้าเปล่าๆ อย่าง นั้นหรือ?”
“แต่เนี่ยเทียนกมช่วยคลี่คลายสถานการณ์ของสำานัก โลหิตได้้แล้วไง?” ลี่ฝานได้้แต่ยิ้มเจื่อน
“ไม่พอ! ยังห่างไกลกับคำาว่าเพียงพอมากนัก!” หลีจิ้ง ยืนกรานเด้มด้เด้ี่ยว “คนที่ควบคุมโครงกระดู้กปีศาจเลือด้ ไม่ว่าจะเป็น ใครกมตาม ข้ากมล้วนไม่ปล่อยผ่านทั้งนั้น หากไม่ให้ข้าสังหารเนี่ยเทียน เพื่อให้โครงกระดู้กปีศาจเลือด้กลับคืนสู่อิสรภาพอีกครั้ง! ถ้าไม่อย่าง นั้นนับแต่นี้เนี่ยเทียนกมต้องลาจากสำานักหลิงอวิ๋นเข้ามาอยู่ในสำานัก โลหิต กลายเป็นคนของสำานักโลหิต!”
“ตกลงตามนี้! ลี่ฝาน เจ้ากลับไปบอกตาแก่อูว่าเด้มกเนี่ย เทียนผู้นี้ เป็นของข้าแล้ว!”
หลีจิ้งโบกมือ แสงเลือด้กลุ่มหนึ่งกมพลันตรงเข้ามาโอบ ล้อมลี่ฝานที่ยังทำาท่าจะพูด้อะไรต่อ แล้วจึงพาตัวเขาไปจากที่แห่งนี้ ไม่มอบโอกาสให้เขาเอ่ยอ้อนวอนไปมากกว่านั้น
หลังจากส่งลี่ฝานไปแล้ว ตอนที่นางหันมามองยังเนี่ย เทียนอีกครั้ง ด้วงตาของนางกมเปล่งประกายตื่นเต้น
“ตาแก่อูเข้าใจเลือกลูกศิษย์จริงๆ เด้มกผู้นี้คือสิ่งล้ำาค่าใน การฝึกฝนเวทลับสำานักโลหิตของข้า ในเมื่อเจ้าปลุกให้โครงกระดู้ก ปีศาจเลือด้ฟื้นตื่นได้้สำาเรมจ กมถือว่ามีโชควาสนากับสำานักโลหิตของ ข้าแล้ว ขอโทษด้้วยนะตาแก่อู…”
นางพึมพำาอยู่กับตัวเองในใจ มองเหมนเนี่ยเทียนเป็นลูก ศิษย์สำานักโลหิตไปเรียบร้อย
เวลานี้เนี่ยเทียนได้้นั่งขัด้สมาธิอยู่บนพื้นนานแล้ว กำาลัง ใช้หินวิเศษก้อนแล้วก้อนเล่ามาฟื้นฟูพลังของตัวเอง
หมัด้พิโรธแทบจะเผาผลาญพลังทั้งหมด้ในมหาสมุทร วิญญาณจุด้ตันเถียนของเขาไป เขาจำาเป็นต้องฟื้นตัวให้ได้้โด้ยเรมว ที่สุด้ เพื่อพร้อมเผชิญหน้ากับสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงที่ซับซ้อน ของอาณาจักรหลีเทียน
ขณะที่เขากำาลังใช้คาถาหลอมลมปราณมาด้ึงดู้ด้พลัง วิญญาณในหินวิเศษแต่ละก้อนนั้น แสงด้าวหลายด้วงกมยังคงถูก ชักนำาให้ลอด้ผ่านปราณปีศาจเข้ามาสาด้ส่องลงบนร่างของเขา
เขาสังเกตดู้มหาสมุทรวิญญาณจุด้ตันเถียนกมพบว่าแสง ด้าวที่สาด้ส่องลงมานั้นทยอยกันเข้าไปปรากฏอยู่ในน้ำาวนด้วงด้าว
เวลานี้เขามีความรู้สึกว่าเขากับทางช้างเผือกนอกโลกที่ ไม่รู้ว่าห่างไกลกันมากเท่าไหร่นั้นได้้สร้างความสัมพันธ์ที่ลึกลับต่อกัน
ด้้วยความสัมพันธ์นั้น แสงด้าวจึงเป็นฝ่ายมารวมกันอยู่ ที่ตัวเขา
แสงด้าวเหล่านั้นเยมนกระจ่างและบริสุทธิ์ มีพลังลึกลับ ในการชำาระล้างปราณปีศาจ
ไม่นานเมื่อแสงด้าวสาด้ส่องลงมา ไม่เพียงพื้นที่ข้าง กายเขาเท่านั้น แม้แต่ขอบเขตที่ห่างออกไปไกล ปราณปีศาจกมได้้เริ่ม สลายหายไปด้้วย
แน่นอนว่าการหนีไปของภูตผีปีศาจชั้นสูงและการกระ จายตัวของภูตผีปีศาจชั้นต่ำาได้้ทำาให้ปราณปีศาจที่รวมตัวกันอยู่ที่นี่ สลายหายตามไปด้้วย
และแสงด้าวที่สาด้ลงมากมช่วยให้ความเรมวในการสลาย ของปราณปีศาจเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัว
ไม่นานฟอาด้ินที่ถูกปราณปีศาจกลบทับโด้ยมีเนี่ยเทียน เป็นจุด้ศูนย์กลางกมค่อยๆ กลับคืนมาเป็นโล่งสว่าง
ทุกคนเงยหน้าขึ้นมองจึงเหมนทางช้างเผือกแถบเลมกๆ ที่ เผยตัวออกมา ในทางช้างเผือกนั้นด้วงด้าวแต่ละด้วงสุกสกาว ปลด้ ปล่อยแสงพริบพราวมากกว่าทุกวัน
คนของสำานักโลหิตยังคงไล่ฆ่าภูตผีปีศาจชั้นต่ำาอยู่รอบ ด้้าน เนื่องจากปราณปีศาจที่สลายไป ลูกศิษย์สำานักโลหิตมากมายที่ มีขอบเขตต่ำาต้อยซึ่งถูกม่านแสงแด้งสด้ปกคลุมเอาไว้ตรงกลางลาน กว้างกมพากันถอนหายใจยาวเหยียด้ แล้วเด้ินออกมาจากข้างใน
ส่วนเงาโลหิตขนาด้ยักษ์ที่ลอยสูง เมื่อถูกจิตของหลีจิ้ง เรียกขานจึงหด้เลมกลงในฉับพลัน
“ฟิ้ว!”
เงาโลหิตกลายมาเป็นแสงสีเลือด้หนึ่งเส้นที่บินกลับเข้า มาในแหวนเกมบของของหลีจิ้ง หายวับเข้าไปอยู่ในแท่นด้อกบัวสี เลือด้ด้้านใน
ผ่านไปอีกครู่หนึ่ง ปราณปีศาจทั้งหมด้ที่รวมตัวกันอยู่ ตรงนี้กมค่อยๆ หายไปหมด้
สำานักโลหิตที่ถูกปราณปีศาจกลบทับจึงเผยตัวขึ้นมา ท่ามกลางราตรีกาลอีกครั้ง
“ผ่านเคราะห์มาได้้แล้ว”
“ถือว่าผ่านไปได้้เสียที”
“นึกไม่ถึงเลยว่าจะได้้เหมนฟอาด้ิน ได้้เหมนท้องฟอายาม ราตรีอีกครั้ง”
“ภัยพิบัติของสำานักโลหิตเราถือว่าผ่านไปได้้ชั่วคราว แล้ว ทว่าภัยของอาณาจักรหลีเทียนไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะถึงจุด้สิ้นสุด้?”
คนสำานักโลหิตมากมายที่ขอบเขตต่ำาต้อยต่างกมนอน หงายอยู่บนพื้น ลืมตากว้างมองท้องฟอาราตรีที่มีด้วงจันทร์และ ด้วงด้าวกระจ่างตา เคลิบเคลิ้มอยู่กับความงามของทางช้างเผือก ต่างฝ่ายต่างสนทนากันเบาๆ
“ตูม!”
โครงกระดู้กปีศาจเลือด้ที่ยืนตระหง่านอยู่ข้างกายเนี่ย เทียนคล้ายปกปักษ์พิทักษ์เขาด้้วยความตั้งใจกลับล้มลงไปอย่างไม่มี ลางบอกกล่าว
เนื่องจากการล้มตึงของมัน เลือด้สด้สีม่วงจึงสาด้ กระเซมนไปทั่ว
เสียงด้ังกัมปนาททางฝั่งนี้ด้ึงดู้ด้ความสนใจจากลูกศิษย์ สำานักโลหิตทุกคน หลีจิ้งที่อยู่ข้างกายเนี่ยเทียนกมยิ่งสังเกตเหมนความ ผิด้ปกติก่อนใคร
หลีจิ้งขยับร่างหนึ่งครั้ง พริบตาเด้ียวกมาปรากฏตัวอยู่ ตรงหน้าอกของโครงกระดู้กปีศาจเลือด้ ข้อเท้าเรียวบางของนางยืน อยู่ตรงหน้าอกของมัน
นางค่อยๆ ย่อตัวลงช้าๆ ใช้มือซ้ายที่สวมแหวนกด้ลง ไปบนหัวใจขนาด้ยักษ์ของโครงกระดู้กปีศาจเลือด้ แสงสีเลือด้ที่ ปลายนิ้วของนางแทรกซึมเข้าไปในหัวใจปีศาจเลือด้อย่างรวด้เรมว ราวสายฟอาแลบ
นางใช้เวทลับอย่างหนึ่งของสำานักโลหิตรับสัมผัสอย่าง ละเอียด้ แล้วคิ้วด้กด้ำากมค่อยๆ ขมวด้เข้าหากัน
“พลังแห่งชีวิตหมด้ไปแล้ว ไม่มีพลังแห่งชีวิตประคับ ประคอง โครงกระดู้กปีศาจเลือด้ตนนี้จึงได้้แต่ตกอยู่ในสภาพหลับลึก อีกครั้ง หากต้องการให้มันตื่นขึ้นมาใหม่กมจำาเป็นต้องปลุกพลังชีวิต ของมันขึ้นมา…”
เส้นสายตาของนางย้ายจากร่างของโครงกระดู้กปีศาจ เลือด้ไปยังเนี่ยเทียน มองเขาด้้วยสีหน้าซับซ้อน
นางรู้ด้ีว่าโครงกระดู้กปีศาจเลือด้ตนนี้จะสามารถตื่นขึ้น จากอาการหลับสนิทได้้อีกครั้งหรือไม่นั้น การตัด้สินใจไม่ได้้อยู่ที่ สำานักโลหิตของพวกนางอีกแล้ว แต่สิทธิ์ทุกอย่างตกไปอยู่ที่ตัวของ เนี่ยเทียน
และกมีเพียงเนี่ยเทียนเท่านั้นถึงจะสามารถปลุกให้โครง กระดู้กปีศาจเลือด้ตื่นขึ้นมาสำาแด้งพลังทั้งหมด้ของปีศาจเลือด้ได้้
แม้ว่าโครงกระดู้กปีศาจเลือด้จะหลับสนิท แต่ก่อนหน้า นี้มันได้้ใช้เวทหลอมโลหิตของสำานักโลหิตมาดู้ด้ซับเอาเลือด้ของภูตผี ปีศาจไป และเลือด้เหล่านั้นยังคงไหลเวียนอยู่ในเส้นชีพจรที่ มหัศจรรย์ในโครงกระดู้กของมัน
ตอนนี้ปราณเลือด้เนื้อที่ไหลกรากอยู่บนร่างของโครง กระดู้กปีศาจเลือด้จึงเข้มข้นกว่าตอนที่สำานักโลหิตหลอมมันก่อนหน้า นั้นไม่รู้กี่เท่าต่อกี่เท่า
เลือด้ของสัตว์วิเศษจำานวนนับไม่ถ้วนกมดู้เหมือนว่ายัง ไม่มีประโยชน์มากเท่าเลือด้ของภูตผีปีศาจที่โครงกระดู้กปีศาจเลือด้ ใช้เวทหลอมโลหิตของสำานักโลหิตดู้ด้ซับในช่วงที่ผ่านมานี้
และกมีเพียงโครงกระดู้กปีศาจเลือด้ที่แปลกประหลาด้ เช่นนี้เท่านั้นที่เพราะไม่ใช่เผ่ามนุษย์ ถึงได้้สามารถนำาเลือด้ของภูตผี ปีศาจมาทำาให้ตัวเองแขมงแกร่งได้้
“มันยังแขมงแกร่งได้้มากกว่านี้ ยังคงมีช่วงเวลาสำาหรับ การเติบโต ขอแค่มันได้้ดู้ด้ซับปราณเลือด้เนื้อมามากกว่าเด้ิม สักวัน หนึ่งมันกมอาจปลุกสายเลือด้เผ่าโครงกระดู้กของตัวเองให้ตื่นขึ้นมา ได้้”
“ปีศาจเลือด้เช่นนี้ ดู้เหมือนว่าจะไม่เคยปรากฏมาก่อน ในประวัติศาสตร์ของสำานักโลหิตเรา”
“ปีศาจเลือด้ที่ฟื้นคืนสู่สายเลือด้ระด้ับแปด้อย่างแท้จริง ไม่เพียงแค่ในสำานักโลหิตของเราเท่านั้น ต่อให้เป็นอาณาจักรหลี เทียน หรืออาณาจักรอื่นๆ กมล้วนถือว่าเป็นอาวุธสังหารที่ร้ายกาจชิ้น หนึ่ง!”
“อาวุธสังหารชิ้นนี้ต้องเป็นของสำานักโลหิตเราเท่านั้น ไม่ใช่ของสำานักหลิงอวิ๋น!”
หลีจิ้งใคร่ครวญอยู่ในใจครู่หนึ่งกมตัด้สินใจอย่างเด้มด้ เด้ี่ยว ต่อให้ต้องล่วงเกินอูจี้ ทำาลายพันธมิตรเจมด้สำานักของอาณาจักร หลีเทียนในตอนนี้ กมจำาเป็นต้องรั้งตัวเนี่ยเทียนให้อยู่ในสำานักโลหิต ของนางให้ได้้!
เวลาผ่านพ้นไป
คนของสำานักโลหิตที่ไล่ตามไปสังหารภูตผีปีศาจชั้นต่ำา มีทั้งคนที่สังหารภูตผีปีศาจต่ำาสำาเรมจแล้วกลับมาด้้วยท่าทางหอบ เหนื่อย
และมีทั้งคนที่หน้าม่อยคอตกกลับมามือเปล่า
แม้แต่พวกอวี๋ถง เจียงหลิงจู อันซืออี๋และเจิ้งปินที่พอ ปราณปีศาจของที่แห่งนี้สลายไป ขณะที่คนของสำานักโลหิตไล่ตามไป สังหารภูตผีปีศาจชั้นต่ำากมได้้รวมตัวกับพวกเขาแล้วเด้ินทางจากเขต นอกของสำานักโลหิตมาถึงที่แห่งนี้ด้้วย
พอเจียงหลิงจูและอันซืออี๋มาถึงกมองเหมนเนี่ยเทียนที่ กำาลังนั่งหลับตาบำาเพมญตบะอยู่ทันที พวกนางจึงรีบเด้ินรุด้หน้าเข้า มาหา
ตอนที่พวกนางเข้ามาใกล้เนี่ยเทียนเลยสังเกตเหมนว่า หลีจิ้งเจ้าสำานักโลหิตกมอยู่ตรงนั้นด้้วย จึงรีบหยุด้ชะงักฝีเท้าทันใด้
“ผู้อาวุโสหลี…”
หญิงสาวทั้งสองมีสีหน้าขลาด้กลัว โค้งตัวคำานับแต่ไกล ทว่าในใจกลับเตมไปด้้วยความสงสัย ไม่เข้าใจว่าเหตุใด้นางถึงอยู่ข้า งกายเนี่ยเทียน
อันที่จริงแล้วหญิงสาวทั้งสองต่างกมไม่รู้จักหลีจิ้ง ทว่าดู้ จากปราณเลือด้น่าหวาด้กลัวที่ไหลกรากอยู่บนร่างของหลีจิ้ง ทำาให้ พวกนางเข้าใจได้้ว่าสาวสวยที่ท่วงท่าสง่างาม บุคลิกไม่ธรรมด้าผู้นี้กม คือหญิงสาวสำานักโลหิตที่น่ากลัวคนนั้น
เพราะเคยได้้ยินถึงความร้ายกาจของหลีจิ้งมาก่อน พวกนางจึงดู้กระสับกระส่ายอย่างเหมนได้้ชัด้ กลัวว่าหากไม่ระวังจะ ไปทำาให้หลีจิ้งไม่พอใจเข้า
หลีจิ้งใช้สายตาตรวจสอบประเมินหญิงสาวทั้งสอง แล้วจึงพูด้เสียงเรียบ “พวกเจ้าเป็นอะไรกับเขา?”
“ไม่…ไม่ได้้เป็นอะไรกัน เขาคืออาจารย์อาน้อยของข้า บิด้าข้า คือเจียงจือซู” เจียงหลิงจูพูด้อย่างคนไม่มั่นใจในตัวเอง
“ข้า…ข้าคือพี่สาวบุญธรรมของเขา” อันซืออี๋กล่าว
“ลูกสาวที่รัก ไข่มุกบนมือของเจียงจือซูนี่เอง” หลีจิ้ง เหลือบมองเจียงหลิงจูหนึ่งครั้งจึงพยักหน้าแล้วกล่าวว่า “นับจากวัน นี้เป็นต้นไป เนี่ยเทียนไม่ใช่อาจารย์อาน้อยของเจ้าอีกแล้ว แต่เป็นคน
ของสำานักโลหิต หลังจากที่เจ้ากลับไปสำานักหลิงอวิ๋นสามารถนำาคำา พูด้ของข้าไปบอกบิด้าเจ้าได้้ บอกเขาว่าข้าต้องการตัวเนี่ยเทียน”
นางไม่ได้้สนใจอันซืออี๋ และไม่หยุด้ยืนอยู่ข้างกายเนี่ย เทียนอีก แต่เด้ินด้ิ่งจากไปทันที
“เนี่ยเทียนกำาลังฟื้นพลัง พวกเจ้าคอยอยู่ข้างๆ ดู้แล เขาให้ด้ี ห้ามรบกวนเขาเด้มด้ขาด้”
ร่างของนางจากไปไกลนานแล้วทว่าเสียงยังคงด้ังอยู่ที่ เด้ิม
“คนของสำานักโลหิต?” เจียงหลิงจูหน้าเปลี่ยนสี นางม องเนี่ยเทียนที่กำาลังหลับตาฝึกบำาเพมญตบะ แล้วกมองไปยังหลีจิ้งที่ จากไปด้้วยความงุนงง ไม่รู้ว่าที่นี่เกิด้เรื่องอะไรขึ้นกันแน่
อันซืออี๋ที่ถูกเมินกมฉงนสนเท่ห์เช่นกัน เหม่อมองเนี่ย เทียนด้้วยความสับสน
“คารวะเจ้าสำานัก เสี่ยวถงไร้ความสามารถ มิอาจตาม มาทันเวลา” อีกฝั่งหนึ่ง อวี๋ถงแห่งสำานักโลหิตที่ยืนอยู่ข้างกายเสิ่น ซิ่วด้้วยความนอบน้อม เอ่ยขอโทษหลีจิ้ง
“เจ้าทำาได้้ไม่เลว” หลีจิ้งตอบรับลวกๆ ไปหนึ่งประโยค แล้วกมดู้เหมือนจะรู้ว่าระหว่างเนี่ยเทียนกับอวี๋ถงเคยมีเรื่องกันมาก่อน
จึงกล่าวว่า “ต่อไปเนี่ยเทียนกมคือศิษย์น้องของเจ้าแล้ว ความเกลียด้ แค้นในใจเจ้าที่มีต่อเขา จงรีบวางมันลงเสีย”
“ว่าไงนะ?” อวี๋ถงเองกมอึ้งงันไปเช่นกัน